ปีกฝัน(Peakfan)

เมื่อสองสาวเพื่อนสนิท "ลีฟากับจิล" กำลังไปพักร้อนที่ทะเลแสนงามและหาดทรายแสนสวย แต่พวกเธอกลับพลัดหลงเข้าไปในสถานที่ๆเต็มไปด้วยความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ แล้วอะไรล่ะที่กำลังรอเธอทั้งสองคนอยู่...***อัพวันที่ว่าง***

Chapter 32 : แผนการล้มเหลว

ชื่อตอน : Chapter 32 : แผนการล้มเหลว

คำค้น : ซอมบี้,Zombie,เจ้าชายผีดิบ,นิยายรักแฟนตาซี,เฮฮา,ธิดาแห่งแสงตะวัน,เจ้าชายผีดิบ,รักวันรุ่น,ปีกฝันนักเขียน,PeakfanWriter

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 39

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 22:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 32 : แผนการล้มเหลว
แบบอักษร

Chapter 32

แผนการล้มเหลว

ลีฟาพยายามลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ตอนนี้เธอรู้สึกถึงความมึนงงที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา และพยายามพยุงร่างของตนเองลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วเธอก็มองไปยังร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้า แล้วรีบทุ่มกำปั้นของเธอไปบนแผงอกของเขา ถึงเขาจะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไร แต่เธอก็ยังชอบทำแบบนั้นอยู่ดี

“คุณลีฟา” แต่เสียงที่ดังกลับมานั้นทำให้เธอเริ่มเบิกตากว้างขึ้นมาทันที ชายที่กำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าของเธอและโดนกำปั้นของเธอทุบไปนั้น ไม่ใช่เจ้าชายตัวยุ่งยูโน แต่กลับเป็นเจ้าชายคาเรนที่กำลังขมวดคิ้วมาที่เธอ

“เจ้าชายคาเรน!” เธออุทานออกไป

“ใช่! ผมเอง” ดูจากรอยยิ้มของชายหนุ่มทำให้เธอเริ่มสบายใจ เธอนึกว่ากำปั้นของเธอจะทำให้เจ้าชายโกรธเข้าแล้วซะอีก

“ขอโทษค่ะ คือว่า…มือมันไปเอง” ลีฟาพยายามแก้ตัว ที่แท้เธอคิดว่าเขาคือยูโนต่างหาก

“แล้ว…คนอื่นล่ะคะ” ลีฟาพยายามมองไปรอบๆห้องที่ปราศจากผู้คน

“เพื่อนของคุณและน้องชายของผมยังไม่กลับมาจากอีกฟากของสะพานเลยครับ” คำตอบของเจ้าชายทำให้เธอขมวดคิ้ว

“คุณอาจจะจำอะไรไม่ได้ คือว่าคุณโดนก้อนหินกระแทกเข้าที่ศีรษะ ผมจึงรีบพาคุณกลับมายังปราสาทก่อน” เจ้าชายยังคงส่งยิ้มให้กับเธอ

“อ๋อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เจ้าชายไม่น่าลำบากเลย” ลีฟาบอกออกไป ทำไมเธอเริ่มรู้สึกอึดอัดนะ

“คุณลีฟาต้องการอะไรไหมครับ” เจ้าชายคาเรนรีบยื่นแก้วน้ำมาให้เธอ เธอจึงรับมาโดยดี

“ขอบคุณค่ะ”

“ผมว่าคุณพักผ่อนต่อเถอะครับ ผมจะคอยเฝ้าคุณเอง”

“เฝ้าฉัน” ลีฟาโพล่งออกไป

“ครับ เผื่อว่าคุณไม่สบาย ผมจะได้เรียกหมอทัน” เจ้าชายยังคงส่งยิ้มมาให้กับเธอ ลีฟาจึงวางแก้วน้ำไว้ข้างเตียงพร้อมกับล้มลงนอน และรีบหลับตาปี๋

