ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 : ไร้ซึ่งความห่วงใย

ชื่อตอน : บทที่ 10 : ไร้ซึ่งความห่วงใย

คำค้น : ดีแล่น , กะเพรา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 900

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 : ไร้ซึ่งความห่วงใย
แบบอักษร

กะเพรา Talk  

   "ตัวร้อนจี๋เลย พี่ปูหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวกะเพราหน่อยเร็วค่ะ" ฉันได้ยินเสียงหวานของคุณบัวสั่งพี่ปูให้เอาผ้าชุ่มน้ำมาเช็ดตัวฉัน

 

    ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึงขึ้น เมื่อเช้ามึดหลังจากที่ฉันกลับลงมาจากห้องไอ้ยักษ์เถื่อน ฉันจัดการอาบน้ำทำความสะอาดตัวเองอีกรอบ ฉันแสบไปหมดทั้งตัวเวลาที่โดนน้ำผ่าน รอยแดงต่างๆ ตามซอกคอ หน้าอก และตามแขนและขา ยิ่งตรงน้องสาวของฉันยิ่งแสบ หลังจากที่ฉันทำความสะอาดร่างกายเสร็จ ฉันก็มานอนหลับและหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนได้ยินเสียงคุณบัว....

 

    "ขยับไหวมั้ยกะเพรา" คุณบัวค่อยๆ จับตัวฉันให้ขยับนอนหงายเพราะฉันนอนตะเคงขดตัวอยู่

 

     "ไหวค่ะ" ฉันตอบคุณบัวเสียงเบาและโกหกออกไปว่าไหวทั้งๆ ที่พอขยับตัวฉันกลับรู้สึกเจ็บและปวดระบมตามร่างกายไปหมด ฉันไม่เคยคิดเลยว่าครั้งแรกและการโดนเปิดซิงมันจะเจ็บปวดและโหดร้ายขนาดนี้

 

    "เจ็บมั้ย ฮึก!" คุณบัวถามฉันเสียงสั่นจากที่เธอกั้นก้อนสะอึกพร้อมกับลูบผมฉันอย่างปลอบโยน ที่ดวงตาคู่สวยของเธอมีหยาดน้ำตาเกาะกุ่มอยู่ นั้นยิ่งทำให้ฉันอยากจะร้องไห้ออกมา

 

    ฉันพยักหน้าเป็นการตอบเธอก่อนที่น้ำตามากมายที่ฉันพยายามกั้นเอาไวจะถลายลงไหลรินไม่หยุด ฉันดูไร้ค่ามากจริงๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เตรียมใจมากับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ถ้ายายรู้ยายต้องเสียใจแน่ๆ เลย เสียใจยิ่งกว่ารู้ว่าฉันไปขโมยของหาเงินมาให้ยายเสียอีก เพราะสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่คือการขายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเพื่อแลกกับเงิน

 

    "อดทนนะกะเพรา" คุณบัวบอกฉันเสียงหวานพรางลูบหัวฉัน ก่อนที่พี่ปูจะเข้ามาพร้อมกับกะละมังใบเล็ก

 

    "คุณบัวไปดูแลคุณดาเรนกับคุณหนูดาร์ลิ้งค์เถอะค่ะ เดี๋ยวกะเพราปูดูแลให้เอง" พี่ปูหันไปบอกคุณบัวพรางเช็ดตัวให้ฉันไปด้วย

 

    "งั้นฝากกะเพราด้วยนะจ่ะปู ถ้าบ่ายๆ อาการไม่ดีขึ้น ฉันจะโทรตามคุณหมอมาดูอาการให้" คุณบัวมองฉันอย่างเห็นใจ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากห้องนอนของฉัน

 

    "โถ่กะเพราะเอ่ย พี่ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงเลย พี่ไม่คิดว่าคุณดีแล่นจะโหดร้ายรุนแรงขนาดนี้ ดูสิเนี่ยแผลเต็มตัวไปหมด เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้นะ เสร็จแล้วจะได้กินยากินข้าว พี่จะทายาให้เธอด้วย" พี่ปูบอกฉันและส่งสายตาสงสารเวทนามาให้ บางทีถ้าพี่ปูรู้ว่าฉันเอาตัวเข้าแลกเพื่อแลกกับเงินบางทีพี่ปูอาจจะรังเกียจและสมน้ำหน้าฉันขึ้นมาก็ได้นะ.......

