เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 16

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.5k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 02:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 16
แบบอักษร

16 

 

 

 

 

 

 

“ยัยนั่นกลับไปแล้วหรอไง” เสียงเรียกทักของใครบางคน ทำให้เพลิงเงยหน้ามองขณะออกมาตากลมนอกร้าน 

“จะกลับไม่กลับ แล้วมึงจะมาสนใจทำไม” เพลิงตอบเสียงขุ่น เมื่อเห็นว่าเป็นพีคที่เดินออกมา 

“กูถาม ไม่ได้ให้มึงเถียง” พีคว่าเสียงเข้ม ก่อนเดินมายืนด้วยใกล้ๆ 

“แล้วก่อนออกมา มึงเห็นกลุ่มปาตี้ของยัยนั่นมั้ยล่ะ ถ้าไม่ ก็ไม่อยู่ ยัยนั่นนั่งรถเพื่อนกลับไปตั้งนานแล้ว”เพลิงหันไปบอกข้างๆ “ว่าแต่มึงเหอะ ทำไมไม่คิดคุยกับผู้หญิงคนอื่นดีๆบ้างวะ”  

“แล้วทำไมมึงจะต้องไปเป็นห่วงคนที่พูดไม่ดีกับมึงด้วยไม่ทราบ” พีคถามเพลิงกลับอย่างไม่ชอบใจ พลางสบตาอีกฝ่ายนิ่ง เพลิงเองก็ไม่ได้มีท่าทีหลบตา แต่กลับหรี่ตามองตอบจริงจัง 

“คนที่พูดไม่ดี ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนไม่ดีป่ะวะ มันก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้านนั่นแหละ เวลามองใคร อย่ามองแค่ด้านเดียว” กลายเป็นพีคที่ยืนชะงักนิ่งไป คาดไม่ถึงว่าเพลิงจะมาพูดอะไรแบบนี้กับคนอย่างเขา เหมือนกลายเป็นพีคเสียเองที่ถูกคนอายุน้อยกว่าสอนเป็นนัยๆ ก่อนจะหลุดยกยิ้มขำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ 

“หึหึหึ ตัวเท่าหมา พูดจาแบบนี้เป็นกับเค้าด้วย นึกว่าแค่พวกเด็กติดเกมซะอีก” พีคพูดบอก แต่ก็ไม่วายแอบแซะเรื่องติดเกมของเพลิง 

“ไม่รู้หรือไงว่าเล่นเกมมันเสริมทักษะทางความคิด แถมยังได้ภาษา ก่อนจะแซะ หัดไปศึกษาข้อดีของมันก่อนไป แล้วกูก็ไม่ได้ตัวเท่าหมาด้วย ไอ้ควาย” เพลิงย่นจมูกบ่นใส่พีค ก่อนจะเน้นด่าทิ้งท้าย 

 

 

เพี๊ยะ 

 

 

“โอ๊ะ! มาตีปากกูทำไมเนี่ย” เพลิงสะดุ้งหลับตาปี๋ เมื่อพีคยกมือมาตีปากเพลิงหลังถูกด่า แต่ก็ไม่ได้แรงถึงขั้นทำให้เจ็บ ทำให้เพลิงตั้งตัวลืมตาโวยใส่พีคทันที 

“ใครสั่งให้มึงมาด่ากูล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็ก ด่าให้ดูรุ่นบ้าง” พีคว่ากลับอย่างไม่จริงจัง ใบหน้ายังยกยิ้มกวนอย่างทุกที ทำเอาเพลิงย่นคิ้วหน้ามุ้ย หลังถูกหาว่าเป็นเด็ก 

“จะเด็กจะผู้ใหญ่ ขึ้นชื่อว่าเป็นมึง กูก็ด่าไม่สนอายุทั้งนั้นแหละ แล้วนี่ออกมาทำไม ไม่เข้าไปทำงานเอกสารต่อหรือไง” เพลิงตอบเสียงห้วน ไม่ชอบใจเท่าไร 

“ร้านมันปิดแล้วมั้ย แล้วเอกสารกูทำที่หลังได้ แต่ที่กูออกมาเพราะกูจะกลับแล้ว” พีคบอก จนเพลิงคลายปมคิ้วมองพีคกลับด้วยสีหน้าปกติ 

“อ่าวหรอ แล้วจะกลับยังไง BTS มันปิดแล้วนะ” เพลิงถามอย่างสงสัย เพราะเวลาเลิกงานก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน 

“ก็นั่งรถเมล์กลับไง แถวนี้รถเมล์วิ่งดึกจะตาย” พีคตอบ 

“มึงจะบ้าหรอ นั่งรถเมล์จากนี่ไปบ้านมึงเนี่ยนะ มันไปไม่ถึงเว้ย ต่อให้ต่อรถ มันไม่มีคันไหนผ่านบ้านมึงแล้ว” เพลิงรีบเถียงตอบทันควัน เพราะรู้ดีว่ารถเมล์รอบเที่ยงคืนไม่มีทางผ่านไปบ้านพีคแน่ๆ  

“แล้วกูบอกหรือไง ว่าจะไปบ้านกูน่ะ ไอ้เพลิง” น้ำเสียงราบเรียบทุ้มต่ำ ดวงตาดูมีเลศนัยแปลกๆ ทำเอาเพลิงมองพีคอย่างสงสัยไม่ได้ ก่อนจะหลบสายตาพยายามคิดทบทวนอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว และใช้เวลาได้ไม่นาน เพลิงก็เบิกตากว้างหันกลับมามองพีคราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองคิดกับพีคคิด มันจะเป็นเรื่องเดียวกัน 

“นี่มึงอย่าบอกนะ..ว่าคอน..” 

