email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 14 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2563 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 14 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

 

“นินาว! ไอ้เว_ เอ้ยกล้าดียังไงมากอดแฟนกูว่ะ มึงอย่าอยู่เลย!” เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นมา ปฏิกิริยาร่างกายสั่งให้ผละออกจากเฟยทันที ที่ได้ยินเสียงโวยวายของเขาที่มันเต็มไปด้วยที่บ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึก พร้อมกับแขนแกร่งของเขากระชากฉันจนกระเด็นออกไปอีกทาง ส่วนฟิวเจอร์เจ้าตัวก็ปรี่เดินเข้าไปหาเพื่อนฉันแล้วก็ต่อยเฟยเต็มแรง จนคนที่ยินอยู่แถวนั้นตกใจตามไปด้วย ฉันเองยังสะดุ้งไปด้วยเลย 

ผลัวะ !!  

“ฟิวเจอร์หยุดนะ หยุด ฉันบอกให้หยุดไง!!” ฉันร้องห้ามเขาทันที เพราะกลัวว่าเรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ ฉันเลยเดินไปหยุดตรงหน้าเฟย สบตากับเขาโดยที่มือเขายังง้างอยู่บนอากาศหมายจะต่อยเพื่อนฉันอีกรอบ ฉันจึงต้องพูดเสียงดังเขาถึงหยุดชะงัก สายตาของฉันมองไปยังเขานิ่งๆ อย่างไม่นึกกลัวแม้ต่น้อย ส่วนฟิวเจอร์แน่นอนว่าต้องหลบสายตาฉัน แต่เหลือบไปมองหน้าเซี่ยวเฟยที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันด้วย อย่างกับว่าคนนี้มันเป็นใครทำไมฉันต้องปกป้องด้วยอะไรประมาณนี้ 

“เจ็บมากไหมเฟย”  ฉันไม่สนใจสายตาเขาที่คล้ายถาม เลยหันมาถามเฟยที่อยู่ข้างหลังฉันแทน 

“ไม่หรอก นั่นแฟนนินาวหรือไง อยู่ดีๆก็เดินมาต่อยเราเฉยเลยทั้งๆที่พึ่งเจอหน้ากัน” เฟยมองฟิวเจอร์ที่กำลังมืนกำหมัดแน่น ก่อนหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน ราวกับบอกว่ามีเรื่องสนุกๆให้ทำสะแล้วสิ ชิ นิสัยชอบกวนคนอื่นนี่ก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย  

“อืม นาวขอโทษแทนเขาด้วยนะ นิสัยชอบเป็นแบบนี้แหละอันธพาล” ฉันพูดกับเพื่อนไปแล้วก็หันไปมองคนนิสัยไม่ดีได้วย กลับไปห้องเจอฉันบ่นหูชาแน่ คอยดูเถอะ  

“ฮึ ไม่หรอก สงสัยเขาจะหึงนาวแหละ เพราะเราเห็นเขาเดินมาตั้งแต่ตอนที่นินาวกอดเราแล้วหละ” คราวนี้เป็นฉันที่ตาโต ถึงว่าหละทำไมพอเขามาถึงก็พุ่งใส่เซี่ยวเฟยทันที ไม่แปลกใจอะไรแล้วหละทีนี้  

“แล้วทำไมไม่บอกนาวก่อนหละ เห็นไหมเลยเจ็บตัวฟรีเลย” ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปจับมุมปากของเพื่อนก็ต้องสะดุ้งตัวอย่างแรง เพราะเสียงฟิวเจอร์ตะคอกมาใส่ฉัน 

“นินาวถอยออกมาจากไอ้นั่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ห้ามไปจับผู้ชายคนอื่นนะเว้ย!” ฟิวเจอร์จับแขนฉันอย่างแรงแล้วออกแรงดึงให้ฉันเขาไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา หึงและหวงตลอดไม่ว่าฉันจะอยู่ใกล้ใคร ผู้หญิงก็ยังหึง ฉันหละจะบ้าตาย 

“แฟนนินาวหรอ” ฉันกำลังจะพูดบอกเฟย แต่คนที่กอดฉันอยู่ก็ตะโกนบอกอย่างคนอารมณ์เสีย 

“กูไม่ใช่แฟนเว้ย กูเป็นผัวนินาว” ฉันตวัดมือตีอกเขาอย่างแรง พูดออกมาได้ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง แถมสาวๆแถวนั้นก็มองเขาอย่างกะจะกลืนลงท้องไปอีก ฉันหมั่นไส้เลยหนิกเขาไปที่สีข้างอีกครั้งหนึ่ง  

