WJay

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

BL / CH 7 กรรมนั้นย้อนเข้าตัว

ชื่อตอน : BL / CH 7 กรรมนั้นย้อนเข้าตัว

คำค้น : #Nct

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 14

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 19:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BL / CH 7 กรรมนั้นย้อนเข้าตัว
แบบอักษร

แจ้งลงใหม่จากไรท์   / พาร์ทบรรยาย  

https://www.joylada.com/chapter/5cd6c33a5438be0001c1cccc

--------------------------------------------

BL   กรรมนั้นย้อนเข้าตัว                                   

ความรู้สึกผิดเมื่อทุกอย่างสายเกินไป...

เมื่อทำความผิดไว้ รู้อยู่แก่ใจ..... สำนึกผิดไปก็เมื่อวันที่สายเกินไปเสียแล้ว

.

.

              ขณะนี้เป็นเวลา ตี 4 จันทร์เจ้า โจว และ หมิง ถูกส่งเข้าที่ห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนหลังจากที่พบการหมดสติอยู่ด้านนอกของป่าที่พวกเขาถูกจับเข้าไปในด้านในโดยใครก็ไม่รู้ ใบหน้าที่ซีดเซียว สภาพร่างกายหมดแรงและบาดแผลฟกช้ำ รวมทั้งขาที่บาดเจ็บ น่าจะเกิดจากระหว่างทางที่พวกเขาได้วิ่งออกมา

              ด้วยความที่พวกเขาหลายคนเคยเรียนนักศึกษาวิชาทหารมาผ่านทั้งบททดสอบ ความกลัว ความกล้า และความแข็งแรงทางร่างกาย มือหนาช่วยกันทั้งอุ้มและแบกเพื่อนขึ้นบนหลังเพื่อที่จะนำไปส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ในเวลานั้นเฉินกลับเห็นแบตเตอรรี่โทรศัพท์ถูกตกอยู่ มันมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไง เขาคิดในใจขึ้นมาในส่วนของห้องเจนเย่ พวกเขาสำรวจรวมทั้งห้องแล้วหรอ ?

              ความไม่เคยกลัวอะไรเลยกับสิ่งตรงหน้า เขาจึงตัดสินใจวิ่งกลับไปที่หอพักนักศึกษา ปี 1 อีกครั้ง ด้วยตัวของเขาเองเพียงคนเดียว เพราะคนอื่นต่างห่วงแต่คนเจ็บด้านหน้าไม่ทันได้คิดใดๆทั้งสิ้น

              ประตูห้องได้ถูกเปิดออกอีกครั้ง และในครั้งนี้มันเงียบและวังเวงเพียงเพราะว่าเขาขึ้นมาเพียงคนเดียว แต่หากลัวไม่เขาห้อยสร้อยพระมาด้วย 2 องค์ เครื่องรางของคลังเป็นเพียงตัวช่วยปลอบใจถึงแม้ความกล้าจะมีเยอะมากแต่ความกลัวก็มีมากขึ้นเช่นกัน ด้วยบรรยากาศความหนาวจากด้านนอกปะทะมาจากหน้าต่างที่ส่องแสงสว่างหลุดรอดออกมา ขายาวก้าวเดินรื้อทุกซอกทุกมุมกลับไม่เจออะไรเลย เขากุมขมับอย่างผิดดาดจนกระทั่ง สายตาเขาพบกับโทรศัพท์ทั้ง 2 เครื่อง ที่ถูกวางซ่อนไว้ในบนตู้เสื้อผ้าสีเขียว 1 เครื่องถูกถอดแบตเตอรรี่ออก เขามั่นใจว่ามันต้องเป็นของหมิงแน่ๆ ส่วนอีกเครื่องนั้นอยู่ในสภาพที่ปกติ เพียงแค่ถูกปิดเครื่องไว้เช่นกัน เมื่อได้สิ่งของที่เขาต้องการ ร่างสูงใช้ความขายาววิ่งออกจากห้องโดนที่ไม่มองอะไรเลย นอกจากทางและไฟฉายในมือฉายไปรอบทาง เขาไม่มีวันหันหลังกลับไปมอง เพราะที่นี่มีแต่ความมืด และน่ากลัวสิ้นดี

