โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 5-7 No way!

คำค้น : วุ่นนักลักผิดตัว นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 5-7 No way!
แบบอักษร

ขณะที่คลาวเดียนขึ้นเครื่องบินส่วนตัว และรับเอกสารจากอเล็กซิส รวมถึงของกลางที่ริคาโด้ยื่นให้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับโบยุนลืมตาตื่นพอดี

…โชคดีไป คลาวเดียนไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว

แต่กลิ่นมัสค์ที่เป็นกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าตัวยังคงส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วห้อง จนต้องเอามือออกจากผ้าห่มมาขยี้ปลายจมูกเพราะฉุนกลิ่น ก่อนจะอ้าปากหาวและค่อยๆ ลุกจากเตียงนอน โบยุนคิดว่าอาการเมื่อยล้าไปทั้งตัวเป็นเพราะตัวเองนอนหลับนานไปก็เท่านั้น เขาร้องโอดโอยเบาๆ พลางใช้มือทุบลงบนส่วนที่ปวดเพื่อคลายอาการ

หลับยาวจนกลายเป็นฟ้าสว่างในเวลากลางวัน เพราะจำได้ว่าตอนตื่นขึ้นมาคุยกับคลาวเดียนยังเป็นแค่ช่วงเช้ามืดเท่านั้น นอนไปเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ โบยุนคิดพร้อมกับขมวดคิ้แล้ววค่อยๆ พาตัวเองลงมาจากเตียง

หลังจากเอามือกอดตัวเองที่ตัวสั่นจากลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าบนร่างกายไม่มีเสื้อผ้าอยู่เลยสักชิ้น นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ปราสาทหลังนี้คือจะถอดหรือใส่เสื้อผ้าคนอื่นตามใจชอบยังไงก็ได้งั้นเหรอ เขาลนลานมองรอบตัวเพื่อหาสักอย่างมาคลุมตัว ซึ่งมันมีเพียงผ้าขนหนูผืนบางถูกพาดไว้บนเก้าอี้เท่านั้น โบยุนจึงหยิบมาพันรอบตัวทันที ตั้งแต่เจอพวกมาเฟียมา ไม่มีวันไหนปกติ ไม่มีเรื่องไหนเป็นไปตามความคิดเลยสักอย่าง ไอ้บ้าคลาวเดียน เพราะนายคนเดียวเลย!

หันมองรอบห้องพลางกำมือทุบเอวที่ปวดร้าวทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ไปทำอะไรมา ห้องนี้ไม่ต่างจากห้องอื่นๆ ในบ้านจึงมีห้องน้ำอยู่ในตัวด้วยเช่นกัน โบยุนจึงค่อยๆ ปลดผ้าขนหนูออกและเดินเข้าไปในห้องน้ำ ด้วยความคิดที่ว่าหลังจากนี้ค่อยไปขอเสื้อผ้าจากเมดที่น่าจะเดินผ่านไปมาด้านนอก

โบยุนอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นกำลังพอดี แต่ก็ส่งเสียงร้องไม่ต่างกับคนวัยคุณลุงไปด้วยไม่หยุด ก่อนที่จะต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นตัวเองในกระจก เพราะทั้งใต้คาง ลำคอ ไหปลาร้า ทุกส่วนเต็มไปด้วยรอยแดงๆ เขากวาดตามองภาพสะท้อนบนกระจกอย่างเลิ่กลั่กกับรอยจ้ำบนจุดที่น่าหวาดเสียวว่าถึงสวมเชิ้ตก็ยังบังไม่มิด เดี๋ยวนะ…นี่… นี่คิสมาร์กเหรอ

“อ่า…”

… ชินโบยุน แกจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมเนี่ย

ถอนหายใจเสียงหนัก รู้สึกปวดหัวและอับอายที่ตัวเองจดจำช่วงเวลาที่อยู่กับคลาวเดียนไม่ได้เลย แกเอาชีวิตไปเสี่ยงกับมาเฟียด้วยการ… ได้ยังไงกัน โบยุนทึ้งผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง คนทึ่ม! โง่เง่า! บ้าไปแล้ว! และอีกหลายคำด่าเท่าที่โบยุนจะรู้จักล้วนถูกสบถออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยความเสียอกเสียใจ

รู้ทั้งรู้ว่าพอมาข้องเกี่ยวกับผู้ชายแล้วจะเป็นยังไง ก็ยังสร้างเรื่องยากจะลืมขึ้นมาอีกจนได้ แถมผู้ชายที่เข้ามาพัวพันด้วยครั้งนี้คือสุดยอดของความเป็นสุดยอดอย่างคลาวเดียนอีก ทั้งรูปร่าง หน้าตา แล้วไหนจะน้ำเสียง! ไม่มีตรงไหนที่ไม่ใช่สเปกของโบยุนเลยสักจุด ถ้าหากจะติดปัญหาก็คงเป็นเรื่องอาชีพกับนิสัยที่เรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ทีเดียว

ไม่เคยจะได้เจอกับผู้ชายปกติเลย มีแต่ผู้ชายแปลกประหลาดเหมือนเป็นโรคทั้งนั้น

บ้าไปแล้ว ฉันบ้าไปแล้ว ไปพัวพันกับมาเฟียได้ยังไงกัน!

โบยุนสาปส่งความโง่เง่าของตัวเองอยู่ใต้สายน้ำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อคิดได้ว่าถ้าตัวเองทำอะไรแบบนั้นกับคลาวเดียน อาการปวดเมื่อยตัวก็คงเป็นเพราะอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน โบยุนจังรีบสำรวจบนร่างกายอย่างรวดเร็ว ดูซ้ำๆ ว่ายังมีร่องรอยอื่นๆ ที่เขายังไม่เห็นอีกหรือไม่ กวาดตามองบนตัวหาทั้งคิสมาร์ค รอยฟัน รอยแผลเล็กๆ จนกระทั่งหยุดสายตาลงที่นิ้วเท้า

นิ้วโป้ง มี…มีรอยฟันอยู่บนนิ้วโป้งเท้า

เขารีบยกเท้าขึ้นวางบนขอบอ่างอาบน้ำ แล้วจ้องนิ้วเท้าเจ้าปัญหาจนตาแทบถลน

นี่มันรอยฟันคนไม่มีผิด พระเจ้า ไอ้บ้าที่ไหนกัน… แต่ดูคิดแล้วยังไงก็คงไม่พ้นคลาวเดียน เท่าที่นึกได้ก็มีแค่คลาวเดียนคนเดียวเท่านั้นที่จะกัดจนเกิดรอยทิ้งไว้แบบนี้ได้!

“อ๊ากก!”

โบยุนยกทั้งสองมือขยี้และทึ้งหนังหัวตัวเอง ไอ้บ้าคลาวเดียน ริโอ เอลเลนิก!

เขาตะโกนลั่นห้องอาบน้ำ ก่อนจะโยนทุกอย่างที่มือคว้าได้ ทั้งสบู่ ทั้งอะไรต่ออะไรลงอ่างอาบน้ำที่เปิดน้ำรองไว้เต็มจนเกิดเสียงดังไปทั่ว จากนั้นก็สัญญากับตัวเองด้วยน้ำตาว่าจะเลิกเหล้า และยอมเป็นคนบ้าหากดื่มน้ำเมาอีกครั้ง

หลังจากอาบน้ำทั้งที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองก็แปรงฟันปิดท้าย ทว่ากลับรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในช่องปาก โบยุนก็เลยไปเช็กสภาพภายในปากตัวเองหน้ากระจก แล้วก็ต้องแผดเสียงประหลาดอีกรอบเมื่อพบว่าลิ้มกับริมฝีปากก็โดนกัดไปหมด

ใช้เวลากว่าชั่วโมงในการอาบน้ำอย่างยากเย็น ถึงได้พาตัวเองออกมาพร้อมกับพันผ้าขนหนูไว้อีกครั้ง ไอ้บ้า ไอ้บ้าเอ๊ย โบยุนคิดในหัวว่าชาติก่อนเขาต้องขายแผ่นดินหรืออวกาศไปแน่ ก่อนจะแง้มประตูห้องออกเป็นช่องเล็กเท่าลูกตา มีเมดยืนรออยู่หน้าห้องตามคาดโดยในมือเธอมีเสื้อเชิ้ตและกางเกงตัวคุ้นตา โบยุนจึงทักทาย “ไฮ!” ด้วยน้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาตินัก อีกฝ่ายก็ตอบรับด้วยการพูดว่าตัวเองมารออยู่แล้วพร้อมรอยยิ้ม แม้จะดูตกใจกับการทักทายแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงก่อนก็ตาม

“ขะ…ขอบคุณครับ”

