ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 : หมดห่วง

ชื่อตอน : บทที่ 5 : หมดห่วง

คำค้น : ดีแล่น , กะเพรา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 891

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 23:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 : หมดห่วง
แบบอักษร

กะเพรา Talk    

     "ยายจ๋า" ฉันส่งเสียงใสเรียกยายที่นั่งคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่เตียงข้างๆ

     "กะเพราเอ็งมาทำไมแต่เช้าเลย แล้วถืออะไรมานะเยอะแยะไปหมด" ยายละสายตาจากเพื่อนเตียงข้างๆ และหยุดการสนทนานั้นไว้ก่อนจะหันมาหาฉัน

       "ก็หนูคิดถึงยายนิจ่ะ แล้วนี้ปิ่นโตของยาย คุณนายคนสวยเขาทำฝากมาให้ยาย แต่ยายคงกินได้หลังจากที่ทำบอลลูนเสร็จนู้นเลย หมอให้งดอาหารอยู่ใช่มั้ยจ่ะยาย" ฉันถามยายก่อนจะวางของและเข้าไปสวมกอดยาย ยายได้แต่ยิ้มเหียวๆ และพยักหน้าให้กับฉัน

       เมื่อเช้าหลังจากที่ฉันตื่นนอนฉันก็ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดโปรดของฉันนั้นคือเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กับกางเกงพละโรงเรียน จะเรียกมันว่าชุดโปรดก็ไม่ถูกเพราะฉันไม่มีเงินซื้อชุดดีๆ ใส่ต่างหาก และเตรียมออกมาหายาย เม้าส์สักนิดนึงว่าห้องพักแม่บ้านที่บ้านหลังนี้มันช่างดีงามมากๆ ดีกว่าที่ซุกหัวนอนฉันทั้งชีวิตอีก เตียงก็นุ่ม ห้องน้ำส่วนตัวก็มีให้ ถ้ายายได้มาอยู่ด้วยคงจะดีไม่ใช่น้อยเลย เสร็จแล้วฉันก็ตรงไปที่ครัวเพื่อที่จะเอาอาหารที่แช่ตู้เย็นเมื่อวานไว้มาอุ่นและเอามาฝากยาย แต่พอคุณบัวคนสวยรู้ เธอเลยทำอาหารอ่อนๆ ให้สองอย่างพร้อมกับผลไม้ราคาแพงให้ฉันเอามาให้ยายได้กิน ฉันดีใจมากๆ ที่คุณบัวใจดีกับฉัน เธอบอกฉันว่า 'ฉันเห็นกะเพราแล้วนึกถึงตัวเองนะจ่ะ' ฉันก็ไม่เห็นว่าคุณบัวเธอจะเหมือนฉันตรงไหนเลย เธอทั้งสวย ทั้งดูดี แถมยังรวยด้วย ทำอาหารก็เก่งอีก มารยาทก็ดีงาม ไม่เห็นเหมือนฉันเลยที่ไม่มีอะไรดีเลย จนก็จน เป็นขโมยแถมตอนนี้ฉันก็ไม่ต่างจากผู้หญิงที่ขายตัวแลกเงินด้วยซ้ำ.....

       "เจ้านายเอ็งเป็นคนดีนะกะเพรา แล้วเอ็งไปนอนบ้านเขาไปรบกวนอะไรเขาหรือเปล่า" ยายมองฉันนิ่งๆ เพียงวูบเดียวที่ฉันเห็นสายตาเศร้าๆ จากดวงตายาย ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นปกติ

       "หนูไม่ได้รบกวนพวกเขาเลยจ่ะยาย ยายไม่ต้องห่วงหนูนะ แล้วนี้ยายจะทำบอลลูนหัวใจตอนไหนจ่ะ" ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องงานของฉันกับยายอีก เพราะความรู้สึกผิดบาปในใจมันกำลังกัดกินหัวใจฉันอยู่

        "10 โมง หมอนัดยายไว้ 10 โมง จริงๆ เอ็งไม่ต้องมาก็ได้นะ มาก็มานั่งรอยายเบื่อตายเลย เอ็งน่าจะเอาเวลาไปทำงานให้คุ้มกับที่เจ้านายเอ็งใจดีนะกะเพรา" ยายจ๋า หนูจะสำลักความผิดบาปในใจตายแล้วนะยาย งื้อๆ หยุดพูดถึงงานหนูเถอะ หนูกราบ!