ตอนนี้เธอยังไม่อยากจะพูดอะไรกับเขา กิริยาบางอย่างของเขาทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกๆ การได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่สุดแสนจะอบอุ่นและหล่อเหลาขนาดนี้ มักจะทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เสมอ และตอนนี้เธอไม่อยากเป็นแบบนั้น เธอไม่ได้ชอบเขา คนที่ชอบเจ้าชายคาเรนคือจิลต่างหาก ทั้งสองชอบกันแต่ก็ยังคงปากแข็ง หวังว่าเจ้าชายจะไม่นอกใจจิลในเวลานี้นะ

“ลีฟาเป็นยังไงบ้าง” เสียงของชายหนุ่มที่สุดแสนจะคุ้นเคยดังขึ้นมาข้างกายของเธอ ลีฟาที่แกล้งหลับอยู่นั้นพยายามแกล้งหลับต่อไปให้แนบเนียนที่สุด ตอนนี้ทั้งยูโนและจิลเดินเข้ามาสมทบกับเจ้าชายคาเรนที่กำลังนั่งเฝ้าเธออยู่

“ไม่เป็นอะไรแล้ว เมื่อกี้ลุกขึ้นมาครั้งหนึ่ง แต่พี่บอกให้นอนพักต่อ เธอก็เลยหลับไป” เจ้าชายคาเรนบอกกับน้องชายของเขา แต่แล้วเธอก็รู้สึกได้ถึงนิ้วมือที่สัมผัสไรผมของเธอ และเธอก็จำได้ว่าคือเพื่อนสาวคนสนิทของเธอนั่นเอง

“หนุ่มๆ ฝากเพื่อนของฉันแปปหนึ่งนะคะ ฉันจะออกไปหาอะไรร้อนๆให้ลีฟา” เสียงของจิลบอกกับชายทั้งสองและเดินออกไปจากห้อง ลีฟาจึงรีบเก็บรอยยิ้มเล็กๆของเธอไว้ จิลเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลก แต่แล้วเสียงของใครคนหนึ่งก็เดินตามจิลออกไป ซึ่งตอนนี้น่าจะเหลือชายหนึ่งคนที่ยังคงอยู่กับเธอในห้อง ซึ่งผู้ชายคนนั้นถ้าไม่ใช่เจ้าชายคาเรนสุดหล่อก็เจ้าชายยูโนตัวยุ่ง

ลีฟายังคงหลับตาปี๋ต่อไปด้วยความแนบเนียน แต่ไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรต่อ นิ้วมือเรียวยาวก็เริ่มสัมผัสลงบนไรผมของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างกายที่เริ่มโน้มเข้ามาหาเธอ ลีฟาแทบจะตั้งสติไม่อยู่แต่ก็แกล้งหลับต่อไป เธอหลับตาปี๋และรับรู้ได้ถึงสัมผัสอ่อนนุ่มที่ข้างแก้มของเธอ นี่เขากำลังแอบหอมแก้มเธออยู่! 

หัวใจของหญิงสาวแทบจะกระโดดออกมา นี่มันอะไรกันนะ ถ้าเป็นรอยจูบของยูโนก็ไม่น่าจะดูอบอุ่นขนาดนี้ เขาขโมยจูบของเธอมาแล้วสองรอบ แต่เขาก็ไม่ได้มีสัมผัสอ่อนนุ่มแบบนี้ แต่ถ้าเป็นรอยจูบของเจ้าชายคาเรนก็ไม่น่าจะใช่ เธอจึงรีบรวบรวมสติแล้วค่อยๆหรี่ตามอง แต่ว่าไม่ทันที่เธอจะลืมตาขึ้น เสียงแผ่วเบาของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับริมฝีปากที่สัมผัสลงบนแก้มขาวนวลของเธอ

“ลีฟา ฉันขอโทษนะ”

 *****

“เป็นไงบ้าง” ลีฟารีบถามเพื่อนสาวที่เพิ่งกลับมาจากอีกฟากของสะพานในอีกสองวันต่อมา จิลและเจ้าชายคาเรนเดินทางกลับไปอีกฟากเพื่อดูเมล็ดพันธุ์ที่จิลและยูโนช่วยกันปลูก ตอนนี้ก็ผ่านมาตั้งสองวันแล้ว ถ้าเป็นแบบที่เพื่อนสาวเคยเล่าให้เธอฟัง ตอนนี้ต้นไม้ต้นนั้นก็น่าจะโตขึ้นแล้ว แต่เพื่อนสาวผมบลอนที่เดินกลับเข้ามาในห้องนะสิ แสดงสีหน้าไม่แจ่มใสอย่างเห็นได้ชัด

