Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 80 เกอเข้าใจแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 80 เกอเข้าใจแล้ว

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 249

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 80 เกอเข้าใจแล้ว
แบบอักษร

  

 

 

 

 

"อ๊าาา" จูอี้หลงขนลุกขึ้นทั้งตัว มือที่ยันเท้าแขนทั้งสองข้างไว้อ่อนแรงยวบ ความรู้สึกเสี่ยวซ่านบริเวณกลางลำตัวทำให้เขาเกร็งเท้าทั้งสองข้าง มือที่เมื่อครู่ยกยันตัวเองไว้เปลี่ยนเป็นขยุ้มลงบนเส้นผมของไป๋อวี่ จูอี้หลงสะบัดศรีษะแหงนหงายไปทางเบื้องหลัง ลำตัวท่อนบนแอ่นขึ้นอย่างอดกลั้นไม่อยู่ ลมหายใจขาดห้วง

  "พะ พอ พอเถอะ มันสกปรก..." เขาระล่ำระลักแข่งกับลมหายใจที่กระตุกเป็นห้วงๆตามจังหวะการตอดเล็มของริมฝีปากแดงอวบหนาที่ตอนนี้กลืนกินความเป็นชายของเขาไว้จนมิด ในปากของไป๋อวี่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำลายที่ในตอนนี้ไหลล้นลงมาตามลำคอ ไป๋อวี่กลืนน้ำลายและพยายามหายใจสลับกันไป ลำคอที่ขยับบีบรัดทุกคราวที่กลืนน้ำลายทำให้ร่างผอมบางบนเบาะแอ่นกระตุกและบิดเร่า สองมือดึงทึ้งผมบนหัวของไป๋อวี่ ริมฝีปากพร่ำบอกให้พอ แต่มือทั้งสองกลับทั้งทึ้งสลับกับบีบกดหัวของไป๋อวี่ไว้แน่น เหมือนเจ้าตัวเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องการอะไรกันแน่

  ไป๋อวี่รูดริมฝีปากไปตามลำตัวมังกรก่อนจะจิกปลายลิ้นเข้าชอนไชบริเวณส่วนหัว คนงามของเขาสบัดตัวแอ่นขึ้นตามริมฝีปากมา เสียงร้องครางดังเหมือนเสียงกังสดาลจากสวรรค์ ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้ไป๋อวี่บีบเค้นสองแก้มก้นในกำมือ เขากลืนกินมังกรผงาดที่ขยายตัวจนคับริมฝีปากลงไปอีกครั้ง สูดหายใจดอมดมกลิ่นกายของคนงามที่บิดเร่าอยู่บนเก้าอี้จนเต็มปอด ความรู้สึกจากปลายจมูกและในช่องปากส่งให้ท้องน้อยของเขาร้อนวาบบิดเกร็ง เป้ากางเกงคับตุงจนเจ็บไปทั้งต้นขา

  จูอี้หลงส่งเสียงร้องดัง อ๊าาา ยาวอย่างสุดระงับ เมื่อร่างกายของเขาระเบิด ปลดปล่อยทุกอารมณ์ที่ท่วมท้นอยู่ภายใน ไป๋อวี่กลืนกินทุกหยาดหยดแห่งอารมณ์นั้น สติบอกให้เขายังคงโอบอุ้มมังกรน้อยไว้ภายในปาก ถึงแม้จะรู้สึกถึงลาวาไหลทะลักร้อนวาบอยู่ทั่วหน้าขาของตนเอง

  "พะ พอเถอะ..." จูอี้หลงคราง หางตามีหยาดน้ำคลออยู่

  "เกอ... เข้าใจแล้ว" เขากระซิบ ก้มหน้ามองไป๋อวี่ที่ยังซุกหน้าอยู่ที่จุดยุทธศาสตร์เบื้องล่าง

  จูอี้หลงไม่คาดฝันมาก่อนว่าจะพบเจอใครที่ทำอย่างนี้ได้ เขาอาจจะเป็นคนที่ยึดติดตามขนมธรรมเนียมเดิมมากจนเกินไป ส่วนต่างๆในร่างกายล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ของมัน สรรพสิ่งในโลกล้วนแต่มีความเป็นหยินหยาง เข้าคู่กันเพื่อสร้างความสมดุลย์ นี่เป็นสิ่งที่พ่อสอนเขาตั้งแต่เด็ก ความคงอยู่ของมนุษย์อาจจะเริ่มทำให้ความสมดุลย์นี้ค่อยๆเสียไป .... แต่ไม่ต้องห่วงนะ อาหลง ... ธรรมชาติจะหาหนทางปรับทุกอย่างให้สมดุลย์เอง แม้มันอาจจะหมายถึงการสูญสิ้นไปของมนุษย์เราก็เหอะ ... ขอแค่ให้รู้จักว่าเมื่อไหร่จะแข็ง เมื่อไหร่จะโอนอ่อนผ่อนตามธรรมชาติ ... ทุกอย่างมีหน้าที่ของมัน

