Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 7 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 7 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 19:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 7 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 7 

 

 

 

บ้านหลังใหญ่ตรงหน้า ไม่สิ… คฤหาสน์สุดหรูตรงหน้าของเขมินท์ทำให้เขมินท์อดคิดถึงเรื่องที่เกิดเรื่องขึ้นในคืนนั้นไม่ได้ คืนที่ทำให้ตนเองถูกสายตาของเตชิตดูถูกทั้งความรู้สึกและการกระทำไม่ได้ จนเขมินท์ปฏิญาณกับตนเองว่าจะไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่เป็นอันขาดแต่สุดท้ายเขมินท์ก็ผิดคำพูดกับตัวเองที่เคยพูดไว้ 

 

“คุณแม่ครับ บ้านหลังใหญ่นี่คือบ้านคุณพ่อเหรอครับ” โมเดลถามขึ้นเมื่อคุณแม่ขับรถเข้ามาจอดในบ้านหลังใหญ่และพอลงจากรถโมเดลก็หันมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น  

 

บ้านคุณพ่อมีสวนกว้างกว่าบ้านของโมเดลอีก! 

 

“หนูเขมมาแล้วเหรอคะ” คุณหญิงรวีวรรณเดินมารับหนูเขมและหลานชายของเธอที่หน้าประตูบ้านด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานเช่นเคยก่อนจะหันไปสั่งให้เด็กในบ้านให้ขนของขึ้นไปเก็บ 

 

“สวัสดีครับคุณย่า” 

 

“สวัสดีครับคนเก่งของคุณย่า วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยเพลียมั้ยครับ” 

 

“ไม่ครับ โมเดลตื่นช่วยคุณแม่เก็บของด้วย”  

 

“เก่งจังเลยครับคนเก่ง ไปครับเข้าบ้านกับคุณย่านะครับ หนูเขมเข้าบ้านกันค่ะ” พอคุณหญิงแม่บอกแบบนั้น เขมินท์ก็เดินตามลูกชายที่เดินจูงมือกับคุณหญิงรวีวรรณเข้าบ้าน ซึ่งภายในบ้านก็เจอสายตาคนงานในบ้านที่บางคนก็เคยเจอกับเขมินท์เมื่อหลายปีก่อนและบางคนที่ไม่เคยเจอกับเขมินท์ก็มองด้วยความสงสัยและยิ่งสงสัยขึ้นไปอีกเมื่อเด็กที่คุณผู้หญิงเดินจูงมือมีหน้าตาเหมือนคุณเตชิตไม่มีผิดเข้ามา 

 

และพอเข้ามาในตัวบ้านเขมินท์ก็เจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุดกำลังนั่งไขว้ห้างอ่านเอกสารในไอแพดและพอเตชิตเห็นเขมินท์และโมเดลเดินเข้ามาก็ยกยิ้มมุมปากให้เขมินท์อย่างผู้ถือชัยชนะที่ทำให้เขมินท์มาอยู่ที่นี่ตามที่เตชิตต้องการได้ 

 

“คุณพ่อออออ โมเดลมาหาคุณพ่อแล้วครับ” แต่ความคิดของเขมินท์ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะโมเดลปล่อยมือคุณหญิงแม่วิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อของตนเองด้วยรอยยิ้มสดใสและความดีใจของลูกที่ได้เจอผู้เป็นพ่อทำให้เขมินท์ต้องซ่อนความรู้สึกไม่พอใจต่อเตชิตเอาไว้ 

 

เขมินท์ไม่อยากให้โมเดลรับรู้ว่าพ่อแม่ของตัวเองไม่ได้ยินดีที่จะอยู่ร่วมกันเลยสักนิด… 

 

“ว่าไงโมเดล พร้อมที่จะอยู่กับพ่อรึยัง” 

 

“พร้อมครับ อยู่กันแบบสามคนพ่อแม่ลูก” 

 

“ใช่ สามคนพ่อ แม่และลูก” เตชิตเน้นคำพูดสามคำนี้เป็นพิเศษและยังสบตากับเขมินท์เพื่อที่จะส่งความเยาะเย้ยให้คนที่แพ้ตนเองอยู่ ทำให้คุณหญิงรวีวรรณที่เห็นแบบนั้นเดินเข้าไปตีไหล่ลูกชายของตนเองไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้  

 

เธอไม่เคยสอนให้พี่เตชิตของเธอเป็นคนร้ายกาจแบบนี้สักนิดเลย ไม่รู้ไปได้เชื้อบ้าๆแบบนี้มาจากที่ไหน! 