สถานที่ : โรงพยาบาล ห้องฉุกเฉิน

             สีหน้าของพวกเพื่อนเขาดูไม่ดีนัก เต็มไปด้วยความกังวล การรออย่างใจจดใจจ่อ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่มีหมอหรือพยาบาลออกมาบอกเรื่องใดๆทั้งสิ้น ด้วยความอ่อนแรงบางคนก็ทยอยหลับลงไป แต่สำหรับเจย์เล่อแล้ว เขาหลับไม่ลงจริงๆ   มือหนาหยิบโทรศัพท์ของพวกเพื่อนเขาทั้ง 3 คน จากมือของเฉินที่ได้ตามมาในที่หลัง และเล่าเรื่องที่ไปเจอโทรศัพท์อยู่ข้างบนตู้เสื้อผ้า   

             เจย์เล่อ ไม่รอนานเขาจัดการเปิดเครื่องและชาร์จแบตเตอร์รี่ โดยเพาเวอร์แบงค์ของเพื่อนในกลุ่ม ณ เวลานี้ พวกเขาสนิทกันมากมากเสียจนกลัวว่ามิตรภาพตรงหน้านี้ในวันข้างหน้ามันจะมีอยู่เหมือนเดิมไหม เขาสะบัดความคิดพวกนี้ออกไปนี่ไม่ใช่เวลามาคิดมาก ไม่รอช้าเขาได้ทำการเพิ่มเพื่อนเข้าร่วมกลุ่มในไลน์อีกครั้ง เมื่อคราวที่แล้วชื่อของพวกเขาออกจากกลุ่มไปทั้งหมด 3 คน

             ร่างกายของแต่ละคนในตอนนี้ง่วงและเหนื่อยกันมาก ข้าวที่เมื่อเย็นได้กินได้หัวเราะด้วยกันมันกลับย่อยไปหมดแล้ว เสียงหัวเราะกลับกลายเป็นความเงียบที่ปกคลุม สถานที่โรงพยาบาลที่ห้ามใช้เสียงมันเงียบจนเกินไป สายตาเกือบจะทุกคู่ได้แต่เฝ้ามองไปที่ห้องข้างหน้าเมื่อไหร่กัน เมื่อไหร่ประตูจะถูกเปิดมา

              เขาเอนหลับตาลงหัวพิงกำแพงเพราะความเหนื่อยล้า และใช้สมองมากกลับเรื่องเมื่อสักครู่

แต่ทว่าหารู้ไหมว่ามีคนแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เมื่อหยงหยางเห็นคนตรงหน้าหลับตาลง เขาลุกขึ้นยืนเพื่อไปนั่งในข้างๆ รุ่นน้องที่นั่งข้างๆลุกขึ้นสลับเปลี่ยนที่นั่งกันอย่างรู้งาน เฟยเฟิงพารุ่นน้องบางส่วนไปพักผ่อนบริเวณญาติผู้ป่วย ชั้น 2 ตรงนั้นมีที่กว้างพอสำหรับหลายๆคน

            มือบางของหยางค่อยๆจับตัวของอีกคนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนตรงหน้านั้นตื่นขึ้นมานอนพักที่ตัก พร้อมลูบปลายผมเบาๆ ให้ผ่อนคลายอย่างที่สุด เขาสัมผัสถึงความอบอุ่นบนบริเวณตรงหน้า ความเหนื่อยล้าทำให้หลับตาลงไปพักสักครู่คงไม่เป็นอะไร

             หลินทนความหวานตรงหน้าไม่ไหว เขาตัดสินใจเดินออกมาเพียงแค่คนเดียวเพื่อลงไปหาเฟยเฟิงที่ชั้น 2 ชั้นที่มีแต่ที่พักสำหรับญาติผู้ป่วย  เขาถอนหายใจสำหรับเรื่องของวันนี้ ขายาวก้าวขึ้นลิฟต์ที่มีแต่เขาเพียงคนเดียว นิ้วยาวกดไปที่ชั้น 2 เขาเผลอหลับตาจากความเหนื่อยล้าอีกครั้งแต่ความรู้สึกเหมือนกับว่ามันนานเกินไปที่กว่าลิฟต์จะถึงชั้น 2 สายตาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ามันอยู่กับที่ ชั้น 5 ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น .....

             เมื่อสักครู่เขาก็กดแล้วนี่ แล้วทำไมมันถึงยังไม่ไปไหน หลินคิดว่ามันเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคจึงกดซ้ำอีกครั้งแต่ลิฟต์ไฟดับขึ้นมาอัตโนมัติ เขาติดอยู่ที่นี่คนเดียว......

โทรศัพท์ในนี้ไม่มีสัญญาณ....