  เมื่อคิดถึงคำของพ่อ เขาจึงปล่อยตนเองให้ทำตามที่ใจเรียกร้อง นี่ก็คงเป็นธรรมชาติของเขากระมัง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่ง แต่เขากำลังทำตามหน้าที่นั้นต่างหาก หากร่างกายของเขารู้สึกอย่างนี้ หากจิตใจของเขารู้สึกอย่างนี้ มันก็หมายความว่านี่คือธรรมชาติของเขาไม่ใช่หรืออย่างไร การจะรักใครสักคนตามที่ร่างกายและหัวใจบอกเราจะเป็นเรื่องฝืนธรรมชาติได้ยังไง ธรรมชาติต้องการให้เป็นอย่างนี้ต่างหาก

  ... แต่ว่า จะต้องรักมากขนาดไหน ถึงจะทำอย่างไป๋อวี่ได้ เมื่อก่อนนี้แค่นึกถึงออรัลเซ็กซ์ก็ทำให้จูอี้หลงขนลุกด้วยความรังเกียจ เขารู้สึกว่ามันสกปรก .... นายรักเกอมากขนาดนี้เชียวหรือ...

  ".... อาอวี่" จูอี้หลงเผลอเปล่งสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ในใจออกมาเป็นเสียงแผ่วเบา ไป๋อวี่ถอนศรีษะออกมา เขาแหงนหน้ามอง นัยน์ตาเป็นประกาย

  จูอี้หลงสอดมือเข้าขยุ่มคอเสื้อทางด้านหน้าของไป๋อวี่ เขาเกร็งข้อดึงไป๋อวี่ขึ้นมาจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา อีกมือโอบด้านหลังศรีษะไป๋อวี่ไว้ รั้งเข้าหาตัว จูอี้หลงประทับจูบลงบนริมฝีปากที่เปรอะไปด้วยน้ำลายและน้ำรักของเขาเองอย่างไม่นึกรังเกียจ ...รสชาติของเราเป็นอย่างนี้นี่เอง กลิ่นของเราเป็นอย่างนี้นี่เอง ... แล้วรสชาติ แล้วกลิ่นที่อวลอยู่ในปากที่กระตุ้นให้เราอยากกลืนกินทุกอย่างเข้าไปนี่ ก็คือรสชาติและกลิ่นของไป๋อวี่สินะ

  ไป๋อวี่จูบตอบจูอี้หลง เขาแทรกลิ้นเข้าไปในปากบางนั้น ลิ้นที่ตระหวัดแตะเพดานปากถูกกัดย้ำเบาๆด้วยฟันขาวที่เรียงเป็นระเบียบก่อนจะถูกดูดกลืนคล้ายลิ้นนั้นเป็นอมยิ้มรสหวาน เสียงหอบหายใจของจูอี้หลงที่พยายามจะดูดกลืนทั้งลิ้นและริมฝีปากของไป๋อวี่กลบเสียงเคาะเบาๆบนกระจก

  ไป๋อวี่ปล่อยให้น้ำตาแห่งความปิติไหลลงอาบแก้ม ... หลงเกอที่เคยเอาแต่นิ่งเฉย ปล่อยให้เขาทำอะไรตามใจชอบ ตอนนี้ .... ตอนนี้ ไม่เพียงแค่เอ่ยปากว่ารักเขา แต่ได้แสดงออกว่ารักเขาแล้ว .... หลงเกอรักผม .... แม่ หลงเกอรักผม...

  เสียงทุบตุบตุบตุบรัวๆบนกระจก ทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง ผวาออกจากกัน ไป๋อวี่หันรีหันขวางก่อนจะมองเห็นทิชชู่เปียกแพ๊คใหญ่วางอยู่ท่ามกลางข้าวของมากมายบนเบาะหลัง เขาก้าวออกไปหยิบมาทั้งแพ็ค ดึงออกมาหลายแผ่นแล้วก้มลงเช็ดทำความสะอาดให้จูอี้หลง

