พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แค่บังเอิญฤาพรหมลิขิต (80%)...อิอิ

ชื่อตอน : แค่บังเอิญฤาพรหมลิขิต (80%)...อิอิ

คำค้น : จอมโอหังเผด็จรัก , พราวนภา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่บังเอิญฤาพรหมลิขิต (80%)...อิอิ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

แจ้งด่วน!!!

E-BOOK…จอมโอหังเผด็จรัก วางขายใน www.mebmarket.com แล้วนะคะ เอฝากเดเรคกับอารดาด้วยจ้า ^^  

จัดโปรโมชั่น จากราคา 299 เหลือ 229 บาท

 

ตามไปสอยตามลิ้งค์นี้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTAyOTI2NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijk0MjY0Ijt9

 

 

“อูย…ช่วงล่างฉันจะพังไหมเนี่ย” ครั้นโน้มตัวลงเอาจักรยานเธอก็ต้องสูดปากครางยืดยาวด้วยความปวดแปลบที่บริเวณสะโพกมน ก่อนจะบ่นอุบพร้อมทำหน้าหงิก      

“ฮึ่ม…ถ้าช่วงล่างฉันพังจนมีลูกไม่ได้ ฉันจะตามฟ้องร้องไอ้เจ้าของรถสปอร์ตเฮงซวยนั่นจนไม่เหลือแม้กระทั่งกางเกงในเลย คอยดู!” จากนั้นทนายความสาวก็เอียงคอทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย “เออ…แล้วฉันจะมีลูกได้ยังไงในเมื่อฉันยังหาพ่อของลูกไม่ได้ แต่ก็ช่างประไร ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้กับ ‘ช่วงล่าง’ ของฉัน”            

จากนั้นอารดาก็ดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวขึ้นมาคลุมศีรษะ แล้วถีบจักรยานกลับบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงหยาดรินลงมาจากฟากฟ้า พร้อมสวดส่งคนที่ทำให้เธอต้องมีสภาพดูไม่จืดไปตลอดทาง ครั้นผ่านสวนสาธารณะดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นรถคู่กรณีเข้าพอดี เจ้าของร่างระหงเบรกจักรยานคู่ใจจนตัวโก่ง แล้วรีบเอามันไปจอดหลบไว้ที่หลังพุ่มไม้ ก่อนจะลอบด้อมๆ มองๆ อยู่พักใหญ่             

“เสร็จฉันละ” เมื่อแน่ใจว่าเจ้าของรถสปอรต์สีแสดแสบตาไม่ได้อยู่บริเวณนั้น สาวเชยก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทางมาดร้าย ก่อนจะจัดการปล่อยลมออกจากยางรถยนต์คันหรูทีละล้อ ซึ่งเป็นจังหวะที่ชายหนุ่มคุยธุระสำคัญกับใครบางคนเสร็จสิ้นและเดินกลับมาที่รถของตัวเองพอดี            

“เฮ้ย…คุณทำอะไรรถผมน่ะ!” เสียงทักไม่เบานักทำให้คนกระทำการอุกอาจสะดุ้งโหยง รีบลนลานผุดลุกขึ้น แล้วหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่  

“ผมถามว่าคุณทำอะไรกับรถผมไม่ทราบครับ คุณผู้หญิง” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่เม้มปากจนเกือบเป็นเส้นตรง เขาก็เอ่ยคาดคั้นเสียงเข้มติดจะดุ        

“ฉันเปล่าทำอะไรรถคุณสักหน่อย” หญิงสาวอุบอิบตอบโต้ขณะก้มหน้างุด    

เมื่อเห็นสาวเจ้าทำเหมือนไม่สนใจที่จะมองหน้าคนหล่ออย่างเขา เดเรคก็ชักหงุดหงิด จนไม่นึกเฉลียวใจ ว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายทำอะไรกับรถของตัวเองบ้าง    