แบตเตอรรี่กำลังจะหมด .... เครื่องเขากำลังดับ

หลิน :  “ ไอ่เหี้ยเอ้ยยย จะทำยังไงดีวะ ”  เขาเดินวนไปวนมาอยู่ในลิฟต์เนื่องจากไม่เคยขึ้นมาคนเดียวเลยสักครั้ง สติหลุดลอยไปพร้อมกลับความกลัวตรงหน้า  เขาพยายามที่หาทางออกจึงหยิบโทรศัพท์ฉุกเฉินสำหรับเหตุขัดข้อง แต่ทว่ามีเสียงผู้หญิงหัวเราะ ..... ดังและดังขึ้นมากๆออกมา เขารีบวางมันกลับที่เดิมด้วยความกลัว แต่เสียงที่ดังขึ้นยังคงไม่หยุดในทันที แต่เพิ่มความดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ ..... .

 “ โยกเยกเอย…

 น้ำท่วมเมฆ

กระต่ายลอยคลอง

หมาหางงอกอดคอโยกเยก  ”

……………..

                บทเพลงกล่อมเด็กถูกพูดซ้ำๆและดังขึ้นเรื่อยๆ เขาทนไม่ไหว ใช้มือและพลังที่มีแหกลิฟต์ให้เปิดออกโรงพยาบาลออกมาจนได้ ก่อนที่เขาจะก้าวไปอีกฝั่ง ด้วยความที่ลิฟต์ไม่ได้จอดตรงกับชั้นมันน่ากลัวมากๆ ที่เขาจะต้องใช้แรงเพื่อปีนขึ้นไปข้างบน ความกลัวครอบงำ เขารวบรวมแรงจากการฟิตเนตที่สม่ำเสมอ ออกแรงมันขึ้นอีกครั้งในที่สุดเขาก็หนีออกมาจากที่ลิฟต์บ้าๆนี่ได้...

             แต่ก็ใช่ว่าจะหนีพ้น ลิฟต์กลับมาจอดที่หน้าห้อง... ที่เขียนว่าห้องดับจิต เขาวิ่งหนีพร้อมกับสติที่หลุดไปแล้ว ชั้นนี้ชั้นอะไรไม่รู้แต่ขอวิ่งก่อน แต่วิ่งเท่าไหร่ก็วนมาหน้าห้องดับจิตเหมือนเดิม

หลิน : “ ไม่เอาแล้ว กลัวแล้ว อย่าหลอกผมเลย เดี่ยวกรวดน้ำไปให้ ทำบุญ 9 วัดให้ด้วย อย่าแกล้งผมอย่างนี้เลย  ”  คาถาสวดไล่ผีแบบมั่วๆ เขานึกคำใดออกก็พูดออกมาอย่างหมดเปลือก ….

                  จนกระทั่งได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงจากพยาบาลเขาเงยหน้ามองขึ้น พบเห็นพยาบาลที่หน้านิ่งแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา

พยาบาล : “ มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ ”

หลิน : “  ช่วยพาผมออกจากตรงนี้หน่อยได้ไหมครับ ”

พยาบาล : “ โดนเข้าแล้วสินะคุณ ที่หลังอย่าไปลิฟต์นั้นอีกนะคะ เพราะว่าลิฟต์นั้นน่ะมันปิดตายไปตั้งนานแล้ว    ”     

             หลังจากเกิดเหตุการณ์ขนหัวลุกที่เขาไปเจอมานั้นเกือบทำเขาไข้จับ โชคดีที่มีพยาบาลคนนั้นเดินผ่านเข้ามาเขาถึงได้รอดออกมาจากตรงนั้นได้ เมื่อกี้ก็ลืมขอบคุณพยาบาลคนนั้นนี่หว่า ... แต่ว่าเขาลืมถามชื่อนี่นา

.

เค้าท์เตอร์ติดต่อคนไข้          

 หลิน “ เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมอยากจะถามนิดนึง ว่าพี่พยาบาลคนที่ใส่ส้นสูงสีแดงๆ หน้านิ่งๆ พูดจากมันชวนขนลุกหน่อยๆเขาพักอยู่ตรงไหนครับ  ”

พยาบาล “ อ๋ออ คือว่า พยาบาลฉวีเขาเสียชีวิตไปแล้วค่ะ เมื่อวานนี้เองค่ะ หัวใจวายเฉียบพลัน  ”

ผีซ้อนผีซ้อนในซ้อนอีหลินม่ายไหวแล้วอยากกลับบ้านนอน

.

.

.

.