“ว่าไง ทำไมเงียบล่ะ” เธอรีบถามต่อ

“เฮย…มันไม่ได้ผล” จิลบอกกับเธอและนั่งลงข้างๆ

“หมายความว่าไง ต้นไม้มันไม่โตเลยเหรอ”

“ไม่สักนิด” เพื่อนสาวดูจะกังวลใจมากๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า มันอาจจะโตขึ้นในอีกวัน หรือสองวันข้างหน้าก็ได้” ลีฟาพยายามให้กำลังใจจิล เพื่อนสาวของเธอดูจะห่วงใยคนในเมืองเอามากๆ

“มันไม่ได้ผลหรอกลีฟา ถ้ามันจะโตมันก็โตตั้งนานแล้ว” จิลเริ่มอารมณ์เสีย เธอจึงนั่งนิ่งและพยายามมองไปนอกหน้าต่าง ถึงจิลจะชอบบ่นและขี้วีนเอามากๆ แต่เพื่อนสาวก็ไม่เคยทำเสียงดุขนาดนี้กับเธอเลย ลีฟาจึงเริ่มทำตัวไม่ถูก จิลเป็นอะไรไปนะ

“แล้วคนอื่นล่ะ กลับมาพร้อมเธอไหม” ลีฟาเหมือนจะทำตัวไม่ถูกเอามากๆเธอก็เลยถามอะไรเรื่อยเปื่อย และไม่คิดเลยว่าเรื่องแย่ๆมันจะเกิดขึ้นเพราะคำพูดของเธอ

“คนอื่นๆนะเหรอ ถ้าเธออยากจะถามถึงเจ้าชายคาเรนก็ถามออกมาตรงๆเถอะ เขากลับมาพร้อมกับฉัน และตลอดทางที่เราเดินทางไปยังอีกฟากของสะพาน เขาก็พูดแต่ชื่อเธอ เป็นไงดีใจไหมล่ะ” เพื่อนสาวเหวี่ยงใส่เธอทันที และก้าวยาวๆออกจากห้องไป ทิ้งให้ลีฟานั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอน พร้อมกับเริ่มใช้ความคิด…อย่าบอกนะว่าตอนนี้จิลกำลังโกรธเธอ และสาเหตุมันต้องเกี่ยวกับเจ้าชายคาเรนแน่ๆ

ในที่สุดมื้อค่ำที่สุดแสนจะอึดอัดของเธอก็มาถึง เมื่อเพื่อนสาวจอมวีนกลับนั่งนิ่งอยู่ข้างๆเธอ ส่วนยูโนก็กำลังจ้องมองมายังใบหน้าของเธออย่างวิตกกังวล แต่เขาและเธอก็ไม่สามารถพูดคุยอะไรกันได้ ทั้งๆที่ตอนนี้เธออยากจะปรึกษากับเขา เรื่องสถานการณ์ที่สุดแสนจะน่าอึดอัดในเวลานี้มากๆ

และอีกคนที่เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว เจ้าชายคาเรนผู้สุดแสนจะหล่อเหลาและเป็นต้นเหตุของการอึดอัดในเวลานี้ กลับนั่งยิ้มแฉ่งพร้อมกับตักอาหารหลายอย่างใส่ลงไปในจานของเธอและจิลอย่างไม่ขาดสาย ก็เจ้าชายทั้งสองกินอาหารไม่ได้นิ เขาคงจะมีความสุขที่ได้มองพวกเธอกิน แต่ตอนนี้เธอกลับเริ่มกลืนอะไรไม่ลง เมื่อเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆนั้นอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ

“กินเยอะๆนะครับคุณลีฟา คุณเพิ่งจะหายป่วย” เจ้าชายคาเรนตักชิ้นเนื้อลงในจานของเธอเพิ่ม

