ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ยอมทุกอย่าง...จบ

ชื่อตอน : ยอมทุกอย่าง...จบ

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 17:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยอมทุกอย่าง...จบ
แบบอักษร

“ไอพวกชั่ว! ทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิง ไอหน้าตัวเมีย!”

 “เพลี๊ยะ!” และคราวนี้ก็ไม่ปล่อยให้น้อยหน้ากัน มือสากหนาของไอพวกชั่วฟาดลงที่ใบหน้าของเขมมิกาหลังจากที่เธอพ้นคำด่าทอออกมา

 “เขม!!”

 

 

 แรงตบที่เขมมิกาและปานธิดาได้รับไปคนละทีนั้นมันทำให้ที่มุมปากของคนทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดซิบ แม้ว่ามันจะเจ็บแต่พวกเธอหาได้มีเสียงร้องโอดโอยออกมาให้พวกมันได้ยิน

 “ทีนี้พวกมึงก็เงียบปาก แล้วเก็บเสียงไว้อ้อนวอนร้องขอตอนจะตายดีกว่านะ” คนเป็นหัวหน้าพูด เดินเข้ามาใกล้เขมมิกาก่อนที่จะเอามือของมันนั้นจับเข้าที่ปลายคางของเขมมิกา แต่ทว่าเธอนั้นกลับสะบัดออกอย่างแรง “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน มันน่ารังเกียจ!”

 “อีนี่! เพลี๊ยะ!” มันพลั้งมือฟาดลงที่ใบหน้าของเขมมิกาอีกรอบด้วยอารมณ์โกรธจัด “จะตายอยู่แล้วยังไม่เจียมอีกนะ!”

 “ยังไงก็จะตายอยู่แล้ว แล้วพวกแกจะรออะไรล่ะ ก็ฆ่าซะสิ! แต่แกต้องปล่อยเพื่อนฉันไป” เขมมิกาเอ่ยพูดอย่างหาญกล้า หากว่าที่พวกมันเข้ามาจับพวกเธอไว้เช่นนี้แล้วส่วนหนึ่งมาจากตัวเธอเอง เธอก็ขอให้ปานธิดาได้รอดออกไปเถอะ เพื่อนเธอมิได้เกี่ยวสิ่งใดกับสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นเลยสักนิด แม้ว่าใจเธอมันจะหวั่นที่ต้องมาเผชิญความตายเช่นนี้อยู่ก็ตาม...

 “ไม่ได้นะเขม”

 “แม่พระจริงๆนะมึง! แต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวกูจะไม่ปล่อยให้รอดไปสักตัวแน่” น้ำเสียงครานี้ของมันแสนน่ากลัว มือมันก็หยิบปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวด้านหลังออกมา “พร้อมจะตายหรือยังจ๊ะ” แม้ว่าจะมีเสียงจ๊ะจ๋า แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนที่ใกล้ตายคลายกังวลลงไปได้เลย

 ปืนหนึ่งกระบอกถูกยื่นมาที่ตรงหน้าของเขมมิกาและอีกหนึ่งกระบอกก็ยื่นไปตรงหน้าของปานธิดา ดวงตาของทั้งสองปิดสนิทแน่นราวกับว่าเธอไม่อยากจะรับรู้สิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ความสวยงามที่อยากจะพานพบในอนาคต ความหวังที่ว่าเธอจะมีความสุขพร้อมลูกน้อยในท้องในยามนี้มันใกล้จะจบสิ้นลงเสียแล้ว เขมมิกาปิดดวงตาแน่นกว่าเดิมเมื่อรู้สึกว่าเธอนั้นได้ยินเสียงมันจับลงที่ไกปืน...

 “ปัง!” เสียงของประตูถูกเปิดออกอย่างแรง ดึงความสนใจให้คนที่มันกำลังจ่อปืนหมายจะยิงคนตรงหน้าต้องหันไปมอง และรวมทั้งหญิงสาวทั้งสองคนด้วย

 “คุณริน...” ปานธิดาเอ่ยเสียงออกมาแผ่วเบา ไม่คาดคิดว่าคนที่พังประตูเข้ามาจะเป็นเขา...

