อัศวินคนสุดท้าย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ก่อนแสงสุดท้าย (ช-ช)

ชื่อตอน : ก่อนแสงสุดท้าย (ช-ช)

คำค้น : ก่อนแสงสุดท้าย

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 184

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 18:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ก่อนแสงสุดท้าย (ช-ช)
แบบอักษร

ก่อนแสงสุดท้าย

                 ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่อาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แสงสีแดงย้อมท้องฟ้าในช่วงฤดูหนาวให้ดูวังเวงยิ่ง โดยเฉพาะบริเวณเนินดินสูงต่ำสลับกันเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา ที่มีถนนสายหนึ่งที่มองดูแล้วเหมือนมันทอดยาวมาจากอาทิตย์ดวงโตตัดผ่านมาตรงกลางระหว่างเนินดิน ไม่นานก็มีเงาร่างหนึ่งเดินฝ่าความเงียบมา

                 ธีร์ เดินผ่านทุ่งหญ้ามาหยุดอยู่ตรงเนินดินที่ใครคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่  เขามองอยู่ตรงนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ อีกคน  ธีร์ส่งรอยยิ้มที่เศร้า ๆ ออกไป ขณะที่มองไปทางดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า

                 "ไงภู มึงสบายดีป่าววะ" ธีร์พูดอย่างช้า ๆ เหมือนคนอ่อนแรงโดยไม่ได้หันมามองอีกคน

                 "กูสบายดี มึงล่ะ  เป็นไงบ้าง" ภูหันมองธีร์แล้วส่งยิ้มให้

                 "ช่วงนี้กูไปค่อยดีเท่าไหร่ว่ะ  เรียนหนัก  นอนก็ดึก มีอะไรให้เครียดเยอะมาก มึงก็น่าจะรู้หนิ ว่าถ้ากูไม่มีเรื่องให้คิดเยอะคงไม่มาปรับทุกข์กับมึง" ธีร์ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น ก่อนเอาแขนโอบเข่าทั้งสองข้างไว้ ก่อนซุกหน้าลงไป แล้วกล่าวเสียงแผ่ว "กูคิดถึงมึงว่ะ  ไม่มีมึงอยู่ด้วยอะไรก็ยากขึ้นเป็นเท่าตัวเลย"

                 "เอ้อ...กูก็คิดถึงมึงเหมือนกัน  ก่อนจะจากกันตอนนั้นกูก็ใจหายเหมือนกัน ในกลุ่มเราก็มีแต่มึงนี่แหละที่เเวะมาเยี่ยมกู...นั่นมันทำให้กูคิดถึงมึงมากขึ้นกว่าเดิมอีก  ขนาดตอนนี้มึงอยู่ต่อหน้ากู กูก็ยังคิดถึงมึงเลย 555 มึงก็เลิกเครียดได้แล้ว เงยหน้าขึ้นมาหน่อยสิ กูอยากมองมึงนานๆว่ะ" ภูบอกคนที่กำลังก้มหน้าอยู่   สักพักก็เงยหน้าขึ้นมา มองไปทางด้านภูที่กำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้เขาอยู่

                 "ภู...มึงทำแบบนั้นได้ไงวะ อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา มึงความสุขไปกับเรื่องที่สุขและเรื่องที่ทุกข์...."

                 "ถ้ากูเป็นทุกข์ด้วยคนจะมีใครทำให้พวกมึงหัวเราะล่ะ" ภูพูดแล้วยังคงยิ้มให้ธีร์

                 "...กูคงทำไม่ได้ว่ะ ที่จะอารมณ์ดีได้ตลอดเวลาแบบมึง  ยิ่งตอนนี้ยิ่งมีอะไรให้คิดเยอะ หลังจากที่มึงไม่อยู่" ธีร์แผ่วเสียงลงประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้าเช่นเดิม