“ขอบคุณค่ะ” เธอรีบขอบคุณเขาแล้วจ้องมองไปยังยูโนที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

“คุณจิลก็กินเยอะๆนะครับ” เจ้าชายคาเรนพูดต่อ พร้อมกับส่งยิ้มมาหาเธอทั้งสอง นี่เขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยใช่ไหม ว่าเพื่อนสาวของเธอกำลังนั่งโกรธเขาอยู่

“อืม” เพื่อนสาวของเธอดูจะไม่มีอารมณ์ตอบเอามากๆ

“เห็นว่าต้นไม้ไม่โตเหรอคะ” ลีฟาตัดสินใจหาเรื่องคุยกับผู้ร่วมโต๊ะอาหาร ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการสนทนาที่น่าหดหู่ก็เถอะ ไหนๆเธอก็กินอะไรไม่ลงแล้ว เธอก็ชวนเขาคุยเลยก็แล้วกัน

“ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร” เจ้าชายคาเรนเหมือนจะวิตกกังวลไม่น้อย แต่เขาก็ยังคงส่งยิ้มให้กับเธอ

“ฉันว่ายังไงก็ต้องมีทางออกค่ะ” ลีฟารีบให้กำลังใจ

“ขอบคุณครับ ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลย” เจ้าชายคาเรนส่งยิ้มกว้างๆมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอได้ยินเสียงมีดเล็กๆของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังหั่นชิ้นเนื้ออย่างรุนแรง ลีฟาจึงกะพริบตาไปหายูโนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ ดูเหมือนอารมณ์ของจิลจะเริ่มรุนแรงขึ้น

“เออ…ผมอยากรู้จังว่าครั้งที่แล้ว คุณจิลและคาเรนพี่ชายของผมทำยังไง ต้นไม้ถึงได้ใหญ่โตแบบนั้น” ยูโนพยายามหาเรื่องคุยเหมือนกับเธอ แต่ว่าดูเหมือนการเปิดเรื่องของเขาจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เมื่อเพื่อนสาวของเธอมองไปหาเขาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ คุณยูโน ก็แค่…กลั้นใจทำ” จิลลุกขึ้นยืนทันที จนทั้งสามรีบมองตาม หญิงสาวผมบลอนรูปร่างสวยเดินออกไปจากห้องอาหารทันที ลีฟาจึงรีบขมวดคิ้วไปหาชายหนุ่มผมทองที่นั่งตรงข้ามเธออีกครั้ง

“ขอตัวก่อนนะครับ” เจ้าชายคาเรนดูเหมือนจะร้อนรนเอามากๆ และเดินตามจิลออกไปทันที

“ยูโน นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” ลีฟารีบถามกับชายหนุ่มเบื้องหน้า

“ดูเหมือนแผนของเราจะล้มเหลวซะแล้วล่ะ”

“หมายความว่าไง?”เธอและยูโนรีบออกมาจากห้องอาหาร และมุ่งหน้าไปยังทางเดินอันกว้างขวาง

“จิล คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เจ้าชายคาเรนและจิลยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเธอ ลีฟาและยูโนจึงรีบเข้าไปยังห้องๆหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล

“เปล่า!”

“เปล่าได้ยังไง ก็เมื่อกี้คุณบอกว่าที่คุณช่วยผมปลูกเมล็ดพืชนั่น คุณกลั้นใจทำ” เจ้าชายคาเรนยืนประจันหน้ากับเพื่อนสาวของเธอ

“ใช่! ฉันกลั้นใจทำ”

“ไม่จริง คุณเต็มใจทำ ไม่อย่างนั้นต้นไม้จะงอกงามออกมาขนาดนี้เหรอ” เจ้าชายคาเรนเริ่มเถียง

“คุณไม่เชื่อก็แล้วแต่สิ” เพื่อนสาวหันหลังให้เขา แต่เจ้าชายก็รีบวิ่งอ้อมมาจ้องหน้าของหญิงสาว

“จิล คุณเป็นอะไร คุณโกรธผมเหรอ”

“ไม่!”