 

“คุณแม่ครับ เขมขออะไรสักอย่างได้มั้ยครับเรื่องห้องนอน เขมขอนอนกับโมเดลนะครับ” หลังจากที่เขมินท์ได้นั่งลงและดื่มน้ำให้หายเหนื่อยแล้ว ตนเองก็พูดถึงเรื่องที่ค่อนข้างจะกังวลกับคุณหญิงแม่ เขมินท์คิดมาตลอดทั้งคืนแล้วถ้าหากให้โมเดลนอนแปลกที่ในคืนแรกเขมินท์กลัวลูกจะฝันร้าย 

 

“ไม่ได้ นายต้องนอนกับฉัน ส่วนลูกนอนห้องข้างๆ ฉันให้เด็กในบ้านเตรียมห้องไว้ให้โมเดลแล้ว” เตชิตตัดความหวังของเขมินท์ทันทีและพอเตชิตพูดขึ้นมาเขมินท์ก็หันมองหน้าเตชิตทันทีที่ประโยคเมื่อครู่จบลง 

 

“ผมไม่นอนกับคุณ” 

 

“นั่นสิคะพี่เตชิต หนูเขมกับพี่เตชิตไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะอย่าเอาเปรียบหนูเขมไปมากกว่านี้สิ” คุณหญิงรวีวรรณเองก็ไม่พอใจที่ลูกชายตนเองทำเช่นนี้ ถึงแม้เธอจะอยากได้หนูเขมเป็นลูกสะใภ้แต่ก็อยากให้เต็มใจกันทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เต็มใจแค่ฝ่ายเดียวแบบนี้ 

 

“ทำไมคุณแม่ไม่อยากนอนกับคุณพ่อล่ะครับ โมเดลเคยอ่านเจอในหนังสือคุณพ่อกับคุณแม่ต้องนอนด้วยกันนะครับ ห้ามนอนแยกกัน” แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างเขมินท์สักเท่าไรเมื่อลูกชายถามขึ้นด้วยแววตาใสซื่อเสียจนเขมินท์ไม่กล้าพูดต่อ นั่นเลยทำให้เตชิตยิ้มได้ใจที่โมเดลพูดเข้าทางตนเองแบบนั้น 

 

“นั่นสิ คนเป็นพ่อเป็นแม่เค้าไม่นอนแยกกันหรอกนะ ไปครับโมเดลพ่อจะพาไปดูห้องนอนใหม่” 

 

“ไปครับ โมเดลอยากเห็นห้องนอนใหม่” และสองพ่อลูกก็พากันเดินจูงมือขึ้นบันไดไปโดยทิ้งให้เขมินท์ถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนคุณหญิงรวีวรรณลูบไหล่ปลอบใจเบาๆที่หนูเขมของเธอเจอฤทธิ์ของเตชิตตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาอยู่วันแรกแบบนี้ 

 

“หนูเขมทนหน่อยนะคะ” 

 

“ครับ แค่นี้เขมทนได้” เขมินท์ส่งยิ้มให้คุณแม่บางๆ แม้ภายในใจจะต่อว่าลูกชายท่านจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วก็ตาม  

 

ทำไมคนอย่างเตชิตถึงมีแผนการเยอะแยะมากมายไปหมดแบบนี้ ขนาดครั้งนี้เขมินท์ว่าตนเองตั้งรับมาดีแล้วแต่ก็พลาดท่าเสียทีให้เตชิตจนได้ และขนาดแค่อยู่ใกล้กันไม่กี่นาทีแขมินท์ยังอยากจะบีบคอเตชิตให้ตายๆไปซะ แล้วถ้านอนด้วยกันแบบนี้ตนเองก็ได้แต่หวังว่าคงไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรอกนะ หวังว่านะ….. 

