akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 27 ไร้ความปรานี

ชื่อตอน : บทที่ 27 ไร้ความปรานี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 82.4k

ความคิดเห็น : 117

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2558 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27 ไร้ความปรานี
แบบอักษร

27

ไร้ความปรานี

 

        หลังจากวันที่ผมได้รับข้อความนั่น นี่มันก็ผ่านมาจะสองวันแล้ว ผมไม่มีสมาธิในการทำงานเลย ในหัวของผมมันว้าวุ่นไปหมด

 

 

        เพล้ง!

 

 

        “กวาง!

 

 

        คุณเสือดูเหมือนจะตกใจที่เห็นผมปัดแก้วบนโต๊ะแตก ผมไม่ได้ตั้งใจ มือมันพลาดไปโดนเองในขณะที่ผมจะลุกออกจากโต๊ะ

 

 

        “ไม่ต้องทำหรอก เดี๋ยวฉันเรียกแม่บ้านมาเก็บ”

 

 

        เขาบอกกับผม ในขณะที่ผมกำลังจะก้มเก็บเศษแก้ว

 

 

        “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเก็บเองก็ได้ครับ”

 

 

        “อย่าดื้อสิกวาง เดี๋ยวมันบาดมือขึ้นมาจะทำยังไง”

 

 

        “แค่นี้เองครับ”

 

 

        สุดท้ายผมก็โดนเขามองด้วยสายตาดุๆ

 

 

        คุณเสือกำลังเป็นห่วงผม แต่สมองของผมตอนนี้ มันคิดอะไรไม่ออก ผมได้แต่เฝ้ารอการติดต่อกลับมาจากคนคนนั้น คนที่ลักพาตัวน้องชายของผมไป ผมอยากจะแจ้งตำรวจ แต่ผมก็กลัว กลัวว่าเขาจะทำอันตรายน้องผม เขาอาจจะลงมือฆ่าน้องผมจริงๆ ผมจะทำยังไงดี

 

 

        “สีหน้านายดูไม่ค่อยดีเลยนะ ไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำก่อนดีไหม?

 

        “ครับ”

 

 

        ผมเองก็รู้สึกแบบนั้น ผมอยากจะร้องไห้ เมื่อคืนผมก็นอนไม่หลับ เพราะในหัวมันกังวลไปหมด ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง

 

        กึก..

 

        ในห้องน้ำเป็นพื้นที่ส่วนตัว ผมปิดฝาชักโครก แล้วย่อกายนั่งลง

 

        “อึก!!!

 

        เจ็บ…..อยู่ๆมันก็เจ็บร้าวที่อก จนผมต้องใช้มือกุมอกตัวเอง

 

        “ฮึก...อึก”

 

        มันทรมาน ทรมานจนทำไม่รู้จะทำยังไง

 

        “แคก แคก แคก”

 

        ผมไอออกมา จนต้องยกมือปิดปาก ผมกลัวเสียงตัวเองจะออกไปข้างนอก

 

        “เลือด….เลือด”

 

        ทำไมผมไอเป็นเลือดอีกแล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้ ผมจะเป็นอะไรไม่ได้ ผมจะต้องไปช่วยแคท

 

        แรงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง สร้างความร้อนรนให้กับผม ผมรีบหยิบมันขึ้นมาเปิดดู เพราะคิดว่าอาจจะเป็นข้อความของคนคนนั้นที่ลักพาตัวน้องชายผมไป

 

        “แคท

 

        นี่เป็นรอยยิ้มแรกในรอบสองวัน ข้อความที่ผมเห็นคือสถานที่ที่เขานัดผมให้ไปรับตัวน้องชาย เขายังปลอดภัยดี คืนนี้หนึ่งทุ่ม ผมต้องไปหาเขา เพื่อรับตัวเขากลับ ถ้าผมไม่ออกจากบริษัทก่อนเวลา ผมอาจจะไปไม่ทันแล้วก็ไม่มีอะไรรับรองความปลอดภัยของน้องชายผมด้วย

 

        ถึงคุณเสือจะเป็นคนรักของผม แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ มันดูเป็นเรื่องอันตราย และผมก็ไม่อยากจะรบกวนเขา

 

        ซ่า

 

        ผมเปิดน้ำล้างมือที่เปื้อนเลือดให้สะอาด ผมหยุดไอแล้ว  อาการที่เจ็บหน้าอก เมื่อเวลาผ่านไปสักพักมันก็เริ่มทุเลาลง