        "ไม่เป็นไรจ่ะยาย หนูอยากรอยาย เรื่องงานนะรอยายหายก่อนแล้วหนูค่อยทำงานใช้เงินให้เจ้านายทีเดียวเลย ยายไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกจ่ะ หนูจะทำอย่างเต็มที่เลย ให้คุ้มกับเงินที่เขาให้หนูมารักษายาย หนูรักยายนะจ่ะ" ฉันบอกยายและเข้าไปสวมกอดท่านอีกครั้ง ยายกอดฉันตอบพรางลูบผมฉันเบาๆ

        "ยายก็รักเอ็งนะกะเพรา" ขอโทษนะยายที่ต้องโกหกยาย ฉันกอดยายแน่นและพูดแต่ขอโทษยายในใจ

        ใจจริงฉันไม่ได้อยากโกหกยายแบบนี้หรอกนะ แต่ทำไงได้ละ ถ้ายายรู้ความจริงยายก็จะไม่ยอมรักษาตัวเอง ยายก็จะโทษตัวเอง และยายก็จะอาการทรุดหนัก ซึ่งฉันยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด......

เวลา 10.00 น.

       พยาบาลพายายฉันไปที่แผนกโรคหัวใจและเริ่มเข้าสู่การรักษาด้วยการทำบอลลูนหัวใจ ส่วนใหญ่การทำบอลลูนหัวใจจะใช้เวลาประมาน 1 - 3 ชั่วโมง แล้วแต่กรณีและอาการของคนไข้คนนั้นๆ แต่สำหรับยายฉันที่มีโรคแทรกซ้อนและอายุเยอะแล้วจึงทำให้ใช้เวลาในการทำบอลลูนค่อนข้างนานถึง 6 ชั่วโมง ฉันก็ได้แต่นั่งรอยายอยู่ที่หน้าห้องอย่างใกล้ชิดถ้าเข้าไปด้วยได้ฉันก็คงเข้าไปด้วยแล้ว และพอยายทำบอลลูนหัวใจเสร็จฉันก็ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้เนื่องจากร่างกายของยายอ่อนเพลียหมอจึงให้งดเยี่ยม และหมอก็เรียกฉันเขาไปคุยเรื่องอาการของยายแทน

       "นั่งสิกะเพรา" หมอบอกให้ฉันนั่งลง หมอคนนี้ค่อนข้างสนิทกับฉันเพราะฉันพายายมารักษานานแล้ว และก็เจอหมอท่านนี้ตลอด หมอน่าจะอายุสามสิบกว่าๆ ได้ หล่อเลยแหละ แต่ไม่รู้สิฉันไม่ชอบผู้ชายลักษณะแบบนี้ด้วยแหละมั้งฉันเลยไม่ค่อยกรี๊ดหมอเท่าไหร่

      "ตอนนี้การทำบอลลูนผ่านไปด้วยดีนะ ยายของกะเพราใจสู้มาก แต่กะเพรารู้ใช่มั้ยว่ามันก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นและต้องกลับมาทำซ้ำอีก แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพของคนไข้ด้วยนะ ส่วนอาการแทรกซ้อน เช่น เบาหวานกับความดัน ตอนนี้ยายของกะเพรามีน้ำตาลในเลือดเยอะกว่าปกติที่หมอกำหนดไว้ ช่วงนี้ถึงตลอด 6 เดือน หมออยากให้กะเพราดูแลยายอย่างใกล้ชิดที่สุด ที่สำคัญเรื่องอาหารการกินแล้วก็การกินยา หมออยากให้กะเพราดูแลอย่างละเอียดเลยนะ เพราะเหมือนยายของกะเพราทานยาไม่ครบเลย อันนี้อันตรายนะรู้มั้ย กะเพราทำให้หมอได้หรือเปล่า" ฉันฟังหมอก็ได้แต่นั่งหน้าชาเงียบๆ และก็ครุ่นคิดถึงเรื่องยาย ฉันรู้ว่ายายเป็นเบาหวานแต่ยายก็ชอบดื้อไม่ยอมกินยา ยายบอกว่าจะได้ไม่ต้องเปลืองตังจ่ายค่ายารักษาโรคนี้อีก แค่โรคหัวใจก็เกินพอแล้ว แต่ฉันก็บังคับยายกินได้ในตอนที่ฉันอยู่ แต่ระหว่างฉันไม่อยู่ไม่รู้ว่ายายกินหรือเปล่า แต่ว่าฉันจะดูแลยายยังไงในเมื่อฉันต้องมาอยู้บ้านไอ้ยักษ์เพื่อทำงานชดใช้เงินที่เอามา