เวลา 09.00 

          ประตูฉุกเฉินถูกเปิดออกมาทันทีหลังจากที่รอเวลานี้มานาน พร้อมกับบุรุษพยาบาลที่เข็นเตียงคนไข้ ทั้ง 3 เตียงออกมา เจย์เล่อรีบลุกขึ้นมาทันทีเพื่อถามอาการคนไข้ ทั้ง 3 คนบนเตียง

เจย์เล่อ : “ หมอครับเพื่อนผมเป็นอย่างไงบ้าง  ”

หมอ : “   ตอนนี้ทั้ง 3 คนปลอดภัยดีครับไม่ต้องน่าเป็นห่วง ตอนแรกมีคนไข้คนนึงตื่นมามีอาการหวาดกลัว จนหมอต้องให้ยานอนหลับ ไปแล้ว ”

เจย์เล่อ : “ แล้วทำไมที่ขาที่จันทร์เจ้าเพื่อนผมคนนั้นถึงได้ถูกใส่เฝือกไว้แบบนี้ละครับหมอ ?   ”

หมอ : “  กรณีนี้เกิดจากข้อเท้ามีอาการกระดูกหัก เพื่อช่วยพยุงกระดูกและกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ลดปวด ลดบวม และลดกล้ามเนื้อหดเกร็ง ป้องกันไม่ให้กระดูกที่จัดเข้าที่แล้วเกิดการเคลื่อนที่ผิดรูปขึ้นอีก ซึ่งเฝือกที่ใส่อาจจะใส่เป็นเฝือกชั่วคราวครับ ”

เฟยเฟิง  : “  แล้ว 2 คนที่เหลือละครับหมอ อาการเป็นอย่างไงบ้าง   ”

หมอ : “ อาการหายห่วงครับ คนที่หนักสุดคือคนที่ใส่เฝือกคนนี้ ส่วนอีกสองคนที่เหลือเนี่ย แค่โดนของแข็งทุบเข้าที่ข้างหลังท้ายทอย มีรอยฟกช้ำ และก็หัวแตกน่าจะเกิดจากการล้มทับของแข็งแรงๆ ”

                      หลังจากที่บอกอาการแล้วหมอก็ได้เดินออกไปเพื่อรักษาคนไข้ที่รอการรักษาอยู่เหลือเพียงบุรุษพยาบาลที่ช่วยกันเข็นเตียงไปยังจุดหมายปลายทาง บริเวณชั้น 5 ทุกคนทยอยกันขึ้นลิฟต์เพื่อตามเพื่อนไปที่ห้องพิเศษ

จ้าวนาย  : “ อ้าวไอ้หลินมึงจะไปไหม ยืนแข็งทื่อเลยชิบหาย  ”

หลิน   : “ มึงกูว่ากูกลัวอ่ะ กลัวลิฟต์ค้าง ไม่ไปได้ป่ะ ”

จ้าวนาย    : “  เพื่อนในลิฟต์ตั้งเยอะตั้งแยะ ทำมาเป็นกลัว ไปเข้าไป  ” จ้าวนายยังไม่ถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง .... จ้าวนายกอดคอเพื่อนรักที่เอาแต่หลับตาเข้าไปในลิฟต์

             อึดอัดเว้ยย ไม่ชอบลิฟต์โรงพยาบาลเลย คนตัวสูงตะโกนในใจ เวลานี้เขาไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง แม้แต่บุรุษพยาบาลพวกนั้นใช่คนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ความหวาดระแวงและความน่ากลัวจุกอยู่ที่หน้าอก จนกระทั่งลิฟต์ถูกเปิดมาที่ชั้น 5 อย่างที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ โล่งอกไปที

จ้าวนาย : “ เอ้าไอ่นี่ มาถอนหายใจใส่คอกูทำไม ขนลุกชิบหาย ”

หลิน : “ พวกมึงคือกูมีอะไรจะเล่าให้ฟังว่ะ แต่ว่าพวกมึงอย่าว่ากูบ้านะเว้ย เจอมากลับตัวเองสดๆร้อนๆ ”

ปิง : “ เรื่องอะไรวะพี่ ”

เฉินเหลอ : “  นั่นดิ เรื่องอะไรวะ เห็นพี่หน้าตาตื่นตั้งแต่วิ่งมาหาพวกผมแล้วอ่ะ ”

หลิน : “ พวกมึงกูเจอผีอ่ะ ผีแบบตัวเป็นๆ พยาบาลด้วย แล้วก็ใครไม่รู้เป็นผู้หญิง กูติดลิฟต์ออกไม่ได้ จะร้องไห้ เล่าแล้วขนลุก  ”

เฉินเหลอ : “  กูไม่น่าถามเลย ... กูไม่กล้าขึ้นลิฟต์โรงพยาบาลแล้วพี่เว้ยยย ”

เฉิน : “  พยาบาลสวยป่ะ ”

หลิน : “  สวยกับพี่สิอีเหี้ย แม่งเสียงก็ยาน ใส่ส้นสูงสีแดง เดินมานี่เสียงส้นสูงแต่ไกล ลิฟต์แม่งเสือกไปหยุดที่หน้าห้องดับจิตอีก ”

ปิง : “ พี่ผมปวดฉี่อีกแล้วอ่ะ เจ้าคุณมึงต้องไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนกูนะเว้ย ”

เจ้าคุณ : “  มึงอีกแล้วหรอวะอีปิง ”

.