  "เกอทำเอง นายดูแลตัวเองเถอะ" จูอี้หลงยึดมือเขาไว้ ไป๋อวี่ไม่ดื้อดึง เขาปล่อยมือ แล้วรีบดึงทิชชู่เปียกออกมาเช็ดหน้าเช็ดปากและลำคอตัวเอง ก่อนจะคว้าเสื้อโค้ทมาใส่ เสียงทุบตัวถังรถดังรัวและหนักกว่าเสียงทุบกระจกเมื่อครู่ ทำให้รู้ว่าคนที่อยู่นอกรถร้อนใจขนาดไหน

  ไป๋อวี่จูบจูอี้หลงอีกครั้งอย่างอ้อยอิ่ง เขาไม่อยากจากไปเลย เขาอยากจะนอนซุกลงบนตัวของพี่ชายคนนี้ อยากจะอยู่อย่างนั้นตลอดไป... จูอี้หลงรูดซิบกางเกงและรัดเข็มขัดเรียบร้อย เอื้อมมือไปหยิบแว่นกับหน้ากากสีดำที่ไป๋อวี่ทิ้งลงบนเบาะด้านที่ติดกับประตูยื่นให้ ไป๋อวี่รับขึ้นมาใส่ ก่อนจะส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ เขามองดูจูอี้หลงใช้ทิชชู่เช็ดหน้าและปาก ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดใจหันไปปลดล็อคประตู

  หลินชิงหูเลื่อนประตูเปิดแต่น้อย ให้ไป๋อวี่ที่กำลังดึงฮู้ดขึ้นคลุมศรีษะแทรกตัวออกมา หลินชิงหูเลื่อนประตูปิดมองตามไป๋อวี่ที่ก้าวเท้ายาวๆจากไป ก่อนจะตัดสินใจก้าวตามไปห่างๆ ไป๋อวี่เดินวนอ้อมรถอีกสามสี่คันก่อนจะมาหยุดที่รถแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่ติดสติ้กเกอร์ CCTV ไว้บนประตูข้าง ไป๋อวี่กดรีโมทปลดล็อคแล้วเปิดประตูก้าวขึ้นนั่งประจำที่คนขับ

  หลินชิงหูปล่อยลมหายใจทางปากดังเฮอะ .... ถึงกับยอมให้ลูกชายปลอมมาเป็นคนขับรถ ... จุดอ่อนของบอสใหญ่อยู่ที่ไป๋อวี่นี่เอง จะยังไงเขาก็อดตามใจลูกไม่ได้สินะ แล้วพ่อลูกคู่นี้เห็นอาหลงเป็นอะไร นึกจะไล่ไปก็ไล่ นึกจะเรียกมาก็เรียก หลินชิงหูไม่พอใจจนหน้าแดงก่ำ กล้ามเนื้อบริเวณแก้มและริมฝีปากสั่นระริก เสียงหายใจฟืดฟาดฟังดูเหมือนวัวกระทิงกลางสนามสู้วัว เขาขยี้เท้ากับพื้นหักห้ามใจที่นึกอยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อไป๋อวี่แล้วต่อยสักสองสามกำปั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ

  หลินชิงหูเลื่อนเปิดประตูรถแล้วก้าวพรวดขึ้นไป เขาปิดประตูตามหลังทันทีที่เท้าทั้งสองข้างยืนมั่น นัยน์ตามองจูอี้หลงที่นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ที่ปรับระดับพนักพิงขึ้นมาเอนประมาณสิบห้าองศา หลินชิงหูกวาดสายตาสำรวจจูอี้หลงอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยปาก

  "ไปได้แล้ว จะเริ่มถ่ายฉากต่อไปภายในไม่เกินสิบห้านาทีนี้แล้ว ... " เขาสะดุดเมื่อนัยน์ตามองเห็นคราบขาวบริเวณต้นขาของจูอี้หลง

  หลินชิงหูปราดเข้าดึงทิชชู่เปียกจากห่อบนที่นั่งด้านหลัง แล้วเริ่มถูแรงๆบนรอยเปื้อน จูอี้หลงแย่งทิชชู่จะเอามาเช็ดเองแต่โดนหลินชิงหูฟาดมืออย่างแรง มือที่ฟาดตวัดเปลี่ยนเป็นกำหมัด หลินชิงหูง้างข้อศอกไปทางด้านหลัง ทำให้หมัดที่กำแน่นของเขามาอยู่ตรงระดับหู จูอี้หลงกลั้นหายใจจ้องหมัดนั้นเขม็ง รอหลินชิงหูซัดหมัดลงมา แต่หลินชิงหูกลับผ่อนลมหายใจพรวด ลดหมัดลงมา เขาเช็ดคราบเปื้อนบนกางเกงของจูอี้หลงอย่างกระแทกกระทั้น เต็มไปด้วยอารมณที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ถูก