       "กะเพรา......กะเพรา ได้ยินหมอมั้ย หมอถามนะว่าทำได้หรือเปล่า" ฉันสะดุ้งเมื่อหมอเอื้อมมือมาเขย่าแขนฉันแรงๆ

       "ทำอะไรค่ะ หมอว่าอะไรนะคะ หนูขอฟังอีกรอบ" ฉันมัวแต่คิดถึงเรื่องยายนะสิ เลยไม่ได้สนใจฟังสิ่งที่หมอกำลังพูดเมื่อกี้เลย หมอถอนหายใจและก็มองฉันนิ่งๆ

       "ไหนมีปัญหาอะไร บอกหมอได้มั้ย เกี่ยวกับเงินที่เอามารักษายายครั้งนี้หรือเปล่า" หมอตฤณเปลี่ยนท่าทางการนั่งให้ดูสบายขึ้นแล้วเริ่มคุยกับฉันอย่างเหมือนพี่ชายคุยกับน้องสาว

        "เอาตรงๆ นะหมอ หมอก็รู้ว่าหนูไม่มีเงินมากมายมารักษายาย แต่ที่หนูมีเพราะหนูไปขอเบิกเงินมาจากเจ้านายที่หนูเพิ่งทำงานกับเขา แต่หนูต้องทำงานและไปอาศัยอยู่ที่บ้านนั้นเพื่อแลกกับเงินก้อนนี้เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม โดยที่หนูไม่สามารถพายายไปอยู่ด้วยได้ และหนูก็ยังไม่ได้คุยกับยายเรื่องนี้เลย ยายไม่รู้เรื่องนี้รู้แค่ว่าหนูไปขอเบิกเงินมาและต้องทำงานให้เขาแค่นั้น คือหนูเป็นห่วงยายอ่าหมอ หนูมียายแค่คนเดียว ถ้ายายกับไปอยู่ที่บ้านคนเดียว แล้วเกิดยายเป็นอะไรขึ้นมายายจะทำยังไง หมอเข้าใจหนูมั้ยค่ะ" ฉันจับมือหมอเขย่าๆ และบอกหมอไปตามตรง

      

        "หมอเข้าใจ เอาอย่างนี้มั้ย เพื่อนหมอที่โรงพยาบาลฐรฉัตรนะเขากำลังมีโครงการทำศูนย์ดูแลผู้ป่วยในวัยสูงอายุ สำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องการหาคนดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยภายในบ้านเพราะมีหลายๆ เคสที่ผู้ป่วยสูงอายุจะหายจากอาการป่วยแต่ก็ไม่หายเพราะขาดการเอาใจใส่เนื่องจากคนในบ้านไม่มีเวลา ซึ่งในโครงการนี้ยายของกะเพราจะมีคนดูแลโดยหมอและพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งเรื่องอาหารการกินและยารักษา แต่มันก็จะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือน เดือนละ ไม่เกิน 5,000 บาท อันนี้หมอไม่แน่ใจจำนวนเงินที่แน่นอน ซึ่งตอนนี้ทางโครงการเปิดรับผู้ป่วยจำนวน 20 คนเท่านั้นเป็นการทดลองว่ามันเวิกหรือเปล่าสำหรับโครงการนี้ ถ้ากะเพราสนใจหมอจะลองติดต่อดูให้ แต่สำหรับหมอ หมอคิดว่ากะเพราควรให้ยายไปอยู่ที่นั้น เพราะมันดีต่อตัวยายและกะเพรา บางทีกะเพราอาจจะได้กลับไปเรียนหนังสือและกะเพราจะได้ไปทำงานให้กับเจ้านายโดยที่กะเพราไม่ต้องห่วงยายมาก ที่นั้นจะดูแลยายกะเพราอย่างดีและยายก็จะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยนะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายหมอจะช่วยพูดให้ได้เรื่องเงินที่ต้องจ่ายให้กับทางศูนย์เพื่อเป็นค่าดูแลยายของกะเพรานะ กะเพราลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษายายดูก่อน แล้วจะเอายังไงก็กลับมาบอกหมออีกทีนะ วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วแหละ วันนี้หมอของดให้เยี่ยมยายก่อนนะเพราะหมออยากให้คนไข้ได้พัก พรุ่งนี้หมอถึงให้เยี่ยมได้" ฉันมองหมอตฤณอย่างขอบคุณ เข้าใจดีกับฉันมากๆ ฉันจะลองไปปรึกษายายดูในเรื่องนี้ ฉันหวังว่ายายจะเข้าใจแล้วก็ไม่คิดว่าฉันทิ้งยายนะ