 

        ก๊อกๆๆๆ

 

        “กวางเป็นอะไรหรือเปล่า นายหายเข้าไปในห้องน้ำนานไปแล้วนะ”

 

        ผมหายเข้ามานานจริงๆ คุณเสือคงจะสงสัย ผมต้องรีบออกไป

 

        แกร็ก

 

        “ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ แค่รู้สึกเพลียๆเท่านั้นเองครับ”

 

        “ถ้าไม่สบายก็บอกฉันสิ”

 

        ผมก้มมองมือใหญ่ที่จับมือผมไปกุม ถึงคนที่พูดจะมีสีหน้าดุดัน แต่ผมรู้ดีว่าคุณเสือเป็นคนอ่อนโยน

 

        “คุณเสือครับ”

 

        ผมอยากร้องไห้ ผมทรมานจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของน้องชาย

 

        “ผมขอกอดคุณเสือได้ไหมครับ

 

        ผมไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว ผมมีแค่แคทเท่านั้น ผมอยากขอใครสักคนให้ผมได้พึ่งพิง

 

        “ทำไมถึงถามแบบนี้นายเป็นเมียฉันนะ ทำไมจะกอดไม่ได้”

 

        เขาไม่พูดเปล่า แต่รั้งตัวผมเข้าไปกอด ผมสวมกอดคุณเสือตอบ ซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง

 

        ผมพยายามเข้มแข็ง แต่มันช่างยากจริงๆ ผมเหนื่อย และผมก็ท้อ ผมอยากร้องไห้ แต่ผมก็ไม่อยากให้เขารู้ว่าผมกำลังมีปัญหา ผมกลัวว่าถ้าเขารู้ แคทจะไม่ปลอดภัย

 

        อกอุ่นๆของคุณเสือทำให้ผมรู้สึกสบายใจ

 

        “คุณเสือครับ วันนี้ผมขอกลับก่อนได้ไหมครับ?

 

        “หืม? มีอะไรหรือเปล่า”

 

        “ผมรู้สึกเพลียๆน่ะครับ อยากกลับไปพักก่อน คุณเสือจะว่าอะไรหรือเปล่าครับ”

 

        เงยหน้าขึ้นไปถามเขา สีหน้าคุณเสือดูเป็นห่วงผม

 

        “ถ้าไม่ไหวก็นอนพักที่นี่ก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง”

 

        “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับเองดีกว่า”

 

 

        “กวาง

 

        คุณเสือเหมือนกำลังจะดุผม ที่ผมเหมือนไม่ยอมรับความเป็นห่วงของเขา แต่ผมจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าผมไม่ได้จะกลับบ้าน แต่กำลังจะไปสถานที่ที่ใครคนนั้นเขานัดผมเอาไว้

 

        “นะครับคุณเสือ ผมไม่อยากรบกวน อีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานด้วย แค่นี้ผมกลับเองได้ครับ”

 

        ผมแนบหน้าไปกับอกของเขา ผมกำลังอ้อนเขา ผมได้ยินเสียงเขาถอนหายใจ

 

        “จะเอาอย่างนั้นจริงๆสินะกวาง”

 

        “ครับให้ผมไปนะครับ”

 

        “เฮ้อ ยังไงก็จะกลับเองใช่ไหม”

 

        “ครับ”

 

        “ฉันคงห้ามไม่ได้สินะ ถ้าทำหน้าดุใส่แล้วจะห้ามได้หรือเปล่าล่ะ?

 

        ผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา ระบายยิ้มน้อยๆ

 

        “ผมไม่กลัวคุณเสือหรอกครับ”

 

        พูดไปแล้วก็ส่งยิ้มให้ ผมเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตอนนี้ไม่ค่อยกลัวคุณเสือแล้ว แม้เขาจะทำหน้าดุก็ตาม นั่นอาจจะเป็นเพราะผมรู้ว่าเขาคงไม่ทำอะไรผม

 

        “หมั่นเขี้ยวจริงๆ”

 

        ไม่ว่าเปล่า แต่มือใหญ่นั่นก็เลื่อนมาบีบจมูกของผม

 

        “อย่าแกล้งผมสิครับคุณเสือ”

 

        ผมว่าพร้อมกับจับมือคุณเสือให้ออกห่าง คุณเสือก็ไม่ได้ทำหน้าไม่พอใจ แต่กลับยิ้มอ่อนโยนให้กับผม

 

        “โอเค ไม่แกล้งก็ได้”

 

        เขายอมผละมือออก ส่วนผมก็เดินไปเก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋า เพื่อเดินทางกลับ

 

        “อ๊ะ!