หลังจากรับเสื้อผ้าจากเธอ โบยุนก็หันตัวเข้าห้องอย่างรวดเร็ว เขาสวมเสื้อผ้าทีละชิ้นพร้อมความคิดในหัวว่าจะต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้ เพราะไม่รู้คลาวเดียนจะโผล่มาอีกตอนไหน ไม่รู้จะมาฆ่าเขาเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อยากกลับบ้านไปทำงานหรือไม่ก็นอนหลับให้สนิทและลืมเรื่องทุกอย่างไปซะ

โบยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือยังอยู่ในกระเป๋ากางเกงครบ เขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็กทันที เบอร์ตำรวจอิตาลีคือเบอร์อะไรนะ คิดพลางตั้งใจจะกดเบอร์ฉุกเฉิน แต่หลังจากเห็นข้อความเตือนหลายข้อความ ก็ต้องเปลี่ยนความคิดว่าต้องจัดการกับเบอร์ที่ไม่ได้รับสายก่อน

เบอร์ไม่รู้จักสิบสาย พ่อกับแม่สามสาย บริษัทเพลงสิบห้าสาย จากอเมริกาอีกสองสาย โทรมากันเยอะนะเนี่ย โบยุนพูดกับตัวเองเบาๆ และเริ่มด้วยการลบเบอร์ไม่รู้จัก จากนั้นก็โทรกลับไปหาสายจากอเมริกาเป็นสายแรก

พอสำรวจจนแน่ใจแล้วว่าเสื้อผ้าเขาไม่ต่างจากตอนใส่มา โบยุนก็ออกจากห้องและเดินตามหลังเมดที่รออยู่หน้าห้องก่อนแล้ว พร้อมกับรีบพูดคุยเรื่องงาน ทั้งยอดขาย ร้านขาย และอื่นๆ ด้วยภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ไปด้วย โบยุนแอบมองเมดเดินนำตัวเอง เพราะปลายสายจากอเมริกาเริ่มชวนคุยเรื่องนู้นนี้ด้วยความสนุกสนาน เขาจึงเลือกจะตัดบทว่าเดี๋ยวโทรกลับไปหาใหม่อีกครั้งแทนก่อนจะวางสาย

ใช้เวลาไม่นานนัก อีกฝ่ายก็นำทางโบยุนมายังสถานที่ที่คุ้นเคย และโชคดีที่คลาวเดียนไม่อยู่ในห้องอาหาร มีเพียงโบรี วิเวียนและริกเท่านั้นนั่งอยู่ด้วยกัน เมดจึงโค้งคำนับเป็นการลาเมื่อเธอได้นำทางโบยุนมาถึงที่หมายเรียบร้อย เมื่อเห็นโบยุน โบรีก็ทำหน้าบึ้งเล็กน้อยก่อนจะสั่งให้รีบนั่ง และโบยุนที่ดูออกว่าน้องสาวตัวเองกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างก็รีบนั่งลงบนเก้าอี้ว่างตามคำสั่งทันที

“โบยุน จะไปแล้วจริงๆ เหรอ”

“ครับ?”

“โบรีบอกว่าหลังทานอาหารเสร็จ จะกลับไปที่บ้านนาย”

“อ่า ใช่ครับ”

พอโบยุนนั่งลงเรียบร้อย ริกก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้าๆ จากฝั่งตรงข้าม 

เขารีบตอบรับแม้ยังไม่เข้าใจกับคำพูดเท่าไหร่นัก เพราะเห็นโบรีพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ และถึงจะไม่เข้าใจ แต่ยังไงเขาก็อยากกลับบ้านอยู่แล้วจนอดหลุดยิ้มออกมาไม่ได้

“เสียดายจัง โบยุนอยู่ด้วยแล้วสนุกอะ”

โบยุนที่ไม่รู้สึกสนุกด้วยสักนิดมองเห็นริกทำตาตกอย่างเศร้าใจ ซึ่งไม่เข้ากับหน้าโหดเหี้ยมของเจ้าตัวเลยจริงๆ ทว่าพอเห็นอย่างนั้นเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ แต่ก็ทำเพียงแค่พยายามเมินเฉยมามองเมดเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องอาหารแทน

ตรงหน้าโบรีกับวิเวียนมีเพียงสลัดและสปาเก็ตตี้ เป็นอาหารเบาๆ เหมาะกับหญิงสาวอย่างพวกเธอ ต่างจากมื้อใหญ่อันโหดร้ายของพวกมาเฟีย โบยุนจึงคาดหวังว่าตัวเอจะได้รับอาหารเบาๆ พอดีท้องอิ่ม เพราะเขาก็ทานน้อยไม่ต่างจากพวกเธอเช่นกัน มีความหวังจนกระทั่งเมดวางสเต็กลงตรงหน้า