       "ขอบคุณค่ะหมอ ขอบคุณ" ฉันพูดจบก็ออกมาจากห้องของหมอตฤณ และมุ่งตรงกลับบ้านโดยที่จะไม่ลืมเอาของกินที่คุณบัวฝากมาให้ยายกลับบ้านไปแช่ตู้เย็นด้วย พรุ่งนี้ค่อยกินนะยาย กะเพราอยากให้ยายได้กินจริงๆ

วันรุ่งขึ้น

      วันนี้ฉันมาเยี่ยมยายใหม่และก็นำอาหารใหม่ที่คุณบัวทำมาให้ยาย คุณบัวเธอถามถึงอาการของยายด้วยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งฉันประทับใจตรงนี้มากๆ ทำไมเธอช่างเหมือนนางฟ้าจังเลย ส่วนไอ้ยักษ์ช่วงนี้หมอนั้นไม่อยู่เห็นพี่ปูบอกว่าบินไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์หลายวันซึ่งมันก็ดีต่อตัวฉันเพราะช่วงนี้ฉันจะได้ดูแลยายอย่างเต็มทีเพราะไม่รู้ว่าหลังจากที่ไอ้ยักษ์กลับมาฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง

      "เอ็งมาแต่เช้าอีกแล้วกะเพรา" ยายที่นอนอยู่หันมาทักทายฉัน ฉันวางของแล้วก็ค่อยๆ ปรับเตียงให้ยายนั่ง

       "ก็หนูเป็นห่วงยายนิจ่ะ ว่าแต่ยายกินข้าวหรือยัง หนูเอาอาหารอร่อยๆ มาฝากยายด้วย" ฉันบอกยายและขี้ไปที่ปิ่นโตที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง

        "ยังเลย เอ็งมาเช้ากว่าอาหารเช้ายายอีกนะ แล้วนี้รบกวนเจ้านายแกหรือเปล่า ที่หลังไม่ต้องนะกะเพรายายเกรงใจ ยายกินอาหารโรงพยาบาลได้" ยายบอกฉันพรางลูบหัวฉันเบาๆ

       "เจ้านายหนูเต็มใจให้จ่ะยาย หนูไปอยู่บ้านเขาหนูมีของอร่อยๆ กิน แล้วหนูจะทิ้งยายให้กินแต่ของที่อร่อยน้อยกว่าได้ยังไง" ฉันพูดแล้วจะร้องไห้ เพราะมันทำให้ฉันคิดถึงเรื่องที่จะต้องคุยกับยาย

       "กะเพราเอ่ย เอ็งนี้มันจริงๆ เลย งั้นรอพยาบาลเอายาก่อนอาหารมาให้ยายกินก่อนนะยายค่อยกินข้าวที่เอ็งเอามาให้" ยายส่งยิ้มเหียวๆ ใจดีๆ มาให้ฉัน ฉันได้แต่พยักหน้ากับยายและพยายามกั้นน้ำตาเอาไว้ 

       พอหลังจากที่ยายกินยาก่อนอาหารเสร็จฉันก็ให้ยายกินข้าวที่ฉันเตรียมมา ยายชอบมากๆ กินเกลี้ยงเลย บอกอร่อยที่สุดในชีวิต ฉันดีใจที่ยายได้กินของดีๆ แบบที่ฉันได้กิน ทั้งวันที่ฉันเฝ้ายาย ยายก็ไล่แต่ให้ฉันกับบ้านไปทำงานให้คุ้มกับเงินที่ได้มา แต่ฉันก็ไม่ยอมกลับเพราะเอาจริงๆ เวลาฉันที่จะได้อยู่กับยายมันเหลือน้อยแล้วเพราะถ้ายายไปอยู่ที่นั้นก็เท่ากับว่าฉันจะไม่ได้อยู่กับยายเลย.....

ตอนเย็นวันนั้น

       หลังจากที่ยายกินข้าวเย็นแล้ว และเวลาเยี่ยมก็จะหมดแล้ว ฉันเลยคิดว่ามันถึงเวลาที่จะคุยกับยายเรื่องนั้นแล้ว เพราะหมอบอกว่ามะรืนนี้ยายก็จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ฉันรวบรวมพลังความกล้าที่มีทั้งหมดก่อนที่ฉันจะเรียกยาย

      "ยายจ๋า" ฉันเรียกยายก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง หลังจากที่ฉันเก็บแก้วน้ำที่ยายกินยาเสร็จ

       "เอ็งมีอะไรกะเพรา" ยายมองฉันอย่างสงสัย

        "กะเพรามีเรื่องจะปรึกษายายนะจ่ะ" ฉันพูดอย่างเครียดๆ

         "เรื่องอะไร" ยายเริ่มมีสีหน้ากังวลใจเล็กน้อย งื้อออ หนูไม่กล้าพูดแล้วนะยายหนูกลัวยายหาว่าหนูจะทิ้งยาย แต่มันต้องพูดไง...

