เปลวไฟสีน้ำเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Heart 01 : จุดเริ่มต้นของหัวใจ 2 อัพครบ

ชื่อตอน : Heart 01 : จุดเริ่มต้นของหัวใจ 2 อัพครบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 14:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Heart 01 : จุดเริ่มต้นของหัวใจ 2 อัพครบ
แบบอักษร

ถ้าพูดเหมือนผมเป็นคนสำคัญ หวังว่าตอนมาเที่ยวด้วยกันจะเปิดใจให้ผมเป็นคนสำคัญต่อไปนะทอฝัน

ว่าแต่ตอนเจอหน้าฝันแล้วผมต้องทำหน้าตายังไง ยิ้มตลอดเวลาหรือว่าแค่ยิ้มบางๆ ให้ดูเป็นคนมีเสน่ห์อีกนิด ให้ตายเถอะ! การได้เจอคนอื่นบนโลกใบนี้ผมก็แค่ทำหน้านิ่งเพราะสื่อออกไปเขาก็ไม่รู้อยู่แล้ว ทว่าฝันไม่ใช่คนอื่นสำหรับผมนี่สิ ปัญหาเรื่องสีหน้าท่าทางก็เลยเป็นงานยากของผม

กับคนที่ผมชอบ (เรียกแบบนี้ได้ไหมนะ) ผมก็อยากให้เธอเข้าใจว่าผมก็มีความรู้สึก

‘วิธีบอกความรู้สึกผ่านใบหน้า’

คำตอบ ‘ไม่ต้องบอก แสดงออกว่ารักก็พอ’

เอางั้นเหรอ? แต่อาการแบบนี้ผมเริ่มบ้ามากแล้วใช่ไหมถึงไปค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อเอามาใช้กับฝัน แล้วการแสดงออกว่ารักเขาทำกันยังไง

ผมว่า ‘ยิ่งค้นหายิ่งยืดยาว’ พยายามทำใจให้สบายแล้วรีบเข้านอนดีกว่า

ทว่านอนมองเพดานห้องจนตาลายผมก็ยังไม่หลับสักที ‘ไปจองห้องพักให้ฝันตอนนี้ เจ้าของโฮมสเตย์จะด่าไหมนะ’ หึ ก็คงเป็นเพียงความคิดเพราะผมคงไม่กล้าไปจริงๆ หรอก ลองยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก หลับตาลงเรียกสติให้หายฟุ้งซ่านก็ไม่ได้ผล

พรึบ! ผมเด้งตัวลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืดอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ไฟหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ แจ้งเตือนที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมา

ทอฝัน : ใครหลับทีหลังคนนั้นแพ้

ทอฝัน : เลี้ยงข้าวตลอดทริปวันหยุด

ทอฝัน : 55 พี่อินอ่านแสดงว่ายังไม่หลับ

ทอฝัน : นอนนะ ไม่ต้องคิดเยอะ เรามีเวลาให้ตื่นเต้นด้วยกันอีกหลายวัน

ก็จริงของเธอ ไม่รู้ผมจะตื่นเต้นทำไม แต่มันง่ายเหมือนที่คิดก็คงดีเพราะลองจับตรงหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองตอนนี้ก็ยังเต้นแรงอยู่เลย

ตุบ! ผมใช้กำปั้นทุบมันเบาๆ ‘หยุดรัวสักทีเหอะ เดี๋ยวได้ตายก่อนเจอหน้าฝันแน่ๆ’

ภาคิณ : ถ้าอยู่เฉยได้ อย่ามาเรียกว่าพี่อินครับ

ทอฝัน : นอนกันเนอะ

ภาคิณ : นอนก็นอน

สุดท้ายผมก็ต้องนอนเพราะจำใจต้องนอน ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้ต้องเป็นวันที่ผมกลายเป็นหุ่นยนต์หรือตุ๊กตาไม้เคลื่อนที่แน่ๆ แค่คิดถึงตอนไร้อารมณ์ ฝันพูดอะไรมาก็ไม่ตอบสนอง เธอคงจะมองผมแล้วเอาโทรศัพท์ปาติดหน้าพร้อมกับตะโกนดังๆ ว่า ‘พิมพ์มาให้เข้าใจหน่อยสิ’

ผมจะให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

บทบรรยาย ทอฝัน

เที่ยงวันต่อมา....