.

ห้องสำหรับผู้ป่วยพิเศษ 3 คน VIP

                  เตียงทั้ง 3 เตียงถูกจัดวางไว้ใกล้ๆกันแต่เว้นที่ห่างกันไปเยอะพอสมควร และเว้นที่ไว้สำหรับสายน้ำเกลือที่ห้อยโยงระยางอยู่ด้านบน เวลานี้เพื่อนๆในกลุ่มออกความคิดเห็นกันว่าพวกเขาควรได้รับการพักผ่อนอย่างดี จึงไม่สงเสียงดังมากนัก ด้วยห้องที่กว้างและโซฟาหลายตัว สิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำในตัว ห้องนี้เรียบหรูเหมือนกับคอนโดดีๆนี่เอง

                  ทุกคนแยกย้ายไปในมุมของตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อน กลุ่มของปิงนอนใกล้บริเวณผ้าม่านสีขาวพวกเขาเลือกที่จะนอนตรงพื้นด้วยความที่เป็นรุ่นน้องอยากเสียสละให้พี่ๆได้พักผ่อนบ้าง และบริเวณนี้อยู่ติดกับพัดลมแอร์พอดิบพอดี

              ฝั่งของเจย์เล่อผู้มีอาวุธโสที่สุดในกลุ่ม พวกเขาเลือกบริเวณแอร์ตกและโซฟารับแขกที่มีอยู่หลายตัว น่าจะพอสำหรับ 5 คนตอนนี้ ส่วนเหมยกับเจลแน่นอนแยกไปแอบในมุมมืดๆ อยู่ 2 คน กลุ่มของออกัสตอนนี้กระจายทั่วทุกกลุ่ม เพราะพวกเขาอยู่กับใครในห้องนี้ได้หมด

              เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงทำงานต่อไป ...... ทุกคนในห้องได้หลับสนิทหมดราวกับโดนสั่ง เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่า คนบนเตียงผู้ป่วยได้ลืมตาขึ้นเป็นคนแรกนั่นก็คือจันทร์เจ้า

              สายตาของจันทร์เจ้าค่อยๆลืมตาขึ้นเพื่อให้สายตาปรับกับแสงภายในห้องพิเศษที่ถูกเปิดไว้ เพื่อไม่ให้มืดจนเกินไป ในหัวผมตอนนี้หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก ทั้งมึนและงง ว่าเมื่อคืนนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนทุบหัวด้านหลังของพวกเพื่อนรวมถึงตัวเขาด้วย เห็นเพียงแต่ว่าเสื้อฮู้ดสีดำ มากัน 3 คน แล้วภาพตรงหน้าก็ตัดไป .....

              ผมพยายามขยับตัวแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนว่าขาที่ข้างขวาถูกของหนักๆดามไว้และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ผมมองไปที่ขาพบเฝือกสีขาวที่หนามากถูกวางไว้บนอะไรสักอย่างที่มันไม่สามารถขยับได้ ตลกชะมัดจากที่เดินและวิ่งได้ ตอนนี้ผมคงวิ่งไปไหนกับพวกมันไม่ได้เหมือนเดิมแล้วน่ะสิ

แต่ว่าเมื่อคืนกระดูกเขาหักได้ยังไงนะ ..........

หรือว่าอาจจะเป็นในตอนนั้น ที่เขายืนอยู่แล้วเหมือนมีมือมาจับและบีบขาอย่างแน่น

จนไม่สามารถที่จะขยับได้ จนเพื่อนพวกเขาต้องแบกเขาแล้ววิ่งหนี

เสียงวิทยุสื่อสารที่ดังอย่างต่อเนื่อง

ตัวตายตัวแทนน่ะหรอ ฝันไปเถอะ.... ผมยังตายตอนนี้ไม่ได้

            ถอนหายใจไปกับชะตากรรมของตัวเอง ก่อนที่จะหลับตาลงไปอีกครั้งเมื่อในห้องทุกคนหลับอยู่เราก็หลับบ้างดีกว่า ... แต่หลับไม่ได้ ตาของผมในตอนนี้ถูกถ่างไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง และขยับไปไหนไม่ได้ เขาเห็นสายตาอาฆาตแค้นของเด็กคนนั้น ... เธอคล่อมอยู่ด้านบนตัวจนผมขยับไปไหนไม่ได้   

           เหตุการณ์ในอดีต เดจาวูกลับมาอีกครั้ง .......