“ใช่ คอนโดมึง รถเมล์จากนี่ผ่านทุกสายแน่นอน” พีคยกยิ้มพลางยักคิ้วบอกอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่ใช่กับเพลิงแน่นอน เพราะเจ้าตัวรีบสายหน้าปฏิเสธรัวๆ 

“ไม่! ไม่เด็ดขาด! มึงจะไปห้องกูทำไม กูไม่ได้อยู่คนเดียวนะเว้ย!” เพลิงรีบโวยวายทันที 

“แล้วไง ใครแคร์ กูแค่ไปนอน ไม่ได้ไปเอามึงที่ห้องมึงซะหน่อย ป่ะ ไปขึ้นรถกัน” พีคยกยิ้มบอก ก่อนจะจับเพลิงล็อคคอแล้วพาเดินลากไปที่ป้ายรถเมล์ ด้วยท่าทางของเพลิงทุลักทุเลสุดๆ 

พีคพาเพลิงเดินมาที่ป้ายรถเมล์ได้สักพัก ยืนรอรถขณะที่แขนยังล็อคคอคนข้างๆ แต่ไม่ได้แน่นเหมือนก่อนหน้านี้ ส่วนเพลิงก็ยืนหน้ามุ้ยยอมรอรถอย่างเซ็งๆ เพราะพอจะดันตัวหนี ก็ถูกอีกฝ่ายล็อคแขนแน่นขึ้นตลอด เลยยอมยืนนิ่งๆแต่โดยดี ไม่นานรถเมล์สายที่ต้องขึ้นก็มา พีคลากเพลิงขึ้นรถแล้วจับเพลิงนั่งริมหน้าต่างปล่อยให้เพลิงมองออกนอกหน้าต่างเหมือนทุกที ส่วนพีคก็นั่งนิ่งๆมองทางเป็นระยะๆ เพราะจากร้านเขาไปคอนโดเพลิง รถเมล์ก็ขับผ่านหลายป้ายอยู่ นั่งมาได้สักพัก พีคก็เรียกเพลิงเพื่อให้ลงป้ายที่รถเมล์จอดใกล้หน้าคอนโดพอดี เมื่อลงจากรถได้ พีคก็สั่งให้เพลิงเดินนำพีคเข้าไปด้านใน แม้เพลิงจะมีท่าทีฮึดฮัดไปบ้าง แต่ก็จำใจยอมเดินพาเข้าไปแต่โดยดี ไม่นานเพลิงก็ขึ้นลิฟท์เดินมาหยุดที่หน้าห้องของตัวเอง 

“มึงจะยืนบื้ออยู่หน้าห้องตัวเองทำไมเนี่ย” พีคถาม เห็นว่าเพลิงหยุดอยู่หน้าประตูมาสักพัก 

“กูขอคิดแปปว่ากูควรบอกเพื่อนกูเรื่องมึงยังไงดี แม่ง ทำไมมึงชอบทำให้กูปวดหัวอยู่เรื่อยเลยวะ” เพลิงพูดบ่นใส่พีคด้วยความเซ็ง พยายามคิดหาวิธีพูดต่างๆนาๆ เพราะถ้าเข้าไปแล้วหนิงอยู่ หนิงคงสงสัยแน่นอนว่าเพลิงไปรู้จักกับพีคขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ตอนนี้เพลิงเลิกกับแก้มไปแล้ว และไม่เคยรู้จักกับพีคก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ 

“คิดมากไปทำไม เข้าไปเดี๋ยวกูจัดการเองแหละ เปิดประตูเข้าไปได้แล้ว” พีคบอกเสียงเข้มพร้อมส่งสายตาบังคับให้เพลิงรีบเปิดประตู เพราะเขาขี้เกียจมายืนรอเข้าห้องนานๆ 

“แต่..” เพลิงเตรียมแย้ง แต่ถูกพีคพูดขัดก่อน 

“หรือจะให้กูตะโกนเข้าไปข้างในว่ากูเป็นผัวมึงดี จะได้ไม่ต้องมีคนสงสัย” พีคพูดปนรำคาญนิดหน่อ ที่เห็นเพลิงยังลังเลไม่ยอมเปิดประตูสักที เลยรีบพูดขู่ตัดปัญหา จนเพลิงเบิกตาหยุดชะงัก ตะลึงกับสิ่งที่พีคพูด ก่อนจะรีบหยิบคีย์การ์ดรูดเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว ส่วนพีคแอบยิ้มขำนิดหน่อย ที่เห็นท่าทีตื่นตกใจของเพลิง ก่อนเดินตามเพลิงเข้าไปข้างในห้องที่เปิดเพียงไฟสีส้มสลัวๆเท่านั้น 

นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่พีคได้เข้ามาเหยียบห้องของเพลิง ที่สภาพห้องดูเหมือนจะอยู่มากกว่าสอง เพราะเห็นรองเท้าผู้หญิงแวบๆใกล้ตู้รองเท้า ห้องเพลิงไม่ได้ดูเรียบหรูใหญ่โตเหมือนคอนโดของครอบครัวคนมีเงิน แต่ออกแนวเรียบง่ายสบายๆเหมาะกับเด็กมหาลัยอยู่กันจริงๆมากกว่า แต่จะดูพิเศษตรงที่ห้องนอนมันมีสองห้องติดกันแค่นั้น  