ทอฝัน : สวัสดีเชียงใหม่ กระเป๋าใบเดียวตามคำสั่งจริงๆ

(ภาพกระเป๋าเดินทางสีฟ้าพาสเทลใบโต)

หึ ฉันหัวเราะเบาๆ ในลำคอให้กับสิ่งที่ตัวเองโพสต์ลงไปเมื่อมาถึงสนามบินเชียงใหม่ และตอนนี้กำลังรอรถโดยสารเพื่อจะขึ้นไปต่อที่ศูนย์วิจัย ซึ่งพี่อินได้ไลน์มากำชับตั้งแต่ตื่นนอนแล้วว่า ‘ให้ขึ้นรถสีเหลือง สนามบิน-ศูนย์วิจัยนะ ห้ามขึ้นผิดสี รอขึ้นพร้อมคนอื่นด้วย ไม่ต้องเหมารถมาคนเดียวมันแพง’

หลายประโยคที่เขาย้ำนักย้ำหนา ตอนนี้ทอฝันท่องจำขึ้นใจเลย แต่ไม่ได้บอกเขานะว่ากำลังรอรถขึ้นไปศูนย์วิจัยแล้ว แค่อยากเซอร์ไพรส์แบบถึงแล้วค่อยบอกดีกว่า

‘พี่อิน’ คือคนที่ฉันยอมลงทุนจองตั๋วเครื่องบินด่วนมากเพื่อมาหาโดยไม่ลำบากใจเลย ฉันอยากเจอเขาจริงๆ เพราะกว่าจะมีวันหยุดที่ต่อเนื่องกันเป็นอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกอย่างฉันชอบในความอบอุ่น สุภาพและแสนดีของเขามาก ก็เลยอยากรู้ว่าตัวจริงจะเป็นเหมือนที่คุยกันไหม

หวังว่าพี่อินจะไม่ทำให้ผิดหวังนะ ฉันเป็นผู้หญิงแต่มาหาผู้ชายถึงที่ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจ..ฉันรู้ดี และมันคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นสำหรับฉันหรืออยากให้มันจบด้วยเรื่องอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราว ฉันอยากให้เราค่อยๆ ก้าวต่อไปหลังจากนี้

Preem : เดี๋ยวนะ ทำไมเช็กอินเหมือนผู้ชายของไลน์แกอะฝัน

‘พรีม’ คือคนที่แนะนำพี่อินให้ฉันรู้จักเองค่ะ เห็นมาคอมเมนต์แล้วก็อดที่จะบ่นเพื่อนไม่ได้เลย พรีมบอกฉันแค่ว่าพี่อินเป็นคนดี ไม่มีแฟน ซึ่งก็จริงหากดูจากการคุยกันมาหลายเดือน แต่เธอไม่เคยบอกฉันในเรื่องที่พี่อินพึ่งสารภาพมาเมื่อคืน และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอรีบโทรมาหาทันทีที่รู้ว่าฉันกำลังจะเจอกับพี่อินแล้วใช่ไหม

“ไงจ๊ะ เพื่อนพรีม” ฉันรับสายด้วยเสียงกระแนะกระแหน แค่หมั่นไส้เพื่อนที่ไม่ยอมบอกความจริงตั้งแต่แรก

(แกจะไปหาพี่อินจริงเหรอฝัน) น้ำเสียงตื่นเต้นร้อนรนดีจริงเพื่อนฉัน

“มาขนาดนี้แล้ว ฉันคงไม่นั่งเครื่องบินเล่นๆ นะ”

(หูยแก เป็นผู้หญิงแรดไปหาผู้ชายมันไม่ดีนะ แกจองตั๋วกลับเดี๋ยวนี้เลย พี่อินอาจไม่ชอบก็ได้)

“หึ” ฉันขำเบาๆ หยิบหมวกบักเก็ตสีขาวมาสวม เตรียมตัวเดินไปหารถโดยสารที่เข้ามาจอดรถไม่ใกล้จากจุดที่นั่งอยู่

(ไม่ขำจ้าฝัน ฉันไม่ขำ)

“ดูแกเครียดๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า”

(กะ..ก็ มีเรื่องที่ฉันยังไม่ได้บอกแกไง และคิดว่าผู้หญิงที่พูดมาก โม้เก่งอย่างแกก็คงรับไม่ได้)