ผมเผลอยิ้มมุมปากพร้อมความสะใจที่ได้แกล้งน้องเขา เหมือนกลับตอนนี้ที่น้องกำลังยิ้มให้เขา แต่ไม่ได้ยิ้มอย่างปกติ ยิ้มจนแทบจะฉีกจนถึงแก้มด้วยซ้ำ ผมไม่อยากมองมันเลย

            ผมพยายามที่จะเรียกเพื่อนๆให้มาช่วยแต่กลับส่งเสียงไม่ได้  ลิ้นที่ขยับได้ตอนนี้แข็งเหมือนขากรรไกของผมมันค้าง ผมควรจะทำยังไงดี หลวงพ่อช่วยผมด้วย ถ้าผมหายจะไปบวชให้เธอ .........

           จันทร์เจ้าทำได้เพียงนึกถึงหลวงพ่อ ที่เขาลืมนำมาด้วยเขาแควนไว้ที่ห้องนอนเมื่อคืนก่อน

“ โยกเยกเอย…

 น้ำท่วมเมฆ

กระต่ายลอยคลอง

หมาหางงอกอดคอโยกเยก  ”

……………..

         เสียงบทเพลงกล่อมเด็ก ถูกกล่อมประสาทที่เขาอย่างเต็มที่ น้ำในตาเริ่มเอ่อล้นออกมา อย่างสำนึกผิด คนตรงหน้าสายตาเหมือนหมายจะเอาชีวิตของเขาไปภายในวันนี้ด้วยซ้ำ บทเพลงกล่อมดังขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเพื่อนเขากลับหลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เตียงโรงพยาบาลถูกขย่มแรงขึ้นเรื่อยๆจากผีมือเด็กผู้หญิงคนนี้ ชะตาเขาคงจะขาดเพียงแค่นี้แล้วใช่ไหม .....

ไอ้โจว ไอ้หมิง ไอ้เจย์พวกมึงได้ยินกูไหม

ช่วยกูที ใครก็ได้ ช่วยกูด้วย

ผลัก !!  เสียงเปิดประตูออกอย่างดัง

มิน : “   สวัสดีค่า พวกมึงทุกคนมินมาแล้วว ตื่นเร็วเข้าเว้ยย ”  

มินช่วยชีวิตเขาไว้อีกแล้ว....

มิน : “ อีจีนเป็นเหี้ยอะไรคะ ทำหน้าอย่างกับเห็นผี ”  

……..

มิน : “ อ้าวอีนี่ มึงพูดไม่ได้หรอ ”  

จันทร์เจ้า : มึง มึง ได้ยินกูไหม กูพูดอยู่เนี่ย

มิน : “  อ้าวอีจันทร์ เสือกมองหน้ากูทำเหมือนจะร้องไห้ พูดด้วยกูไม่พูดด้วยเป็นใบ้หรอ ”  

เจย์เล่อ : “ มิน อีจันทร์เป็นอะไรไปอ่ะ ทำไมมันพูดไม่ได้ มึงทำอะไรมันหรือเปล่า ”  

มิน : “  ทำก็บ้าแล้ว กูเห็นแม่งนอนหอบอยู่บนเตียง เอามือจับหน้าอกตัวเอง แล้วเอาแต่จ้องหน้ากูเนี่ย  ”  

.

.

จ้าวนาย : “  เรียกหมอมาดิวะมึง เพื่อนมึงฟื้นหมดทุกคนแล้ว ”  

                หลังจากตรวจเสร็จหมอกับบอกว่า วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ เพราะจันทร์เจ้าบาดเจ็บแค่ขาที่กระดูกถูกหัก แค่นั้น.. แต่กลับเสียงที่พูดไม่ออก เหมือนกับคนใบ้ หมอตรวจไม่พบสาเหตุ

เจ้าตัวคงจะคิดว่าคงเป็นเวลาที่เขาต้องชดใช้กรรมสินะ

เฟยเฟิง : “  แปลกว่ะ มันแปลกมาก   กูว่าเรื่องนี้มันต้องมีสิ่งที่พิสูจน์ได้ดิวะ ”  

เฉิน  : “  เห็นด้วยนะ คือเมื่อคืนเว้ยพี่แม่งยังพูดต่อปากต่อคำกับพวกกูอยู่เลย ”  