“ฟิวเจอร์ ทำไมพูดอะไรแบบนั้นเล่า อายคนอื่นบ้าง” 

“ก็มันเรื่องจริงนี่ แล้วไอ้หมอนี้มันเป็นใครทำไมต้องกอดมันด้วยว่ะ ก็บอกแล้วว่าอย่าใกล้ใครมากเกินไปโดยเฉพาะพวกผู้ชาย!” ฟิวเจอร์พูดเสียงดังด้วยความเอาแต่ใจ 

“ผมเป็นเพื่อนสนิทของนินาว”  

“มึงอย่าเสือกกูถามเมียกูเว้ย”  

“อ้าว !!” พอหันไปว่าเซี่ยวเฟยเสร็จก็กลับมาคาดคั้นต่อจากฉัน เขาจะโมโหอะไรนักหนา ทีตัวเขาเองทีผู้หญิงเข้ามากอดมาหอมฉันยังไม่เห็นจะว่าอะไรเลยอ่ะ ถึงจะแอบหึงเขาอยู่บ้างก็ตาม   

“พูดมาสินินาว ไอ้เชี่ยนี่มันเป็นใครกัน” ฉันว่าฟิวเจอร์ตอนนี้เริ่มจะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว โดนขัดใจนิดหน่อยก็แสดงสีหน้าออกมาหมดเลย  

“สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไหร่ ฉันก็จะบอกตอนนั้นแหละ ไปกันเหอะเฟย เดี๋ยวนาวพาไปทำแผลให้ป่ะ อยู่นี้มีแต่จะปวดหัวกว่าเดิมไปเหอะ” พอฉันพูดจบก็อผละออกจากกอดของฟิวเจอร์แล้วเดินไปออกไปจากตรงนั้นกับเพื่อนทันที รอดูนะทุกคน พอฉันนับถึงสามเสียงของฟิวเจอร์จะตะโกนเสียงดังอย่างไม่อายใคร นับ หนึ่ง สอง สาม  

“นินาว กลับมาหาฉันนะเว้ย จะไปไหน จะไปกับมันทำไม ถ้าไปจะโกรธจริงแล้วนะเว้ย! ” ตะโกนอยู่ได้ เขาไม่อายแต่ฉันอายนะเว้ย  

“โอ้ยจะตะโกนเสียงดังทำไม ไม่อายคนอื่นหรือไงห่ะ! ฉันให้เวลาสงบอารมณ์ สิบนาที ถ้ายังไม่เห็นจะกลับเอง ฉันจะไปรอกับพวกแฟรงค์” ฉันพูดจบฟิวเจอร์ก็เงียบไปทันที  

“ฮึ หมอนั่นดูจะกลัวนินาวนะ” เซี่ยวเฟยถามขึ้นหลังจากเราเดินออกมาจากตรงนั้น 

“เขาไม่กลัวนาวหรอก เขาแค่เป็นคนนิสัยเสียที่แก้ยังไงก็ไม่หายเท่านั้นแหละ เลยต้องใช้วิธีแบบนี้แหละถึงจะหยุดแหกปาก ร้องอยู่ได้แถมยังไม่อายคนในคณะอีก” 

“ฮ่าๆ ขนาดนั้นเลย” เฟยขำท่าทางของฉันที่แสดงออกไป จนต้องตีแขนล่ำของเขาอย่างแรง  

“ช่างเรื่องเขาเหอะว่าแต่ เฟยจะกลับมาเรียนคณะอะไรอ่ะ ใกล้จะจบแล้วไม่ใช่หรอ” 

“เราโอนวิชามาของคณะบริหารธุรกิจอ่ะ ดีที่มหาลัยของนินาวอยู่เครือเดียวกันของที่ฮ่องกง ” พยักหน้าเขาใจในสิ่งที่เพื่อนบอก 

“อ๋อ แล้วจะมาอยู่นานไหมอ่ะหรือว่าเรียนจบก็กลับไปทำงานกับเฮียเนมม์เหมือนเดิม” 

“เราก็ยังไม่รู้อ่ะ แล้วแต่เฮียเนนม์ แต่แกบอกว่าอาจจะสองสามปีนี่แหละ รอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางก่อน ป๊ากับม๊าเราบ่นคิดถึงนินาวตลอดเลยนะ” 

