ฝุ่น ละออง

สวัสดีค่ะ ฝุ่นเพิ่งจะเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ถูกผิดตรงไหนก็ขออภัยนะคะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ😊

บทที่2 เจ้าสาว 1

ชื่อตอน : บทที่2 เจ้าสาว 1

คำค้น : อ่านฟรี , มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 104

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2562 01:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 เจ้าสาว 1
แบบอักษร

แสงสว่างจากดวงไฟสาดเข้าดวงตาฉันจนต้องกระพริบตาถี่ ฉันหลับตาลงภาพของผู้ชายที่นอนเคียงข้างก็ฉายชัดขึ้นจนฉันต้องลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่ฉันคิดว่าเป็นเพียงความฝันนั้นมันไม่ใช่อย่างที่คิดนี่เขามานอนข้างๆฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกตัว เมื่อฉันเรียบเรียงสติได้ก็รีบลุกออกจากเตียงแต่ก็มีมือเรียวยาวจับแขนฉันเอาไว้ ตาของพี่เสือยังปิดอยู่แต่มือเขาไวมากที่จับแขนฉันทัน

"เธอจะไปไหน"ฉันพยายามดึงแขนออกแต่มันก็ไม่สำเร็จแรงจับที่แน่นมากพอแต่ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บเหมือนแต่ก่อน

"พี่เสือปล่อยแขนขิงนะ"เขาคิดจะแกล้งอะไรฉันแต่เช้าเนี่ย

"ไม่ลงมานอนเดี๋ยวนี้"เขาไม่ยอมปล่อยแล้วยังพยายามดึงฉันให้ล้มตัวลงนอน

"ปล่อยขิงเดี๋ยวนี้นะพี่เสือ ขิงจะอวก"เขารีบลุกขึ้นนั่งแล้วปล่อยแขนฉันออก พอฉันได้จังหวะฉันรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ

ไม่รู้ว่าฉันไปเอาคำโกหกมาจากไหนแต่หัวของฉันที่มันแทบจะระเบิดมันสั่งฉันแบบนั้น ฉันมองตัวเองผ่านกระจกสภาพนี้ออกไปไหนไม่ได้เลยนะขิงเอ้ย นี่เธอลืมดูแลตัวเองเกินไปแล้วนะรอยคล้ำที่ตาเริ่มชัดเจนขึ้นอีกหน่อยเธอจะได้เป็นเพื่อนหลินปิงแน่ๆ

ก๊อกๆๆๆ เสียงเคาะประตูดังถี่ ฉันไม่ยอมเปิดออกไปยังไม่อยากเจอหน้าของเขาด้วยซ้ำเกลียดเหลือเกินกับการกระทำของเขาฉันพยายามทำดีกับเขามาตลอด พยายามอยู่ในที่ของตัวเองไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเขา แต่วันนั้นที่ฉันพลาดเองที่ดันไปเสนอหน้าไปช่วยเขาไว้เพราะกลัวว่าภาพลักษณ์ของเขาจะเสียหายแล้วดูสิ่งตอบแทนที่ฉันได้รับสิ่งน่าผิดหวังสิ้นดี

"ขิงเปิดประตูเธอเข้าไปนานแล้วนะ"เขายังร้องเรียกและเคาะประตูอยู่อย่างนั้น

"ตอบฉันหน่อยเป็นอะไรหรือเปล่า"ฉันงงกับพฤติกรรมของเขาเหลือเกินจู่ๆก็มาทำดีกับฉัน หรืออยากชดใช้ความผิดที่ทำกับฉัน

ฉันเดินไปหน้าห้องน้ำได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรกำลังทุปประตูอยู่ ฉันเลยรีบเปิดออกไปดูก็พบว่าเขาถือค้อนและกำลังจะทุบประตูอีกรอบ

"พี่เสือทำบ้าอะไรเนี่ย"

"ฉันตกใจหมดนึกว่าเธอเป็นอะไรไป"เขากอดฉันไว้แน่นจนหายใจไม่ออก อะไรของเขาเนี่ยมากอดฉันทำไม ฉันผลักเขาออก

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร"เขามองหน้าฉันแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนทุกครั้ง

