Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่52 : มันไม่ใช่แบบเมื่อก่อนอีกแล้ว

ชื่อตอน : บทที่52 : มันไม่ใช่แบบเมื่อก่อนอีกแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 841

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2562 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่52 : มันไม่ใช่แบบเมื่อก่อนอีกแล้ว
แบบอักษร

 

"เออ! ไม่ชอบก็เลิกกับกูไปเลยสิวะ!!!"

 

"ต้องการแบบนี้ใช่มั้ย?"

 

"ฮึก! ฮือออ!"

 

"ตามใจจี้ก็แล้วกัน"

 

ภายในอกเจ็บแปล๊บทันทีราวกับมันจะกำลังจะแตกสลายเป็นผุยผงเพียงชั่วพริบตา ไม่มีการขอร้องหรือแท้กระทั่งยื้อเอาไว้ กายบอบบางสั่นทึมไปทั้งตัวที่ได้ยินประโยคต่อมา

 

ร่างสูงที่ได้แต่จับจ้องคนที่เอาแต่ร้องไห้อย่างเรียบนิ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำต่อจากนั้น ส่วนเจแปนก็ได้แต่สะอึกสะอื้นแทบขาดใจเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างได้เดินหายจากออกไป

 

ปัง!~

 

"ฮึก! ฮือออ! ใจร้ายที่สุดเลย ฮือออ ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฮือออ!"

 

พี่ตรีจี้ขอโทษ...

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่กว้างมันเทียบไม่ได้กับหัวใจของร่างบางตอนนี้ที่มันรู้สึกได้ว่ามันกำลังเคว้งคว้างราวกับตกลงไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เมื่อไหร่กันที่ภายในห้องมีแต่เสียงสะอื้นอยู่ตลอดเวลา หยดนํ้าใสถูกปาดออกจนแล้วจนเล่า ร่างกายที่เริ่มอ่อนล้าเริ่มสงสัญญาณว่าเจ้าตัวควรจะพักผ่อนได้แล้ว

 

เจแปนยังคงเฝ้ารอคนที่หวังจะเปิดประตูเข้ามาหาเค้า คนที่เค้ารักและไว้ใจเสมอมาทั้งที่เชื่อใจและรักมากขนาดนี้แต่ทว่าทำไมถึงไม่ยอมยื้อเค้าไว้ เพราะเค้าไม่ใช่คู่หมั้นของตรีใช่มั้ย ร่างสูงจึงไม่จำเป็นต้องมาแคร์ตัวเค้าอีกต่อไป

 

"ฮึก พี่ตรี...อึ่ก ทำไมพี่ไม่ยื้อจี้ไว้เลย ทะ..ทำไม ฮึก!..."

 

เพราะไม่ใช่คู่หมั้นคนๆนั้น...?

 

ทำไมกัน...

 

ทำไมไม่ใช่ตัวเค้า...

 

สุดท้ายร่างบางก็ทนต่อความเหนื่อยล้าจากการร้องไห้ไม่ไหวอีกต่อไปจนร้องไห้และเผลอหลับไปในที่สุด ใต้ตาแดงกลํ่าเป็นผลจากการร้องไห้มานับกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม ถึงแม้จะเข้าสู่ห้างนินทราแต่ดวงตาคู่สวยที่หลับพริ้มก็ยังคงมีนํ้าสีใสไหลออกมา

 

แกร๊ก! 

 

เมื่อเวลาผ่านไปประตูบานไม้สีขาวถูกเปิดขึ้นอีกครั้งจากร่างสูงที่เข้ามาดูอาการของอีกคน ฝีเท้าที่ค่อยๆย่างกายเข้าไปใกล้ๆ สายตาคมมองสำรวจใบหน้าหวานพลางใช้หัวแม่มือปาดนํ้าสีใสออกให้อย่างแผ่วเบาพร้อมทั้งดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มกายบางที่หลับไหลเอาไว้

 

"ขอให้มันเป็นแบบนี้ไปก่อนนะคนเก่ง..."