“เหรอ” ฉันลากเสียงยาว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลากกระเป๋าเดินทางไปที่รถและคุยไปด้วย “ตั้งแต่แรกที่ฉันคุยกับพี่อิน ก็ไม่เคยได้ใช้สิ่งที่เขาขาดหายไปคุยกันนะ”

ฉันหมายถึง เราไม่เคยพูดกันด้วยเสียงอยู่แล้ว เราคุยกันผ่านแชทมาตลอดและไม่เคยมีปัญหากัน ฉันถึงไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ถ้าโฟกัสแค่เสียงแล้วเราจะสามารถคุยกันนานขนาดนี้ได้ยังไง ใช่อย่างที่ฉันคิดไหมล่ะ

(กะ..แกรู้แล้วเหรอ)

“พึ่งรู้เมื่อคืน”

(แล้วรับได้ หรืออะไรยังไง โอ๊ย! แกคิดดีแล้วใช่ไหม คือฉันห่วงทั้งแกทั้งพี่อินเลยนะ ถ้าต่างคนต่างเสียความรู้สึก ฉันก็ต้องแย่ไปด้วย)

ก็ถูกของพรีม แต่ตอนนี้ฉันยังโอเคไง ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลย

ทว่า... “....”

(ฮัลโหลฝัน ได้ยินเพื่อนพรีมหรือเปล่า ฝัน ทอฝัน)

“พะ..พรีม พี่อินมา พี่อินมา!” ฉันบอกเพื่อนด้วยเสียงสั่นเพียงเพราะขณะที่กำลังจะตอบพรีมในตอนแรก สายตาดันเหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังก้าวขาลงจากรถคันที่ฉันกำลังจะไปขึ้นพอดี สแกนด้วยสายตาจากท่อนขาถึงเสี้ยวหน้าฉันรู้เลยว่าพี่อินแน่นอน

ให้ตายสิ! ฉันกะว่าจะเซอร์ไพรส์แต่ทำไมพี่อินเซอร์ไพรส์กว่า

(เฮ้ยแก ทำใจดีๆ นะ ค่อยพูดค่อยจากับพี่เขา อย่าไปทำอะไรไม่ดีเด็ดขาด)

ตู้ดๆ ฉันกดวางสายพรีมทันทีเมื่อเก็บอาการตื่นเต้นของตัวเองไม่ได้แล้ว พี่อินที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนสีเข้มกำลังกวาดสายตามองไปรอบตัว คาดว่าเขาคงมองหาฉันนั่นแหละ

เอายังไงดี? ฉันต้องเดินไปหาเอง หรือรอให้เขาหาฉันเจอก่อน

ตึกตัก ตึกตัก โอ๊ย! หัวจิตหัวใจ มาถึงเชียงใหม่ไกลขนาดนี้ก็ไม่ควรจะตื่นเต้นนะ หนีกลับได้ง่ายที่ไหน แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลย

พรึบ! ฉันรีบหันข้าง แหงนหน้ามองท้องฟ้า ทำเนียนยกมือขึ้นมาจับหมวกแก้เขินเมื่อพี่อินหันมาทางฉันพอดี แอบกลอกตามองเล็กน้อยก็ต้องจิกปลายนิ้วลงบนหมวก มืออีกข้างก็จับกระเป๋าเดินทางไว้แน่น

ฮือ~ พี่อินเดินมาแล้ว เขาจำฉันได้ด้วย ถือว่าเก่งมากเพราะเขาเคยเห็นแค่รูปเท่านั้น แถมฉันยังใส่หมวกอีก

ฮึบ! สูดหายใจลึกๆ นะทอฝัน แล้วจากนั้นก็... ขวับ! ยิ้มค่ะ หันไปยิ้มให้พี่อินก่อนเพราะไม่อยากให้เขารู้สึกเสียหน้าทั้งที่ตัวเองใจเต้นโครมครามจนจะวายตายคาสนามบินอยู่แล้ว

ว่าแต่ฉันยิ้มให้ พี่อินยิ้มตอบ แล้วต่อไปต้องทำยังไงล่ะ ถ้าฉันพูดพี่เขาจะได้ยินไหม หรือต้องใช้โทรศัพท์คุยกันเหมือนทุกวัน คิดแล้วก็ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบเล็กออกมา แอบเหลือบมองพี่อินเขาก็ยังคงยืนมองฉันนิ่งๆ ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้มหน้ากดพิมพ์ พี่อินก็ยื่นมือมาพับปีกหมวกด้านหน้าฉันขึ้นจนต้องเงยหน้าขึ้นมองการกระทำของเขา

“ได้ยินไหมคะ” ให้ตายสิ! ประโยคทักทายแรกจากปากฉันดูเสียมารยาทมากเลย ทำยังไงดี อยากจะเบ้หน้าร้องไห้แต่ก็กลัวสื่อความหมายผิด

เอาเป็นว่า... “นอกจากทุกวันนี้เป็นฝันคนสวยแล้วยังเป็นฝันคนพูดมากอีกนะคะ รู้มั้ยเอ่ย?”