 

        อยู่ๆคุณเสือก็พุ่งเข้ามากอดผมทางด้านหลัง ใบหน้าหล่อคมวางเกยบนไหล่ของผม

 

        “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”  

 

        “ไม่รู้สิ ฉันรู้ไม่ค่อยสบายใจยังไงก็ไม่รู้”

 

        คงไม่ใช่คุณเสือที่รู้สึกไม่สบายใจ แต่อาจจะเป็นผมมากกว่า ความรู้สึกกังวลของผม อาจจะส่งไปถึงคุณเสือ ทำให้เขารับรู้หรือเปล่า

 

        “ไม่มีอะไรหรอกครับ”

 

        ผมจับมือเขา ทั้งๆที่พูดออกไปแบบนั้น แต่ผมเองกลับไม่มีความมั่นใจอะไรเลย ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

 

        “ผมรักคุณเสือนะครับ”

 

        อยู่ๆก็อยากพูดมันออกมา ราวกับกลัวว่าต่ออาจจะไม่ได้พูดมันอีกต่อไปแล้ว

 

        คุณเสือกระชับอ้อมกอดผม เสียงทุ้มที่ดังข้างใบหูมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนี้

 

        “ฉันก็รักนาย

       

-------+++++-------

 

        รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย นี่คือสถานที่ที่ผมกำลังตามหาจริงๆน่ะเหรอทั้งๆที่มันก็อยู่ใจกลางกรุงเทพ แต่บริเวณรอบๆไม่ต่างกับตึกร้าง

 

        ผมให้คนขับแท็กซี่ช่วยพามา ตอนนี้ก็เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว เขานัดผมไว้ตอนหนึ่งทุ่ม ผมเดินไปตามทางแคบๆ จนมาหยุดอยู่หน้าตึก ตึกหนึ่ง มันดูคล้ายๆอาพาทเม้นต์แต่ว่าสภาพของมันก็ดูโทรมพอสมควร ดูแล้วไม่น่าจะมีคนเช่าอยู่ที่นี่เลย

 

        ตึก ตึก

 

        ใจผมมันกำลังเต้นแรง หัวใจมันเหมือนจะหยุดเต้น นอกจากจะต้องกลัวเรื่องคนที่จับตัวน้องชายของผมแล้ว ผมยังต้องมากลัวสถานที่ที่ดูเร้นลับแบบนี้อีกเหรอเนี่ย

 

        ถ้ามีคนตายที่นี่ คงไม่มีใครรู้

 

        นี่ผมกำลังคิดบ้าอะไรอยู่ ไม่! ผมไม่ควรจะคิดอะไรแบบนั้น

 

        ชื่อสถานที่ และที่ตั้ง บ่งบอกว่าผมมาถูกแล้ว ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตึก ข้างในมันมืดสนิท ผมรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวขาไม่ออกเลย ตอนนี้รอบๆกายผมก็เริ่มจะเข้าสู่ความมืดแล้วด้วย

 

        พรึบ!

 

 

        แสงสว่างจากด้านใน ทำให้ผมแทบจะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยข้างมันก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความมืด

 

 

        ผมดันประตูกระจกเข้าไป ตอนนี้ผมได้เข้ามาอยู่ในตัวตึกแล้ว พอก้มมองนาฬิกา มันก็พอยังมีเวลาให้ผมได้เดินขึ้นไปชั้นสี่ ห้องที่เขานัด คือ401

 

 

        โชคดีที่ตามทางที่ผมเดินมีแสงสว่าง ทุกอย่างรอบๆตัวผมมันเงียบสงัด ทั้งๆที่มองไม่เห็นใคร แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนว่ามีคนจับตามองผมอยู่ทุกย่างก้าวที่เดินไป

 

 

        401…

 

 

        ในที่สุดผมก็มาถึง

 

 

        หัวใจของผมมันเต้นไม่หยุด น้องชายของผมอยู่ในนั้น เวลาตอนนี้ เหลืออีกเกือบยี่สิบนาทีถึงจะเป็นเวลา 1 ทุ่มตรง

 

 

        กึก กึก

 

 

        “ช่วยด้วย!!

 

 

        เสียงแคท!