“อะไรของไอ้หนิงมันวะเนี่ย บอกกี่ครั้งแล้วว่าจานกินแล้วให้เก็บเข้าครัว ไอ้ท็อปแม่งไม่คิดจะเตือนแฟนมันหรือไงวะ” เสียงบ่นอุบอิบของเพลิง ทำให้พีคหันไปสนใจเพลิงที่กำลังก้มเก็บจานข้าวกับห่อขนมบนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา ก่อนจะเดินเข้าครัวไปล่างจานด้านใน ไม่นานก็เดินกลับออกมาหาพีคที่เข้ามานั่งรออยู่ที่โซฟา 

“ไหนเพื่อนมึง ตั้งแต่เข้ามากูไม่เห็นหัวเลยสักคน” พีคเริ่มต้นบทสนทนา เพลิงเองก็เลิกคิ้วเหมือนพึ่งนึกได้เหมือนกัน 

“เออว่ะ ตั้งแต่เข้ามาไม่เจอมันเลย มันคงออกไปเที่ยวมั้ง” เพลิงพูด 

“ตอนนี้เนี่ยนะ” พีคเลิกคิ้วสงสัย เพลิงพยักหน้าตอบนิดหน่อย 

“อืม ตอนนี้แหละ สองคนนี้มันเที่ยวกลางคืนบ่อย กลับทีก็ช่วงสาย ไม่ก็นอนบ้านเพื่อนคนอื่นถ้ามันเมา” เพลิงบอกเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่น ส่วนพีคก็ลุกเดินตามเข้าไป พลางเลิกคิ้วเมื่อเห็นสภาพห้องที่ดูเรียบร้อยกว่าด้านนอกมาก แถมมีตู้เก็บหนังสือโดยเฉพาะตั้งอยู่ไม่ไกลโต๊ะคอมเท่าไร  

“มึงเป็นหนอนหนังสือหรือไงวะ หนังสือถึงได้เต็มตู้ขนาดนี้” พีคถามขึ้น พร้อมเดินไปสำรวจหนังสือที่ตู้ เพราะพีคเองก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน แต่ถ้าดูดีๆแล้ว หนังสือในตู้แทบจะแตกต่างจากที่เขาอ่านโดยสิ้นเชิง เพลิงเห็นว่าพีคไปค้นหนังสือของตนเอง จึงรีบวิ่งจากตู้เสื้อผ้ามาที่ตู้หนังสือทันที แต่ก็สายไปเมื่อพีคหลุดขำยามได้เห็นหน้าหนังสือที่เพลิงอ่านเป็นสิบๆเล่มในตู้ 

“หึหึ ไอ้เพลิง มึงอายุเท่าไรเนี่ย” พีคยิ้มขำอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาคนถูกถามอายุถึงกับเขินอายทันที ก่อนจะรีบแย่งหนังสือจากมือพีคเก็บเข้าตู้อย่างรวดเร็ว 

“เข้าเลขสองแล้วอ่านการ์ตูนไม่ได้หรือไงวะ” เพลิงว่าหน้ามุ้ยแอบนอยด์หน่อยๆที่พีคล้อเรื่องอายุ พีคได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะรีบพูดแก้เมื่อเห็นว่าเพลิงนอยด์เป็นเด็กๆ 

“กูก็ไม่ได้ว่าอะไรนี้ แค่แปลกใจนิดหน่อยที่เห็นมึงอ่านการ์ตูน แล้วพึ่งสังเกตด้วยว่าคอมบนโต๊ะมึงแต่งเครื่องได้เต็มมาก” พีคยังไงก็เป็นพีค ทำเหมือนจะพูดดีแต่ก็ไม่วายไปโยงเรื่องคอมที่เพลิงซื้อมาใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ และไม่ได้ทำให้เพลิงอายน้อยลงเลย 

“ความชอบกู เลิกเสือกแล้วออกจากห้องกูไปเลยไป” เพลิงว่าอย่างเซ็งๆ ก่อนจะไล่ให้พีคไปข้างนอก แต่พีคยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน 

“คิดจะให้กูไปนอนข้างนอกหรือไง ไอ้เพลิง” พีคกดเสียงต่ำ ทำเอาเพลิงหยุดชะงัก ก่อนจะรีบก้าวถอยหลังอย่างระแวง เพราะไม่ดีแน่ถ้าพีคมาทำอะไรที่ห้องเขา แต่ทางพีคกลับยกยิ้มขำอีกรอบ เมื่อเห็นท่าทีหวาดระแวงของเพลิง ทั้งๆที่เขาแค่แกล้งกดเสียงขู่เท่านั้น ก่อนที่พีคจะเดินไปหาพร้อมยกมือขยี้หัวอีกฝ่าย 

“ไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป” พีคพูดบอกก่อนจะลดมือลงแล้วเดินสวนเพลิงออกไป แต่กับคนที่ถูกขยี้หัวไม่ทันตั้งตัวกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พลางเม้มปากยกมือขึ้นไปจับเส้นผมที่ถูกขยี้ก่อนหน้านี้เบาๆ และคิดว่าดีแล้วที่พีคเดินออกไป เพราะตอนที่พีคเอามือมาจับผม เพลิงกลับรู้สึกว่าอกด้านซ้ายของตัวเองเต้นแรงจนดูไม่ปกติเอาซะเลย เพลิงรีบสลัดความรู้สึกทิ้ง พร้อมยืนสูดหายลึกๆรอบนึงก่อนจะทำตัวให้เป็นปกติ แล้วเดินกลับไปหยิบเสื้อกับผ้าเช็ดตัวที่ตู้เสื้อผ้า ก่อนเดินออกจากห้องไปยังห้องน้ำด้านนอก 