(^_^) พี่อินยิ้มให้และพยักหน้าเบาๆ นั่นทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจมากเลยที่อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องพิมพ์ รีบเก็บโทรศัพท์ไว้เหมือนเดิม แล้วจากนั้นก็ทำตัวให้เป็นปกติได้แล้ว

พี่อินไม่โกรธก็รอดตัวไป

“พี่อินมีความผิดนะ ฝันกะว่าจะมาเซอร์ไพรส์ แต่พี่อินตื่นเต้นกว่าใช่ไหมล่ะถึงขึ้นรถมารับเองเลย”

คราวนี้พี่อินเม้มปากและอมยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นมือมาถือกระเป๋าเดินทางให้ฉัน เขาก้มลงมองและชี้นิ้วเป็นเชิงว่า 'สั่งให้เอามาใบเดียว แต่ใหญ่เกินไปนะ’

ต้องแอบบ่นแบบนี้แน่เลย

“ผู้หญิงต้องมีทุกสิ่งที่ต้องการในกระเป๋าค่ะ” ฉันบอกและเอามือไขว้หลัง เดินตามพี่อินไปยังรถโดยสารที่จอดรอคนอยู่ พอถึงที่รถฉันก็ยืนรอพี่อินข้างล่างเพราะอะไรรู้ไหม ก็คนชอบเที่ยวปีนขึ้นหลังคาเอากระเป๋าไปเก็บราวกับเป็นคนขับรถซะเองแล้วไงล่ะ

สมแล้วที่เดินทางไปทั่วประเทศไทยและทั่วโลก คิดว่าถ้าไปนอกโลกได้เขาคงจะไป

อะ! แอบนินทาในใจแป๊บเดียวกระโดดลงมาตรงหน้าซะความคิดกระเจิงไปคนละทิศทาง ว่าแต่ยืนพิมพ์อะไรในโทรศัพท์นะ หรือว่ามีคนคุยด้วยหลายคน

‘แอบนินทา พี่อ่านจากใบหน้าเก่งกว่าฟังเสียงนะรู้ไหม’

มุมปากฉันเรียบเฉยทันทีเมื่อพี่อินยื่นหน้าจอโทรศัพท์ของเขามาให้ฉันอ่าน คิดอยู่แล้วว่าพี่อินต้องเก่งกว่าที่คิด และทำให้ฉันฉลาดด้วยว่าเมื่อกี้น่ะ เขาพับปีกหมวกด้านหน้าฉันขึ้นทำไม ก็เพราะจะสังเกตสีหน้าฉันไงล่ะ

“พี่อินเป็นตัวร้าย” พูดจบก็ขึ้นรถไปนั่งด้านในสุดแล้วก็ทำเนียนไม่รู้ไม่เห็นว่าเขาจะตามมานั่งด้วยไหม

งอนอะ โดนหลอกมองหน้า

ทว่าอาการงอนของฉันคงเกิดขึ้นได้ไม่ถึงนาทีเท่านั้นแหละ หันมองคนที่พึ่งนั่งลงข้างๆ อีกทีเขาก็มาพร้อมถุงพลาสติกเปล่าในมือสองสามใบ นั่นทำให้ฉันรู้เลยว่าทางไปศูนย์วิจัยนั้นไม่ได้ราบรื่นแน่นอน

‘โค้งไม่ต้องนับ หลับก่อนเดี๋ยวอ้วก’

นั่นไง! เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ด้วย แล้วแบบนี้ฉันยังจะกล้างอนพี่อินอยู่ไหม ในเมื่อระหว่างทางที่ไปศูนย์วิจัยฉันต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี คำตอบมันก็อยู่บนใบหน้าฉันหมดแล้ว

“เตรียมรับบทหนักได้เลย หนูพูดเก่ง แต่ดูแลตัวเองไม่เก่งนะคะ”

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}