IM'I-dea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ACT 47 Antsy

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ACT 47 Antsy
แบบอักษร

ซ่าาาาา.... 

เสียงฝนตกติดต่อกันตั้งแต่เมื่อคืนดังขึ้นไม่ขาดสาย ทุกคนถูกเรียกออกมายังสถานที่ที่พบศพ ไม่เว้นแม้แต่พวกจีอ็อตโต้ที่เป็นเหมือนคนใหญ่คนโตที่ผู้คนในค่ายต่างนับถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งค่ายกักกันนี้ขึ้นมา  

ที่ป่ารอบๆค่ายค่อนข้างรกชัฏ และอันตราย ดังนั้นจึงปลอดภัยจากบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาด้วยเจตนาร้าย แต่ก็อันตรายสำหรับผู้ที่หลงเข้าไป แถมภายในป่าก็ไม่รู้ว่ามีตัวอะไรอยู่บ้าง 

เวรยามที่อยู่รอบค่ายเองก็ไม่ได้บกพร่องในหน้าที่แต่อย่างใด เพราะจุดที่ไม่มีการจัดตั้งเวรยามคือบริเวณป่ารอบๆศาลเจ้า แต่นอกเหนือจากนั้นทุกอย่างก็ปกติดี จากจุดที่ทุกคนอยู่นี้ห่างออกมาจากค่ายพอสมควร แต่ค่อนข้างใกล้กับอาคารที่พักของพวกเขา แถมยังอยู่เยื้องออกมาทางลานน้ำพุที่พวกเขาอยู่กันเมื่อวานอีกด้วย 

ตรงจุดที่พบศพมีลูกน้องของจีอ็อตโต้กำลังช่วยกันจัดการปิดพื้นที่ในการสอบสวน และตรวจหาสาเหตุการตายของศพอยู่ รวมถึงริคที่เข้าไปพูดคุยกับพี่ชายพร้อมกับจีอาที่คอยถือร่มให้อยู่ข้างๆ ห่างไปอีกหน่อยคือพวกอิ้งและคนอื่นๆที่มาถึงแล้ว เหลือเพียงพวกที่แยกตัวไปพักหลังจากโหมงานเอกสารมาทั้งคืน กับอินน์และเนวี่ที่เข้าไปหาของว่างอยู่ในครัว.... 

"จารย์ครับ พวกนั้นมากันแล้ว" อาร์มี่ร้องทักขึ้น 

พร้อมกับหมอกที่เดินนำพวกอินน์มา ยังสถานที่พบศพกลางป่าท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาไม่หนักมาก ริคหันไปตามที่อาร์มี่บอก พร้อมกับแซนกัสโซ่ที่เดินดุ่มๆเข้าไปหาคนพี่โดยที่มีคนถือร่มส่วนตัวให้ไม่ต่างกัน 

"...." นัยน์ตาสีเลือดตวัดไปมองซากศพคนตายจำนวนเกือบสี่ศพ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "เรื่องแค่นี้ต้องเรียกให้ออกมาด้วยหรอวะ" 

"....." ริคไหวไหล่พลางพยักหน้าไปทางจีอ็อตโต้ที่เป็นคนเรียกพวกเขาออกมา 

"โทษทีที่รบกวนเวลานะแซนซัส แต่นี่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในด้านความปลอดภัยสำหรับค่ายกักกันนี้น่ะ" จีอ็อตโต้เอ่ยพลางยิ้มแห้งให้กับน้องชายทั้งสองที่ตัวสูงกว่าเขาด้วยซ้ำ 

"....." แซนกัสโซ่ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์นัก "ว่ามา" 

"สี่ศพ ตายแบบเละเทะ ตอนนี้กำลังรีบเก็บหลักฐาน เพราะฝนตกแถมยังอยู่กลางป่าข้อมูลเลยได้ช้า" ริคตอบอีกฝ่ายก่อนจะเนียนยื่นเอกสารสรุปให้จีอา และเป็นฝ่ายถือร่มเอาเอง 

"ไม่ต้องห่วง พวกจีกำลังจะเอาเต็นท์ผ้าใบออกมาตั้งเป็นกองพิสูจน์หลักฐานแบบไม่เป็นทางการน่ะ อีกไม่นานคงมีที่ให้นั่งพักหลบฝนแล้ว" จีอ็อตโต้ว่า พลางชี้ไปยังกลุ่มคนงานที่กำลังช่วยกันประกอบโครงเต็นท์ผ้าใบกันอย่างขันแข็ง 

ระหว่างนั้นเองพวกอินน์ก็ยืนกางร่มหลบฝนกันอยู่อีกฝั่ง ด้านนอกเทปที่กั้นพื้นที่สำหรับการตรวจสอบ พวกเขาไม่ได้เฉียดเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุ เพราะขยาดเหตุการณ์แบบนี้มาตั้งแต่ที่สนามบินแล้ว และแน่นอนตอนนี้พวกเขาก็สงสัยว่าฆาตกรจะเป็นแอสควอที่เคยก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ 

"ไม่ใช่ว่ายัยผีกระดาษจะเป็นคนทำอีกหรอกนะยะ" นัทพึมพำออกมาเบาๆ 

"ไม่หรอกนัท เมื่อคืนแอสควออยู่ที่ห้องสมุดกับพวกอาจารย์ทั้งคืนจนถึงเช้านี่นา" อินน์พูด "แถมพวกนี้ก็อยู่ด้วย คงไม่ใช่ฝีมือพวกเราหรอก" 

"นั่นสิคะ ทุกคนไม่มีใครที่อยู่คนเดียวเมื่อคืนนี้เลยนี่คะ" อิ้งสนับสนุนคำพูดของอินน์อย่างมีเหตุผล "แต่พวกผู้ชายฉันเองก็ไม่รู้ด้วยหรอกนะคะ" 

"เฮ้ยๆ ไหงงั้นล่ะ ฉันกับไอ้หมอกค้างอยู่ที่ห้องพยาบาลกันเมื่อคืน มีแต่ไอ้เติร์ดกับไอ้แมนนั่นแหละว้อย" อาร์มี่รีบเอ่ยทันทีเพื่อให้พ้นข้อกล่าวหา "ตอนนั้นฉันจะเปลี่ยนผ้าพันแผล คุณน้ากับไอ้หมอกเลยพาไปหาผ้าพันแผลเปลี่ยนใหม่น่ะ" 

"พอทำแผลเสร็จน้าก็กลับไปที่ห้อง อินน์ เนวี่ กับนัทก็อยู่ในนั้นแล้วล่ะจ่ะ" ลิสาว่า 

"แล้วพี่เติร์ดล่ะ? อยู่กับแมนหรอ?" นัทหันไปถามอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างๆ 

"เปล่า เมื่อคืนฉันนอนในห้องคนเดียว แต่ไม่เห็นไอ้แมน เลยคิดว่ามันน่าจะอยู่กับพวกเธอ" เติร์ดส่ายหัว 

"คงเป็นฝีมือสัตว์ป่าแถวนี้ก็ได้ล่ะมั้ง" ดีโน่ว่า "ดูฝนสิ แบบนี้จะเก็บหลักฐานอะไรได้บ้างไหมเนี่ย" 

พอสิ้นคำพูดของดีโน่ ต่างคนต่างยื่นมือออกไปสัมผัสกับเม็ดฝนเย็นเจี๊ยบที่ตกปรอยๆลงมาไม่หยุด กับลมพัดเย็นๆจนใบไม้ไหวไปมา ก็จริง... ในป่านี่น่ากลัวจะตาย ขนาดตอนเช้ายังดูอึมครึมแปลกๆ ที่น่าสงสัยน่ะคือพวกคนที่ตายไปต่างหาก คิดยังไงถึงออกมาเดินในป่าที่น่ากลัวๆแบบนี้ได้ 