ส่วนพีค เมื่อเห็นว่าเพลิงเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำแล้ว เลยลุกกลับเข้าห้องเพลิงสำรวจดูนู่นดูนี่รอระหว่างที่เพลิงอาบน้ำ พีคแทบไม่ได้แตะต้องอะไรของๆเพลิงเลย แต่ดูเหมือนจะมีสิ่งหนึ่งตรงโต๊ะคอมที่ทำให้พีคสนใจ เมื่อเห็นว่ามีพวกรูปถ่ายกับกรอบรูปวางไว้อยู่สองสามรูป รูปนึงเป็นรูปถ่ายกับเพื่อนที่คาดว่าน่าจะเป็นรูมเมท รูปนึงเป็นรูปช่วงมัธยม พีคหยิบรูปไร้กรอบขึ้นมาดู พลางยิ้มขำกับเด็กม.ปลายชุดนักเรียนวัดในรูปที่ยิ้มแย้มออกมา แถมพึ่งรู้ว่าเพลิงเคยเป็นเด็กแว่นดัดฟันมาก่อน แต่พอเข้ามหาลัย อะไรๆก็เปลี่ยน แต่ดูเหมือนแว่นคงจะใส่อยู่เหมือนเดิม เพราะเห็นกล่องแว่นมันวางอยู่ที่โต๊ะ พีควางรูปแปะไว้ที่เดิม ก่อนจะมองกรอบรูปที่คว่ำหน้าไว้อย่างสงสัย พีคยื่นมือไปหยิบกรอบรูปที่คว่ำขึ้นมาดู จากตอนแรกที่ยิ้มกลับต้องหุบลงอย่างรวดเร็ว เพราะรูปที่อยู่ด้านหลังเป็นรูปคู่ของเพลิงกับแก้มคาดว่าจะเป็นช่วงเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ พีคมองสำรวจคนในรูป จะเห็นว่าแก้มที่กำลังขี่หลังเพลิงกับตัวเพลิงดูยิ้มมีความสุขสุดๆ พีคยอมรับว่าเขาชอบที่น้องสาวเขายิ้มได้แบบนี้ แต่กลับอีกคน ตั้งแต่รู้จักมา..เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะอยู่กับใครก็ตาม  จนแอบรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่หายากและไม่มีวันได้เห็น

พีคดูจะมองรูปใครบางคนในมือนานกว่าปกติ จนเจ้าของรูปตัวจริงเดินเข้าห้องมา พีคจึงรีบจับมันคว่ำไว้เหมือนเดิม แล้วรีบหันไปหาเพลิงที่เดินเช็ดหัวหันมองพีคอย่างงงๆ 

“มึงทำอะไรน่ะ?” เพลิงย่นคิ้วถามพีคอย่างสงสัย 

“หาอะไรอ่านนิดหน่อย เห็นในตู้มีแต่การ์ตูน เลยมาดูโต๊ะมึง” พีครีบพูดตัดไปอีกเรื่อง ด้วยท่าทางปกติ และดูเหมือนเพลิงจะไม่เห็นตอนเขาวางกรอบรูป 

“หนังสืออื่นก็มีหรอก แล้วอยากอ่านแบบไหน กูจะได้หาให้” เพลิงถามพีค ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องบนโต๊ะเท่าไร 

“อยากอ่านของนิ้วกลม พอมีบ้างมั้ย” พีคพูดบอกเสียงเรียบ เพลิงยืนนึกอยู่สักพักก่อนจะตอบพีคกลับ 

“น่าจะมี เดี๋ยวไปดูที่ห้องเพื่อนให้ ส่วนมึงก็ไปอาบน้ำไป ผ้าเช็ดตัวอยู่ราวหน้าห้องน้ำ ส่วนเสื้อเดี๋ยวกูเอาเสื้อเพื่อนกูให้ใส่ก่อน ตัวมันพอๆกับมึง มึงหน้าจะใส่ได้” พีคพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินสวนออกไปน้ำด้านนอก ส่วนเพลิงก็เดินตามออกไปหาเสื้อกับหนังสือให้พีคที่ห้องของท็อป โชคดีที่ท็อปไม่ใช่พวกหวงห้อง เลยไม่ได้ล็อคประตูเอาไว้ เพลิงเลยเดินเข้าออกห้องนอนของท็อปได้ง่าย เพลิงหาเสื้อกับหนังสือเจอได้สักพัก ก็เอาเสื้อออกไปวางไว้บนราวแขวนผ้าเช็ดตัวหน้าห้องน้ำ แล้วเอาหนังสือมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะนั่งดูหนังทางเคเบิ้ลทีวีรอบดึก 

เพลิงนั่งดูหนังอยู่คนเดียวได้ไม่นาน สักพักเบาะโซฟาข้างๆก็ยุบลงมา ทำให้เพลิงหันไปมองพีคที่ทิ้งตัวลงมานั่งข้างๆใกล้กัน 

“ยังไม่นอนอีก” พีคพูดขึ้น  

“เดี๋ยวนอน ขอดูตอนนี้จบก่อน แล้วก็หนังสือมึงวางอยู่เนี่ย จะอ่านก็หยิบไป” เพลิงบอก ก่อนชี้ไปที่หนังสือเล่มเล็กบนโต๊ะ พีคมองตามพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน เพราะเขาใช้เป็นแค่ข้ออ้างเฉยๆ กลับหันไปมองคนข้างๆแทนด้วยซ้ำ เพราะตาเพลิงดูเหมือนคนง่วงเต็มที  