"ก็ดี"พูดเสร็จก็เดินถือค้อนออกไปนี่ฉันผิดอีกแล้วสินะ

จมูกของฉันสัมผัสกับกลิ่นของข้าวต้มและน้ำส้มคั้นที่ว่างอยู่บนโต๊ะกินข้าวโพสอิทที่ว่างแนบข้างฉันหยิบมันขึ้นมาอ่าน {ทานเยอะๆนะครับคุณขิงจะได้กลับมาเป็นเลขาให้คุณเสือเร็วๆ} รอยยิ้มบางๆระบายบนหน้าฉันไม่อยากเชื่อว่าคนแข็งทื่ออย่างนายธันจะบอกฉันแบบนั้น มันอเมซิ่งมากสำหรับฉันเพราะตั้งแต่รู้จักเขามาท่าทางวางมาดขี้เกร็กเหมือนเจ้านายไม่มีผิด

ฉันตักข้าวต้มเข้าปากรสชาติที่ดูแย่กว่าทุกครั้งอาจเพราะฉันมีไข้เล็กน้อยล่ะมั้งถึงได้รู้สึกขมปาก ทานได้ไม่กี่คำฉันก็วางช้อนลงวันนี้ฉันมีนัดกับน้องๆที่บ้านเด็กกำพร้า ถึงแม่ว่าฉันจะได้มาเป็นลูกสาวของนายแม่แต่ฉันก็ไม่ลืมว่าฉันเคยมาจากไหนที่นั่นคือบ้านอีกหลังของฉัน

วันนี้ฉันมีคนถือของด้วยปกติฉันจะมาที่นี่คนเดียวแต่พอดีพี่เขาโทรมาหาฉันพอดีเลยได้รับหน้าที่ถือถุงตุ๊กตา

"เด็กๆคงจะดีใจมากที่เราเอาขนมและก็ตุ๊กตามาให้เขา"พี่เหยี่ยวพูดแล้วยกถุงตุ๊กตาขึ้นมาดู

"เรื่องดีใจก็ดีใจอยู่หรอกค่ะที่นานๆจะมีคนเอาของมาให้"สีหน้าของฉันเริ่มเปลี่ยน

"แต่เขาจะดีใจกว่านี้ถ้าพ่อและแม่ที่แท้จริงของพวกเขามารับไปอยู่ด้วย"พี่เหยี่ยวหันมามองหน้าฉันแล้วลูปหัวของฉันเบาๆ สัมผัสอบอุ่นทำให้ฉันรีบกลับมาร่าเริ่งแล้วลืมเรื่องอดีตเพื่อให้คนข้างๆฉันไม่ต้องเป็นห่วง

"เรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะครูณีกับเด็กๆรอเราอยู่"ฉันพยักหน้าแล้วเดินตามพี่เหยี่ยวไป ดูเหมือนพี่เหยี่ยวจะมีความสุขกับการทำบุญครั้งนี้

ครูณีและเด็กๆต้อนรับเราอย่างอบอุ่นวันนี้ฉันตั้งใจจะมาเล่านิทานให้พวกน้องฟังด้วย ฉันจำวันที่มีคนมาเล่านิทานหรือหากิจกรรมให้ทำมันมีความสุขแค่ไหนเพราะช่วงเวลานั้นมันทำให้ฉันลืมเรื่องที่ถูกนำมาทิ้งไว้ที่นี่ พี่เหยี่ยวเดินเอาตุ๊กตาไปวางไว้ที่โต๊ะตามมาด้วยลูกน้องอีกห้าคนที่ช่วยกันหิ้วขนมและตุ๊กตาเข้ามาด้วย ทั้งพี่เหยี่ยวและลูกน้องต่างก็พากันยิ้มอย่างมีความสุขเพราะเด็กๆที่นี่น่ารักพวกเราถูกปลูกฝังจากครูณีว่าการอ่อนน้อมถ่อมตนจะมีแต่คนรัก

"เด็กๆมารวมตัวกันตรงนี้เร็ว วันนี้เราจะมีกิจกรรมสนุกๆเล่นด้วยนะ"ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปหาครูณี

"พี่ว่าเราต้องเพิ่มพลังกันด้วยขนมจริงไหม"

"จริงครับ/จริงค่ะ"

"รีบต่อแถวให้เป็นระเบียบเร็ว ใครถึงก่อนได้ทานก่อนนะคะ"เด็กๆรีบต่อแถวกันอย่างสนุกพี่ที่มีอายุมากกว่าจะยอมให้น้องก่อนฉันเห็นแล้วก็หุบยิ้มไม่ได้ทำให้คนรอข้างได้รับพลังบวกไปด้วย