"ฮัดชิ้ว~!" ฟรานจามออกมาจนร่มในมือสั่นเล็กน้อย 

"ชิชิชิ ฝนแบบนี้เป็นหวัดง่ายนะจะบอกให้~" เบลเอ่ยพลางหมุนร่มในมือเล่น 

"คนป่วยง่ายเขาเลยสวมฮู้ดมาด้วยไงคะ" ฟรานชี้ไปทางแอสควอที่ยืนถือร่มให้แซนกัสโซ่พร้อมกับสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ "รู้แบบนี้meใส่มาบ้างก็ดีหรอก" 

"ว่าแต่พวกนั้นคุยกันนานเลยนะ จริงๆแล้วไม่ต้องให้พวกเราออกมาด้วยก็ได้แท้ๆ" อินน์บ่นอุบอิบเพราะบรรยากาศรอบๆมันหนาวมาจนต้องหดคอและลูบแขนตัวเองเบาๆ 

"อย่างนี้ก็ว่างเลยสิ" โคโรเนลว่าก่อนจะไปยืนบังลมให้อีกฝ่าย "สู้เอาเวลาไปพักไม่ก็สรุปเอกสารต่อจะดีกว่า" 

"นั่นน่ะสิ" ดีโน่ยิ้มหัวเราะแห้งๆ 

"ว่างก็เอานี่ไปซ่อมให้ทีสิ"  

เนวี่ยื่นห่อผ้าบางอย่างให้โคโรเนล มันคืออาวุธของเธอที่ถูกถอดกลไกออก จนเหลือแต่ท่อนเหล็กเบี่ยวๆ และชิ้นส่วนกลไกที่ถูกถอดออกมาไว้อีกห่อ 

"มันพัง" เธอเอ่ยเสียงเรียบ  

เดี๋ยวนะ! เธอเป็นคนแยกชิ้นส่วนมันเองแล้วก็ใส่กลับคืนไปไม่ได้ไม่ใช่หรอ?! อินน์แอบคิดในใจ เพราะเมื่อคืนเธอเห็นน้องสาวนั่งก้มๆเงยๆกับอาวุธของตัวเองเป็นชั่วโมง 

"โอ้โห แกไปทำอะไรกับมันเนี่ย" โคโรเนลยื่นร่มของตัวเองให้อินน์ช่วยถือ ก่อนจะรับของที่เนวี่ยื่นให้มาพลิกดูอย่างพิจารณา 

"นี่มันเละขนาดนี้เลยหรอคะ meไม่น่าเผลอหลับไปเลย น่าเสียดายจัง" ฟรานชะโงกหน้าเข้ามาดูพลางเอ่ยอย่างไม่จริงใจนัก 

"พอดีมือลื่นนิดหน่อย เลยเผลอเอาจริงไปแวบนึงน่ะ" เนวี่ตอบ 

"ดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไรนอกจากถลอกนิดหน่อยน่ะ" ดีโน่ยิ้มแหย 

"จะอีกนานไหมนะ~ เจ้าชายเบื่อแล้วอ่า~ ไม่มีอะไรให้เล่นเลย" เบลบ่นพร้อมหันไปมองดูพวกที่ยืนคุยกันอยู่หลังเทปกั้น 

"อยากเล่นเกมของmeไหมล่ะคะ?" 

"ไม่มีวัน ชิชิชิ ยัยกบชอบขี้โกง เจ้าชายไม่เล่นให้เปลืองเวลาหรอก" 

"รุ่นพี่ต่างหากที่อ่อนค่ะ meไม่ได้โกงสักหน่อย" 

"ว่าไงนะยัยกบ???" 

"ก็ย้อนกลับขึ้นไปอ่านสิคะ ไม่มีตาหรอ? รึว่าใต้ผมหน้าม้าหนาๆยาวๆนั่นรุ่นพี่จะไม่มีตาจริงๆ" 

"มีเฟ้ย! ชิชิชิชิชิ ชักคันไม้คันมืออยากจับกบไปทำแกงซะแล้วสิ" 

"เชิญค่ะ ตอนนี้ฝนกำลังตก พอฝนซาแล้วน่าจะได้ยินเสียงกบร้องอยู่นะคะ" 

"ฉันหมายถึงยัยกบปากเสียนี่ต่างหาก!!!" 

"เอาน่า~ ใจเย็นๆกันหน่อยสิทั้งสองคน" 

เบลฟรานยืนกัดกันอย่างกับเด็กเล็กเถียงกันเรื่องไร้สาระ จนดีโน่ต้องเข้าไปห้ามทัพให้ทั้งสองไม่จับกันไปทำแกง(?)อย่างที่พูดไว้จริงๆ ทางด้านพวกริคที่อยูห่างไปไม่มาก ยังคงยืนดูการทำงานของหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้หลักฐานของจีอ็อตโต้อยู่  

พอเห็นพวกน้องชายอยู่ดูช่วยแล้ว เขาจึงหันไปช่วยทางที่กำลังกางเต็นท์ผ้าใบกันอยู่ แซนกัสโซ่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนอยู่อย่างนั้น แอสควอที่ถือร่มให้อยู่แอบขมวดคิ้วใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย เพราะตอนนี้ทั้งคู่ง่วงนอนไม่ต่างกัน แถมยังเมื่อยที่ต้องมาถือร่มให้คนตัวสูงกว่าอีกด้วยแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่บ่นอุบอิบในใจคนเดียวเท่านั้น 

"คิดว่าในป่านี้จะมีตัวอะไรแปลกๆรึเปล่า?" 

ทางด้านริคและจีอาก็พากันตั้งอกตั้งใจเคลียร์ปัญหาตรงหน้าเพื่อให้เรื่องมันจบไวๆ และจะได้เอาเวลาไปสะสางเรื่องอื่นต่อ  

"เป็นไปได้ อย่างไอ้ตัวที่ทำให้ไอ้นั่นกลายเป็นศพเดินได้ กับตัวที่สนามบิน และไหนจะยัยอสูรกายยักษ์ที่สนามกีฬานั่นอีก" ริคตอบตามความเห็นของตน 

"แสดงว่า พอเวลาผ่านไปร่างกายของสิ่งมีชีวิตบางชนิดก็จะมีวิวัฒนาการที่ต่างกันสินะ ทั้งพวกที่เกิดขึ้นได้เอง กับพวกที่โดนยากระตุ้น" จีอาว่า "เป็นไปได้ไหมที่พวกศัตรูมันจะตามมา" 

"ไอ้แว่นหัวสาหร่ายนั่นน่ะนะ?" ริคเลิกคิ้ว "มันอยากได้ตัวใครกันแน่ เห็นชอบมาป้วนเปี้ยนหาโอกาสหิ้วตัวคนในกลุ่มเราแทบทุกครั้ง" 

ที่ริคว่ามามันก็ถูก ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าชายผมสีเขียวที่สวมแว่นคนนั้นต้องการอะไร แต่ดูจากสัตว์ประหลาดแต่ละตัวที่ถูกส่งมาแล้ว คงไม่ได้มาดีแน่นอน แอสควอที่พอได้ยินดังนั้นจึงหันไปฟังทั้งสองสนทนากันอย่างสนใจ พลางนึกถึงตอนที่เธอเผชิญหน้ากับชายคนนั้นที่สนามบินพร้อมกับอินน์เมื่อหลายเดือนก่อน 

ตัวทดลอง..... ต้นแบบที่เป็นผู้ชายจะมีสมรรถภาพที่แข็งแกร่งกว่า เพราะงั้นยาที่มันเอามาฉีดใส่ฉันกับอินน์ถึงทำให้พวกฉันกลายเป็นผู้ชายงั้นหรอ? มันต้องไม่ถูกกับไอ้คุณสีขาวอะไรนั่นแหง... 