 

     หลังจากพี่ปูเช็คตัวและป้อนข้าวป้อนยาฉันเสร็จ ที่ต้องป้อนข้าวป้อนยาเพราะฉันขยับตัวไม่ได้เลย ขนาดปวดฉี่ฉันยังไม่อยากลุกไปอ่ะ พี่ปูก็ออกไปทำงานต่อ รู้ตัวอีกทีก็คือตอนกลางวันที่คุณมลกับพี่ปูเข้ามาดูฉัน ก่อนที่เขาทั้งสองคนจะออกไป พี่ปูกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมอาหารและยา ฉันแทบไม่แตะมันเลย เพราะฉันรู้สึกแค่ว่าอย่างนอนเฉยๆ และคลื่นไส้ก่อนที่จะอ้วกออกมาในที่สุด

 

    "โอกกก อากกก แหวะ" ฉันพ่นทุกสิ่งที่กินไปเมื่อเช้าออกมาหมดเลย

 

    "กะเพรา!" พี่ปูเรียกฉันอย่างตกใจ

 

    "โอกกก อากกก" ฉันยังคงอ้วกต่อ

 

     "ป้ามลกะเพราแย่แล้ว! ป้ามลค่ะ!" พี่ปูวิ่งไปตะโกนเรียกป้ามล ป้ามลวิ่งเข้ามาดูฉัน ทุกคนดูวุ่นวายไปหมดเลย

 

    ฉันได้แต่ทิ้งตัวลงไปนอนนิ่งๆ พี่ปูเข้ามาเช็ดตัวและดูแลฉัน ฉันทราบซึ่งในน้ำใจพี่ปูมากๆ พี่ปูดีต่อฉันจริงๆ ร่วมถึงคนอื่นๆ ด้วย 

 

    "คุณบัวเธอตามหมอมาให้แล้ว หมอกำลังมา" พี่ปูบอกฉัน ฉันได้แต่พยักหน้ากับเธอ ก่อนที่จะหลับตาลงอย่างอ่อนแรง

     

    หลังจากที่คุณหมอมา คุณหมอบอกให้พาฉันไปส่งโรงพยาบาลดีกว่าเพราะอาการฉันค่อนข้างหนักพอสมควร ฉันแอบเห็นพยาบาลที่มากับหมอที่เห็นสภาพฉันครั้งแรกถึงกับหันหน้าหนีเลย แต่ฉันเข้าใจนะเพราะตัวฉันเองก็ยังรับแทบไม่ได้สภาพฉันเหมือนถูกรุมโทรมมาจริงๆ ทั้งรอยดูด รอยกัดก็มี ไหนจะรอยแส้ที่ฟาดลงบนตัวฉันอีก ปากฉันก็มีรอยช้ำจากการแตกเพราะถูกบดขยี้อย่างรุนแรง พอมาถึงโรงพยาบาลหมอทำการตรวจเช็คร่างกายฉันอย่างละเอียด ซึ่งที่ฉันมีอาการไข้ขึ้นอยู่นี้เป็นเพราะพิษของบาดแผลตามตัวต่างๆ และอวัยวะเพศฉันฉีกขาดถึงทำให้ฉันไข้แตก รวมถึงฉันแพ้สารชนิดนึงในยาปลุกsexที่ได้รับเข้าไปถึงมีอาการอาเจียนแทรกซ้อนเข้ามา สิ่งแรกที่คุณหมอถามคือฉันโดนข่มขืนหรือเปล่าเพราะถ้าฉันถูกข่มขืนเขาจะทำการเอาเชื้ออสุจิภายในมดลูกฉันไปตรวจ DNA ไว้เป็นหลักฐานเผื่อฉันต้องการจะดำเนินคดีกับคนร้าย ฉันเลยตอบไปว่าไม่ใช่ฉันไม่ได้ถูกข่มขืนฉันเต็มใจ ซึ่งหมอถึงกับให้ฉันคุยกับจิตแพทย์เลยที่เดียวเพราะคิดว่าฉันกลัวหรืออาจถูกข่มขู่มา จริงๆ ฉันน่าจะแกล้งบอกไปนะว่าฉันถูกไอ้ยักษ์ข่มขืนแต่ถ้าทำอย่างนั้นฉันคงได้ตายตกนรกแน่ๆ เลย นี่ขนาดฉันแค่แกล้งเอายานอนหลับให้เขากินเขายังทารุณฉันขนาดนี้ หลังจากที่ฉันคุยกับจิตแพทย์เสร็จทางคุณหมอทั้งสองคนและคุณบัวกับป้ามลจึงออกไปคุยกันเป็นการส่วนตัว ฉันได้แต่นอนพักในห้องพักพิเศษ จนคุณบัวกับป้ามลเข้ามาเธอบอกหมอให้ฉันแอดมิดที่นี้เพื่อดูอาการ แต่ฉันบอกกับเธอไปตามตรงว่าฉันไม่มีเงินจ่ายค่าโรงพยาบาลแพงๆ ขนาดนั้น เธออาสาออกให้เพราะว่าฉันถือเป็นคนในบ้านเธอ แต่ฉันไม่อยากรบกวนเธอและขอกลับบ้านดีกว่า ฉันถกเถียงกับคุณบัวและป้ามลพักใหญ่จนทั้งคู่ยอมให้ฉัน แต่หมอแนะนำให้ฉันงดกิจกรรมทางเพศที่รุนแรงไปก่อนในช่วงนี้และไม่ให้กินยาปลุกsexอีก เอาตรงๆ ฉันอายมากๆ เลยนะ ที่ฉันต้องมาโรงพยาบาลแล้วมาเจอหมอแนะนำแบบนี้ ฉันไม่ได้อยากมีsexที่รุนแรงเลยและยานั้นด้วยฉันก็ไม่ได้อยากกิน ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย

 

ตอนกลางดึกของวันนั้น

 

    ฉันนอนหลับอยู่ภายในห้อง พี่ปูบอกฉันว่าไม่ต้องล็อกห้องเผื่อเธอตื่นมาดูอาการฉันช่วงดึกๆ ฉันจึงไม่ล็อกห้องตามคำสั่ง

 

แกร็ก~

 

    เสียงเปิดประตูห้องนอนทำฉันที่กำลังหลับอยู่สะดุ้งตื่น และคิดว่าคงเป็นพี่ปูแต่พอฉันหันไปมองปรากฏว่าแสงที่ส่องเข้ามากระทบร่างนั้นมันสูงใหญ่ ฉันจำได้ดีกว่าเขาคือคุณดีแล่น

 

    "ก็ยังหายใจอยู่นิ! นึกว่าตายไปแล้ว!" นี่คือคำทักทายที่แสนห่วงใยฉันสุดๆ จากเขา

 

    "ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" ฉันตอบกลับไปเสียงนิ่งๆ แต่ภายในใจฉันกับเสียใจและเสียความรู้สึก ทั้งๆ ที่เขาทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้แต่เขาไม่คิดจะถามไถ่ถึงอาการฉันเลย

 

    "กูไม่ได้เป็นห่วงมึงไม่ต้องดีใจไป! กูแค่มาดูคนสำออยก็แค่นั้น!! ถ้าเลิกสำออยเมื่อไหร่ก็เชิญไปทำหน้าที่ทาสรับใช้กูต่อด้วยก็แล้วกัน!!! ให้มันคุ้มกับเงินที่กูจ่ายไปหน่อย!" พูดจบคุณดีแล่นก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดัง

 

ปึง!

 

    ฉันได้แต่หลับตาลงและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ฉันกำลังหวังอะไรจากเขาอยู่หรอ ความเป็นห่วงงั้นสินะ! กะเพราแกมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่เอาตัวแลกกับเศษเงินเขาเท่านั้น เขาไม่มาห่วงใยผู้หญิงไร้ค่าแบบแกหรอก ฉันบอกตัวเองแบบนั้น แต่ถ้าฉันเลือกได้ฉันก็ไม่ได้อยากเกิดมามีชีวิตแบบนี้เหมือนกัน.......

 

 

🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ความคิดเห็น