“นี่คุณผู้หญิง ไม่เคยมีใครสอนคุณหรือไง ว่าเวลาคุยกับคนอื่นให้มองหน้าและสบตา ไม่ใช่มัวแต่มองเล็บขบของตัวเองอยู่แบบนั้น” น้ำเสียงห้าวกระด้างออกแนวตำหนิ

“อย่ามาว่าฉันนะ!” อารดาผงกหัวขึ้น แล้วสวนกลับอย่างฉับไว ถึงแม้บุคลิกจะดูเฉิ่มเชย แต่เธอก็ทันคนและฝีปากกล้า จนได้ชื่อว่าเป็นทนายความน้องใหม่ไฟแรงของไมอามี    

ครั้นมีโอกาสได้มองใบหน้าหล่อระเบิดเต็มๆ คนตัวเล็กก็ถึงกับเบิกตากว้างและตะลึงงันไปชั่วขณะ ‘เขา…คือผู้ชายคนนั้น คนที่ขโมยจูบแรกของเราไป’   

“โอ้…พระเจ้า บนโลกใบนี้ยังมีผู้หญิงเชยระเบิดหลงเหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย” หลังจากใช้สายตาคมกริบสำรวจสาวเจ้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน พ่อเจ้าประคุณก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจสุดขีด เพราะนึกไม่ถึงว่าในยุคสมัยที่แฟชั่นมาแรงเช่นนี้ จะยังมีผู้หญิงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีทึมๆ ตัวโคร่งจนมองดูเทอะทะ ใส่แว่นตาหนาเตอะ และสวมรองเท้าส้นเตี้ยแสนเชย สรุปแล้วคร่ำครึประหนึ่งโบราณวัตถุเคลื่อนที่   

เสี้ยววินาทีถัดมาความคิดหนึ่งก็แว่บขึ้นมาในสมองอันเฉียบแหลมของพ่อหนุ่มเพลย์บอยตัวร้าย ‘รู้สึกคุ้นหน้าว่ะ แต่ไม่ใช่สเปก ก็เลยจำไม่ได้’

จากนั้นเจ้าตัวจะสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งอย่างฉับไว เพราะไม่ได้นึกแยแสแต่อย่างใด    

“คุณคงทำตัวไร้มารยาทกับคนที่เพิ่งเจอกันแบบนี้ทุกคนสินะ”    

“ก็ไม่นะ ปกติผมออกจะเป็นสุภาพบุรุษ แต่มาดีแตกเพราะสาวเชยหลุดโลกอย่างคุณนั่นแหละ” เดเรคเปิดฉากก่อกวนในแบบที่เขาถนัด         

“เฮอะ…ตัวเองหล่อตายละ” อารดาสวนกลับด้วยเสียงขึ้นจมูก ฝีปากที่ดูท่าว่าจะไม่ธรรมดาทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของเขาอันตรธานไปอย่างพิลึก อีกทั้งนึกอยากเอาชนะสาวเจ้าขึ้นมาครามครัน      

“หล่อไม่หล่อ ผมก็ทำเอาสาวๆ ทั่วทั้งโลกเพ้อมาแล้ว” คนหลงตัวเองเข้าขั้นยักคิ้วยวนยั่ว  

“คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลงั้นสิ” อารดาเบ้ปาก แล้วกล่าวประชดประชัน   

“ก็ประมาณนั้น” พ่อหนุ่มหล่อไหวไหล่ทรงพลังเบาๆ

“หลงตัวเองเกินเยียวยา” หญิงสาวเปรยออกมาอย่างลอยๆ ทำให้อีกฝ่ายกระตุกยิ้มที่มุมปาก นึกอยากจะต่อปากต่อคำกับสาวเจ้าอย่างประหลาดล้ำ             