'นินทาฉันอยู่หรอ~?' 

จะว่าไป....ก็อาจจะหมายความว่า พวกนักวิทยาศาสตร์โรคจิตชอบทำผลงานมาอวดกันเองสินะ เวรล่ะ ฉันดันไปเป็นตัวทดลองหมายเลขสามอะไรนั่นไปซะแล้ว 

'เอ๋~ นี่เมินฉันหรอสควอจัง~~' 

"อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะโว้ย!" 

แอสควอแหวลั่น ในขณะที่เสียงในหัวกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี  

'สควอจังออกจะฉลาดตั้งขนาดนี้ไม่น่าซื่อบื้อเลยน้าาา~' 

".....ชักอยากเดินไปมอบตัวให้ไอ้หัวสาหร่ายนั่นแล้วสิ" 

'ไม่ได้นะๆ แบบนั้นฉันก็แย่สิ ไม่รู้หมอนั่นจะเอาเธอไปทำมิดีมิร้ายอะไรบ้าง' 

"งั้นถ้ารู้อะไรก็บอกกันบ้างสิวะ ปล่อยให้คนเขาปวดหัวกันอยู่ได้" แอสควอบ่นอุบ 

'ก็อย่างที่เธอคิดนั่นแหละนะ~ ศัตรูคือคนที่ไม่ถูกกันกับตัวเราใช่ไหมล่ะ ฉันกับหมอนั่นก็ทำนองนี้แหละ' 

"ไอ้คุณสีขาว กับไอ้แว่นหัวเขียวเนี่ยนะ เจริญ...." แอสควอว่า "อีกหน่อยจะไม่มาให้ครบทุกสีไปเลยหรอวะ....?" 

'ฮะฮะ พูดเป็นเล่นไปได้ นามสมมุติฉันออกจะบริสุทธิ์ผ่องใส อย่าเอาไปเปรียบกับสีเขียวเหมือนคนตะไคร่น้ำเกาะหัวแบบนั้นสิ' 

"คิก~ เออว่ะ" แอสควอเผลอหลุดหัวเราะออกมา 

ทำเอาหลายคนมองมาทางเธอด้วยสายตาแปลกๆ นอกจากจะโมโหคนเดียวแล้วยังหัวเราะคนเดียวอีก ฮัลโหลววว?? ตรงหน้าเธอคือศพนะอย่าลืมสิ จีอาแอบสะกิดแขนแอสควอเล็กน้อยเป็นการเตือน 

"มันว่าไง?" ผิดกับริคที่พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคุยกับใคร  

"ก็อย่างที่คิดแหละ ศัตรูต้องการคนฝีมือดีในกลุ่มเรา แต่เรื่องศพพวกนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน" แอสควอยักไหล่ 

"อ่า... งั้นศพพวกนี้ก็ยังระบุไม่ได้สินะ" ริคว่า 

"อืม" แอสควอพยักหน้า 

'โธ่~ ถ้ายอมให้ฉันฝังชิปลงไปในตัวตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องคุยกันผ่านคนอื่นแล้วแท้ๆ'  

"ไอ้คุณสีขาวมันบ่นถึงพี่ด้วย" 

"หืม?" 

'เฮ้! อย่าฟ้องสิ~ เดี๋ยวฉันก็ใช้แมนคุงมาตีซะหรอก' 

"โห... กลัวแล้ว" 

"ฮ่าาา~" 

"โว้ย?! ไอ้บ้า! ตกใจหมด" 

แอสควอสะดุ้งเมื่อจู่ๆคนที่พูดถึงก็มายืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังแถมยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกต่างหาก ริคมองภาพตรงหน้านิ่ง ผิดกับจีอาที่สะดุ้งตกใจไม่ต่างกัน 

'เรื่องแมนคุงฉันคงต้องบอกให้ละเอียดอีกรอบแล้วล่ะ ฟังดีๆนะทั้งสองคน~' 

 

เสียงของคุณสีขาวดังขึ้นในหัวของอินน์บ้างจนเจ้าตัวต้องหันไปทางพวกแอสควอที่ยืนอยู่ห่างออกไป พร้อมกับแมนที่ไปยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

"เอ๋? ฉันด้วยหรอ เห็นแอสควอเหมือนจะคุยกับนายได้สักพักแล้ว ไม่คิดว่านายจะมีเรื่องจะพูดกับฉันด้วย" 

อินน์พูดขึ้นท่ามกลางพวกที่ยืนอยู่ใกล้ๆที่มองมาเป็นตาเดียว ด้วยความสงสัยว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่คนเดียว 

'เรื่องแมนคุงฉันสะเพร่าไปหน่อยก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน~ ความจริงฉันก็มีแอบฟังที่อินโนเซนต้าจังพูดกันเมื่อคืนอยู่นิดหน่อย เลยเก็บมาคิดน่ะ' 

"นายฟังอยู่ด้วยหรอ?" 

'อืม~ ที่ว่ามีแค่ริคาโด้คุงกับสควอจังที่สั่งแมนคุงได้แค่สองคน เพราะว่าของขวัญที่ฉันให้ทั้งสองคนมันต่างกับของอินโนเซนต้าจังน่ะสิ' คุณสีขาวอธิบาย 'สำหรับทั้งสองคนจะเป็นของขวัญสำหรับสายที่พร้อมออกสู้ แต่ของอินโนเซนต้าจังจะเป็นของขวัญในรูปแบบที่คล้ายๆกับแพทย์สนาม' 

"แพทย์สนามหรอ?" อินน์ทวนคำ 

'ก็อินโนเซนต้าจังชำนาญเรื่องการต่อสู้ระยะประชิดแบบที่ใช้หมัดแลกหมัดมากกว่าใช้อาวุธเข้าปะทะนี่ ฉันเลยเห็นว่าการที่สามารถรักษาตัวเองได้แม้จะบาดเจ็บแค่ไหนก็ตาม คือการเปลี่ยนให้อินโนเซนต้าจังเป็นนักสู้ที่ไร้เทียมทานได้ไงล่ะ' 

 

"ถามจริง... แล้วมันเกี่ยวกับแพทย์สนามตรงไหนวะ?" แอสควอถามด้วยความสงสัย 

'ก็เพราะสารในตัวของอินโนเซนต้าจังถูกเปลี่ยนให้เป็นยาวิเศษรักษาทุกโรคน่ะสิ ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำตา หรือแม้กระทั้งน้ำลาย ทุกอย่างสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ทั้งผ่านการกลืนเข้าไปภายใน หรือทาลงบนบาดแผลภายนอก' 

"ฟังดูโรคจิตแปลกๆแฮะ...." 