“คุณโกรธผมจริงๆด้วย จิลคุณบอกมาสิว่าคุณโกรธอะไรผม” เจ้าชายคว้าแขนทั้งสองข้างของจิลเอาไว้

“ฉันไม่ได้โกรธอะไรคุณ” เสียงของจิลดังลั่น ลีฟาและยูโนที่แอบมองอยู่เริ่มใจคอไม่ดี

“แอบฟังแบบนี้จะดีเหรอ ฉันว่าเราออกไปกันเถอะ” ลีฟารีบพูดกับชายหนุ่มผมทอง แต่เขากลับรั้งเธอเอาไว้

“เอาน่า จะได้รู้เขารู้เราไง การวางแผนที่ดีเราต้องรู้ว่าคู่ต่อสู้กำลังทำอะไรอยู่”

“แต่จิลไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเรานะ”

“ฉันรู้ ฉันหมายความว่า ถ้าเรารู้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนรู้สึกยังไง เราก็จะได้หาทางแก้ถูกไง ไม่ดีเหรอ” ยูโนรีบบอกพวกเธอจึงมองไปยังบทสนทนาเบื้องหน้าต่อ

“จิล ผมไม่สบายใจเลยที่คุณเป็นแบบนี้ คุณพูดกับผมมาตรงๆเถอะ” เจ้าชายคาเรนยังคงถามย้ำ

“อยากให้ฉันพูดตรงๆเหรอ”

“ใช่!”

“ได้ งั้นฉันจะพูดกับนายตรงๆ ลีฟาเป็นผู้หญิงน่ารัก ถ้านายอยากจะจีบเธอก็ตามสบายเลย” จิลจ้องมองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าอย่างขุ่นเคือง

“คุณกำลังบอกให้ผมจีบ…คุณลีฟา” เจ้าชายคาเรนเริ่มขมวดคิ้ว

“ใช่!”

“ทำไมคุณถึงอยากให้ผมจีบคุณลีฟา” เจ้าชายถามต่อ แต่ใบหน้าของเขาแสดงความเสียใจไม่น้อย

“ก็นายชอบลีฟานิ นายพยายามถามข้อมูลของลีฟาจากฉัน เดี๋ยวก็คุณลีฟาอย่างนั้น เดี๋ยวคุณลีฟาอย่างนี้ ถ้าไม่ให้เรียกว่าชอบจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ” จิลเถียงกลับอย่างรวดเร็ว

“ผมก็แค่เป็นห่วงเขา”

“ใช่! นายเป็นห่วงลีฟา เพราะฉะนั้นก็ไปดูแลเพื่อนของฉันสิ จะมัวเสียเวลามายืนคุยกับฉันทำไม” จิลเดินหนี แต่ชายหนุ่มกลับคว้าแขนของเธอเอาไว้

“จิล เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรอีกล่ะ นายควรจะเอาเวลาไปดูแลลีฟาดีกว่ามายืนเถียงกับฉันนะ”

“ผมดูแลคุณลีฟาก็เพราะเขากำลังไม่สบาย คุณก็เห็นนิ”

“ใช่! งั้นก็ไปดูแลสิ”

“คุณไม่เข้าใจ”

“ฉันเข้าใจทุกอย่าง นายชอบลีฟา แต่ก็ไม่กล้าจะพูดออกมาใช่ไหมล่ะ เอางี้ ฉันจะช่วยคุณจีบลีฟาเอง โอเคไหม” จิลส่งสายตาโกรธเคืองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้า

“คุณ…อยากให้ผมจีบคุณลีฟาจริงๆใช่ไหม” อยู่ๆเสียงทะเลาะกันจนดังลั่นของทั้งคู่ ก็กลายเป็นความเงียบเมื่อเจ้าชายคาเรนถามออกมาอย่างแผ่วเบา และส่งสายตาจริงจังไปหาจิล

“ใช่! นายกับลีฟาเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก” จิลพูดต่อ แล้วเบือนหน้าหนี

“เหมาะสมจริงๆนะเหรอ”

“ใช่ เหมาะสมมาก”

