ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 : ยายของกะเพรา

ชื่อตอน : บทที่ 3 : ยายของกะเพรา

คำค้น : ดีแล่น , กะเพรา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 894

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 : ยายของกะเพรา
แบบอักษร

กะเพรา Talk

  "กะเพราเอ้ย เอ็งเสร็จหรือยัง" เสียงของยายตะโกนเรียกฉันที่กำลังเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ภายในห้องที่เอาไม้เก่าๆ มากั้นไว้เพื่อให้ฉันเป็นส่วนตัวขึ้น ถามว่าฉันมีของเยอะหรอ ไม่เยอะเลยจ่ะ ฉันมีแค่กระเป๋าเป้โรงเรียนเก่าๆ ขาดๆ ที่ใช้ตั้งแต่เรียนมัธยมใบเดียวเอง

       "เสร็จแล้วจ่ะยาย" ฉันรีบเดินออกมาหายายที่นั่งรออยู่ วันนี้เป็นวันที่ยายต้องเขารับการทำบอลลูนหัวใจ

       "กะเพราแล้วเอ็งมีเงินจริงๆ หรอ ยายไม่ทำก็ได้นะไอ้บอลลุงบอลลูนอะไรเนี่ย" ยายเอ่ยถามฉันเรื่องเงินทำบอลลูนหัวใจ

       "มีสิยาย หนูบอกยายแล้วไงว่าหนูได้งานทำแล้ว เจ้านายของหนูเขาเป็นเศรษฐีนะยายเขาเลยมีเงินให้หนูยืมพายายไปหาหมอ แล้วหนูก็ทำงานใช้หนีเขาเอา ยายไม่ต้องห่วงนะ ยายต้องหายแน่นอน" ฉันสวมกอดยายแน่นๆ

        "ยายกลัวเอ็งเหนื่อย เอ็งควรไปเรียนหนังสือแบบเพื่อนๆ เอ็งจะได้มีอนาคตดีๆ ไม่ใช่วันๆ ทำแต่งานและเลี้ยงดูคนแก่ๆ ใกล้ลงโลงแบบยาย" ยายฉันลูบผมฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู

       "หนูไม่อยากเรียกหรอกยาย หนูอยากดูแลยายมากกว่า หนูมียายแค่คนเดียว ยายเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เล็กๆ จนหนูโตขนาดนี้ ถ้ายายเป็นอะไรไปหนูจะอยู่ยังไง หนูรักยายนะยายจ๋า" ฉันโกหก จริงๆ ฉันอยากเรียนหนังสือมากๆ เลย แต่ฉันก็ไม่ได้เรียนเพราะฉันเป็นห่วงยาย แล้วถ้าฉันต้องหาเงินไปลงทะเบียนเรียน แล้วไหนเงินที่จะต้องใช้กินไปวันๆ อีก แล้วแบบนี้ฉันจะเอาเงินค่ายาค่าพายายไปหาหมอจากที่ไหนละ

       "กะเพราเอ้ยเอ็งนี้มันอาภัพจริงๆ ไปทำงานกับเขานะ เอ็งต้องตั้งใจแล้วก็ขยันๆ ทำงานนะ ตอบแทนที่เขาใจดีอุส่าให้เงินเอ็งมาตั้งมากมายแบบนี้ ยายดีใจที่เอ็งขยันทำมาหากิน" งื้อออ ยายพูดแบบนี้หนูรู้สึกบาปเลย หนูโกหกจ้ายาย แต่ฉันก็ได้แต่คิดในใจ ใครจะกล้าบอกว่าหนูได้ขายวิญญาณให้กับไอ้ควายเถื่อนมันไปแล้ว

       "หนูจะตั้งใจทำงานนะยาย ยายไม่ต้องห่วง" ฉันกอดยายแน่นๆ และโยกยายไปโยกยายมา

ปรี๊นนนนนน~

       ระหว่างที่ฉันกำลังกอดกับยายอยู่ เสียงบีบแตร๋รถที่หน้าบ้านเพิงหมาแหงนของฉันก็ดังขึ้นขัดบรรยากาศหวานชื่นระหว่างยายหลานของฉัน

       "สงสัยเจ้านายหนูมารับเราสองคนไปหาหมอแล้วแน่ๆ เลยจ่ะยาย ยายรอแปปนะหนูขอออกไปคุยกับเขาก่อน" ฉันบอกยายอย่างดีใจ งื้ออ ไอ้ยักษ์เถื่อนมันพูดจริงวะ! มันมารับฉันกับยายจริงๆ งื้อออ ดีใจมากเลย