'แต่มีข้อแม้หน่อยนึงนะ เพราะว่าทุกการสมานแผลหรือรักษาของตัวอินโนเซนต้าจังน่ะ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ แล้วถ้าไม่มีพลังใจที่จะสู้กับพิษบาดแผล เธอก็จะตายไปจริงๆ เพราะสารแอนตี้บอดี้ หรือฮอร์โมนรักษาอื่นๆมันจะทำงานต่อเมื่อจิตใจเธอดีเท่านั้น แถมยังมีผลข้างเคียงอย่างเรื่องพวกสติที่ถ้าเผลอหมดสติไประหว่างที่ร่างกายกำลังฟื้นฟู ร่างกายเธอก็จะเสียการควบคุมไปชั่วขณะ' 

 

"อย่างนี้นี่เอง... แล้วพลังของแอสควอกับอาจารย์ล่ะ" อินน์ถามบ้าง 

'อืม.... จะว่ายังไงดีล่ะ ทั้งสองคนควบคุมพลังของตัวเองได้ค่อนข้างดีเลย ไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วงมาก แต่ฉันคงต้องขอเตือนเอาไว้หน่อยนึง' 

"....?" 

'ริคาโด้คุงต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าเสียการควบคุมพลังไป เท่ากับสามารถฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่า เพราะพละกำลังมหาศาลคือของขวัญที่รุนแรง และอันตรายมาก' 

"พวกฉันจะบอกอาจารย์ให้แล้วกัน" 

 

'ส่วนสควอจัง ฉันเตือนไปหลายครั้งแล้วว่าร่างกายของเธอต้องรับภาระหนักมากเพราะของขวัญที่ฉันให้ไป ดังนั้นอย่าหักโหมให้มากเกินไป ถ้าไม่ไหวก็บอกว่าไม่ไหวและไปพัก พลังของเธอมันคืองูพิษดีๆนี่เอง ถ้าเลี้ยงไว้ไม่ดีมันก็จะมาแว้งกัดตัวเธอเข้าทีหลัง เพราะเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายทำงานเกินขีดจำกัด ระบบทุกอย่างก็จะหยุดทำงานไปดื้อๆ เหมือนพวกเครื่องจักรที่ถึงแม้จะดูเหมือนไม่มีวันเหนื่อย แต่ถ้าทำงานหนักมากๆเข้าเครื่องก็จะร้อนแล้วก็พัง...' 

"......เข้าเรื่องไอ้แมนได้รึยัง?" แอสควอเอ่ยเสียงเรียบ 

'ฮะฮะ นั่นสินะ ฉันก็เล่นเกริ่นซะยาวเลย สรุปก็คืออินโนเซนต้าจังต้องดึงพลังจากภายในที่เอาไว้ใช้กับภายในมากกว่าภายนอก ผิดกับริคาโด้คุงกับสควอจังที่ดึงพลังจากภายในมาใช้กับภายนอก ทำให้มันตอบสนองกับคลื่นสมองของแมนคุงที่ถูกยาของฉันจูนเข้ากันกับคลื่นสมองของทั้งสองคนไง แบบว่าคนประเภทเดียวกันก็จะคุยกันได้อะไรแบบนี้น่ะ' 

"แสดงว่าไอ้แมนก็มีพลังจำพวกเดียวกับพี่ริคใช่ไหม" 

'ใช่แล้ว แต่ต้องย้ำพวกเธอให้ดูแลแมนคุงดีๆหน่อยนะ เพราะฉันไม่คิดว่าผู้ชายคนที่ชื่อจีอ็อตโต้จะให้ยาถอนพิษกับทุกคนแบบที่บอกไว้ ช่วงนี้แมนคุงยิ่งมีอาการผิดปกติอยู่ด้วย ฉันเลยอยากขอให้จับตาดูเป็นพิเศษ... อ๊ะ! แย่ล่ะสิฉันมีธุระ แล้วอย่าลืมเอาอะไรให้แมนคุงกินด้วยล่ะ เห็นว่าช่วงนี้หิวอยู่บ่อยๆ' 

"แล้วมันกินอะไรได้บ้างล่ะ?" 

'แย่แล้วๆเจ้าตัวเล็กกกกก~' 

"เห้ย! เดี๋ยวก่อนสิ..... ไอ้เวรนี่เอาแต่สั่ง แล้วก็ไม่ยอมอธิบายให้มันเข้าใจๆ" แอสควอบ่นอย่างหงุดหงิด 

"ว่ายังไง คุยกับมันจบรึยัง?" ริคถามในขณะที่ทั้งเขาและจีอารอฟังอยู่ 

"อา...อืม" แอสควอหันไปทางพวกริคกับจีอาก่อนจะสรุปอธิบายให้ทั้งสองแบบรวบรัด และครอบคลุม 

 

ในระหว่างนั้นเอง เต็นท์ผ้าใบก็ถูกกางขึ้นเสร็จไปสองหลัง พวกอินน์ได้จีอ็อตโต้ให้เชิญมายืนหลบฝนอยู่ในเต๊นท์กัน โดยที่อีกเต็นท์ที่เหลือคือเต็นท์สำหรับใช้ในการเก็บหลักฐานมาทำการพิสูจน์  

"ขอโทษนะคะ คือว่า...ทำไมพวกฉันต้องออกมารอที่นี่ด้วยล่ะคะ?" สาเอ่ยถามขึ้นกับจีอ็อตโต้ที่ยืนอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก 

"อ๋อ! ต้องขอรบกวนเวลาหน่อยนึงนะ จริงๆแล้วฉันไม่ได้อยากพูดแบบนี้หรอก แต่ในกลุ่มพวกเธอมีคนที่ทำตัวน่าสงสัยอยู่น่ะ" เจ้าตัวตอบทำเอาพวกอินน์มองหน้ากันไปมาด้วยสีหน้าเหวอๆ 

แบบนี้อีกแล้ว อินน์ขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอยู่คนเดียว เพราะว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่พักอยู่ในอาคารที่พักนั่นสินะ ก็พอเข้าใจว่าที่นั่นกับที่ที่เจอศพมันใกล้กันพอสมควร แต่บางทีมันอาจจะเป็นฝีมือคนอื่นก็ได้ แถมในป่าก็ไม่รู้ว่ามีตัวอะไรอยู่บ้างแท้ๆ 

"แปลก...." อินน์พึมพำออกมาเบาๆ 

"ไม่แปลกหรอก" โคโรเนลที่ยืนอยู่ใกล้เธอที่สุด พอได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาไขความไม่เข้าใจของอินน์ "หมอนั่นถึงจะเป็นพี่ชายที่แสนดี แต่ก็รักแค่น้องชายตัวเองเท่านั้นแหละ" 

"หา?" 

"ฉันหมายถึง...พรีโม่ไม่ชอบหน้าไอ้สควอโล่มันเท่าไหร่ เรื่องนั้นทั้งอาจารย์ริค กับไอ้แซนก็รู้ดี"  

เขาพูดพลางค่อยๆโน้มหน้าลงมากระซิบกับอีกฝ่ายใกล้ๆ และชี้ไปทางพวกริคกับกองศพที่มีคนของจีอ็อตโต้กำลังก้มๆเงยๆเก็บหลักฐานกันอยู่ไม่เลิก 

"เห็นพวกนั้นนิ่งๆไม่ยอมเข้ามาในร่มสักที คงเพราะกำลังระแวงอยู่นั่นแหละ แล้วเธอเห็นพวกเจ้าหน้าที่พวกนั้นไหม"  

เขาชี้ไปยังกลุ่มคนห้าหกคนที่ย่อๆยืนๆกันเยื้องออกจากพวกริคไปไม่ไกล 

"อืม ทำไมหรอ?" 