 

 

 

เตชิตพาโมเดลขึ้นมาดูห้องนอนที่ตกแต่งรอตั้งแต่สองสามวันก่อนด้วยความรู้สึกภูมิใจที่สามารถใช้เงินเสกสิ่งที่ต้องการขึ้นมาได้ภายในไม่กี่วัน และทันทีที่โมเดลเห็นห้องก็เงยหน้ามาส่งยิ้มหวานให้เตชิตจนเตชิตรู้สึกดีไม่น้อยที่เห็นรอยยิ้มลูกชายที่ยิ้มให้อย่างใสซื่อแบบนี้ แม้เตชิตจะไม่เคยเลี้ยงเด็กแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเด็กชอบอะไร ในห้องนี้เลยมีโมเดลซุปเปอร์ฮีโร่เต็มไปหมด 

 

“ของโมเดล พ่อซื้อให้ครับ” 

 

“จริงเหรอครับ แต่โมเดลไม่กล้าเล่นหรอกครับกลัวทำพัง” โมเดลบอกทั้งๆที่ตายังมองดูเก็บโมเดลด้วยแววตาเป็นประกาย ในห้องนอนมีแต่ของเล่นเต็มไปหมด โมเดลเหมือนอยู่ในความฝันเลย  

 

“พังก็ซื้อใหม่ พ่อมีเงินซื้อให้” 

 

“ไม่ได้หรอกครับ คุณแม่บอกว่าเวลาเล่นของเล่นให้รักษาของเพราะมีคนที่เขาไม่มีของเล่นเหมือนกัน ถ้าชิ้นไหนที่โมเดลไม่เล่นแล้วและของมีสภาพดีก็เอาไปแบ่งคนอื่นเล่นได้” โมเดลพูดออกมาตามที่คุณเคยแม่สอนไว้ทุกคำให้คุณพ่อฟัง จนเตชิตที่ได้ยินรู้สึกเจ็บเข้าที่หน้าอกเล็กน้อยที่โดนลูกชายพูดแบบนั้นใส่แม้จะรู้ว่าโมเดลไม่ได้พูดประชดตนเองก็ตาม 

 

“คุณแม่ของโมเดลเป็นคนสอนเหรอครับ” 

 

“ครับ คุณแม่บอกโมเดลเสมอว่าให้รักษาของเล่นให้ดีๆ เผื่อคนอื่นจะได้เล่นกับโมเดลได้ด้วย” 

 

“โมเดลเป็นเด็กดีจังนะครับ” 

 

“ครับ ถ้าโมเดลเป็นเด็กดีแล้วคุณแม่จะได้ไม่เหนื่อย” รอยยิ้มไร้เดียงสาที่ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกปวดหนึบในทรวงอกไม่หยุด เตชิตก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถเจ็บกับคำพูดของลูกชายได้ขนาดนี้ ในเวลาไม่กี่ปีที่โมเดลเติบโตนั่นคือเวลาที่มีแค่เขมินท์คอยดูแลสินะ ถึงแม้เขมินท์จะสอนลูกได้ดียังไง แต่ถ้าในอนาคตเขมินท์ไปรักกับใครเข้า เตชิตก็จะถือสิทธิ์ครอบครองโมเดลไว้แค่คนเดียว! 

 

 

 

บนโต๊ะทานข้าวในช่วงเย็น เขมินท์ก็ได้ลงมือเข้าครัวช่วยแม่ครัวทำอาหารให้ลูกชายและทำเผื่อคุณหญิงแม่ด้วย ส่วนอีกคนตนเองก็จะถือว่าเป็นส่วนเกินและก็จะคิดซะว่าทำบุญทำทานให้เตชิตที่มาร่วมกินด้วยก็แล้วกัน 

 

“อร่อยจังเลยหนูเขม คุณแม่ก็เคยได้ยินแต่น้องตาบอกหนูเขมทำอาหารอร่อยไม่คิดว่าจะอร่อยมากขนาดนี้” คุณหญิงรวีวรรณเอ่ยชมหลังจากที่ได้ลองชิมต้มข่าไก่ที่หนูเขมของเธอเป็นคนลงมือทำในวันนี้ 