 

 

        ปัง!!

 

 

        ผมไม่สนอะไรแล้ว ผมดันประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ในห้องมันมืดไปหมด แสงสว่างจากด้านนอกที่สาดเข้ามา พอทำให้ผมเห็นภายในลางๆ ผมพยายามเพ่งสายตามองหาสวิซต์ไฟ มันน่าจะอยู่ที่กำแพงใกล้ๆกับประตูห้อง

 

 

        แปะ!

 

 

        พรึบ!

 

 

        “แคท!!!

 

 

        ทันทีที่ภายในห้องสว่าง ผมก็เห็นร่างของน้องชายนั่งอยู่บนเก้าอี้ ผมรีบพุ่งตัวเข้าไปหาเขาทันที

 

 

        “แคท แคทเป็นยังไงบ้าง”

 

 

        ผมเข้าไปกอดเขา แคทตัวสั่นน้อยๆ

 

 

        “แคทไม่เป็นไรพี่กวาง พี่กวางรีบกลับไปเถอะ ที่นี่มันอันตราย พวกมันไม่ทำอะไรแคทหรอก ถ้ามันจะทำ มันคงทำไปนานแล้ว”

 

 

        แคทเด็ดเดี่ยวมากกว่าที่ผมคิด ทำไมผมจะไม่รู้ว่าน้องชายผมกำลังกลัว แต่ว่าเขาก็พยายามจะปกปิด

 

 

        “ไม่เป็นไรนะแคท พี่มาช่วยแคทแล้ว”

 

 

        โซ่เขาไม่ได้ถูกเชือกมัด แต่มันเป็นโซ่ แล้วผมจะช่วยเขายังไงดี  อีกอย่างโซ่มันก็มีกุญแจล็อกเอาไว้ด้วย

 

 

        ผมต้องหาลูกกุญแจมาไข แต่คนที่จับตัวแคทมาคงไม่ได้เอาลูกกุญแจทิ้งไว้ในนี้ บางทีผมควรจะต้องหาอะไรมาทำให้โซ่มันขาด แต่ก็ไม่แน่ว่าคนนั้นที่จับแคทมาอาจจะลืมลูกกุญแจไว้ในห้องนี้ก็ได้

 

 

        “หาอะไรอยู่ล่ะใช่นี่หรือเปล่า?

 

 

        เสียงทุ้มเย็นชาที่ดังจากด้านหลัง ทำให้ผมต้องรีบหันไปมองต้นเสียง

 

        !!!

 

        ชายตัวสูงใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าของผม….เขา

 

        “คะ คุณพอล”

 

        ไม่จริงทำไมคุณพอลถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วในมือของเขากำลังโชว์ลูกกุญแจให้ผมดู

 

        “ถ้าจำไม่ผิดฉันนัดตอน 1 ทุ่มไม่ใช่หรือไง?

 

        “นี่มันอะไรกันครับ ทำไมคุณถึงได้รู้เรื่องนี้ หรือว่าจริงๆแล้ว คุณคือคนที่ลักพาตัวน้องผมมา คุณทำแบบนี้ทำไมครับ คุณต้องการอะไรกันแน่”

 

        เขาไม่ตอบอะไรผม แต่เขาเดินเข้ามาในห้อง ผู้ติดตามของเขาก็เดินเข้ามาด้วย มีผู้ชายอีกสี่คนที่เดินตามเขามาที่นี่

 

        ผลัวะ!!!!

 

        หลังมือหนักๆนั่นฟาดลงมาที่แก้มของผม จนร่างของผมปลิวร่วงไปกองกับพื้น เขามือหนักมาก เขาไม่ได้ตบผมด้วยฝ่ามือ แต่ตบด้วยหลังมือ

 

        “ฉันเกลียดพวกที่ฝ่าฝืนคำสั่งของฉัน”

 

        ผมยกมือทาบแก้มตัวเอง แรงตบของเขาทำให้ผมปากแตก เขาตวัดสายตามองผมอย่างเย็นชา

 

        “คุณต้องการอะไรกันแน่ครับ ทำไมต้องจับตัวของน้องผมมาด้วย”

 

        “ความสะใจล่ะมั้ง”

 

        “อะไรนะครับ!