"สังเกตดูดีๆแล้ว คนที่เป็นเจ้าหน้าที่จริงๆคือแค่สามคนนั้น ส่วนพวกที่เหลือน่าจะเป็นคนของพรีโม่ที่ถูกสั่งให้คอยดูการกระทำของพวกอาจารย์อยู่มากกว่า" 

อินน์มองไปตามที่โคโรเนลบอก เห็นพวกคนที่โคโรเนลบอกหันไปมองทางพวกริคเป็นระยะๆ ท่าทางแสดงออกถึงพิรุธเพียงเล็กน้อย ถ้าโคโรเนลไม่บอกเธอเองก็คงไม่สังเกตเหมือนกัน 

"จริงด้วย... ทำไมล่ะ?" 

"มันเป็นเรื่องภายในของพวกนั้นน่ะ ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องนั้นเท่าไหร่หรอก" 

"อืม...อ๊ะ? นี่! จับอะไรของแกน่ะ?!" อินน์สะดุ้งเมื่อฝ่ามือหนาของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้ามาโอบเอวของเธอไว้หลวมๆโดยที่ไม่ทันตั้งตัว 

"แค่โอบเอง~ ยังไม่ได้จับอะไรสักหน่อย" อีกฝ่ายตอบพวกยิ้มทะเล้น 

"เอาเวลามาเนียนแต๊ะอั๋งฉัน ไปหาวิธีพิชิตใจแม่ยายกับไอ้น้ำส้มเถอะย่ะ!" 

 

ปั้ก! 

เหมือนโดนตีแสกหน้า โคโรเนลเหวอไปชั่วขณะ เพราะเขาลืมเรื่องนั้นไปเสียสนิท แถมมีเวลาอยู่กับดีโน่แทบตลอด แต่ก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลยสักนิด 

"ซวยล่ะ! ฉันลืมคิดไปเลย"  

"งั้นก็คิดซะสิ ไปๆๆ ไปช่วยกันกับไอ้น้ำส้มสองคนไป" อินน์ลากแขนอีกฝ่ายไปทางดีีโน่ ก่อนจะฉีกยิ้ม "สู้ๆนะคะ หนุ่มๆ~" 

"ง่ะ...! ไอ้ดีโน่...ถึงเวลาต้องรวบรวมกลยุทธ์พิชิตใจแม่ยายกันแล้วเว้ยเฮ้ย..." 

 

"แล้วสรุปไอ้นี่มันกินอะไรได้บ้างล่ะวะ" ริคเอ่ยอย่างหัวเสีย 

"กินไหม?" ว่าแล้วแอสควอก็อุตริยกแขนตัวเองขึ้นไปจ่อหน้าแมนที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ 

"ฮ่าาาา~" พอได้ยินดังนั้นแมนก็ทำท่าดมกลิ่นไปรอบๆตัวแอสควอ ก็จะสำรอกคำพูดออกมา "ม-ไม่ใช่... อาหาร..." 

"อึ๋ย~ นี่! ถ้าเล่นพิเรนแบบนี้สิ ฉันใจหายหมด" จีอาแหวลั่นพลางหลบไปอยู่หลังริคตั้งแต่ตอนแอสควอยื่นแขนๆปใส่ปากของซอมบี้หนุ่ม 

"ก็จะได้รู้ไปเลยไง ยังไงฉันก็หลบทันอยู่แล้วน่า" แอสควอว่าก่อนจะหันควับไปทางศพที่อยู่ห่างไปนิดหน่อย "แล้วพวกนั้นล่ะ?" 

"ศพสินะ" ว่าแล้วทั้งริค แอสควอ และแมนก็เดินออกไปยังจุดที่มีศพและคนของจีอ็อตโต้อยู่ 

"ฉันไม่ตามไปนะ..."  

จีอายืนถือร่มของตัวเอง กับร่มที่แอสควอยื่นให้อยู่ข้างๆแซนกัสโซ่ที่ยืนหลับตาเงียบไม่พูดไม่จามาตั้งแต่เมื่อกี้ นี่อย่าบอกนะ.... ว่ามันยืนหลับน่ะ?! 

"เอาจริงดิ! ยืนหลับในที่แบบนี้เนี่ยนะ!!" 

พอพูดจนเจ้าตัวก็ลืมตาขึ้นมาจ้องจีอาเขม็ง จนเธอสะดุ้ง ก่อนที่แซนกัสโซ่จะบิดขี้เกียจ และหาวออกมาอย่างคนพึ่งตื่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเกียจคร้าน โอ้โห...ถ้ามันจะขี้เกียจเบอร์นี้นะ ไม่ลากหนูสควอกลับไปนอนในห้องให้มันดีๆไปเลยล่ะ! 

"ไอ้ฉลามสวะอยู่ไหน" นั่นไง! ทำไม่แทงหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างนะ! 

"อยู่ตรงนั้นกับไอ้ริค" 

จีอาชี้ไปทางแอสควอที่สวมเสื้อฮู้ดและดึงหมวกขึ้นมาสวมกันฝนอยู่ กับริคและแมนที่สวมเชิ้ตตัวบางไปยื่นตากฝนกันท่ามกลางกองซากศพ 

 

"แฮร่~!" 

"เหวอ?!" 

กลุ่มนักพิสูจน์หลักฐานพากันตกอกตกใจเมื่อเห็นแมนเดินเข้าไปไกล แต่ก็ยังมีสติพอที่จะไม่วิ่งหนีหรือกรีดร้องโวยวาย เพราะพวกเขาจำได้ว่าซอมบี้ที่สวมชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยที่จีอ็อตโต้เป็นเจ้าของนั้น อยู่ในการดูแลของริคาโด้และแซนกัสโซ่ ที่มีศักดิ์เป็นน้องชายต่างสายเลือด 

"รึว่ามันจะอยากกินคนเป็นๆมากกว่าศพวะ?" แอสควอถามขึ้นมาพร้อมหันไปทางริคที่เดินมายืนอยู่ข้างๆ เล่นเอาเหล่านักพิสูจน์หลักฐานทั้งหลายของจีอ็อตโต้หน้าซีด 

"ฉันไม่คิดอย่างนั้นว่ะ" ริคยักไหล่ เพราะปฏิกิริยาของแมนไม่ได้แสดงออกว่าเขาต้องการจะทำร้ายอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย 

"ฮาาาาาา..." แมนส่งเสียงครวญครางออกมาเบาๆพร้อมหันมาทางแอสควอกับริค 

"แล้วศพพวกนี้สนใจไหม?" แอสควอว่าพลางก้มลงไปจะจับเศษชิ้นส่วนศพขึ้นมา 

"อย่าไปจับ!" ริคร้องห้าม แอสควอชะงักมือตัวเองทันที 

 

หมับ หมับ หมับ 

แอสควอลอยหวือออกมาห่างจากกองซากศพด้วยฝีมือแมน ที่พอได้ยินริคร้องห้ามก็อุ้มตัวคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขึ้นเหมือนอุ้มลูกแมว แขนของเธอถูกริคและแซนกัสโซ่ที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้คว้าไว้กันคนละข้าง นอกจากจะขยับไปไหนไม่ได้แล้ว ขายังไม่แตะพื้นอีกต่างหาก 

"อย่าจับอะไรมั่วซั่วสิวะ" ริคเอ็ด "พวกเรายิ่งถูกจับตาดูอยู่" 

"ไอ้ฉลามสวะสมองปลาทอง" แซนกัสโซ่ดีดหน้าผากอีกฝ่ายไปหนึ่งที 

"โอ๊ย! เข้าใจแล้วๆ ปล่อยฉันลง!" แอสควอแหวลั่นเมื่อจู่ๆก็โดนหิ้วขึ้นอย่างกับตัวอะไร  