                 "ก็มึงเป็นแบบนี้ไงล่ะ กูถึงต้องอารมณ์ดี กูไม่อยากให้มึงทุกข์ไง ปรกติมึงก็มีเรื่องให้คิดมากพอแล้ว กูคงไม่ยอมให้มึงแบ่งเรื่องกูไปใส่ใจหรอก อย่าคิดมากเลย มึงน่าจะยิ้มหน่อยนะ" ภูบอกธีร์ ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาคงเอามือฉีกแก้มทั้งสองข้างของธีร์ให้ธีร์ยิ้มแล้ว

                 "เออ กูมีเรื่องจะเล่าให้มึงฟังด้วยล่ะ มึงจำพิมพ์แฟนเก่ามึงได้ไหม คนที่บอกเลิกมึงเพราะคิดว่ากูกับมึงแอบคบกันอ่ะ..." ธีร์ยิ้มออกมานิดหน่อย

                 "จำได้สิ แฟนเก่ากูนะ ฮ่าๆ" ภูหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินธีร์พูดถึงเรื่องแฟนเก่าของเขา หรือบางธีร์อาจเป็นเพราะได้เห็นรอยยิ้มของอีกคน

                 "...วันก่อนกูเจอพิมพ์ด้วยล่ะ พิมพ์เข้ามาพูดกับกู ว่า เสียใจที่บอกเลิกกับมึงด้วยอารมณ์  และไม่ได้จบกันด้วยดีก่อนที่มึงจะจากไป พิมพ์อยากให้มึงยกโทษให้ในสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ..." ธีร์ยกมือขึ้นมาขยี้ตา อาจเป็นเพราะลมหนาวที่พัดปะทะเข้ามาทำให้ดวงตาของธีร์เริ่มแดง "...และพิมพ์บอกว่า  มึงไม่ต้องห่วงเธอนะ ตอนนี้พิมพ์ความสุขดี"

                 "มึงไม่ต้องห่วงเรื่องของพิมพ์หรอก กูไม่ได้ติดใจอะไรกับพิมพ์ จะว่ายังไงดีล่ะ กูน่ะ ห่วงมึงกว่าพิมพ์อีกนะรู้เปล่า และตอนนี้กูก็อยากฟังเรื่องของมึงมากกว่า" พูดจบภูก็ลุกขึ้นเยียดแข้งเหยียดขา

                 "ตั้งแต่ที่มึงไม่อยู่  กูอยู่คนเดียวตลอดเลย กูไม่ได้ให้ใครมาเป็นรูมเมทเลย เพราะกูไม่อยากให้ใครมานอนที่นอนสกปรก ๆ ของมึง มึงควรขอบคุณกูนะ ..." ธีร์มองออกไปทางดวงอาทิตย์ที่เกือบจะลับขอบฟ้าทั้งดวงแล้ว แล้วพูดอีกประโยคด้วยเสียงแผ่วเบา"...และกูไม่อยากให้ใครมาแทนที่มึงว่ะ กูอยากเก็บที่ข้าง ๆ ไว้อย่างนั้นตลอดไป ถึงแม้ว่าเวลาที่มองมันจะทำให้ใจหายทุกที"

                 ภูกลับมานั่งลงข้างๆ ธีร์อีกครั้ง เขามองดูเพื่อนที่น้ำตากำลังคลอเบ้า ภูส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวังให้ธีร์ เหมือนทุกครั้ง จากนั้นเขาก็เอื้อมมือโอบไหล่ของเพื่อนอย่างแผ่วเบา แต่อบอุ่นเหมือนลมในช่วงใบไม้ผลิซึ่งธีร์รู้สึกเช่นนั้น ภูยังคงมองด้านข้างของธีร์ เห็นดวงตากลมยังคงมองออกไปไกลแสนไกล ส่วนจมูกได้รูปกำลังกำลังเริ่มระเรื่อ เขากำลังรอให้ริมฝีปากสีชมพูอ่อนกล่าวเล่าเรื่องต่อ