“กูว่ามึงไปนอนเหอะ ตาจะปิดอยู่แล้ว” พีคว่า 

“งั้นหรอ ..อือ ก็ได้ ส่วนมึงอ่านหนังสือเสร็จ ฝากปิดไฟปิดทีวีด้วยนะ ขอไปนอนก่อน” พูดจบ เพลิงก็เดินลุกเข้าไปข้างในห้องแล้วทิ้งตัวนอนลงทันที ปล่อยให้พีคต้องลุกไปปิดทีวีปิดไฟนอกห้องให้ เพราะไม่ได้คิดจะอ่านหนังสืออยู่แล้ว พีคจัดการอะไรเสร็จก็เดินเข้าห้องเพลิงไป พลางมองร่างสูงของเพลิงที่นอนอยู่บนเตียง พีคคิดว่าที่เพลิงดูหลับง่าย คงจะเพลียกับการเดินทางเพราะวันนี้ไปกลับจากที่ทำงานเองโดยไม่ใช้รถ บวกกับงานที่ทำในครัว คงจะทำให้เพลิงเพลียจริงๆ  

พีคเดินมาที่เตียงของเพลิง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆอย่างทุกที เพลิงที่ยังหลับไม่ได้สนิทมากลืมตามองขึ้นมานิดนึง ก่อนจะปิดตาหลับต่อ เมื่อเห็นว่าพีคเข้ามานอน เพลิงนอนตะแคงข้างหันออกนอกเตียงตามปกติที่นอนกับพีค แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้จะแปลกออกไป เมื่อมีสัมผัสอุ่นจากแขนใครบางคนเขยิบเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง จากที่กึ่งหลับกึ่งตื่น เพลิงสะดุ้งตื่นตกใจกับการกระทำของพีค 

“ไอ้พีค มึงทำบ้าอะไรอยู่” เพลิงรีบถามพีคเสียงแข็งปนตกใจ แต่ก็ไม่ได้ดิ้นเหมือนครั้งก่อน 

“นอนไง” พีคตอบเสียงแผ่ว ขณะหลับตาลงสวมกอดเพลิงจากด้านหลัง 

“มึงก็ไปนอนที่มึงสิ มึงบ้าป่ะเนี่ยมานอนกอดกู” เพลิงว่าออกมา พลางขยับเล็กน้อยเป็นเชิงไล่ แต่พีคดูจะไม่ใส่ใจ ก่อนจะฟุบหน้าเข้ากับบ่าของเพลิง จนจมูกที่คลอเคลียอยู่บริเวณนั้นส่งลมหายใจอุ่นๆแพร่ผ่านเข้าเสื้อ ทำเอาเพลิงรู้สึกจั๊กกะจี้อย่างบอกไม่ถูก และอยู่แบบนี้สักพักในความมืดของห้องนอน

“มึงยิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไร” จู่ๆพีคก็พูดขึ้นเสียงแผ่ว ทำเอาเพลิงหยุดชะงักนอนนิ่งไป ก่อนจะเข้าใจว่ายิ้มที่ว่าเป็นยิ้มแบบไหน 

“ทำไมมึงถึงได้ถาม” เพลิงถามกลับเสียงเรียบ 

“ป่าวหรอก แค่อยากรู้” พีคบอกขณะหลับตาอยู่ ส่วนเพลิงนอนแน่นิ่งก่อนจะตอบกลับพีคในบรรยากาศที่เงียบ จนได้ยินลมหายใจของกันและกัน 

“กูยิ้มได้ตลอดนั่นแหละ แค่ช่วงที่อยู่กับมึงเท่านั้นที่กูไม่ได้รู้สึกอยากยิ้มขึ้นมา” เพลิงพูดบอก จนพีคอดยกยิ้มหัวเราะในลำคอออกมาไม่ได้ 

“หึหึ เกลียดกูขนาดนั้นเลยหรือไง”พีคถาม 

“เออ เกลียด แล้วก็ปล่อยกูสักที อึดอัด” เพลิงว่าออกมาเสียงเรียบ แต่ก็แผ่วด้วยความง่วงจนตาเริ่มปิด แต่ก็ไม่วายบอกไล่พีคให้ขยับออกไป แต่พีคก็ไม่ได้ยอมขยับให้ พลางกอดแน่นกว่าเดิม  

“แต่กูไม่ได้เกลียดมึงว่ะ..” คำสารภาพเสียงแผ่วเบาจากปากพีค เหมือนเป็นเชือกเล็กๆที่ดึงกระตุกอกด้านซ้ายแรงไปวูบนึง เพลิงลืมตาขึ้นกับความรู้สึกแปลกๆของตัวเอง พลางขยับเอียงหน้าหันไปมองนิดหน่อยอย่างไม่เข้าใจ แต่เมื่อหันไป เพลิงเห็นว่าพีคลืมตาขึ้นมองเขานิดนึง 

“อะไร?” พีคถาม 

“มึงสิเป็นอะไร พูดจาแปลกๆ” เพลิงถามกลับ เพราะรู้สึกว่าพีคดูแปลกไปจริงๆ  

“กูง่วงมั้ง นอนเหอะ ” พีคบอกปัด ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง ส่วนเพลิงย่นคิ้วมองพีคสักพัก แล้วหันกลับไปนอนตามเดิม แม้จะไม่เข้าใจที่พีคต้องการจะสื่อ แต่มันไม่ได้รู้สึกแย่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน เพลิงหยุดความสงสัยทิ้งแล้วหลับตานอน แต่จู่ๆพีคก็เรียกอีกรอบ 

“ไอ้เพลิง”  

“อะไรอีก” เพลิงพูดทั้งที่หลับตาใกล้นอนเต็มที่แล้ว 

“Good night” พีคพูดบอกครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับไปจริงๆ แต่ทว่าก็มีสิ่งที่เกินคาดทำให้พีคเผลอยกยิ้มก่อนหลับได้เหมือนกัน 