"พวกแกไปนั่งในเต๊นท์ไป" ริครีบถีบส่งตัวป่วนให้ออกห่างจากกองศพไปทันที ก่อนที่จะเผลอไปจับอะไรมั่วซั่วจนได้เรื่อง "ก็รู้อยู่ว่าไอ้พรีโม่มันรอจังหวะเหยียบแกอยู่ ระวังตัวกว่านี้หน่อย" 

"เข้าใจแล้วค่ะพี่ริค" แอสควอถอนหายใจทำหน้าหงอ 

"......ว่าไงนะ?" ริคกับแซนกัสโซ่ถาม พร้อมขมวดคิ้วมุ่นทำหน้าเหมือนกัน 

"เข้าใจแล้ว! เสียงฝนมันก็ไม่ได้ดังสักหน่อย! หูหนวกกันรึไงวะ?" แอสควอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิดหน่อย  

"แกตากฝนนานเกินไปแล้ว" แซนกัสโซ่จับหน้าผากอีกฝ่ายพลางลากไปรวมกลุ่มกับคนอื่น โดยมีเสียงริคดังไล่หลังมา 

"หายาให้มันกินด้วยจะดีมาก" 

 

สองชั่วโมงผ่านไป.... 

ฝนหยุดตกได้สักพักแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังคงดูมืดครึ้มไปด้วยเมฆสีเทา หลายคนเผลอหลับไปเพราะอากาศที่เย็นสบาย และความอ่อนเพลียที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน 

"ดูสิ ไหนบอกจะช่วยกันคิดหาวิธีไปอ้อนขอฉันจากแม่ สุดท้ายดันมาหลับหันหน้าชนกันแบบนี้เนี่ยนะ" อินน์บ่นอย่างไม่ถือสาอะไร พลางหาผ้ามาคลุมดีโน่และโคโรเนล 

อินน์ค่อยๆมองสังเกตรอบๆ ท้องฟ้าตอนกาลางวันที่ควรจะสดใสแต่กลับมืดครึ้มราวกลับพระอาทิตย์ได้ตกดินไปแล้ว บรรยากาศเย็นๆพร้อมกลิ่นไอดินกลิ่นฝนปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ..... 

"ท่านพรีโม่ครับ..." ชายคนหนึ่งค้อมกายให้จีอ็อตโต้ที่นั่งห่างไปจากอินน์ไม่ไกลมาก พลางส่งเอกสารบางอย่างให้กับเขา 

"ขอบคุณที่เหนื่อยนะ วันนี้มีฝนเลยทำให้ทำงานลำบากขึ้นเยอะเลยล่ะสิ" จีอ็อตโต้รับเอกสารมาถือไว้พร้อมถามไถ่ลูกน้องไปด้วยประโยคที่เรียบง่าย 

"ม-ไม่เลยครับ! ฝนตกนิดหน่อยไม่ได้ทำให้ลำบากอะไร..." อีกฝ่ายตอบกลับอย่างถ่อมตัว 

"งั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยล่ะ ส่วนเรื่องนั้นก็ช่วยเร่งมือหน่อยนะ" 

"ครับ!" 

แล้วชายคนนั้นก็ผละออกไปพร้อมตอบรับอย่างแข็งขัน พี่ชายของอาจารย์ริคเนี่ยดูจะเป็นที่เคารพรักจากลูกน้องมากเลยนะ อินน์คิดโดยที่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จีอ็อตโต้เปิดอ่านเอกสารรายงานการชันสูตรศพอย่างเงียบๆ 

"อินน์" เสียงเรียกดังขึ้นจากแม่ของเธอ "แม่กับพวกหมอกจะแบ่งกลุ่มกันไปดูเด็กๆสักเดี๋ยวนะลูก" 

"ค่ะ เอาร่มหนูไปด้วยนะ เผื่อไม่พอใช้กัน หนูยืมร่มเนวี่เอาก็ได้" อินน์ยื่นร่มของตัวเองให้แม่ 

"ดูแลกันด้วยล่ะ ในป่าในเขามันอันตราย ทั้งสัตว์ทั้งแมลง ไหนจะพวกพืชแปลกๆอีก อย่าให้ป่วยกันนะ"  

"ค่ะ ให้หนูไปด้วยไหม? เด็กมีกันตั้งเยอะแค่สองคนจะไม่เหนื่อยไปหน่อยหรอ?" 

"ไม่เป็นไรหรอกลูก เหมือนว่าจะมีผู้ใหญ่อยู่ที่นั้นด้วย ไม่ต้องกังวลหรอก" เธอบอกลูกสาวทั้งสองก่อนจะเดินออกไปกับหมอกที่หันมายิ้มโบกมือให้อินน์เล็กน้อย 

เสียงย่ำเท้าไปตามพื้นที่ชุ่มน้ำค่อยๆดังหายลับไป และถูกแทนที่ด้วยเสียงกบที่ออกมาร้องหาคู่ตามโพรงไม้ เหล่าลูกน้องของจีอ๊อตโต้สวมเสื้อกันฝนตัวหนาค่อยๆตามเก็บกวาดศพที่กองสุมรวมกันอยู่ในพื้นที่ห้ามเข้า ยังไม่ทันที่อินน์จะได้ลุกออกไปเดินดูรอบๆอย่างอยากรู้อยากเห็น ก็โดนทักไว้ซะก่อน 

"อินน์ นี่ก็เลยเวลามื้อเช้ามานานมากแล้ว ฉันกับอิ้งกลัวพวกนั้นจะหิว เลยจะไปทำอาหารง่ายๆเป็นปิกนิกมาให้พวกนั้นน่ะ จะไปด้วยกันไหม?" สาเดินเข้ามาพร้อมกับอิ้ง 

"พวกนั้นหรอ..."  

อินน์หันไปมองตามที่สาบอก พวกแอสควอสินะ เธอมองดูใบหน้าอ่อนเพลียของแต่ละคน ตอนที่ไปตามพวกนั้นก็ดันมีเรื่องวุ่นวายให้ต้องออกมากันก่อน เลยพลาดมื้อเช้ากันไป...  

"ไปสิๆ กำลังคิดเรื่องนั้นอยู่พอดีเลย" อินน์ลุกขึ้นตามพวกสาและอิ้งไป... 

. 

. 

. 

. 

. 

ครืด~ 

"พอคนอื่นไม่อยู่แล้วก็เงียบไปเลยนะคะ" 

ทางเดินภายในอาคารที่พักเงียบสนิทในยามที่ไร้ผู้คน อิ้งพูดขึ้นเบาๆแต่ก็สามารถได้ยินได้ชัดเจนราวกับขยับเข้ามาพูดข้างหู เนวี่ต้องชอบที่เงียบๆแบบนี้แน่ๆ สำหรับฉันคงดูวังเวงเกินไป ไม่กล้าอยู่คนเดียวหรอก ถามจริงว่าพวกที่ชอบหมกอยู่ที่นี่เงียบๆไม่? 