 

        “ในเมื่อคิดจะต่อต้านฉันชีวิตมันก็จะต้องเจอแต่ความเจ็บปวดและเจอจุดจบที่น่าสังเวช สองวันที่ฉันไม่ได้ติดต่อเรื่องของน้องชายดูจากหน้าของนาย คงไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยสินะ”

 

        จิตใจเขาทำด้วยอะไรทำไมถึงเย็นชาและโหดร้ายขนาดนี้    

 

        “ที่คุณไม่ติดต่อผมเลย เพราะอยากให้ทรมานและกระวนกระวายอย่างเหรอครับ”

 

        “หึ

 

        “แกมันไอ้ชั่ว ไอ้เลว แกมันปีศาจ!!

 

        แคทกร่นด่าคุณพอลอย่างรุนแรง

 

        !!!

 

        “อึก”

 

        “หุบปากของนายไปดีกว่า ถ้ายังไม่อยากสมองกระจาย”

 

        ร่างของผมมันสั่นไปหมด ผู้ติดตามของคุณพอลคนหนึ่งกำลังจ่อปืนอยู่ที่ขมับของแคท ผมเงยหน้ามองเขา เขาอาจจะโกรธผมที่ผมปฏิเสธเขา แต่การที่เขาทำแบบนี้กับผมและน้องชาย มันไม่มากไปหน่อยหรือไงกัน

 

        “ถ้าคุณโกรธผมที่ผมไม่รับความรู้สึกของคุณ ผมขอโทษจริงๆ”

 

        “ฉันไม่เคยคิดจะพิศวาสนายที่ยื่นข้อเสนอไปแบบนั้น เพราะว่าฉันเป็นพวกไม่ชอบเสียเปรียบใครก็เท่านั้นเอง”

 

        คนคนนี้น่ากลัวมากกว่าที่ผมคิดเขาเขาไม่มีหัวใจแน่ๆ

 

        ตุบ!

 

        สิ่งที่เขาโยนมาตรงหน้าผม

 

        วัตถุสีดำสิ่งที่ว่าปืนเขาโยนให้ผมทำไมกัน

 

        “ทำให้เรื่องมันจบกันดีกว่า”

 

        “คุณพอลหมายความว่ายังไงครับ!

 

        ปัง!

 

        ประตูห้องถูกปิด และมีคนยืนคุมราวกับไม่ให้ผมคิดจะหนีไปไหน

 

        “จะหันปลายกระบอกปืนใส่ฉันก็ได้นะแต่อย่าลืม ปืนอีกกระบอกก็จ่ออยู่ที่หัวของน้องนาย”

 

        “คุณพอลต้องการอะไรก็พูดมาสิครับ”

 

        ผมเห็นเขาเหยียดยิ้มเหมือนสมเพชผม สายตาเขามองปืนเพียงครู่เดียวแล้วก็มองหน้าผม

 

        “จบชีวิตตัวเองด้วยปืนกระบอกนั้นซะ”

 

        คำสั่งของเขาเหมือนสายฟ้าที่ผ่ากลางขั้วหัวใจของผม

 

        เขาเขาจะให้ผมยิงตัวตายอย่างนั้นเหรอ

 

        “แกบ้าไปแล้วหรือไง พวกเราไปให้ทำอะไรให้แก ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ทำไมต้องให้พี่ฉันยิงตัวตายด้วย อ๊อก!

 

        “อย่าทำอะไรนะแคทนะครับ!!!

 

        ผมร้องออกไปแทบจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยแคท เพราะเขาโดนคนที่จ่อปืนที่ขมับ ใช้แขนล็อกคอเอาไว้อย่างรุนแรง แต่คุณพอลก็มายืนขวางไว้

 

        “ได้โปรดเถอะครับคุณพอล อย่าทำอะไรแคทเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะนะครับนะครับ จะให้ผมก็กราบก็ได้ ฮึกผมขอโทษ ปล่อยพวกเราไปเถอะครับ”

 

        ผมกลัวจนต้องร้องไห้ออกมา ผมจะทำยังไงดี เขาคงไม่คิดจะให้ผมยิงตัวตายจริงๆหรอกใช่ไหม เขาคงไม่ได้ไร้ความปรานีจนสามารถมองคนตายไปต่อหน้าตาได้หรอก ถ้าผมขอความเมตตาจากเขา เขาอาจจะหายโกรธแล้วปล่อยผมกับน้องไปก็ได้

 

        “ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม..ว่าอย่ามาเรียกร้องหาความเมตตาจากฉันเพราะตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ไม่คิดจะมอบมันให้นายอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

 

    100%

22/8/58

   

       ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

 

            

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}