         "คืองี้นะยาย..... คือว่า เงินที่หนูเอามารักษายายนะ เป็นเงินที่หนูขอเบิกมาจากเจ้านายใช่มั้ยจ่ะ แล้วทีนี้หนูต้องไปทำงานใช้เขา แต่หนูเอายายไปอยู่ด้วยไม่ได้ คือหนูไม่ได้จะทิ้งยายนะยายจ๋า แต่หมอตฤณเขาแนะนำให้หนูพายายเข้าโครงการดูแลผู้ป่วยสูงอายุกับโรงพยาบาลเอกชนฐรฉัตรจ่ะยาย ซึ่งที่นั้นจะมีคนค่อยดูแลยายอยู่ตลอด หนูไม่อยากให้ยายกลับไปอยู่บ้านคนเดียว แล้วหนูก็ทิ้งยายไว้ลำพังไม่ได้ แต่หนูก็เอายายมาอยู่ด้วยกันไม่ได้อีก ยายเข้าใจหนูมั้ยจ่ะ หนูรักยายนะยายจ๋า" ฉันบอกยายถึงเหตุผลที่ทำไมยายต้องไปอยู่ที่นั้น และสวมกอดยายทันที

        "ยายขอโทษนะที่ทำเอ็งลำบากเลยกะเพรา แล้วไปอยู่นั้นมันต้องใช้เงินมั้ยละ ถ้าต้องใช้ยายอยู่คนเดียวได้ เอ็งก็ไปทำงานเถอะไม่ต้องห่วงยาย แค่เอ็งหาเงินมารักษายายก็ลำบากเอ็งมากพอแล้วนะ" ยายลูบผมฉันและเอ่ยถามกลับอย่างเสียงเศร้า ฉันรู้ว่ายายเป็นห่วงฉันและไม่อยากให้ฉันลำบาก ยายอยากให้ฉันได้เรียนสูงๆ เหมือนกับที่ฉันก็เป็นห่วงยายไม่อยากให้ยายอยู่คนเดียว

      

         "ที่นั้นอยู่ฟรีเพราะเป็นช่วงทดลองจ่ะยาย แล้วหนูก็ไม่ได้ลำบากเลย ยายแค่คนเดียวทำไมหนูจะเลี้ยงยายไม่ได้ หนูต่างหากที่กลัวยายหาว่าหนูจะทิ้งยาย" ฉันจำเป็นต้องพูดโกหกยายอีกครั้ง เพราะถ้าฉันบอกยายไปว่ามีค่าใช้จ่ายยายก็จะไม่ยอมไปและจะกลับไปอยู่บ้านใต้ทางด่วนนั้นอีก

        "ยายจะไปอยู่นะ เอ็งจะได้ไม่ต้องห่วงยาย ยายรักเอ็งนะกะเพรา" ยายกระชับอ้อมก่อนฉันแน่น

        "หนูก็รักยายนะจ้ะ ถ้าหนูทำงานใช้เงินเจ้านายครบเมื่อไหร่หนูจะไปรับยายกลับมาอยู่ด้วยกันนะจ้ะยายจ๋า" ฉันพยายามเข้มแข็งไม่ให้ร้องไห้ออกมาอีก ฉันไม่อยากให้ยายไม่สบายใจ

         "ยายจะรอเอ็งนะกะเพรา และไปทำงานก็ขยันๆ ทำงานละ อย่าให้เจ้านายว่าเอ็งได้" ฉันได้พยักหน้าในอ้อมกอดยาย

         อย่างน้อยวันนี้ฉันก็หมดห่วงเรื่องยายได้แล้วอย่างหนึ่ง ยายไปอยู่ที่นั้นอย่างน้อยยายก็จะมีคนค่อยดูแลเรื่องอาหารและเรื่องยาของยาย แล้วยายก็จะได้มีเพื่อนค่อยคุยด้วย ยายจะได้ไม่เหงาเวลาที่ฉันทำงาน........

🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ความคิดเห็น