 

ไม่ใช่แค่ร่างบางคนเดียวที่เจ็บแทบจะขาดใจ ตรีเองก็ไม่ต่างอะไรเช่นกัน ณ ตอนที่ริมฝีปากของอีกคนนั้นพูดออกมาด้วยความขาดสติแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ทุกทรมานเหมือนถูกคนที่รักที่สุดใช้มีดกรีดหัวใจเค้าอย่างไร้เยื่อใย

 

ภายในห้องที่เงียบสงัดมีเพียงร่างของตรีที่จับจ้องร่างบางอย่างไม่วางตา ใบหน้าหวานที่ทำให้หวนนึกถึงครั้งแรกที่มีความสุขที่สุดแต่ตอนนี้มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตรีได้แต่ภาวนาในใจขอให้อีกคนเข้มแข็งเหมือนที่ผ่านมา ขอให้เจแปนอดทนแล้วถึงวันนั้นเจแปนจะไม่มีวันเสียใจอีกต่อไป

 

"พี่ขอโทษนะ แล้วพอถึงวันนั้นจี้จะเข้าใจทุกอย่างเอง"

 

ขอแค่เจแปนอดทนเท่านั้น ตรีจะไม่ขออะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว...

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

เช้าวันต่อมา

 

ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายจะกลับมาเป็นปกติเหมือนในทุกๆวัน แต่ทว่าคนทั้งสองคนกลับเปลี่ยนท่าทีของกันและกัน อีกคนพักอยู่ที่ห้องเหมือนในทุกๆวันค่อยหยิบนั่นทำนี่ไปเรื่อย ส่วนอีกคนก็มีหน้าทีออกไปทำงานที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่

 

เจแปนที่ใบหน้าหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดก็ทิ้งกายลงนอนบนโซฟาตัวยาวทันที คิดแล้วคิดอีกท่าตัวเค้านั้นไม่รู้เรื่องซะก่อนวันนี้พวกเค้าคงจะได้ไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน แต่ว่าความสนุกนั้นยังไม่ทันได้เริ่มต้นเลยสักนิดเดียว

 

"เห้อ คิดถึงแม่จัง..แม่ครับ เจคิดถึงแม่"

 

ดวงตาที่เหม่อลอยคู่นี้แทบจะไม่ต้องคิดเสียให้อยากว่าความรู้สึกของเจแปนตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไร ร่างกายมันชาไปทั้งตัวตั้งแต่ตื่นนอน หนำซํ้าก็ปวดตาจนอยากจะร้องไห้ซํ้าอีกครั้ง

 

เมื่อเช้าก็คงเป็นโชคดีที่เจแปนนั้นไม่ได้ตื่นมาเผชิญหน้ากับตรีโดยตรง เพราะเจ้าตัวนั้นคงจะออกแต่เช้าจึงทำให้เจแปนโล่งอกไปที ภายในอกเหมือนถูกกัดกร่อนไปทีละนิด ทีละนิด จนทำให้เจแปนรู้สึกว่าคนที่เคียงข้างกายแทบจะไม่มีเหลือ

 

"อีกนานเลยสิเนี่ย เห้อ..จะทำอะไรต่อดีล่ะ"

 

เมื่อมองนาฬิกาที่ฝาผนังก็พบว่าพึ่งจะสิบโมงเศษๆ แถมวันนี้เจแปนยังต้องรอต้อนรับคู่หมั้นของเค้าเองที่กำลังจะมาหาเค้าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ในใจนึกคิดอยากจะเห็นหน้าอีกคนซะแล้วว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเจแปนเองไม่เคยพบผู้ชายที่ชื่อ'แลนด์นอล'มาก่อน

 

"เพลียจัง ขอไปนอนก่อนก็แล้วกัน"

 

ริมฝีปากอ้าหาวหวอดๆก่อนจะยัดกายลุกขึ้นและเดินเข้าไปในห้องนอนทันที เมื่อถึงเตียงแสนนุ่มนิ่มร่างบางก็หลับตาลงพลางปัดปายเรื่องที่หนักใจออกจากหัวเค้าออกไปให้หมด ถือซะว่าเค้าแค่ขอหยุดคิดอะไรชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน

 

.

 

.

 

.

 

12:26 p.m.

 

"อืออออ"

 

ร่างบางงัวเงียตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ปาเข้าไปเที่ยงวัน ดวงตาที่หนักอึ้งค่อยกระพริบตาปรับโฟกัสให้เข้ากับแสงที่อยู่ภายในห้องหลายครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งพลางหันซ้ายหันขวาเพราะที่ร่างบางตื่นขึ้นมาคล้ายจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง

 

"อือออ เสียงอะไรเนี่ย"

 

ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง~

 

เมื่อลองเงี่ยหูฟังดีๆแล้วพบว่าเป็นเสียงกริ่งเจแปนก็รีบรุกพรวดไปยังประตูห้องทันที เสียงกริ่งที่ดังติดต่อกันหลายครั้งทำให้เจแปนแทบจะถลาเข้าไปเปิดอย่างล้มลุกคลุกคลาน

 

ปิ๊งป่องๆๆๆ

 

"มาแล้วครับๆ ใจเย็นๆหน่อยซี่!"