‘เฉิ่มและเชย แต่ฝีปากจัดจ้าน แถมยังเสียงหวานใสราวระฆังแก้วอีกด้วยแฮะ’ ชายหนุ่มคิดอย่างลืมตัว ไม่น่าเชื่อว่าแม่สาวหลงยุค ซึ่งมีนิสัยกับบุคลิกขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงจะมีอะไรน่าค้นหาอยู่ลึกๆ        

“ผมหลงตัวเองน่ะไม่เป็นไร ว่าแต่คุณอย่ามาหลงผมก็แล้วกัน” เสียงทุ้มนุ่มหูสัพยอกเบาๆ

“รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะพ่อคุณ”

“เห็นท้าอย่างนี้ สุดท้ายก็อ่อนระทวยมาซบอกผม…ทุกราย” พ่อเจ้าประคุณเอ่ยออกมาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้        

“เว้นฉันไว้สักคนเถอะย่ะ พ่อคนเสน่ห์แรง”

“สบายใจได้ทูนหัว ตอนนี้ผมยังไม่มีอารมณ์อยากกระเดือก ‘ของแปลก’ แต่ถ้าเกิดหน้ามืดขึ้นมา…ก็ไม่แน่” ชายหนุ่มหลิ่วตาให้ในท้ายประโยค      

“ถึงฉันจะเป็นของแปลก แต่ก็เป็นของแปลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ย่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าตอบโต้อย่างถือดี

“งั้นคุณก็หายห่วงได้เลยทูนหัว เพราะผมยังไม่อยากทำตัวเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ จนถึงขั้นสะสมพวกโบราณวัตถุ หรือเคารพบูชาปูชนียบุคคล” คำพูดที่หลุดออกมาจากปากหยักทำเอาคนฟังต้องกำหมัดแน่น        

“ฉันต้อง ‘ขอบคุณ’ คุณงั้นสิ” เสียงหวานเอ่ยประชด ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มร่า จากนั้นเขาก็จับจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่อยู่หลังกรอบแว่นตาไม่กะพริบ            

“อืม…จะว่าไปแล้ว คุณก็สวยเหมือนกันนะ แต่สวยแบบ…พอเพียง”   

“ไอ้คนบ้า!” อารดาตวาดแว้ดเข้าให้ แต่กระนั้นคนที่โดนด่าก็ยังลอยหน้ายิ้มใส่ตา ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ตอนแรกก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร แต่ยิ่งมองหน้าเธอก็ยิ่งคลับคล้ายคลับคลาจนเขาอดใจไม่ไหว           

“เอ๊ะ…ว่าแต่เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุณจังเลย แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ขณะยกมือกระด้างลูบปลายคาง และกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด     

“ไม่ เราสองคนไม่เคยเจอกัน อย่างแน่นอน!” อารดารีบปฏิเสธทันควัน  

“แต่ท่าทีของคุณมันบ่งบอกว่า เรามีอะไร ‘ลึกซึ้ง’ มากกว่าเจอกันอีกนะสาวน้อย” พ่อตัวโตเริ่มตั้งข้อสังเกตจากพิรุธที่เธอเผยออกมา ถ้อยคำที่จงใจเน้นย้ำบางวลี เรียกรอยริ้วแดงๆ แต่งแต้มบนผิวแก้มนวลเนียนของคนฟังอย่างมิอาจห้ามได้  

“อย่าเที่ยวมาสันนิษฐานมั่วๆ ไปหน่อยเลย ฉันบอกว่าไม่ก็ไม่สิ” เจ้าของน้ำเสียงแข็งกระด้างออกแนวบีบบังคับ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงโคลงศีรษะเบาๆ    

“โอเค ไม่ก็ไม่ เอ่อ…ว่าแต่ ‘แม่ชี’ มาทำอะไรในเวลาเช้าๆ แบบนี้ล่ะ ที่จริงเวลานี้พวกแม่ชีน่าจะทำวัตรเช้า หรือไม่ก็กิจของชีอะไรเทือกนั้น ไม่ใช่เหรอ” พ่อคนรู้มากเปลี่ยนประเด็นด้วยท่าทางครื้นเครง         