จ้าวนาย  : “ พวกมึง มันจะเป็นไปได้ไหม สิ่งที่พวกมึงเจอมันจะเหนือธรรมชาติ ก่อนหน้านี้คนที่สติแตกไป คนนึงก็หลิน ”  

มิน  : “  อีหลินทำไมวะ นาย ปกติมันไม่อะไรกับใครนี่ ”  

จ้าวนาย  : “ วันนั้นที่พวกมึงไปทำอะ มี 3 คนบนเตียงแล้วก็มึงกับหลินใช่ไหม ”  

มิน   : “ มันก็ใช่ แล้วก็คนอื่นอีก อีปืนอ่ะ ยังอยู่ที่นี่แหละแต่เดี๋ยวคงจะขึ้นมาและ  ”  

จ้าวนาย  : “ มึงเจออะไรแปลกๆบ้างป่ะ ตอนที่อยู่คนเดียว ”  

มิน   : “ จริงๆตอนที่อยู่นู้นไม่เจออะไรเลย แต่พอกลับมาหาออกัสนี่แหละ เจอบ่อยมาก แต่ไม่คิดอะไร  ”  

เฟยเฟิง : “  เจออะไรวะ เล่าให้พวกกูฟังหน่อยดิ  ”  

มิน   : “ อย่างตอนที่ขึ้นลิฟต์มา เจอพยาบาลจ้องหน้าแปลกๆ พยาบาลอะไรวะใส่ส้นสูงสีแดง   ”  

หลิน  : “ นั่นแหละ อีเหี้ยกูเจอมาเมื่อคืน เขาตายแล้ว  ”  

มิน   : “ ตายแม่มึงดิ กูกลัวเลยไม่กล้าลงไปข้างล่าง    ”  

เฟยเฟิง    : “ แล้วทำไมพวกกูไม่เจออ่ะ ไม่เจออะไรเลย กูก็เดินรอบที่นี่นะ ไม่เห็นอะไรที่ผิดปกติสักนิดเดียว     ”  

               ทั้งห้องที่นั่งกระจายกลุ่มในตอนนี้ได้มานั่งรวมกันที่เตียงผู้ป่วยจนแทบจะขาดอากาศหายใจ เสียอาการชัดๆบางคนแทบจะสิงร่างเดียวกันแล้ว

เจย์เล่อ   : “ เฉินมึงจะกลัวอะไรขนาดนั้นวะ เอาแขนกูไปนอนกอดที่บ้านไหม ถามจริง   ”  

เฉิน    : “ เอากลับได้หรอพี่   ”  

เจย์เล่อ   : “ กูประช้ดดด ปล่อยไอ่เหี้ย คนเยอะแยะไม่มีอะไรหรอกน่า   ”  

         เฟยเฟิงเดินไปดูบริเวณรอบๆขาของจันทร์เจ้าที่ถูกดามด้วยเฝือกอันหนา เขามองหน้าเพื่อนที่นอนอย่างเป็นผักเป็นปลา สลับกับหน้าอีก 2 คนที่ดูเอาหลอนตลอดเวลา พวกเขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น อาจจะเพราะว่าเมื่อคืนนี้ เจอเรื่องหรืออะไรที่หนักมากๆจนสติยังไม่กลับเข้าร่าง

เฟยเฟิง    :  มิน เมื่อคืน 3 ตัวมันเจอกระดูกน้องแล้วนะ   ”  

มิน   : “ เห้ย สาระดิมึง กูเดินหาน้องจนผ้าใบแม่งขาดยังหาไม่เจอเลย     ”  

จ้าวนาย  : “ จะเป็นไปได้ไหม ถ้าหากกูจะพูดอะไรสักหน่อย ”  

หยงหยาง   : “ มาดิมึง มึงคิดอะไรอยู่พูดมาให้หมด เผื่อพวกกูจะช่วยอะไรเพื่อนได้บ้าง ”  

จ้าวนาย  : “ อย่างที่กูเคยบอกเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขา พวกมึงยังจำได้ไหม เขามีอยู่จริงๆนะ ยิ่งพวกมึงไปบุกเอาตอนกลางคืนด้วยอีก อีกอย่างคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็นอนเป็นผักเป็นปลากันหมด รวมถึงมึงด้วยอีหลิน  ”  

หลิน   : “ กูแค่มีหน้าที่นั่งทำผ้าผูกข้อมือเองนะมึง แจกให้ไอ้แฝดเสร็จกูก็กลับบ้าน  ”  

จ้าวนาย  : “ แต่มึงก็มีส่วน ในการสมรู้ร่วมคิดใช่ไหม ?    ”  