“อือ..good night” คำบอกฝันดีของเพลิง ที่คนพูดเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องพูดตอบพีคไปแบบนั้น แต่ว่ามันกลับทำให้อีกคนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

 

******************************************* 

 

เช้าวันใหม่ 

 

 

“บทจะตื่นเช้า มึงก็ตื่นเช้าเกินไปหรือเปล่า ไอ้เพลิง” เสียงทุ้มของคนพึ่งตื่นดังขึ้น ขณะเดินผมชี้มาหาเพลิง ที่กำลังหาอะไรกินอยู่ที่ครัว เพลิงหันไปมองพีคด้วยหน้าตาปกติ ก่อนจะเดินถือนมกับขนมปังเดินสวนพีคออกไปนั่งโซฟา รวมทั้งพีคที่เดินตามไปนั่งสมทบด้วย 

“แล้วนี่แต่งตัวจะไปไหน” พีคถามอีกรอบ 

“ว่าจะไปซ้อมวิ่งที่มอหน่อย ส่วนมึงจะกลับบ้านไปก่อนก็ได้นะ บ่ายๆเดี๋ยวกูเข้าร้านเอง” เพลิงหันไปพูดกับพีค ก่อนจะจัดการขนมปังเข้าปาก เพราะไม่อยากกินอะไรเยอะก่อนซ้อมกีฬา 

“มึงอยู่ในช่วงฝึกงานไม่ใช่หรือไง ทำไมจะต้องไปทำกิจกรรมมอด้วย” พีคเลิกคิ้วสงสัย เพราะตามที่เขาเคยเรียนมหาลัย ช่วงฝึกงานที่มหาลัยเขาจะไม่ให้เด็กฝึกงานอยู่เข้ามาทำกิจกรรมของมอเท่าไร  

“พอดีมันจะมีคัดตัวนักกีฬาแข่งวิ่งในเดือนหน้า ที่มอเลยบังคับนักกีฬาทุกคน ที่จริงปีนี้ไม่ได้อยากแข่งหรอก แค่ไปให้เขาเห็นหน้าเฉยๆ โค้ชจะได้ไม่มาด่ากูว่าอู้ได้” เพลิงพูดอธิบายให้พีคฟัง  

“มึงก็ขยันเกิน เป็นกู ไปอีกทีวันคัดตัวเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา” พีคบอกพลางยกยิ้มให้คนข้างๆ แต่ก็ถูกเพลิงไล่ให้ไปอาบน้ำเสียก่อน 

“พูดมาก รีบไปอาบน้ำเลยมึง กูจะได้รีบออกก่อนที่เพื่อนกูจะกลับมา” พีคไหวไหล่ยอมลุกไปอาบน้ำแต่โดยดี ส่วนเพลิงก็นั่งกินของว่างเปิดทีวีดูไปพลางๆ รอจนกว่าพีคจะอาบน้ำเสร็จ  

       ขณะนั่งดูทีวีรอ เพลิงก็ไม่ได้ใส่ใจกับอะไรเท่าไร เลยไม่รู้เลยว่าเพื่อนทั้งสองคนได้กลับเข้าห้องมาแล้ว และทั้งคู่ก็ตกใจที่เห็นว่าเพลิงกลับห้องมาโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลย 

“เฮ้ย ไอ้เพลิง มึงกลับมาตอนไหนเนี่ย”เสียงเรียกทักของท็อป ทำเอาคนที่กำลังหยิบขนมปังเข้าปากถึงกับอ้าปากหว๋อ พร้อมหันไปมองคนที่เข้าห้องมาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียงอย่างตกตะลึง 

 

 

// ฉิบหายละ //  

 

“มะ..มึงนั่นแหละ ทำไมกลับเช้า ปกติกลับสายๆหนิ” เพลิงรีบถามทั้งใบหน้าที่ยังไม่หายตกใจ 

“กูกับหนิงยังไม่ได้นอนกันเลย เลยว่ารีบกลับมานอนที่ห้องดีกว่า ว่าแต่มึงเถอะ กลับมาทั้งทีก็บอกกันหน่อย แล้วนี่มาอยู่เลยป่ะ หรือแค่แวะมา” ท็อปถามกลับ

“แค่แวะมาน่ะ เดี๋ยวจะออกแล้ว พวกมึงจะนอนก็เข้าไปนอนเลยนะ เดี๋ยวก่อนออกกูปิดข้างนอกให้” เพลิงรีบบอกไล่พร้อมยกยิ้มแห้งๆ ท็อปมองเพื่อนงงๆแต่ก็พยักหน้ายอมเข้าห้องไปพร้อมหนิง เพราะเพลียจากเที่ยวเมื่อคืน แต่ก่อนจะเดินเข้าไป เพลิงแอบรู้สึกว่าหนิงมองเขาเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง แต่เพลิงแค่ยิ้มแห้งให้เท่านั้น แถมพีคยังไม่ออกจากห้องน้ำ เลยแอบโล่งใจที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน 

หลังสองคนนั้นเข้าห้องได้ไม่นาน พีคก็ใส่เสื้อผ้าเดินออกจากห้องน้ำ พลางเลิกคิ้วมองเพลิงสลับกับมองที่ห้องนอนอีกห้องเป็นเชิงถาม ว่าเพื่อนกลับมาแล้ว เพราะได้ยินเสียงคนคุยกัน ส่วนเพลิงก็พยักหน้าตอบนิดนึง ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าใส่เสื้อซ้อมกีฬาเตรียมออกนอกห้อง 