"น้องๆอยากมีพี่สาวและพี่ชายกันไหม"

"อยากครับ/อยากค่ะ"พี่เหยี่ยวหันมายิ้มให้ฉัน

"นี่พี่เหยี่ยวจะเป็นพี่ชายให้พวกน้อง และนี่พี่ขิงจะเป็นพี่สาวของน้องๆเองนะ"

"เย้ๆๆๆๆ"เสียงตะโกนดีใจของเด็กๆทำฉันยิ้มจนตาหยี

"ไหนใครอยากกอดพี่ชายและพี่สาวบ้างเอ่ย"ทุกคนยกมือ

"ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาเลย"พอพี่เหยี่ยวพูดจบเด็กก็วิ่งเข้ามากอดพวกเรา เสียงชัตเตอร์ดังถี่ครูณีเป็นคนถ่ายรูปน่าประทับใจเอาไว้

ตอนนี้ฉันกับพี่เหยี่ยวนั้งบนเก้าอี้โดยมีเด็กๆนั่งรอฟังนิทานจากฉันอยู่ ฉันเคยอ่านนิทานสอนใจของคนหนึ่งผ่านอินเทอร์เน็ตชื่อเรื่องว่า พระจันทร์ตกน้ำ ฉันเลยอยากเล่าให้ทุกคนฟัง

"พี่อยากให้น้องทุกคนตั้งสมาธิและฟังเรื่องที่พี่จะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้มีชื่อว่าพระจันทร์ตกน้ำ"

กาละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

มีพระจันทร์และพระอาทิตย์บนท้องฟ้า พระอาทิตย์เป็นพี่ของพระจันทร์ทั้งสองรักกันดี จนอยู่มาวันหนึ่งพระจันทร์เริ่มเบื่อขึ้นมาเพราะเจอแต่อะไรเดิมๆ จนถามพี่พระอาทิตย์ว่า

{พี่อาทิตย์เบื่อบ้างไหมที่วันๆไม่เจออะไรเลย} พี่อาทิตย์จึงตอบกลับว่า

{พี่ไม่เบื่อเพราะพี่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด} เมื่อน้องพระจันทร์ได้ฟังก็ยังรู้สึกเบื่อเหมือนเดิม แล้ววันหนึ่งพระจันทร์มองเห็นแสงของตัวเองที่กระทบกับน้ำเลยตัดสินใจดำลงไปใต้ทะเล พระจันทร์มองเห็นพวกสัตว์ทะเลจนตื่นเต้น พระจันทร์ทำแบบนี้ทุกวันจนวันหนึ่ง พระจันทร์ถูกมนุษย์ด่าไล่เพราะไม่ส่องแสงสว่างบนท้องฟ้า พระจันทร์เสียใจมากเพราะแสงจากตัวเริ่มลดลงเรื่อยๆเมื่อเจอกับน้ำและเสียใจที่โดนด่าทอทุกๆวัน

{ผมไม่ไหวแล้วพี่อาทิตย์ผมจะไปอยู่ในที่ๆผมควรอยู่ ผมไม่อยากโดนด่าทุกวัน}

{น้องพระจันทร์ทำไมเจ้าถึงตัวดับแสงลงไม่ใช่เพราะน้องซุกซนดำน้ำลงไปเล่นจนลืมหน้าที่ของตนเองหรือ}

{น้องลองฟังเรื่องนี้ดูนะ ชาวประมงจะออกไปหาปลาทุกวันเขาได้ใส่ที่ล่อปลาเอาไว้แล้วกลับมาเอาปลาทุกๆตอนเย็น แต่วันหนึ่งเขาจะกลับบ้านก็มีพายุเข้าจนเรือของเขาอับปางเขาโดนพายุโหมกระหน่ำมองไม่เห็นแสงสว่างจนเขาคิดว่าเขาจะตายแล้ว และโชคก็เข้าข้างเขาเพราะพายุสงบและแสงสว่างของพระจันทร์ทำให้เขามองเห็นเกาะ เขาว่ายน้ำไปตามแสงของพระจันทร์จนรอดชีวิต ชาวประมงผู้นั้นขอบคุณพระจันทร์ที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้}