 “มึงปล่อยคนของกูเดี๋ยวนี้!” เสียงเข้มกร้าวของอัครินตะโกนลั่น สั่งบอกให้พวกมันปล่อยปานธิดาและเขมมิกาเสีย ดีนะที่ปานธิดาดันลืมกระเป๋าตังค์ไว้บนรถของเขา ชายหนุ่มจึงวนรถกลับมาแต่ทว่ายามที่ถึงหน้าประตูบ้านมันก็ดูผิดปกติไปทุกอย่างมันดูเงียบสนิท ไฟหน้าบ้านที่ปานธิดามักจะชอบเปิดตลอดเวลาก็ถูกปิดลง อัครินจึงฉงนใจและย่องเข้ามาภายในบ้านอย่างเงียบๆ และสิ่งที่เขาเห็นในคราแรกก็ตกตะลึงเพราะเขาเห็นชายฉกรรจ์สามสีคนกำลังต้อนให้เขมมิกาและปานธิดาจนมุม อัครินจึงไม่รีรอเขารีบล้วงมือถือขึ้นมาติดต่อหากำลังเสริมทันที

 “มึงเป็นใคร!” พวกมันตะโกนถาม แต่ทว่าอัครินไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดสิ่งใด เสียงเข้มที่มันแข้งกร้าวกว่าชายหนุ่มก็หวนดังขึ้น!

 “เป็นคนที่จะลากคอพวกมึงลงนรกไง!!!” อัศวินเดินเข้ามาหาได้เกรงกลัวสิ่งใดแม้แต่น้อย เสียงเข้มกร้าวของเขามันดังก้องสะท้อนเข้าโสตประสาทใครต่อใครจนหันมามองเขาเป็นตาเดียว “คะ...คุณวิน” เสียงเอ่ยอย่างแผ่วเบาของเขมมิกาดังขึ้นเมื่อเธอเห็นว่าเจ้าของเสียงเข้มนั้นเป็นใคร

 “แล้วนี่แม่งใครอีกวะ!” เสียงกร้าวสถบออกมาอย่างหัวเสียเมื่อจู่ๆมันก็ปรากฏตัวมารออกมาอีกคน

 “ปล่อยคนของกูซะ! ไม่งั้นพวกมึงไม่ได้ตายดีแน่!” อัศวินหัวเสียเมื่อสายตาเขาพลันเห็นรอยเลือดที่มันอยู่ที่มุมปากของสาวเจ้าทั้งสองคน

 อัศวินพูดจริงเมื่อครานี้สิ่งที่ปรากฏขึ้นตามคำพูดของเขาคือนายตำรวจหลายนายที่วิ่งตามเข้ามาอย่างติดๆ  “วางอาวุธ! แล้วยกมือขึ้น!” เสียงตำรวจนายหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด โจรร้ายเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ตัวเองกำลังเป็นรอง คนที่เป็นหัวหน้าจึงหันไปสั่งลูกน้องเสีย “เฮ้ย! หนีก่อน!”

 “ปัง! ปัง! ปัง!”

 จากนั้นเสียงปืนก็ดังตามมาติดๆ เนื่องจากพวกคนร้ายต้องยิงสกัดกั้นเพื่อหลบหนี “ระวังอย่าให้โดนตัวประกัน!” เสียงเข้มตำรวจสั่งก่อนที่พวกเขาจะวิ่งตามคนร้ายที่วิ่งหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน

 ยามนี้ทั้งเขมมิกาและปานธิดาก็ต่างพากันกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทา ร่างของทั้งสองหมอบต่ำลงกับพื้นอย่างหวาดกลัว อัศวินและอัครินก็ต่างพากันถลาตัวเข้าไปปกป้องคนที่ตนเองรัก มือหนาของบุรุษแกร่งทั้งสองโอบกอดร่างสาวเจ้าไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่าร่างนี้จะได้รับบาดเจ็บและเป็น อันตราย...

 

 แม้ว่าระยะเวลาในการไล่จับคนร้ายนั้นจะใช้เวลานานเกือบสามชั่วโมง แต่สุดท้ายแล้วก็จับครบแทบทุกคนและเหลือรอดก็เพียงแต่คนเป็นหัวหน้าแก็งค์เท่านั้น “บอกมาว่าใครเป็นคนจ้างวานพวกแก” ตำรวจที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่ภายในห้องสอบสวน อีกทั้งในการสอบปากคำครั้งนี้ยังมีบุรุษร่างหนาอีกหนึ่งคนนั่งหน้านิ่งอยู่ด้วย

 “ฉันถามว่าใครเป็นจ้างวานพวกแกมา!” ครานี้ไม่ใช่ตำรวจแต่เป็นอัศวินที่ต้องการคำตอบชนิดที่ว่าอยากจะง้างปากให้มันพูดเสีย “เฮ้ย! ใจเย็นๆไอวิน” ทัศนัยเอ่ยปรามเพื่อนของตนไว้ ตอนนี้เขารู้ดีว่าอารมณ์ของอัศวินมันกำลังพลุ่งพล่านมากแค่ไหน