 

“ก็งั้นๆแหละ คุณแม่อย่าพูดโกหกสิครับ” แต่เตชิตก็พูดขัดขึ้นมา และคำพูดของเตชิตก็ทำให้คุณหญิงรวีวรรณจ้องหน้าลูกชายดุๆ  

 

ปากเสียจริงๆเลยลูกชายของเธอเนี่ย อาหารของหนูเขมอร่อยกว่าแม่ครัวที่บ้านทำเสียอีกเธอไม่ได้พูดเว่อร์เกินไปเลยสักนิด 

 

“คุณพ่อไม่อร่อยเหรอครับ โมเดลว่าอร่อยมากๆเลย คุณแม่ทำอร่อยที่สุด” โมเดลพูดออกมาก่อนจะตักน้ำซุปต้มข่าไก่ที่คุณแม่ตักแยกใส่ถ้วยน้อยไว้ให้กิน โมเดลชอบคุณแม่ทำอาหารให้กินมากที่สุด เพราะคุณแม่ทำอะไรก็อร่อย โมเดลชอบทุกอย่างที่คุณแม่ทำเลย! 

 

“คุณพ่อของโมเดลอาจจะไม่ชอบที่คุณแม่ทำครับ โมเดลไม่ต้องถามคุณพ่ออีกนะครับคนเก่ง” เขมินท์ตอบลูกชายพร้อมตักอาหารอย่างอื่น เช่น ทอดมันปูให้ลูกชายกินพร้อมกับข้าวด้วย 

 

“นั่นสิคะพี่เตชิต อาหารที่งั้นๆ แต่ก็กินเสียเยอะเลยนะคะ คงไม่อร่อยจริงๆ”  

 

“ผมกลัวจะเสียน้ำใจคนทำหรอกครับคุณแม่” เตชิตที่เหมือนโดนทุกคนตรงนี้รุมก็เอ่ยบอกก่อนจะวางช้อนลงบนจานข้าวเมื่อกินอิ่มแล้วเรียบร้อย เตชิตรู้ดีที่คุณแม่เสียดสีตนเองไม่หยุดแบบนี้ เพราะคุณแม่รู้ว่าอาหารไทยที่เป็นของโปรดตนเองคือต้มข่าไก่ที่เป็นของโปรดลูกชายเหมือนกันและที่สำคัญเตชิตก็เผลอกินไปเยอะไม่เหมือนที่วาจาของตนเองเอ่ยติออกไป 

 

“จ้าๆ คุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ โมเดลอิ่มมั้ยคะ ให้คุณย่าสั่งคนไปตักต้มข่าไก่เพิ่มให้มั้ยคะ” 

 

“ไม่ต้องหรอกครับคุณแม่ สำหรับโมเดลแค่นี้ก็อิ่มแล้ว” 

 

“ถ้าหนูเขมทำอาหารให้ทานทุกวันแบบนี้ คุณแม่ต้องอ้วนแน่ๆเลย อร่อยทุกอย่างเลย” 

 

“ปกติก็ทำทุกวันครับ ช่วงเช้าเขมจะตื่นมาทำอาหารใส่บาตรและก็เตรียมกล่องข้าวไปกินในช่วงพักเที่ยงกับโมเดลด้วย อาหารที่ร้านนานๆจะกินทีเพราะเขมไม่อยากให้ลูกกินอาหารที่มีผงชูรสเยอะเท่าไร มันไม่ดีต่อสุขภาพ”  

 

“ดูแลโมเดลดีจังเลยค่ะ แต่คงลำบากแย่ทำงานก็หนักอยู่แล้ว พรุ่งนี้หนูเขมไปทำงานให้โมเดลอยู่กับคุณแม่ก็ได้นะคะ” 

 

“ต้องถามโมเดลก่อนครับ ปกติลูกจะไปกับเขมทุกวัน” 

 