       "รีบไปเถอะเจ้านายเอ็งจะรอนาน ยายจะไปเตรียมน้ำเย็นๆ มาต้อนรับนะ" ยายของฉันตบมือลงที่บ่าเบาๆ ให้ฉันรีบออกไปหาเจ้านาย ก่อนที่ยายจะเดินไปที่กระติกน้ำที่ในนั้นบรรจุน้ำแข็งไว้แล้วหยิบแก้วที่สะอาดที่สุดเพื่อเตรียมน้ำไว้สำหรับตอนรับเจ้านายของฉัน จะว่าไปฉันก็แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะ ฉันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าจริงๆ ของไอ้ยักษ์นั้นเลย รู้แค่ว่ามันตัวใหญ่มากๆ ใหญ่กว่าผู้ชายทั่วๆ ไปที่ฉันเจอเสียอีก

      "จ้ายาย" ฉันรับคำยายก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปที่หน้าบ้านของฉัน รถยนต์คันหรูยี่ห่อ BMW จอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน ซึ่งฉันจำได้ว่าเป็นคนละคันกับวันนั้นที่ฉันเห็น พร้อมกับผู้ชายในชุดสูทสุดเนียบสองคนยื่นอยู่ตรงหน้าฉัน อ่า! คนไหนคือไอ้ยักษ์ละเนี่ย แต่จะว่าไปก็หน้าตาดีทั้งคู่เลยแฮ่ะ คนหนึ่งหน้าตี๋ๆ อีกคนหน้าดูลูกครึ่งๆ หน่อยๆ

       "เธอคือโจรที่ขโมยโทรศัพท์คุณดีแล่นใช่หรือเปล่า" กรี๊ดดดด หยาบคายมาก นี่หรือคือคำทักทายและไอ้บ้านี่! พูดเสียงดังอีกยายฉันได้ยินพอดีโว้ยย

        "ไอ้ยักษ์ เอ้ย! หมอนั้นชื่อดีแล่นหรอ..... แล้วฉันไม่ใช่ขโมยนะ แค่เก็บโทรศัพท์เขาได้เฉยๆ" ฉันรีบบอกสองคนตรงหน้าทันที

        "จะอะไรก็ช่างรู้แค่ว่าฉันถูกส่งให้มารับเธอตามคำสั่ง" สงสัยไอ้คุณดีแล่นอะไรนี้จะรวยจริงๆ อย่างที่โม้ยายไว้เว้ย มีลูกน้องเหมือนพวกบอดี้การ์ดอะไรนี้มารับฉันด้วย พิลึกดี! รวยขนาดนั้นทำไมถึงชวนผู้หญิงไปเล่นเสียวในที่แบบนั่นด้วยนะ กรี๊ดดด และฉันไปคิดอะไรแบบนี้เนี่ย ขนลุก!

        "กะเพรา! เชิญเจ้านายเข้ามากินน้ำก่อนมั้ยลูกเอ้ย" ระหว่างที่ฉันกำลังคุยอยู่นั้น เสียงยายฉันก็ตะโกนออกมาพร้อมกับร่างของยายที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

        "ไม่เป็นไรจ่ะยาย พวกเขาไม่หิวเดี๋ยวเราไปกันเลยนะยายจ๋า" ฉันรีบเดินเข้าไปหายายทันที

       "งั้นไปกันเลยนะ ยายเกรงใจ ดูรถที่มารับสิน่าจะแพงน่าดู เจ้านายเอ็งนี้ใจดีนะ ทำตัวดีๆ กับเขามากๆ ละกะเพรา" ยายมองไปที่รถคันหรูด้วยสีหน้าเกร็งๆ ก่อนจะส่งยิ้มเหียวๆ มาให้ฉัน ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้ยายอย่างรู้สึกผิด

        "จ้ายาย เราไปหาหมอกันนะจ่ะ" ฉันเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้พร้อมกับปิดบ้านล็อกบ้านเรียบร้อยก่อนจะพายายมาที่รถคันหรูนั้น แต่ก่อนขึ้นยายกับฉันต่างก็ถอดรองเท้าขึ้นรถกัน ฉันกลัวร้องเท้าฉันสกปรกและจะทำรถแพงๆ เปื้อนเอา

       เมื่อถึงโรงพยาบาลฉันกับยายต่างก็เข้าไปพบหมอเจ้าของไข้ยายกัน หมอดีใจมากที่ฉันสามารถพายายมารักษาและทำบอลลูนได้ หมอบอกว่ายายต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลก่อนหนึ่งคืนและพรุ่งนี้ถึงจะเข้ารับการรักษาแบบทำบอลลูนหัวใจ แต่โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลรัฐและยายฉันก็นอนห้องผู้ป่วยรวม จึงทำให้ฉันไม่สามารถนอนเฝ้ายายได้ แต่ปัญหาที่ฉันมีมันไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็นเรื่องหลังจากที่ยายออกจากโรงพยาบาลได้ต่างหากฉันจะพายายไปอยู่ที่ไหนดี ยายฉันต้องได้รับการดูแลอย่างดี และฉันยังไม่เคยคุยกับยายเลยว่าฉันจะต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของเจ้านาย เพราะฉันมั่วแต่ดีใจที่ยายจะได้ทำบอลลูนหัวใจและอีกอย่างฉันก็ไม่อยากให้ยายเครียดด้วยและคิดมากว่าตัวเองเป็นภาระฉันอีก