เมื่อมองเห็นอาหารตรงหน้าโบยุนก็เผลอสบถภาษาเกาหลีคุ้นปากออกมาอย่างไม่รูตัว เหงื่อตกเพราะความใหญ่โตและหรูหราของชิ้นเนื้อที่ใหญ่จนเหมือนจะให้เขากินทดแทนช่วงเวลาที่ไม่เคยกินเนื้อมาก่อน และมันทำให้แทบหมดความอยากอาหาร

เมดที่กลัวว่าโบยุนอาจจะไม่อิ่มหากมีเพียงแค่เท่านี้ ก็ยังวางซุปครีมชีสและสปาเกตตี้กุ้งสดตามลงมาข้างๆ สเต็ก ปิดท้ายด้วยโซดาฟองฟุ้ง ก่อนจะยิ้มเล็กๆ ให้เขาแล้วเดินไปจากห้องอาหาร

ระหว่างถือมีดและส้อมด้วยความคิดที่ว่าควรจะลงมือกินเลยดีหรือไม่ โบยุนก็มองริกที่นั่งอยู่ตรงข้ามและดื่มอย่างอื่นแทนไวน์เนื่องจากร่วมโต๊ะกับสุภาพสตรี เมื่อรู้สึกถึงสายตาโบยุน ริกจึงหัวเราะเบาๆ แล้วพูดขึ้นมาว่ากินเหลือก็ได้ จากนั้นก็ยกแก้วชิดริมฝีปากอีกครั้ง โบยุนเลยจิ้มมีดกับส้อมลงบนเนื้อชิ้นนั้นอย่างรุนแรง และเริ่มหั่นสเต็กพร้อมความคิดขอบคุณอย่างประชดประชัน

เพราะกบัวว่าโบรีจะระแคะระคาย ริกจึงไม่ได้ใส่สูทเหมือนทุกครั้ง คนขี้ร้อนอย่างริกที่มักจะพับแขนเสื้อขึ้นอยู่เสมอ วันนี้อีกฝ่ายกลับสวมนิตติ้งคอเต่าตัวบางที่ปิดจนกระทั่งถึงลำคอใต้คาง

ริกชอบใส่สูทเพื่อแสดงความยอดเยี่ยมของมาเฟียอยู่เสมอ ทว่าวันนี้กลับดูแตกต่าง เพราะอีกฝ่ายแต่งตัวสบายๆ เหมือนผู้ชายอิตาลีที่เจอได้ตามท้องถนนทั่วไป โบยุนยัดชิ้นสเต๊กเข้าปากพลางมองภาพริกรินน้ำผลไม้และส่งทิชชู่ให้โบรีอย่างไม่ขัดเขิน จนเขาสงสัยในความเป็นสุภาพบุรุษของเจ้าตัว

และหลังจากนั้นโบรีก็เริ่มชวนริกพูดคุยก่อน ทำให้โบยุนคิดสงสัยว่าความจริงริกอาจจะเป็นคนเจ้าชู้… แต่พอนึกถึงนิ้วมือที่เต็มไปด้วยรอยสักก็คิดว่ามันคงไม่น่าเป็นไปได้ จากนั้นก็จบด้วยการหยุดทานอาหารเพราะความอิ่ม แม้ปริมาณจะเหลือเกินกว่าครึ่งจากที่เมดเตรียมไว้ให้

ถึงวิเวียนจะรู้สึกเสียดายเพราะโบรีบอกว่าตัวเองต้องกลับไปเรียนแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยอมปล่อยให้กลับไปเท่านั้น แต่เธอก็ย้ำว่าต้องติดต่อมาตลอดและอย่าลืมกลับมาเที่ยวอีก ซึ่งโบรีก็ตอบรับคำพูดนั้นเป็นอย่างดี

โบยุนมองทั้งคู่ลากันอยู่ห่างๆ ก่อนจะเห็นริกถือกระเป๋าเดินทางของโบรีออกมาให้ ริกมีภาพลักษณ์เย็นชาดูไม่แคร์ว่าใครจะเป็นจะตาย แต่กลับถือกระเป๋าอย่างทะนุถนอมไม่ให้สัมผัสโดนพื้น ไม่ยอมให้เศษดินได้มีโอกาสขึ้นมาติด จากนั้นก็ยกมันใส่ท้ายรถและปิดประตูลงเบาๆ นิสัยต่างจากภาพลักษณ์ภายนอกซะเหลือเกิน