  ผู้จัดการและนักแสดงในความดูแลของเขาต่างเงียบงัน ไม่มีคำพูดใดจะกล่าว เมื่อหลินชิงหูเช็ดเสร็จ เขาก็ตบต้นขาจูอี้หลงเป็นเชิงบอกว่า โอเคแล้ว ไปได้ เขาขยับเบี่ยงตัวให้จูอี้หลงลุกออกมา ตอนจูอี้หลงก้าวลงรถ หลินชิงหูก็อดเอ่ยปากไม่ได้

  "เผิงเหล่าซือยังให้เกียรตินาย ไม่ปฏิบัติกับนาย....ยังงี้..." จูอี้หลงชงักไปเล็กน้อยจนแทบจะสังเกตไม่เห็น เขาก้าวเดินตรงไปหาจูไฉ่หงที่ยืนหน้าคว่ำรออยู่ห่างๆ

 

 

  หลินชิงหูไม่ลงจากรถ เขาทรุดลงนั่งในเก้าอี้ตัวที่ติดกับประตู แล้วความอัดอั้นในทรวงอกก็ระเบิดออกมาเป็นน้ำตา ทันทีที่น้ำตาทะลักเขาก็ถอดแว่น ยกฝ่ามือขี้นปาดเช็ดใบหน้า ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกว่าโดนย่ำยี ทำไมถึงได้รู้สึกว่าตัวเองโดนเอาเปรียบ

  หลินชิงหูมองนาฬิกาข้อมือ สูดน้ำมูกแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาภรรยา

  "คุณอย่าปล่อยให้หลิงหลิงกลับบ้านคนเดียวนะ" เขาพูดกรอกโทรศัพท์ทันทีที่ภรรยารับสาย

  "รู้แล้วล่ะน่า ตอนนี้ก็นั่งรออยู่ที่คาเฟ่ของโรงเรียนนี่แหละ" ภรรยาของหลินชิงหูจะมารับมาส่งลูกสาววัยสิบสี่ปีเรียนพิเศษภาษาอังกฤษทุกวันเสาร์

  "อย่าให้ไอ้เด็กผู้ชายพวกนั้นเข้าใกล้หลิงหลิงล่ะ มันไว้ใจไม่ได้สักคน" เขากำชับ

  "รู้แล้ว รู้แล้ว" ภรรยารับปาก หลินชิงหูถอนหายใจ กดวางสายแล้วก้าวลงจากรถ ....

 

  ... นายเลือกผิด ก็เลือกใหม่ได้นะอาหลง จะเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังไม่สาย ... พ่อนายไม่มีวันยอมให้นายถูกพวกสกุลไป๋เอาเปรียบแน่ๆ ฉันเองก็ไม่ยอม เผิงเหล่าซือก็ยิ่งไม่ยอมใหญ่...

 

.....................

 

  "นายมาหาเกอทำไม" จู่ๆคำถามเสียงเย็นเยียบนั้นก็ก้องขึ้นในหู ไป๋อวี่รีบเปิดประตูก้าวลงจากรถ หมายจะเดินกลับไปหาจูอี้หลง แต่ทีมงาน CCTV ที่เสร็จงานแล้ว ต่างก็พากันเดินมุ่งหน้ามาที่รถ ไป๋อวี่ละล้าละลังอยู่ชั่วครู่ แล้วจึงรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ .... เกอบอกว่าเกอเข้าใจผมแล้ว... เกอเข้าใจผมจริงๆใช่ไหม ...

 

...

...

...

 

**ที่จริงแต่งตอนนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ลำบากใจที่จะเอาขึ้นระบบ เพราะกลัวว่าคำพูดที่เราใช้ในเรื่องจะแรงไปสำหรับบางคน จากประสบการณ์ทำให้รู้ว่าคนที่เข้ามาใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตมีช่วงอายุต่างๆกับไป อาจมีตั้งแต่ต่ำกว่าสิบขวบจนสูงขึ้นไปถึงกว่าแปดสิบปี ความสามารถในการตีความคำพูด และการวิเคราะห์ตัวละครก็จะมีต่างกันไป วันนี้เลยตัดสินใจแก้ไขคำพูดบางคำของตัวละคร แล้วอัพขึ้นระบบค่ะ แต่ถ้าถามใจคนแต่ง ณ จุดนี้ อารมณ์ของตัวละครตัวนี้ มันอยู่ในระดับที่เขาจะพูดคำนี้ออกมาจริงๆ แต่คนแต่งต้องขอเป็นกบว.เซ็นเซอร์เอาคำพูดนี้ออก แหะแหะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}