 

แกร๊ก!

 

"เปิดแล้วๆ"

 

ประตูไม้ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางที่ยืนประจัญหน้ากับชายร่างสูงที่มองเค้าอย่างเรียบนิ่ง ความสูงที่แตกต่างกันอย่างลิบลับ แล้วไหนจะออร่าความหล่อนั่นคืออะไรเจแปนก็ยังไม่รู้สักเท่าไหร่ 

 

ใบหน้าแขกผู้มาเยือนเมื่อเห็นเจแปนก็จุดยิ้มกว้างขึ้นทันทีเล่นทำเอาเจแปนก็ได้แต่มองตาปริบๆ จนสุดท้ายร่างสูงของคนที่พึ่งมาเยือนก็รีบกล่าวทักทายทันที

 

"หวัดดีพี่ชื่อแลนด์นอลนะ คุณลุงให้พี่มาพักอยู่กับเจแปนและพี่ตรีชั่วคราวน่ะ"

 

"อ่ะ..อ๋อ ครับๆผมทราบแล้วครับ เอ่อ...เชิญเข้ามาด้านในก่อนนะครับ"

 

"ขอบคุณนะ"

 

รอยยิ้มที่เผยอย่างเป็นมิตรก่อนจะเดินก้าวตามเจ้าของห้องร่างบางเข้าไป เมื่อถึงห้องนั่งเล่นแลนด์นอลก็รีบวางกระเป๋าเป้ใบโตไว้ข้างๆโซฟาพร้อมหย่อนกายนั่งพักด้วยความเหนื่อยล้าทันที

 

ส่วนเจแปนที่เดินหายเข้าไปในครัวก็เดินกลับมาพร้อมนํ้าเปล่าเย็นๆที่ถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้าเป็นที่เรียบร้อย แลนด์นอลเห็นดังนั้นก็ได้แต่ผงกหัวขอบคุณตามมารยาท

 

"ขอบคุณนะ แล้วนี่เจแปนรู้วันแต่งงานที่จะจัดภายในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้ารึยัง"

 

"ยังไม่รู้เลยครับ คือพ่อพึ่งบอกผมเมื่อวานเอง มันเร็วมากเลยนะครับ"

 

"อืมม พี่ก็ว่างั้นแหละ...พี่พึ่งเรียนจบมาหมาดๆก็ถูกส่งมาอยู่กับเจแปนซะแล้ว"

 

เจแปนได้แต่ยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมารยาทก่อนที่จะช่วยนำสัมภาระของอีกคนไปไว้ในอีกห้องหนึ่งที่กำลังว่างอยู่

 

"โตขึ้นเยอะเลยนะเจแปน แต่ก่อนที่เคยเจอยังตัวเล็กกว่านี้อีก หน้าตาหน้ารักเชียว"

 

"เราเคยเจอกันด้วยหรอครับ?"

 

"ฮ่ะๆ ใช่สิ..ครอบครัวเจแปนกับครอบครัวพี่ทำธุรกิจร่วมกัน แล้วเราก็เจอกันบ่อยมาก"

 

"อ๋อ..งั้นหรอครับ"

 

เจแปนทำได้เพียงอมยิ้มเป็นมารยาทที่ตอบกลับไป ใบหน้าหวานเอาแต่จดจ่อกับเสื้อผ้าของแลนด์นอลที่ตนอาสามาช่วยจัดเข้าตู้เสื้อผ้า

 

ร่างสูงที่เห็นท่าทางของคนตัวเล็กแล้วก็รับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่กำลังทำให้คนตรงหน้าเค้าเศร้าหมองตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ 

 

"เจแปนดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ รู้สึกแย่สินะกับงานแต่ง"

 

"เอ่อ..ไม่หรอกครับ ผมคงนอนน้อยไปหน่อยเลยเพลียมากกว่า"

 

"งั้นหรอ ช่วงนี้ดูแลตัวเองดีๆนะ พี่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยแล้วกัน"

 

"ครับพี่แลนด์นอล"

 

ทั้งสองช่วยกันจัดเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลานานพอสมควร ก่อนที่จะชักชวนกันไปตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากตัวคอนโดที่พัก เจแปนใช้โอกาสนี้ไปหาซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวจะดีกว่า

 

ณ ตลาด

 

"วันนี้อยากกินอะไรดีพี่แลนด์นอล?"