การร่ำลาส่งท้ายระหว่างโบรีและวิเวียนผู้เศร้าสร้อยก็จบลงเมื่อริกบอกให้พวกเขาขึ้นรถ โบยุนกับโบรีขึ้นนั่งบนรถในตำแหน่งข้างคนขับและเบาะหลังตามลำดับ และริกก็ออกเดินทางทันทีหลังจากเห็นว่าทั้งโบยุนและโบรีคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว ไชโย! ในที่สุดเขาก็ได้ออกจากรังมาเฟียสักที

โบรีพิงเบาะเตรียมหลับตาพักและบอกทิ้งไว้ว่าให้ปลุกด้วยหากถึงบ้าน เพราะเธอคุยกับวิเวียนจนกระทั่งถึงช่วงเช้า โบยุนมองหน้าริกเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ผิวปากเหมือนทุกวัน

“หน้าฉันมีอะไรติดเหรอ”

“ปะ…เปล่าครับ”

“ฉันเพิ่งเคยพูดถึงเรื่องนี้…”

ริกขับรถสบายๆ ผ่านท้องถนน ก่อนจะเริ่มพูดขึ้นหลังเหลือบมองทางโบยุน กลิ่นจากริกเย็นสบายเหมือนท้องทะเล ต่างจากกลิ่นมัสค์ของคลาวเดียน

“โบยุนมีบรรยากาศแตกต่างกับคนอื่น”

“ครับ?”

“จะว่าไงดี ดูเหมือนคนแก่ แบบต่างจากหน้าตากับอายุประมาณนั้นมั้ง”

อะไรกันเนี่ย… โบยุนยกมือขึ้นจับสำรวจใบหน้าตัวเอง เมื่อเห็นว่าริกหัวเราะคิกๆ หลังจากพูดจบ คนแก่เหรอ คนสมัยนี้นี่ใช้ทั้งหน้าตา ทั้งความคิดหลอกคนได้จริงๆ

“อืม อธิบายยังไงดี นายทำเหมือนพรุ่งนี้ตัวเองจะต้องตายอะ”

โรลส์รอยซ์ยังคงเคลื่อนตัวเงียบๆ แม้ริกจะขับอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ได้ยินชัดเจนแม้กระทั่งเสียงลมหายใจและเสียงบังคับพวงมาลัยของริก

“ทำให้ฉันรู้สึกอยากปกป้อง อะไรแบบนั้นมั้ง”

“ฮ่าๆ”

ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันจะรับการปกป้องจากผู้ชายไปทำไม

โบยุนขำแห้งออกมาไม่รู้ตัวพลางเอียงศีรษะพิงหน้าต่างรถเอาไว้ เขายังมั่นใจความแข็งแรงของร่างกายตัวเองอยู่ ทั้งอดข้าวอดนอนได้เสมอเวลาทำงานต่อเนื่องหลายคืน แล้วมันก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยขนาดนั้น ถ้ามีเวลาก็มักจะไปออกกำลังกาย หรือไม่ก็เรียนทำอาหารจากแม่อีกด้วย

“พอจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเดียนถึงทำดีกับนาย”

ถ้ามาทำดีด้วยอีกครั้ง ชีวิตเขาคงไม่เหลือลมหายใจอีกต่อไปแน่

โบยุนหัวเราะเสียงสั่นกับคำพูดยากจะเข้าใจความหมายของริก มาเฟียมาทำดีด้วยนั่นก็เรื่องนึง แต่ก็ไม่ใช่ไม่รู้ว่าพวกเขาได้เงินมาจากเรื่องไม่ดีทั้งนั้น แล้วที่มาทำดีด้วยเนี่ย ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล พวกคนเลว

ภาพรอยฟันบนนิ้วโป้งเท้ายังชัดเจนในสมอง คลาวเดียนคิดบ้าอะไรทำไมถึงกัดนิ้วเท้า เลือดจะคั่งเหมือนพวกรอยจ้ำใต้เสื้อเชิ้ตนี่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไอคนนิสัยไม่ดี! ตัวเองก็ไม่ใช่เกย์ แล้วจะยังมาทำอะไรแบบนี้กับเขาอีก!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น