“ไปกัน เดี๋ยวเพื่อนกูออกมาเจอมึง” เพลิงพูดบอกอย่างเร่งรีบ แต่พีคกลับตลกกับการตื่นตูมของเพลิง พลางนึกว่าอะไรจะกลัวโดนเพื่อนเจอเขาขนาดนั้น  

“หึหึ ทำอย่างกับลอบพาชู้เข้าห้องอย่างนั้นแหละ” พีคอดแซะออกมาไม่ได้ ทำเอาเพลิงถึงกับหันค้อนไปมองเขา  

“ชู้พ่อมึงสิ กูแค่ไม่อยากให้เพื่อนเจอมึงเท่านั้น ขี้เกียจมาตอบคำถามมัน” เพลิงว่า 

“มึงก็แค่บอกไปว่ากูเป็นรุ่นพี่หรืออะไรก็ได้หนิ ไม่เห็นจะต้องทำท่าเหมือนกลัวอะไรเลย” พีคพูดตามความเป็นจริง เพราะเพื่อนเพลิงคงไม่คิดถามอะไรมากหรอก ถ้าไม่รู้จักอะไรกันขนาดนั้น 

“เออหน่า รีบไปเหอะ ตอนเช้าคนยิ่งขึ้นรถโดยสารเยอะ” เพลิงรีบพูดตัดบท ก่อนเดินนำพีคไปที่ประตู เพลิงเดินตามไปอย่างว่าง่าย แต่ในจังหวะที่เดินผ่านหน้าห้องของเพื่อนเพลิง จู่ๆประตูก็เปิดออก พร้อมปรากฏร่างหญิงสาวที่ดูคุ้นตาเดินออกมา ทั้งพีค ทั้งหนิง เมื่อเห็นหน้ากัน ก็ยืนสตั้นมองไปอยู่ครู่นึง คิดไม่ถึงว่าจะเจอกันที่นี่ ก่อนพีคจะจำได้แล้วว่าเพื่อนเพลิงมีคนคบกับหนิงที่เป็นเพื่อนกับน้องสาวเขาอยู่ 

“พี่พีค!” หนิงถึงกับเบิกตากว้างมองพี่ชายเพื่อนอย่างตกตะลึง ทางด้านเพลิงที่ได้ยินรีบหันควับไปมอง ก่อนจะตกใจทำหน้าไม่ต่างจากหนิงเท่าไร 

“หนิง นี่เราอยู่ที่นี่หรอ” พีคถามด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ลึกๆจะแอบตกใจที่เห็นอีกฝ่ายอยู่ที่นี่เหมือนกัน 

“หนิงมาอยู่เป็นเพื่อนแฟนน่ะ ไม่สิ หนิงต้องถามพี่มากกว่าทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ได้ แล้วนี่พี่มากับใคร...” หนิงถามพีครัว ก่อนจะเว้นจังหวะ เหมือนหางตาไปเห็นบุคคลที่สามกำลังหันหลังเตรียมเปิดประตูหนี หนิงจึงตะโกนเรียกดักไว้ก่อน “ไอ้เพลิง! จะหนีไปไหน มานี่” 

     คนถูกเรียกดักถึงกับสะดุ้ง ก่อนค่อยๆหันหลังไปมองหนิงที่ยืนมองเขาพร้อมกับพีค เพลิงหันมาพลางยกยิ้มแหย่ๆทำตัวไม่ถูก และนี่คือสาเหตุตัวหลักเลยที่เพลิงไม่อยากให้พีคมาที่ห้อง เพราะสองคนนี้มันรู้จักกันยังไงล่ะ แล้วหนิงยิ่งเป็นประเภทเซ้นส์แรง ขี้สงสัย โอกาสความแตกมีได้ถึง 70 %  แน่นอน

“นี่พี่พีคมากับไอ้เพลิงหรอ” หนิงหันไปถามพีคต่อ โดยที่เพลิงยังไม่ได้เดินเข้าไปหาตามที่สั่ง 

“ใช่” พีคตอบ 

“หนิงว่าและ นี่หนิงสงสัยตั้งแต่เจอพี่ลากไอ้เพลิงหนีพี่แทนตั้งแต่วันไปห้าง จะโทรถามไอ้เพลิงอยู่ แต่คิดว่าดักถามตอนเจอกันเลยดีกว่า ..แล้วแกจะยืนเฝ้าที่อยู่ตรงนั้นทำไม ชั้นบอกให้มานี่ไง” หนิงหันไปแว๊ดเรียกเพลิงหลังพูดกับพีค แต่เพลิงส่ายหน้ารัวทำปากบอกไม่ให้หนิงได้รู้ จนหนิงแทบชี้หน้าด่าทะเลาะกับเพลิงทางสายตา พีคที่ยืนมองทั้งคู่พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเพลิงถึงไม่อยากให้พีคมาที่ห้อง  

“พี่พีค ตกลงมันยังไง ทำไมถึงได้ไปรู้จักไอ้เพลิงได้ หนิงจำได้ว่าแก้มไม่ได้บอกเรื่องเพลิงให้พี่ฟังเลย แถมวันนั้นพี่ยังดูหวงไอ้เพลิงแปลกๆ ตกลงมันยังไง คือตอนนี้หนิงรู้สึกทะแม่งๆเรื่องพี่กับไอ้เพลิง...”  