"บรรยากาศง่วงนอนจริงๆเลย ฮ้าว~" สาเอามือป้องปากหาว ระหว่างที่ทั้งสามกำลังเดินไปทางห้องครัว 

"จะว่าไปก็ใช่อยู่หรอก" อินน์ว่าพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องครัวกับสาและอิ้ง พอมือเลื่อนไปเปิดสวิตช์ไฟ แต่กลับไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น "อ้าว! ไฟดับหรอ ทำไมเปิดไม่ติด" 

"เพราะฝนก่อนหน้านี้ไฟเลยดับรึเปล่าคะ? ไปดูที่ห้องจ่ายไฟกันไหม?" อิ้งว่า "ว่าแต่...ห้องนั้นอยู่ที่ไหนกันล่ะคะ?" สาและอิ้งมองหน้ากัน 

"ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะอยู่สุดทางเดินข้างห้องสมุดนะ เดี๋ยวฉันไปคนเดียวก็ได้อยู่ใกล้ๆนี้เอง" อินน์ว่า 

"อืม... ไม่ใช่ว่าเธอกลัวผีหรอกหรอ?" สาถาม 

"อ๋อ คงเพราะฉันเดินผ่านไปบ่อยๆแถวนั้นเลยไม่น่ากลัวเท่าไหร่น่ะ" 

"ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะคะ"  

 

ตึก~ ตึก~ ตึก~ 

"ห้องจ่ายไฟ..... ห้องจ่ายไฟ... ที่นี่มั้ง"  

แกร๊ก~ 

อินน์เดินเปิดประตูเข้าไปในห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ก่อนจะเริ่มหาแผงควบคุมไฟฟ้าภายในอาคารที่พักอย่างไม่รีบร้อน เนื่องจากบรรยากาศข้างนอกอาคารที่มืดครึ้มบวกกับไฟฟ้าที่ใช้การไม่ได้ ทำให้เธอต้องใช้เวลาอ่านตัวหนังสือตามแผงควบคุมต่างๆ ยังดีที่ยังมีแสงไฟจากปุ่มตามแผงควบคุมต่างๆช่วยให้แสงสว่างอยู่บ้าง ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องเดินไปหาไฟฉายมาก่อน 

"นี่ไง เอ๋?" อินน์เพ่งมองดูคัตเอาต์ต่างๆบนแผงควบคุมไฟฟ้าของอาคารที่พัก "ทำไมคัตเอาต์มันปิดแค่พวกอุปกรณ์ให้ความสว่างล่ะ?" 

เธอเปิดคัตเอาต์ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องจ่ายไฟ จริงด้วย! ตอนเข้ามาเครื่องปรับอากาศ กับกลไกประตูก็ทำงานปกติ แล้วใครไปสับคัตเอาต์ไฟลงล่ะเนี่ย รึว่าคนทำความสะอาดจะเผลอไปโดนเข้าหว่า? อินน์คิดพร้อมทั้งเดินกลับไปยังห้องครัวอย่างไม่คิดอะไร 

แอ๊ดดดดด~  

"?!!!" 

ระหว่างที่เดิน่นั้นประตูห้องสมุดก็ถูกใครบางคนเปิดออกมาจนแทบจะชนกับหน้าอินน์เข้าให้ ยังไม่ทันได้โวยวายหรือทำอะไร ด้วยสัญชาตญาณอินน์ก็รีบแทรกตัวเข้าไปหลบหลังประตูที่เป็นมุมอับสายตาทันที 

"เสร็จงานแล้วให้รีบจัดของกลับเข้าที่เดิมแล้วออกไปอย่าให้ใครเห็น" 

"รู้แล้ว คุณไม่ต้องมาย้ำหลายรอบ!" 

"อย่าพึ่งเถียงกันสิวะ ได้ข้อมูลแล้วก็รีบๆไป" 

เสียงชายสามคนพูดคุยกันพร้อมกับค่อยๆเดินออกมาจากห้องสมุด 

"แบบนี้ก็รู้แล้วว่าพวกเซคันโด้กับแซนซัสจะยกเรื่องอะไรไปพูดในวันประชุมสินะ" 

"นับวันคุณคนนั้นก็ยิ่งเลวขึ้นทุกวันเลยนะครับ" 

"หนวกหูน่า รีบไปได้แล้ว" 

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ 

เสียงฝีเท้าสามคู่ค่อยๆดังจากไป อินน์เอามือทาบอกตัวเองเมื่อจับใจความได้ว่ากลุ่มชายที่ออกมาจากห้องสมุดเมื่อกี้ มาเพื่อสอดแนมเอกสารที่พวกโคโรเนลช่วยกันทำทั้งคืน คนพวกนั้น.....ใช้ช่วงที่พวกเราอยู่ด้านนอกเข้ามาแอบดูเอกสารของพวกนั้น แบบนี้มัน..... 

แอ๊ดดดด~ 

"เกือบลืมปิดประตูซะได้ เฮ้ย?!" 

"อ๊ะ!!" แล้วคุณพี่จะกลับมาทำไมล่ะเนี่ย?!!!! 

. 

. 

. 

. 

. 

"ขอโทษที่เรียกออกมากันนะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วล่ะ" 

"สุดท้ายก็เป็นแค่ฝีมือสัตว์ป่าแถวนี้... ก็ดีแล้วแหละ ประกาศให้คนในค่ายระมัดระวังกันด้วย" 

"อืม... ขอบคุณที่สละเวลามากันนะ" 

จีอ๊อตโต้หันไปบอกกับทุกคนที่เหลืออย่างสุภาพ เล่นเอาพวกอาร์มี่ได้แต่ก้มหัวให้ตามมารยาท ริคาโด้ส่งรายงานการชัณสูตรคืนให้กับพี่ชาย ก่อนจะหันไปบอกคนอื่นๆให้กลับไปพักผ่อนได้ หลังจากต้องเสียเวลามานั่งคอยหลายชั่วโมง 

"พวกแกกลับเข้าไปกันก่อน เดี๋ยวฉันทำธุระต่อสักพักจะตามไป" ริคว่า 

"แล้วเรื่องที่ทำค้างไว้ล่ะ?" จีอาถาม 

"ไปพักก่อน ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ กว่าฉันจะกลับพวกแกคงได้นอนเต็มอิ่มพอดี" ริคตอบ "ไปได้แล้ว" 

จีอาจำใจละออกมา พร้อมกับเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆที่ไม่สนใจว่าทั้งคู่จะคุยอะไรกันอยู่ รู้สึกไม่ชอบมาพากลยังไงก็ไม่รู้แฮะ เธอเหลียวหลังกลับไปมองจีอ๊อตโต้ที่ยืนพูดคุยกับริคอยู่ แต่เธออยู่ไกลเกินกว่าที่จะได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้เหนื่อยสุดๆ ขอกลับไปหาอะไรกินแล้วนอนพักซักหน่อยดีกว่า 

พวกเขากลับเข้ามายังอาคารที่พักผ่านทางฐานทัพใต้ดิน โดยที่ไม่ได้มีใครขอแยกตัวออกไปไหน ทางเดินยาวเหยียดในฐานทัพมีเพียงเสียงย่ำเท้าหลายคู่ และเสียงสนทนาเบาๆของพวกเขาเท่านั้น 

"ฮ้าว~ หิวชะมัด อากาศแบบนี้ไม่รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรเลย" ดีโน่พึมพำพร้อมกับบิดขี้เกียจ 

"เจ้าชายหิวซูชิ~"  

"รุ่นพี่อย่าเที่ยวพูดกรอกหูคนอื่นด้วยน้ำเสียงชวนหลอนประสาทจนน่ารำคาญแบบนั้นได้ไหมคะ?" 

"ชิชิชิ เงียบไปเลยยัยกบ เดี๋ยวเชือดทำซาชิมิมันตรงนี้ซะหรอก" เบลว่าพลางคว้ามีดออกมาจากในเสื้อ 

"วันไหนที่พวกแกไม่ทะเลาะ ฉันจะไม่โวยวายเสียงดังให้ดูเลย" แอสควอบ่นให้กับสองคนที่ตั้งท่าจะกระโจนใส่กันระหว่างที่กำลังเดินกลับกันอยู่ 

"เอาเวลาบ่นไปหายากินกันไว้เถอะค่ะ" ฟรานมองแอสควอที่กำลังแสดงอาการคัดจมูกหลังจากเที่ยวตากฝนทำนั่นนี่อยู่เหลายชั่วโมง 

"ไม่ต้องมายุ่งน่า!"  