“ที่ว่าเหมาะสม คือผมกับคุณลีฟา หรือว่าคุณกับยูโนกันแน่” คำพูดของเจ้าชายคาเรน ทำให้จิลรีบหันกลับมามองทันที

“ฉันกับ…เจ้าชายยูโน”

“ใช่! พวกคุณเหมาะสมกันมาก” เจ้าชายใช้คำพูดเดิมของจิล ย้ำกับตัวของเธอเอง ทำให้หญิงสาวเหมือนกำลังเลือดขึ้นหน้า

“เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ ฉันกับเจ้าชายยูโน…เหมาะสมกันมาก” อยู่ๆเพื่อนสาวของเธอก็ทำให้เรื่องทั้งหมดแย่ลงกว่าเดิม

“ตกลงว่าเรื่องทั้งหมดที่คุณทำเหมือนโกรธผม ที่แท้ก็เป็นเพราะคุณชอบยูโน” เจ้าชายจ้องมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า ด้วยสีหน้าผิดหวังเป็นอย่างมาก

“ฉัน…ชอบเจ้าชายยูโน” จิลกัดฟันพูดออกมา แต่ก็แสดงสีหน้าเสียใจออกมาไม่น้อย ลีฟาและยูโนที่กำลังแอบมองรีบสบตากันทันที ทำไมเพื่อนสาวของเธอต้องพูดแบบนั้นออกมาด้วยนะ

“คุณคงไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับผมแล้ว เอาเวลาที่มีค่าของคุณไปดูแลยูโนเถอะ” เจ้าชายคาเรนที่มักจะสุภาพและใจเย็นอยู่เสมอ ประชดเพื่อนสาวของเธอเข้าเต็มๆ

“ได้ งั้นฉันจะเอาเวลาอันมีค่าของฉันไปดูแลเจ้าชายยูโน ส่วนนาย ก็ไปดูแลลีฟาซะ” จิลก็ประชดไม่เลิก

“ตอนนี้ผมเริ่มรู้ใจของตนเองซะแล้วล่ะ” อยู่ๆเจ้าชายคาเรนก็พูดขึ้นมา ทำให้หญิงสาวเบื้องหน้าดูงุนงงไม่น้อย

“รู้ใจของตนเอง”

“ใช่! รู้ใจของตนเอง ว่าตอนนี้ผม…รักคุณลีฟาเข้าให้แล้ว และผมก็ควรจะรีบไปดูแลเธอ ขอบคุณมากๆนะครับคุณจิล ที่ทำให้ผมรู้ใจของตัวเอง” เจ้าชายใช้ดวงตาสีม่วงคู่โตจ้องมองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าอีกครั้ง และเดินจากไปพร้อมกับความรู้สึกเสียใจที่เริ่มถาถมเข้ามาหาพวกเขาทั้งสอง ส่วนสองชายหญิงที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่นั้นสบตากันอีกครั้ง พร้อมกับรีบหลบเข้าไปในห้องที่ไร้ผู้คนอย่างรวดเร็ว ขณะที่จิลและเจ้าชายคาเรนเดินหนีกันไปคนละทิศละทาง

“เอาแล้วไง” ลีฟาส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยใจ

“ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้” เจ้าชายยูโนเสริม

“ตอนแรกเราแค่อยากจะใช้ตัวเองทำให้เขาทั้งสองสารภาพรักกัน” ลีฟาพูดขึ้นมา

“แต่ว่าตอนนี้เราทั้งสองคนกลับเป็นต้นเหตุให้พวกเขาโกรธกัน” เจ้าชายยูโนเสริมอีกครั้ง

“เฮย เอาไงต่อดีเนี่ย” ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมๆกัน แล้วถอนหายใจยาวๆด้วยความเหนื่อยใจ

55555

สมน้ำหน้า

อยากหาเรื่องกันดีนักนะเจ้าแสบทั้งสอง

แล้วทีนี้ จะทำยังไงต่อไปดีล่ะ

ไปทำให้เขาคืนดีกันเดี๋ยวนี้เลยนะ

ไม่งั้นไรท์จับตีก้นทั้งสองคนเลย!

ติดตามต่อตอนหน้านะคะ

^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น