“แสนรู้แบบนี้ เคยบวชชีหรือไงยะ”     

“ไม่เคย แต่อกหักเพราะรักชี” เจ้าของร่างทรงพลังลอยหน้าสวนกลับอย่างนึกสนุก    

“มารศาสนา!” เสียงหวานประณามเข้าให้ 

“ใครๆ เขาก็ว่าอย่างนั้น แล้วคุณล่ะบวชชีเพราะหนีรักหรือเปล่า” ชายหนุ่มยักไหล่เบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยท่าทางกวนๆ       

“ฉันไม่ใช่แม่ชี แต่เป็นผู้เสียหายที่ไอ้ผู้ชายเฮงซวยมันขับรถเบียดจนตกขอบถนนต่างหากละ” เจ้าของใบหน้าบึ้งตึงเอ่ยเหน็บแนมอย่างเหลืออด  

“อือฮึ…พอว่า สภาพถึงได้ดูไม่จืดขนาดนี้” แทนที่จะสะทกสะท้าน พ่อคนหน้ามึนกลับยกลำแขนกำยำขึ้นกอดอกมองสาวเจ้าด้วยนัยน์ตาเต้นระริก พร้อมกับเอ่ยยอกย้อนเสียงกลั้วหัวเราะชวนหมั่นไส้เป็นที่สุด      

“ทุเรศสิ้นดี นอกจากจะไม่สำนึกผิดแล้ว ยังมาหัวเราะเยาะคนอื่นอีก” ทนายความสาวตะเบ็งเสียงขุ่นคลั่กประณามอย่างไม่ไว้หน้า มองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะรวบมือเรียวทั้งสองข้างกำเป็นหมัดเพื่อสกัดกลั้นอารมณ์เอาไว้อย่างสุดความสามารถ วาจาสามหาวที่หลุดออกมาจากปากแม่สาวตกเทรนด์หลงยุคเรียกรอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก        

“ปากดีแบบนี้ มันน่าสั่งสอนเสียให้เข็ด” ชายหนุ่มเค้นเสียงเย็นเยียบข่มขู่ พลางยกมือลูบหยาดน้ำออกจากใบหน้าหล่อระเบิดระเบ้อ เพราะขณะที่ยืนต่อปากต่อคำกับแม่สาวแสบอยู่นั้น หยาดฝนก็ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างบางเบาคล้ายละอองหมอกตลอดเวลา     

“นึกว่าตัวเองมีมือมีเท้าอยู่คนเดียวหรือไงยะ” อารดาขู่ฟ่อพลางชูกำปั้นหรา ท่าทางขึงขังเอาเรื่องของแม่สาวแฟชั่นตกยุคทำให้เขาอารมณ์ดีพิลึก          

“โอ๊ะโอ๋…เก่งซะด้วยแฮะ แต่ผู้หญิง ‘อ่อนด้อย’ และดูท่าว่าจะ ‘ไม่เคย’ ต้องมือชายอย่างคุณ ผมคงไม่ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือให้เปลืองแรงหรอกมั้ง แค่ ‘จูบ’ เดียวก็อ่อนระทวยจนยอมศิโรราบแล้ว”

ในตอนท้ายชายหนุ่มจงใจยื่นใบหน้าหล่อลากไส้เข้ามา...

 

 

แจ้งด่วน!!!

E-BOOK…จอมโอหังเผด็จรัก วางขายใน www.mebmarket.com แล้วนะคะ เอฝากเดเรคกับอารดาด้วยจ้า ^^  

จัดโปรโมชั่น จากราคา 299 เหลือ 229 บาท

 

ตามไปสอยตามลิ้งค์นี้เลยจ้า

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTAyOTI2NCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6Ijk0MjY0Ijt9

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น