"แล้วอินน์ล่ะ?" ถัดไปไม่ไกลกันมาก โคโรเนลหันไปถามเนวี่ 

"เหมือนจะกลับมาก่อนแล้ว..." เนวี่ตอบตามที่ตัวเองรู้ ก่อนจะหันไปทางนัทที่น่าจะรู้อะไรมากกว่าเธอ 

"พวกอิ้งกับสาบอกว่าจะเข้ามาก่อนกับยัยนั่นนี่ เหมือนจะมาทำอะไรกินล่ะมั้ง" นัทตอบคำถามของโคโรเนล 

"ดีเลย แบบนี้พอไปถึงก็จะได้กินเลยสิ" จีอายิ้มกว้าง 

"หิวบ่อยแบบนี้มีน้องหรอครับจารย์" อาร์มี่แซว 

"มีน้องเนิ้งอะไรกันล่ะ ฉันก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนพวกนี้ต่างหาก เดี๋ยวเถอะ!" จีอารีบตอบกลับ 

ทันใดนั้นในทางเดินก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจากอีกฝากของทางเดินพร้อมกลุ่มชายสามคนที่เดินแบกกล่องไม้ขนาดใหญ่สวนทางมา จีอาเหลือบมองดูชายเหล่านั้นเพราะเธอจำได้ว่าคนที่เดินนำคือมือขวาของจีอ๊อตโต้ ส่วนอีกสองคนที่เดินตามหลังมาเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก แต่ชายคนที่เดินรั้งท้ายถึงจะผมสีสว่างแต่กลับหน้าตาเหมือนกับเนวี่ี่มาก จีอาที่ให้ความสนใจกับชายคนนั่นจึงมองตามไปจนกลุ่มนั้นเดินผ่านไปจนสุดทาง 

"........."  

จีอาเห็นปฎิกริยาของพวกเบลมองไปยังพวกเขาทั้งสามที่แสดงออกอย่างไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน  

"ฮ่า..... ฟุดฟิดๆ" 

"แมน? มีอะไรรึเปล่า?" นัททักขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแมนที่ดูท่าทางแปลกๆ 

"หือ? เหมือนจะได้กลิ่นอะไรสักอย่างนะ" จีอาว่า 

"นับวันยิ่งห่างไกลความเป็นศพเดินได้..... จมูกดีแบบนี้น่าจะเป็นเยอรมันเชพเพิร์ดนะคะ" ฟรานว่าเสียงเรียบ 

"เป็นฉันโดนพูดแบบนี้คงโกรธน่าดู" อาร์มี่เปรยออกมาเบาๆ 

"ฟุดฟิดๆ อ-อา....." 

"กลิ่นคนแปลกหน้าน่ะ พวกนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำร้ายเรานะ ไม่ใช่ศัตรูหรอก" จีอาตอบเมื่อแมนยกไม้ยกมือไปทางกลุ่มชายที่เดินผ่านไป 

"อา- อิ-...." 

"ไม่ใช่อาหาร หรือของกินด้วยย่ะ" นัทรีบพูดดัหคอเมื่อเห็นซอมบี้หนุ่มพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง 

"อา..... ฮึ่ม!" แมนมีท่าทีไม่สบอารมณ์เหมือนสื่อสารกับคนอื่นๆไม่เข้าใจ 

"ชิชิชิ ศพงอนได้ด้วยหรอ?" 

"เหมือนหมาจริงๆด้วยแฮะ" 

. 

. 

. 

. 

. 

ครึ่ก~ แกร๊ก! 

ภายในห้องรับรองธรรมดาๆเหมือนห้องรับรองภายในฐานทัพห้องอื่นๆที่อยู่ลึกลงไปในชั้นใต้ดิน กล่องไม้ใบเขื่องถูกวางลงกับพื้นพร้อมกับเปิดฝาออกปรากฏร่างหญิงสาวที่ถูกจับมัดไว้ไม่ได้สติ 

"พลาดโดนเห็นเข้าซะได้นะครับ" 

"มีทางเลือกไม่มากแล้วล่ะ" 

"ว่ายังไงครับคุณมือขวา" 

สองหนุ่มหันไปมองเพื่อนที่มีศักดิ์เป็นถึงมือขวาคนสนิทที่สุดของเพื่อนอีกคนซึ่งเป็นหัวหน้าของพวกเขา ชายผมสีแดงเพลิงก้มลงมองหญิงสาวที่ถูกโจมตีเข้าอย่างฉับพลันจนสลบไป ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนอีกสองคน 

"ฉันจะไปรายงานจีอ๊อตโต้เอง พวกแกก็อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดออกไปไหนได้" 

ครืด~ 

พูดจบเจ้าตัวก็รีบร้อนสาวเท้าออกจากห้องไปในทันที ทิ้งให้เพื่อนอีกสองคนจัดการกับหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายในกล่องตามลำพัง 

"อา~ โชคร้ายซะจริงนะครับสาวน้อย" เขาเอ่ยอย่างเวทนา "ช่วยหน่อยแล้วกันนะครับ พอดีผมไม่อยากยุ่งกับหญิงอื่นนอกจากคนรักน่ะ" 

"....." ชายอีกคนลอบมองค้อนเพื่อนเมื่อถูกโบ้ยงานให้เขาจัดการเพียงคนเดียว 

"จะว่าไปเธอก็หน้าคล้ายคุณอยู่เหมือนกันนะครับ ยกเว้นแค่สีผม" 

"ถ้าคุณช่วยหุบปากแล้วอยู่เงียบๆจะดีมาก" 

"อาๆ พูดแบบนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้วสิครับ~" ว่าแล้วเขาก็เดินไปยังประตูห้องอย่างช้าๆ "ไว้ผมจะวางค่ายไว้ที่ทางเดินด้านนอกแล้วกัน อย่าเผลอมาติดกับซะเองล่ะครับ~" 

ครืด~  

"......โชคร้ายจริงๆนั่นแหละ" 

เขาพึมพำให้กับหญิงสาวที่ถูกอุ้มออกมาจากกล่องลังไม้มานอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟา 

"หน้าเหมือนงั้นหรอ....." 

 

 

Tobecontinued... 

 

//หายไปนานมากเลย ขอสารภาพว่าไรท์หมดไฟคับಥ_ಥ แถมงานก็เยอะจนไม่ค่อยจะมีเวลา ต้องขอโทษมากจริงๆ 

บางครั้งก็แอบคิดเล่นๆว่าถ้ารีดเดอร์คนไหนรู้จักบ้านไรท์คงได้ปีนมาทวงตอนต่อๆไปกันทุกวันแน่ๆ(^~^;)ゞ 

ต้องขอโทษที่ทำให้รอนะคับ แวะมาดูแล้วก็หายไปนานมากจริงๆ ประมาณสองเดือนได้เลย อยากกราบขอโทษรีดเดอร์ทุกคนมากๆ แต่จะไม่ทิ้งแน่คับ อาจจะมาๆหายๆบ้าง แต่จะพยายามอัพไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบตามที่ตั้งใจไว้ ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่ยังติดตามรออ่านนะครับ╰(⸝⸝⸝´꒳`⸝⸝⸝)╯ 

ความคิดเห็น