        "กะเพรา... ยายนอนอยู่ที่นี้เอ็งนอนคนเดียวได้ใช่มั้ย ยายขอหมอแล้วนะแต่หมอไม่อนุญาติ ยายเป็นห่วงเอ็ง" ยายจับมือฉันไปกุมไว้ฉันมองยายด้วยดวงตาสั่นๆ งื้อออ ยายจ๋า กะเพราอยากร้องไห้จัง

         หลังจากที่คุยกับหมอแล้วยายก็ถูกพาตัวมาเปลี่ยนชุดเป็นชุดคนไข้เพื่อนอนพักฟื้นและเช็คร่างกายก่อนทำบอลลูนหัวใจ ฉันพายายเดินออกกำลังกายเสมอเพื่อเตรียมสำหรับการทำบอลลูนหัวใจ ยายฉันต้องร่างกายแข็งแรงพอที่จะรับการทำบอลลูนด้วยเช่นกัน

       "อยู่ได้สิยายสบายมาก กะเพราเก่งจะตาย ยายอยู่นี้หนูต้องคิดถึงยายแน่ๆ เลย ฮึกๆ" ในที่สุดฉันก็ร้องไห้ออกมาจนได้ ฉันไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกโหวงๆ อาจจะเป็นเพราะฉันอยู่กับยายมาตั้งแต่เกิด เพราะพ่อกับแม่ต้องไปทำงานยายก็ดูแลฉันมาตลอด และพออยู่ๆ ฉันต้องทิ้งยายให้อยู่คนเดียวฉันเลยรู้สึกไม่ชินและไม่สบายใจ

       "เอ็งจะร้องไห้เป็นเด็กๆ ทำไม ยายเป็นห่วงเอ็งจริงๆ เลยกะเพรา เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่บ้านแบบนั้น" ยายจับมือฉันบีบเบาๆ และแสดงสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

        "ฮึกๆ ไม่ร้องแล้วจ่ะยาย ฮึก! ยายเอาแบบนี้ดีมั้ย งั้นหนูไปนอนค้างที่บ้านเจ้านายหนู ที่บ้านเจ้านายคนเยอะ ยายจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงดีมั้ยจ่ะยาย" ฉันสูดน้ำมูกและเช็ดน้ำตาและเสนอทางออกกับยาย ไม่อย่างงั้นยายต้องไม่เป็นอันพักผ่อนเพราะเป็นห่วงฉันอีก

       "จะรบกวนเจ้านายเอ็งมั้ยละ ยายเกรงใจ แค่เงินมากมายที่ให้เอ็งเอามารักษายายก็เป็นบุญคุณจะแย่แล้ว เอ็งไปอยู่กับเขาอีกยายเกรงใจเขานะ" ยิ่งยายพูดแบบนี้ ความผิดบาปในใจฉันก็ยิ่งเกาะกินจิตใจ ยายจ๋าหนูขอโทษยายจริงๆ

        "ไม่เป็นไรหรอกยาย ดีกว่าหนูไปนอนที่บ้านคนเดียวแล้วยายเป็นห่วงหนูจนไม่ได้พักผ่อนนะ ยายอย่าคิดมากเลย หนูดูแลตัวเองได้" ฉันบอกยายและส่งยิ้มให้ยาย จริงๆ แล้ว ที่ฉันบอกยายไปว่าจะไปขอนอนบ้านเจ้านายฉันก็ไม่เชิงโกหกยายหรอกนะ เพราะฉันก็ต้องไปจริงๆ ตามสัญญาที่เคยให้ไว้ แต่ตอนนี้ยายฉันยังไม่รู้ ยายคิดว่าฉันต้องกลับไปนอนที่บ้านใต้ทางด่วนหลังนั้นคนเดียว

       "ยายรักเอ็งนะกะเพรา ยายมีเอ็งอยู่คนเดียว" ยายบอกฉันและน้ำตาในดวงตาของยายก็เอ่อล้นขึ้นมา ฉันที่มองยายและก็คิดเช่นเดียวกับยายจึงร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

        "ฮึกๆ กะเพรารักยายนะยายจ๋า ฮึกๆ ฮือๆ" ฉันโผเข้ากอดยายและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้น หนูขอโทษที่หนูต้องโกหกยาย ทุกอย่างที่หนูทำไปก็เพื่อยายนะ.....

 

🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ความคิดเห็น