“พรุ่งนี้ฉันจะพาลูกไปทำงานกับฉันเอง” เตชิตที่นั่งฟังมานานพูดแทรกขึ้น จนเขมินท์ที่ได้ยินแบบนั้นหันมามองก่อนจะเมินหน้าหนีไม่สนใจพูดตอบและก็ไม่ใส่ใจคำพูดที่เตชิตพูดด้วย 

 

“ไปทำงานกับคุณพ่อเหรอครับ โมเดลอยากไป” แม้เขมินท์จะเมินหน้าหนีแต่โมเดลกลับได้ยินชัดทุกคำเลยถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น  

 

โมเดลจะไปทำงานกับคุณพ่อ~~ 

 

“ไปสิ ห้องทำงานของพ่อกว้างกว่าห้องทำงานของแม่ของโมเดลอีก” 

 

“ไม่ได้นะครับโมเดล คุณพ่อของโมเดลงานยุ่งมากโมเดลจะไปรบกวนคุณพ่อเปล่าๆ”  

 

“ฉันไม่ได้พูดว่ารบกวนสักคำ”  

 

สองสายตาฟาดฟันกันและกันไม่หยุด เขมินท์ก็ไม่ยอมเตชิตและเตชิตเองก็ต้องการจะเอาชนะเขมินท์ให้ได้ ทั้งคู่ไม่มีใครยอมให้กันง่ายๆ เขมินท์เองก็บอกตัวเองตลอดเวลาว่าถ้าย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เขมินท์จะต้องไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้ผู้ชายคนนี้ได้ใจมากกว่านี้เป็นอันเด็ดขาด  

 

“เอ่อ ใจเย็นๆกันนะคะ คุณแม่ว่าให้โมเดลเป็นคนตัดสินใจดีกว่าเนอะ” คุณหญิงรวีวรรณมองเหตุการณ์ตรงหน้าก็เอ่ยขัดการฟาดฟันของทั้งคู่ก่อนจะเสนอความคิดที่ให้หลานชายตัดสินแทนว่าจะไปกับใคร 

 

“โมเดลอยากไปกับใครครับ กับคุณแม่ใช่มั้ย” 

 

“โมเดลอยากไปกับพ่อมากกว่าสินะ”  

 

โมเดลมองคุณพ่อคุณแม่ที่ถามตนเองทั้งคู่ โมเดลก็อยากจะไปกับคุณแม่และคุณพ่อทั้งสองคนเลย แต่คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้ทำงานที่เดียวกัน ถ้าหากโมเดลไปกับคุณแม่ คุณพ่อก็จะเสียใจแต่ถ้าหากโมเดลไปกับคุณพ่อ คุณแม่ก็จะเสียใจเหมือนกัน โมเดลต้องไปกับใครถึงจะไม่มีใครเสียใจกันนะ? 

 

เด็กตัวน้อยๆคิดไม่ตกและโมเดลก็คิดหนักจนหน้านิ่วคิ้วขมวดไปหมด จนหันไปเห็นคุณย่าที่ส่งยิ้มมาให้โมเดลเลยได้คำตอบ 

 

“โมเดลจะอยู่กับคุณย่าครับ” และคำตอบของโมเดลก็สร้างความพอใจให้คุณหญิงรวีวรรณเหลือเกิน เพราะคำตอบของหลานชายแสดงถึงความฉลาดเลือกเป็นอย่างมากเพราะเด็กน้อยคงจะกลัวทั้งพ่อและแม่เสียใจเลยไม่อยากไปกับใครแค่คนเดียว 

 

“งั้นโมเดลก็อยู่กับคุณแม่นะคะพี่เตหนูเขม ทั้งสองคนไม่ต้องทะเลาะกันแล้วนะ ไว้วันหยุดทั้งคู่ก็พาโมเดลไปเที่ยวกันสามคนพ่อแม่ลูก ดีมั้ยครับโมเดล” 

 

“ดีครับคุณย่า โมเดลอยากเดินจูงมือคุณพ่อกับคุณแม่พร้อมๆกันเลย”  

 

พอโมเดลพูดออกมาแบบนี้ เตชิตและเขมินท์ก็หยุดทะเลาะกันทันทีเพราะทั้งคู่รู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่ทำตัวเด็กกว่าลูกชายเสียอีก…. 