แล้วแสงสว่างบนตัวพระจันทร์ก็กลับมาส่องสว่างเองเช่นเคย

"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราต่างก็มีหน้าที่ต่างกันทั้งนั้นไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อย ต่างก็มีความสำคัญเสมอดังนั้นควรทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด"เมื่อฉันเล่าเสร็จเสียงปรบมือก็ดังกึ่งก้องไปทั้งอาคาร แล้วพี่เสือก็ดึงฉันเข้าไปกอด

"เรื่องที่น้ำขิงเล่าเตือนใจพี่ได้อย่างดีเลยนะ"ฉันหัวเราะออกมาดูท่าพี่เหยี่ยวจะอินเกินไป

"พี่ขิงกับพี่เหยี่ยวเป็นแฟนกันเหรอครับ พวกพี่เหมาะสมกันมากเลย"

"เปล่าครับเราเป็นพี่น้องกัน และพี่ขิงของเราก็มีว่าที่เจ้าบ่าวแล้วครับ"สายตาของฉันเปลี่ยนทันทีเมื่อได้ยินประโยคของพี่เหยี่ยวมันหมายความว่ายังไง

"ว่าที่เจ้าบ่าวหมายความว่ายังไงคะ"สถานการณ์เริ่มตึงเครียด

"เสือยังไม่ได้บอกขิงเหรอเรื่องแต่งงาน ที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า"หน้าของฉันชาเหมือนมีคนมารุมตบฉันนับสิบคน

"เขายังไม่ได้บอกค่ะ"

ครูณีเริ่มเห็นสีหน้าของเราไม่ดีเลยรีบมาบอกให้เด็กๆแยกย้ายกันไปพักผ่อน

"เด็กๆขอบคุณพี่เหยี่ยวและพี่ขิงเร็ว"

"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"

เราเดินเงียบจนถึงตัวรถครูณีกอดฉันอย่างอบอุ่นจนน้ำตาของฉันค่อยๆไหลออกมา ปกติฉันเป็นคนที่เข้มแข็งขนาดเสี่ยงความตายฉันยังไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตาแต่ครั้งนี้ฉันรู้สึกหนัดอึ้งไปหมดทั้งตัวจนรับมันไม่ไหว พี่เหยี่ยวตกใจไม่น้อยที่เห็นน้ำตาของฉันเขาลูบหัวฉันเบาๆเป็นการปลอบใจ

"ไม่ร้องนะคนเก่งของครู"

"หนูลานะคะไว้หนูว่างจะกลับมาหาค่ะ"ฉันไหว้ครูณีแล้วกอดลาอีกรอบ

"กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนะน้ำขิง"ฉันพยักหน้ารับ แล้วเดินขึ้นรถ

"ไปส่งฉันที่บริษัท"

"ขิงกลับบ้านเถอะพี่ว่าวันนี้เราดูเหนื่อยๆนะแล้วก็ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันรู้ไหมคุณแม่เป็นห่วงขิงมาก"

"ไว้ขิงเคลียร์งานเสร็จขิงจะกลับนะคะ"

"ตามใจแล้วกัน ดื้อแบบนี้ตลอดเลย"พี่เหยี่ยวโยกหัวฉันเบาๆเพราะทนความดื้อของฉันไม่ไหว

ไม่นานรถก็จอดที่หน้าตึกฉันรีบลงจากรถด้วยความรีบร้อนจนลืมบอกลาพี่เหยี่ยวแต่ก็ช่างเถอะตอนนี้ในหัวของฉันมันพร้อมจะเบิดอารมณ์ใส่ไอ้มาเฟียเต็มทน พนักนักงานต่างเดินหลีกทางฉันเพราะเห็นอารมณ์ที่ฉันแพร่ออกไป ชั้นกดลิฟท์ไปที่ชั้นสิบเจ็ดห้องทำงานของนายมาเฟียหน้าเลือด

"ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย"ฉันพลุ่งพล่านเข้าไปจนลืมเคาะประตู สติของฉันแทบหลุดโต๊ะรับแขกไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว

"ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะคุณลูคัส"บ้าที่สุดวันนี้มันวันอะไรของฉัน

"ไม่เป็นไรครับคุณน้ำขิงผมกับคุณเสือเราคุยธุระกันเสร็จพอดี"