 

"เอ่อ..พี่ก็ไปอยู่เมืองนอกนาน อาหารไทยพี่ก็ไม่ค่อยได้แตะเลย"

 

"เอางี้ดีมั้ย เดี๋ยวผมจะทำต้มยำกุ้งกับปลาทอดพริกแกง"

 

"อื้ม! โอเคเลยนะ เจแปนทำเลยพี่กินได้หมดแหละ"

 

"งั้นไปซื้อปลากับกุ้งกันเถอะ"

 

เจแปนที่เป็นคนออกความคิดกับเมนูมื้อเย็นของวันนี้ก็เดินนำแลนด์นอลเพื่อไปซื้อวัตถุดิบในตลาดทันที มีแค่แลนด์นอลที่รับหน้าที่ช่วยถือของที่เจแปนเป็นคนจัดซื้อเท่านั้น

 

"ได้ของครบหมดแล้ว กลับบ้านกัน"

 

"ได้เลย"

 

"พี่แลนด์นอล พี่อยากได้อะไรเพิ่มมั้ย?"

 

"พี่หรอ? ไม่มีหรอก..เรารีบกลับกันเถอะ มีไปทำมื้อเย็นต่ออีกนะ"

 

"โอเคๆ"

 

แล้วทั้งสองก็เดินทางกลับมายังคอนโดที่พักเป็นเวลาใกล้พระอาทิตย์จะตกดินพอดี เจแปนที่รู้หน้าที่ก็หอบวัตถุดิบเข้าครัวไปเพื่อที่จะทำมื้อเย็น ส่วนแลนด์นอลก็ตามเข้าไปติดๆ

 

"พี่แลนด์นอล ทำไมพี่ไม่ไปพักล่ะครับ พี่พึ่งลงเครื่องมาควรจะพักผ่อนนะครับ"

 

"อืม พี่ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ พี่อยากช่วยเรามากกว่า"

 

"ผมว่าพี่ไปพักจะดีกว่า นี่ยังไปช่วยผมซื้อของที่ตลาดอีก ไปพักเถอะครับ"

 

"เอาน่า พี่จะช่วยก็คือจะช่วยสิ เรานี่ดื้อจังนะ"

 

"เห้ออ ตามใจพี่เลยก็ได้"

 

สุดท้ายเจแปนก็ยอมให้แลนด์นอลมาเป็นลูกมือช่วยทำกับข้าว จนกระทั่งการเตรียมอาหารมื้อเย็นในวันนี้เสร็จเรียบร้อย ที่เหลือก็คงต้องรอเจ้าของห้องกับมา

 

แกร๊ก!

 

"พี่ตรี!"

 

"ไงแลนด์นอล โตขึ้นเยอะเลยนะ"

 

"โอ้โหพี่! ผมคิดถึงพี่มากเลย"

 

"เช่นกัน พึ่งเรียนจบมาไม่ใช่หรอ?"

 

"ใช่พี่ พอจบปุ๊บพ่อก็ถีบหัวส่งผมมานี่เลยล่ะ ฮ่าๆๆ"

 

เมื่อร่างสูงของคุณหมอแผนกอายุรกรรมเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับแลนด์นอลที่ถือว่าทั้งคู่นั้นสนิทสนมกันอยู่พอสมควร เจแปนที่เอาแต่ก้มหน้าจัดโต๊ะอาหารก็ไม่ได้สบตากับตรีเลยแม้แต่น้อย

 

ความอึดอัดที่อยู่ภายในใจของทั้งคู่ต่างเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้พร้อมที่จะปิดตาย เจแปนที่จัดโต๊ะอาหารเสร็จเรียบร้อยก็ขอตัวเดินเข้าห้องนอนไปทันที

 

"เจแปนจะไปไหนล่ะ มากินข้าวเย็นก่อนสิ"

 

"ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ พี่แลนด์นอลกับพี่ตรีกินไปเลยครับ"

 

"แล้วนั่นเจแปนจะไปไหนแล้วล่ะ?"