                 "จากนั้นเทอมต่อมากูก็ต้องย้ายไปอยู่หอใหม่ เพราะเขาจะทุบหลังเดิมทิ้ง จากที่ได้ยินข่าวกูก็ทำใจอยู่พักใหญ่ เหมือนเขาจะมาพังความทรงจำที่กูมีร่วมกันกับมึงและเพื่อนๆ แต่กูคงคิดมากไปเอง เพราะมึงไม่ได้หายไปไหนเลยว่ะ มึงยังอยู่ทุกที่ที่เราเคยไปด้วยกัน..." ธีร์กอดเข่าแล้วก้มหน้าลงไปซบอีกครั้ง ธีร์รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตัวสั่นเล็กน้อย "...ภาพของมึงยังอยู่ในมหาลัย  อยู่ห้องสมุด  เวลากูกินข้าวที่ห้องคนเดียวยังเห็นมึงนั่งอยู่ตรงข้าม ตอนเดินผ่านหอเดิมภาพของมึงยังอยู่ตรงนั้น มันมีมึง....มีมึงทุกที่ เพราะมึงยังติดอยู่ตรงนี้ ติดอยู่ในสมอง อยู่ในความทรงจำ....อยู่ใน....หัวใจของกู  ไอ้ภู"

                 ภูที่โอบไหล่เพื่อนอยู่รับรู้ได้ว่า ธีร์เปลี่ยนจากสั่นเป็นสะอื้นแล้ว ภูไม่พูดอะไร ในใจเขาอยากกอดเพื่อนแน่นๆสักครั้ง แต่เขาก็ไม่ทำ

                 ภูกลับขยับตัวไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าของธีร์แทน ไม่นานธีร์ก็เงยหน้าขึ้นมา  เผยให้เห็นน้ำตาที่กำลังไหลไม่ขาด ถึงแม้กระนั้นสำหรับภูมันยังคงดูดีและน่ามองเสมอ เพราะเวลาที่เขาว่างๆเขาก็แอบมองคนตรงหน้าประจำไม่ให้อีกคนรู้ตัว  เขาอยากบอกคนตรงหน้ามากว่าเขาห่วงและ....

                 "ตอนนี้...กูยังไม่มีแฟนเหมือนเดิมนะ...กูเคยคิดตลอดว่าทำไมกูไม่มีแฟนซักที...เพราะมันไม่จำเป็น...กูมีมึงอยู่ข้างๆแล้วไง ... ภู.....กูรักมึงนะ" ธีร์กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มและน้ำตา

                 ภูอยากบอกคนตรงหน้ามาก ว่าเขา เป็นห่วงและ...

                 "กูก็รักมึงมากเหมือนกัน...ธีร์" ภูพูดพร้อมกับโน้มหน้าไปใกล้ ๆ หน้าของธีร์ แล้วเขาก็กดริมฝีปากลงไปที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา ธีร์รู้สึกได้ว่ามันเหมือนกับสายลมที่อ่อนโยนมาสัมผัสที่หน้าผากเขาเบาๆ  ภูน้ำตาไหล  เป็นครั้งแรกที่เขาร้องไห้ต่อหน้าธีร์ ทั้งๆที่เขาอยากทำตัวเข้มแข็งและเป็นที่พึ่งให้อีกฝ่ายเสมอ  "แต่มันคงสายไปแล้ว ทั้งที่อยากบอกเร็วกว่านี้" ภูหันมองไปยังป้าหินด้านซ้ายของธีร์

ภูตะวัน แซ่หลี่ (ภู) 

ชาตะ 2539 มรณะ 2560

                 สายลมหนาวเริ่มพัดแล้ว ตอนนี้เนินสีเขียวที่สลับกันไปมาถูกย้อมด้วยสีดำเกือบทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะทำให้บรรยากาศดูเศร้าหมองเพียงใด มันก็ยังคงดำเนินต่อไป  ตราบที่คนเรายังหายใจอยู่และไม่หลงลืมไปว่า สิ่งบางสิ่งมีค่ามาก และคู่ควรที่เราจะรักษามันไว้

                 "กูคิดถึงมึงนะ....ภู"

                 "อื้อ แล้วพบกันใหม่นะ  ขอบคุณที่อยู่ด้วยจนถึงแสงสุดท้าย เพื่อนที่รักของกู"

          

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น