 

 

หลังจากที่สงครามในระหว่างมื้ออาหารค่ำจบลง เขมินท์และเตชิตก็เดินเข้ามาส่งลูกชายเข้านอนโดยเขมินท์กล่อมลูกชายให้นอนหลับด้วยการอ่านนิทานให้ฟัง ส่วนเตชิตก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียงโดยที่โมเดลก็จับมือไว้ของเตชิตไว้แน่น เพราะคืนนี้เป็นคืนแรกที่โมเดลมีทั้งคุณแม่และคุณพ่อส่งเข้านอนและพอโมเดลผล็อยหลับไปเด็กชายตัวน้อยก็ยังคงยิ้มแม้กระทั่งในยามหลับที่ฝันหวานแบบนั้นตลอดคืน ส่วนเขมินท์ที่พอลูกชายหลับก็เดินกลับออกไปที่ห้องข้างๆที่เป็นห้องนอนของเตชิตด้วยความไม่เต็มใจสักเท่าไร ตนเองนั้นไม่ต้องการที่จะร่วมเตียงกับเตชิตสักนิด แต่ก็ไม่มีทางเลือกและเขมินท์ก็ทำได้แค่คอยระวังตัวเองจากคนอย่างเตชิตเท่านั้น 

 

“ผมจะอาบน้ำก่อน คุณจะทำอะไรก็เชิญ” พอพ้นสายตาของลูกชาย เขมินท์ก็ไม่พูดกับเตชิตด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเลยแม้แต่น้อย เพราะเขมินท์นั้นคิดว่าคนแบบนี้พูดดีด้วยก็เท่านั้น 

 

“บอกฉันทำไม อยากให้ฉันเข้าไปอาบด้วยหรือไง” 

 

“ทำไมผมต้องอยากให้คุณเข้าไปอาบด้วย ผมรังเกียจคุณมากแค่ไหนคุณก็น่าจะรู้ แค่อยู่ร่วมห้องเดียวกันก็จะหายใจไม่ออกอยู่แล้วอากาศเป็นพิษขนาดนี้” 

 

“แล้วคิดว่าฉันอยากจะถูกต้องตัวนายนักหรือไง จืดๆแบบนายก็เหมือนฉันเอากับท่อนไม้นั่นแหละ” 

 

“คุณเตชิต คุณมันหยาบคาย พูดเรื่องต่ำๆได้หน้าด้านๆ”  

 

“ก็มันเป็นเรื่องจริง ฉันจะบอกอะไรให้นะว่าตั้งแต่ฉันนอนกับคนอื่นมา นายเป็นคนที่ห่วยแตกที่สุด ทำอะไรก็ไม่เป็น แข็งทื่อ จืดชืดไร้เสน่ห์สิ้นดี” 

 

“งั้นก็ขอให้คุณรับรู้ไว้ว่าวันนั้นที่ผมนอนกับคุณเพราะผมเมาและผมไม่ได้ตั้งใจที่จะพลีกายให้คุณ อ๋อ และคุณก็ไม่ได้ดีไปกว่าผมหรอกนะคุณเตชิตเพราะผมจำไม่ได้สักนิดว่าคุณมีดีตรงไหนในเรื่องอย่างนั้น ขอตัวก่อนนะครับ ผมต่อปากต่อคำกับคุณมากแล้วผมรู้สึกไม่ดี เพราะเหมือนเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับสิ่งสกปรก” สิ้นคำพูดจิกกัดของเขมินท์ เสียงประตูห้องน้ำก็ถูกปิดลงเหลือเพียงเตชิตที่ยืนคาดโทษเขมินท์อยู่ที่เดิมและเตชิตสาบานได้ว่าเขมินท์จะต้องทรมารในการอยู่บ้านหลังนี้เพราะสิ่งสกปรกแบบตนเองที่เขมินท์กล่าวหานี่แหละ 

 

เราสองคนต้องมีคนเจ็บสักคน! 

 

 

............................................................................................... 

เขมินท์ไม่ใช่เหยื่อของแกอีกต่อไปเตชิต 555555555555 

 

 

 

ความคิดเห็น