 

"อ๋อ จะไปอาบนํ้าแล้วน่ะ รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ครับ"

 

ปัง!~

 

เมื่อเบี่ยงเบนหลีกเลี่ยงมาหลบอยู่ในห้องได้ เจแปนก็รีบเข้าไปอาบนํ้าแต่งตัวในชุดนอนเรียบร้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะมานั่งทาครีมบำรุงผิวอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

 

ใบหน้าหวานที่เหม่อมองตัวเองผ่านกระจกได้แต่คิดทบทวนเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาพอสมควร น่าแปลกที่ในบางเรื่องเขาสามารถก้าวผ่านมาได้ แต่ทว่าเรื่องนี้ในห้วงลึกมันกลับเจ็บอยู่ตลอดเวลา

 

"เลิกคิดน่าเจแปน อะไรจะเกิดก็ช่างเถอะ เราต้องผ่านมันไปให้ได้..."

 

เจแปนคนนี้รู้สึกเหนื่อยมามากพอแล้ว...

 

"เราแค่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้"

 

ริมฝีปากบางจุดยิ้มขึ้นที่บนใบหน้า สีหน้าที่บ่งบอกได้ถึงความเจ็บปวดที่ตนได้รับมันอีกครั้ง ครั้งนี้คงจะเจ็บปวดไปอีกนานแสนนาน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ความเจ็บนี้จะจบลง

 

แกร๊ก!

 

"!?"

 

"ไปกินข้าวเถอะ"

 

"เอ่อ...ผมยังไม่หิวน่ะ คืออยากจะนอนมากกว่า"

 

ร่างสูงของตรีที่เปิดประตูพรวดพลาดเข้ามาก็ทำเอาเจแปนสดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับมาทำสีหน้าปกติ ร่างสูงที่ค่อยๆปิดประตูลงแต่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูเช่นเดิม

 

"ขอโทษนะที่ทำให้อึดอัด"

 

"..."

 

"ผมขอนอ.."

 

"จี้ แทนตัวเองว่า จี้ ไม่ใช่ ผม"

 

"จะแทนตัวเองแบบนั้นได้ยังไงกัน ในเมื่อเราสองคนได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้วนะ..."

 

"..."

 

"อย่าลืมสิครับ"

 

เจแปนได้แต่ฝืนยิ้มให้อีกคนสบายใจก็เท่านั้น ถึงข้างในจะเจ็บแปล๊บราวกับกำลังทุรนทุรายแต่สิ่งที่ทำได้คือยิ้มรับมันไว้ก็เท่านั้น

 

ตรีที่ได้แต่มองเจแปนที่กำลังอมยิ้มให้ตนอยู่นั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ไม่นานความอึดอัดก็หายไปเพราะเจแปนได้ขอตัวออกจากห้องไป

 

"อ่าวเจ พี่นึกว่าเรานอนแล้วซะอีก"

 

"ยังหรอกครับ แล้วพี่แลนด์นอลทำอะไรอยู่หรอ?"

 

"พอดีพี่พึ่งคุยกับคุณพ่อของเจแปนเสร็จเมื่อกี้เอง"

 

"พ่อเจหรอ?"

 

"ใช่ๆ เค้าบอกว่าอีกสามวันเราไปดูชุดแต่งงานกับแหวนกันนะ"

 

"..."

 

"เรื่องงานแต่งพี่ตรีจะจัดการให้ทั้งหมดเลย ถึงวันนั้นพ่อแม่จะมากันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะ"

 

"พี่ตรีทำไมถึงเป็นคนจัดการทั้งหมดหรอครับ?"

 

"ก็พี่ตรีไปขอพ่อของเจแปนไว้น่ะว่าจะจัดการทั้งหมดเอง ส่วนเรามีหน้าที่ไปดูชุดกับเลือกแหวนน่ะ"

 

ก้อนเนื้อข้างซ้ายกระตุกถี่รัว เค้ากับแลนด์นอลมีแค่หน้าที่ไปเลือกชุดและแหวนที่จะเข้าพิธีในวันนั้นอย่างเดียวก็พอ ในใจของร่างบางตอนนี้เหมือนกับร้าวไปทั้งทรวง ยามนึกถึงหน้าของตรีที่ควรจะเป็นคู่ชีวิตของเค้าแต่กลับไม่ใช่

 

"เจเข้าใจแล้วครับพี่แลนด์นอล"

 

 

 

 

 

 

ติดตามตอนต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}