“เดี๋ยวๆไอ้หนิง แกจะสาระแนเกินไปแล้ว กูกับมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรทั้งนั้นแหละ ..ไอ้พีค รีบไปเถอะ กูมีซ้อมวิ่งที่มอ” เพลิงรีบพูดแทรก ก่อนที่หนิงจะพูดคิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ ส่วนพีคก็ยกยิ้มหันไปหาหนิงเมื่อถูกเพลิงเรียก 

“เอาไว้ค่อยคุยกันที่หลังนะ พี่ขอตัวก่อน” พีคบอกลาหนิง ก่อนจะรีบเดินไปหาเพลิงที่เปิดประตูรอไว้แล้ว ส่วนหนิงก็ยังคงมองตามหลังจนประตูปิดไปอย่างคาใจ ไม่ใช่ว่าคิดเป็นเอง แต่บางทีเกินครึ่งในใจ หนิงคิดว่าสองคนนั้นต้องมีอะไรมากกว่าแค่คนรู้จักแน่ๆ 

 

ทางด้านเพลิงที่เดินหนีจนขึ้นรถเมล์มาได้ ก็แอบโล่งใจ เพราะค่อนข้างรู้นิสัยหนิง ถ้าได้ถามหรือสงสัยอะไรแล้ว ได้มีถามยาวแน่ๆ แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่ไม่เข้าใจ คงจะเป็นเรื่องของคนที่ยืนเกาะราวรถเมล์อยู่ข้างๆ ที่ไม่คิดว่าจะตามไปที่มอกับเขาด้วย เพราะกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็คือตอนลงรถเมล์มาอยู่หน้ามอ 

“ไหนว่าจะกลับบ้าน มึงตามกูมาทำไม” เพลิงหรี่หันไปถามคนเดินอยู่ข้างๆ 

“เมื่อเช้ากูบอกหรือไงว่าจะกลับ” พีคตอบกลับ กลายเป็นเพลิงที่หยุดเงียบไปพร้อมกลับกรอกตามองบนอย่างเซ็งๆ 

“แล้วนี่มึงไปซ้อมกีฬาตรงไหน กูว่ากูจะแวะไปหาไรกินก่อน จะได้ตามไปถูก” พีคหันไปถามเพลิงอีกรอบ พลางมองสำรวจหาร้านข้าวในมอ  

“เดินตรงไปด้านใน ก่อนถึงตึกวิศวะ มึงจะเห็นสนามบอลใหญ่ๆอยู่ริมซ้ายสุดเลย ถ้าไปไม่ถูกลองดูป้ายทางไปตึกวิศวะเอา หาไม่ยากหรอก” เพลิงบอกเสียงเรียบ 

“อ่าฮะ งั้นกูแวะไปร้านข้าวก่อน เดี๋ยวตามไป” พีคพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“อืม ถ้าหาไม่เจอก็ถามคนเอา ไปล่ะ" เพลิงตอบพีคสั้นๆ ก่อนเดินตรงไปยังสนาม ส่วนพีคก็แยกตัวออกไปยังอาคารโรงอาหารใหญ่ของมหาลัย เพื่อหาอะไรกินลงท้อง เนื่องจากตอนอยู่ที่คอนโดเขายังไม่ได้กินอะไร เลยแวะมาฝากท้องไส้จากอาหารที่นี่ โชคดีที่มหาลัยเพลิงมีเปิดเรียนซัมเมอร์ ทำให้ร้านอาหารในมอเปิดปกติ แถมร้านข้าวก็ไม่ได้หรูเหมือนชื่อมหาลัย ราคามาตรฐานสามสิบบาทขึ้นไปเกือบทุกร้าน พีคใช้เวลาเดินหาร้านที่ต้องการ เดินวนตั้งแต่ชั้นล่างยันชั้นบน สุดท้ายก็เลือกร้านข้าวราดแกงธรรมดา ก่อนจะเดินเข้าไปสั่งตามคิวปกติ

“ป้าครับ เอาผัดพริกแกงหมูกับผัด...” 

“ป้า ผมเอาผัดหน่อไม้เหมือนเดิม!”  

พีคถึงกับต้องหยุดสั่ง เมื่อมีคนเดินแทรกเข้ามาสั่งอาหารตัดหน้าเขาอย่างไร้มารยาท ก่อนจะหางตามองอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ดูเหมือนคนที่แทรกเข้ามาจะดูคุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกิน 

“อีกแล้วนะตาแทน ป้าบอกแล้วไงว่าจะสั่งข้าวให้ดูคนก่อนว่ามีเข้าคิวมั้ย” ป้าร้านข้าวเอ็ดคนตรงหน้า จนแทนยิ้มแห้งใส่ทันที 

“โทษทีป้า ผมรีบไปหน่อยเลยลืมดู เฮ้ นาย เมื่อกี้ต้องขอ...” เรียกว่ากลืนคำพูดแทบจะทันที จากรอยยิ้มอารมณ์ดีของแทน ยามได้เห็นคู่กรณีข้างๆถึงกับหุบยิ้ม มองอีกฝ่ายอึ้ง ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้มาเจอที่นี่ รวมทั้งพีคเองก็ยืนอึ้งไม่ต่างกัน 

“มึง! / มึง!"

 

*************************************************** 

 

เอ๊ะๆยังไง อาการมันเป็นยังไง ไหนบอกหมอซิ น้องเพลิง

ส่วนอีพีคเหมือนผีเข้าอ่ะ 555555555

ปิดจ๊อบมินิธีสิสแล้วจ่ะ ไรท์กลับมาแล้วทุกคนนน

ขอโทษที่หายไปโคตาระนานเลยนะคะ

กลับมาลงตอนนี้ไรท์อาจจะแต่งงงๆนิดนึงเด้อ

ปล.ชั้นนอนน้อย เลยงงกับตัวเอง

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น