"ผมสั่งให้คุณอยู่ที่ห้องไม่ใช่เหรอ"ฉันไหวไหล่ไม่สนใจเขา

"เห็นคุณเสือบอกว่าคุณขิงไม่สบายนอนพักอยู่ที่ห้อง ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอคุณแล้วดีใจจัง"คุณลูคัสส่งยิ้มหวานให้ฉัน แต่นายมาเฟียกลับจ้องเหมือนจะกระโจมกัดคอคุณลูคัสอย่างไรอย่างนั้น

"มานั่งข้างฉัน"ฉันเดินเข้าไปนั่งข้างเขาเพราะกลัวเสียมายาทกับคนตรงหน้า เรื่องที่จะคุยกับเขาต้องพับเก็บไว้ก่อน

"ขิงมาก็ดีผมจะได้แนะนำคุณลูคัสอย่างเป็นทางการ"คุณลูคัสยิ้มอย่างมีมารยาทให้กับหุ้นส่วนคนใหม่ของเขา

"เธอคือว่าที่เจ้าสาวของผมในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าก็จะจัดพิธี ผมขอเชิญคุณลูคัสไว้ล่วงหน้านะครับ"ไม่พูดเปล่าเขาโอบไหล่ของฉันไว้แน่นจนฉันขยับตัวไม่ได้

"ครับ"ลูคัสยิ้มให้เขาแต่มือที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดออกมาจนหน้ากลัว

"ยินดีที่ได้ร่วมธุรกิจกันครับ"ลูคัสยื่นมือเพื่อสายสัมพันธ์พี่เสือก็รับตอบ แต่สีหน้าบงบอกถึงชัยชนะของเขาฉันดูออก

"ผมกลับก่อนนะครับคุณน้ำขิง"

"สวัสดีค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ"

"ขอบคุณครับ"ธันเดินไปส่งคุณลูคัส ตอนนี้ทั้งห้องเหลือแค่ฉันกับมาเฟียนิสัยไม่ดี

อารมณ์ที่เคยสงบตอนนี้เริ่มเดือดขึ้นมาแล้วทั้งเรื่องแต่งงานและเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันยิ่งเพิ่มความโมโหมากกว่าเดิมแต่เขากลับทำนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ใครจะแต่งงานกับนาย"

"หรือเธอชอบแบบนอนด้วยกันเฉยๆแต่ไม่แต่งเหรอฉันจะได้ไปบอกคุณแม่"ฉันกำหมัดแน่น

"ฉันไม่ยอมแต่กับมาเฟียบ้าเลือดอย่างนายหรอก"เขาลุกมาหาฉัน ขาของฉันก็เร็วเช่นกันมันถอยหลังอัตโนมัติ

"อย่าลืมสิว่าเธอเป็นเมียฉันแล้ว"

"ฉันไม่สน มันไม่ได้มาจากความเต็มใจฉันไม่นับ"ฉันถอยจนล้มลงไปบนโซฟาราคาแพงแต่มันไม่ช่วยให้ฉันหายจุกเลย

"ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้ฉันจะทำให้เธอเต็มใจเอง"เขาเข้ามาประกบตัวฉันไว้ ริมฝีปากของเขาจู่โจมปากของฉันอย่างเลือดเย็นจนฉันได้กลิ่นคาวเลือดที่ฝันของเขากัดริมฝีปากของฉัน น้ำตาของฉันเริ่มไหลออกมานี่น่ะเหรอว่าที่เจ้าบ่าวที่ฉันจะได้ร่วมหอด้วยทำไมฉันไม่รู้สึกยินดีกับมันเลย

"ผมส่งคุณลูคัสเรียบร้อยแล้วครับ"นายเสือรีบผละออกจากฉันสีหน้าของเขาไม่สบอารมณ์นายธันมาก ฉันเลือดที่ไหลออกจากริมฝีปาก เขาตกใจที่เห็นเลือดออกมากตอนแรกนึกว่ามันออกมานิดเดียวนี่เขาพลาดทำเธอเจ็บตัวอีกแล้วหรือ

"ขิงฉันขอดูแผลหน่อย"ฉันกำหมัดแน่นแล้วชกเข้าที่มุมปากของเขาเต็มแรง ธันช็อคที่เห็นฉันชกปากเจ้านายของเขาแต่สิ่งที่เขาแปลกใจกว่าคือเจ้านายของเขาไม่โมโหที่โดนหญิงสาวตรงหน้าแม้แต่นิด

"ถือว่าหายกัน"

นางเอกของเราไม่ยอมคนนะบอกเลยพี่เสือเจอของจริงเข้าแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น