มิน   : “ ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้อ่ะ กูคงไม่ทำว่ะมึง     ”  

จ้าวนาย  : “ เขาไม่ได้ตายดีๆแบบคนทั่วไปไหมล่ะ แรงอาฆาตแค้นมันยิ่งแรงยิ่งตายแบบไม่ทันตั้งตัวเข้าไปอีก     ”  

เฟยเฟิง :   “ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาแล้วพบแต่โครงกระดูก น้องตายมาแล้ว 2 ปีกว่ากว่าจะย่อยเป็นโครงกระดูกได้ พวกมึงก็คิดดูดิ มันผ่านความทรมานมามากแค่ไหน ?  ”  

เฉิน    : “ ใช่พี่กูสงสารเขามากเลยนะ     ”

เหมย  : “ ถ้าเหมยเปงอีเหมยคงขาดจัยตายตั้งแต่ทางเข้าแน้ว     ”

เฟยเฟิง :   “ คิดเอาพวกมึง ทั้งที่นอนเป็นผักบนเตียงทั้งพวกมึงที่มองหน้ากู เมื่อผู้ตายเริ่มตายใหม่ๆ ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง สภาพร่างกายยังอุ่นๆอยู่  ส่วนระยะเวลาอีกประมาณ 2 เดือน ร่างกายจะไม่มีเนื้อเยื่อหุ้มแล้ว ถูกสัตว์กัดแทะ ในป่ามันอันตรายมาก  และตอนนี้ผ่านมา 2 ปี แล้วเหลือแต่โครงกระดูกกว่าจะย่อยสลายลงไปได้ ต้องถูกกัดกินไปอีกเท่าไหร่ พวกมึงว่าพลังของเขาจะเฮี้ยนไหมล่ะ ”  

ออกัส    : “ พี่แม่งเรียนอะไรมาวะ ทำไมเก่งชิบหายเลย  ไอดอลอ่ะ ”  

 เจย์เล่อ :   “ มันเรียนนิติศาสตร์ เป็นเพื่อนกูมาตั้งนานแล้ว กูเรียนคนละคณะกัน  เจอกันที่ร้านเหล้าบ่อยๆจนสนิทกันคอแม่งแข็งชิบหาย อย่าไปแดกกับมันเดี๋ยวโดนมอมเหล้า ”  

เฉินเหลอ :   “ แต่ผมมีคำถามอ่ะพี่ ว่าทำไมตอนนั้นไม่เห็นพี่เขา ทั้งๆที่พี่มินก้เดินจนรองเท้าเกือบขาดแล้ว   ”

อาหลิว :   “ มึงเคยเล่นซ่อนแอบตอนเย็นๆป่ะมึง อารมณ์แบบผีบังตา   ”  

เจมิล :   “ เออกูเคยเล่น เกือบตายแม่งใครพาซ่อนในตู้ไม่รู้มึง แถมล็อกตู้อีก  สรุปผีเจ้าที่แถวนั้นจ้า ถ้ากูไม่พกโทรศัพท์เข้าไปในตู้ แม่งคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้   ” 

 หยงหยาง :   “ พวกมึงพอกันเลย ไอ่ 3 ตัวแม่งเอาผ้าคลุมโปรงไปหมดแล้ว สงสารมัน   ”  

เจย์เล่อ : “ เรามาทำเรื่องนี้ให้จบกันเถอะ ไปขอขมากันลาโทษที่เคยได้ทำไปในวันนั้น เดี๋ยวกูทำเรื่องขอหมอเอง  กูเห็นพวกแม่งพูดไม่ได้แล้วไม่สบายใจว่ะ  ”

มิน  : “ อืม เดี๋ยวกูให้อีปืนไปรอที่นั่นเลยแล้วกัน มันเห็นผีบ่อยจนจะจับทำเมียแล้ว มันบอกว่ามาทีไร บอกว่าหนาวๆ อยู่ทุกที  ”

เจย์เล่อ : “ ยังไงวะ มาให้เห็นตัวเป็นๆเลยหรอ ? ”

มิน : “ เออ มาแค่ตอนอาบน้ำ ไอ่นี่แม่งชอบอาบเป็นชั่วโมง แทบจะนอนในนั้นแล้วชิบหาย มันบอกสบู่ตก เลยก้มเก็บ เงยหน้ามาเจอช็อปวิศวะเต็มที่ แบบหนังไทยเลยจ้าแม่  ”

.

.

.

.

https://www.joylada.com/chapter/5cd6c33a5438be0001c1cccc

อ่านต่อได้ที่ จอยลดา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น