 “ฉันให้โอกาสแกอีกครั้งบอกมาว่าใครเป็นคนสั่ง ไม่อย่างนั้นฉันเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแน่” ครานี้เขาสงบจิตสงบใจลงได้บางส่วนแต่สายตาคู่คมที่มองมาก็ยังอาฆาตไม่หาย

 “ผ...ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนจ้าง”

 “ไม่มีใครจ้างแล้วพวกแกจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” คราวนี้เป็นทัศนัยที่ทำหน้าที่

 “พะ...พวกผมได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้า ที่รับคำสั่งมาจากคนจ้างวานอีกที พวกเราจะไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนว่าจ้างมีเพียงแค่หัวหน้าเท่านั้นที่รู้” ใช่แล้ว จะมีเพียงหัวหน้าแก็งค์เท่านั้นที่รู้ว่าใครคือคนว่าจ้าง นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ข้อมูลอะไรของผู้ว่าจ้างได้เลย นอกเสียจากทำตามคำว่าจ้างแลกกับเงินจำนวนหลายบาท

 “หัวหน้าแกชื่ออะไร” คราวนี้เป็นผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกสับเปลี่ยนเข้ามาในห้องสอบสวน ทัศนัยถามถึงชื่อของหัวหน้าของคนร้าย

 “ชื่อดำครับ”

 “รู้จักกันได้ยังไง”

 “เขาชักชวนบอกว่าจะได้เงินจำนวนมาก พอจะออกจากแก็งค์ก็โดนขู่ว่าจะโดนฆ่าเพราะฉะนั้นจึงไม่มีทางเลือก” คราวนี้เป็นผู้ต้องหาที่ให้ปากคำเป็นคนสุดท้าย ทั้งสามคนที่นำเข้ามาสอบสวนตอบตรงกันทุกประการ ไม่มีคำไหนที่จะไม่ตรงกัน นายดำใช้หลักการหลอกล้อผู้ต้องหาทั้งสามด้วยจำนวนเงินที่มาก บอกว่าหากมาทำงานด้วยแล้วจะได้เงินดีแต่ทว่าพอจะถอดตัวออกไป นายดำกลับขู่ว่าจะฆ่า จึงทำให้ไม่สามารถหนีออกมาได้ต้องจมอยู่กับความเลวร้ายที่ฝืนกระทำต่อไป

 “ถ้าไม่อยากทำแล้วทำไมไม่มาแจ้งความหรือหนีออกมา” หนทางที่จะหนีมันมีหลากหลายแต่ทำไมไม่ทำกัน

 “เคยมีคนที่พยายามทำแบบนั้นแต่โดนจับได้แล้วโดนยิงตาย” นี่แหละ! เหตุผลที่ว่าทำไม่ถึงไม่ยอมหนีของบุคคลเหล่านี้

 การสอบปากคำผู้ต้องหากินเวลาไปร่วมสองชั่วโมงกว่า คำตอบที่ได้มาทั้งสามคนนั้นตอบตรงกันทุกประการแม้ว่าในการสอบสวนจะตกใจบ้างที่ได้คำตอบมาเช่นนั้นที่เกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดที่แท้จริงแล้วมันคือการเข็ญบังคับแต่ยังไงคนผิดก็คือคนผิดการระวางโทษอาจจะลดหย่อนลงเล็กน้อยเพราะผู้ต้องหาให้การรับคำสารภาพแต่ยังไงคำให้การนี้ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะตัดสินโทษอย่างไร และข้อสรุปสุดท้ายที่จะช่วยในการตามล่าตัวคนร้ายในครั้งนี้อีกอย่างและเป็นหลักฐานที่ถือได้ว่าสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง

 “ฉันจะให้ทางการสืบสวนข้อมูลและสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ต้องหาทุกคนแล้วจะเจาะรอยตามล่านายดำ” ทัศนัยพูด

 “ฉันฝากแกด้วยแล้วกัน” ทัศนัยพยักหน้ารับคำของอัศวิน 

 

 

 

มาเเล้วจ้าาา

เขมกับดาเรารอดเเล้ววว รีดคงพอจะรู้กันใช่มั้ยคะ ว่าใครเป้นคนทำ หุหุ

พี่วินกับพี่รินเรามันก็เป้นพระเอกขี่ม้าขาวเหมือนกันนะคะ

ปล.คอมเม้นกันมาเยอะๆนะคะ ไรท์อ่านเเล้วมันชื่นใจ มีเเรงกระตุ้นให้ปั่นเรื่องอื่นต่อ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น