“เราก็คิดถึง คิดถึงทุกคนที่อยู่ไต้หวันนั่นแหละแต่ยังไม่มีเวลาว่างไปเยี่ยมท่านเลยอ่ะ ไว้ว่างๆจะโทรหาท่านแล้วกัน” 

“ได้ๆๆ งั้นเราไปก่อนนะ เจอกันที่บ้านเจ๊นิว” 

“เฟยอยู่ที่นั่นหรอ เรานึกว่าอยู่คอนโดซะอีกอ่ะ”  

“อืม เฮียเนมม์จัดการให้หนะ งั้นเราไปนะ โน่นแฟนนาวเดินหน้ายุ่งมาแต่ไกลแล่ว ไว้เราจะโทรหาแล้วกัน บายครับ” เฟยยิ้มหวานให้ก่อนจะผละออกไป  

“จ๊ะ บาย กลับดีๆหละ อย่าลืมโทรบอกนาวด้วย” พอเซี่ยวเฟยเดินออกไปแล้วฟิวเจอร์ก็รีบเดินมาหาฉันทันทีด้วยเสียหน้าที่บ่งบอกอารมณ์ว่ามันยังไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ไม่ได้เท่าเมื่อตะกี้ 

“นินาวกลับกันได้แล้ว” ฉันเงียบไม่ตอบเขา เพียงแต่เดินต่อไป ราวกับบอกว่าไม่อยากจะคุยด้วยซึ่งเขาก็เดาออก ก่อนจะปรับเสียงตัวเองให้อ่อนลงจากเมื่อสักครู่  

“อย่าเงียบดินาว ไม่เอาแบบนี้ ขอโทษก็ได้ที่อารมณ์เสียใส่ที่ตะคอกใส่ เป็นใครก็ต้องเป็นแบบฉันป่ะว่ะ ที่อยู่ดีๆเมียตัวเองก็พุ่งไปกอดกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้อ่ะ มันหวงนะเว้ย” ทั้งพูดทั้งเดินตามฉันไปเรื่อย ถ้าพูดเบาจะไม่ว่าเลยแต่นี่แทบตะโกนเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่ามันจะเลิกเรียนแล้วแต่มันก็ยังมีคนอยู่ไม่น้อยเลยนะ ไม่อายอะไรบ้างเล้ย  

“ ฟิวเจอร์! จะเสียงดังทำไม แล้วใครเมียนาย เลิกพูดแบบนี้เลยนะ” ฉันหันมองเขา โดยใช้สายตากดดัน แต่มีหรือที่คนอย่างฟิวเจอร์จะกลัวฉัน 

“หรือไม่จริง นอนก็นอนด้วยกันทุกคืน อยู่ก็อยู่ด้วยกันทุกวันอ่ะ ถ้าไม่ใช่ผัวเมียแล้วเป็นอะไรกันหละบอกมาซิ หรือจะเถียงครับ” นั่นไงเขาเอาความจริงมาพูดแบบนี้ใครจะไปเถียงเขาได้หละ แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ควรพูดนะเพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน แค่คบกันแล้วอยู่ด้วยกันคนอื่นก็เอาไปพูดถึงไหนต่อไหนแล้ว 

“ไม่ชอบ อย่าพูดแบบนี้อีกก็แล้วกัน” เฮ้อที่เขาพูดมามันก็ถูกทั้งหมดนั่นแหละ ทำไมต้องชอบป่าวประกาศไปทั่วด้วย จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วเนี่ย 

“บอกมาเลยนะว่าไอ้หน้าหวานนั่นมันเป็นใครทำไมต้องไปกอดมันด้วย” พอจบประโยคก่อนหน้าแล้วก็ถามเข้าประเด็นทันที  

“เขาเป็นเพื่อนสมัยเด็กของนาวเอง ชื่อเซี่ยวเฟยมาจากไต้หวัน”  

“เพื่อนบ้าอะไรทำไมต้องกอดกันขนาดนั้น เคยคบกันหรือไง” พอได้ยินที่เขาพูดจบฉันก็ตวัดสายตาไปมองทันที กล้าพูดมาได้ใครจะไปเจ้าชู้เหมือนเขากัน เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่กิ๊กเก่าทั่วมหาลัยไปหมด  

“ฉันไม่ได้เจ้าชู้เหมือนนายนะที่จะได้คบคนอื่นไปทั่ว ก็เป็นซะแบบนี้ไง ถึงไม่อยากบอกอะไร พอบอกแทนที่จะใจเย็นๆ ใช้เหตุผลบ้างแต่นี่อะไรพอบอกออกไปก็โมโห ซ้ำยังไปต่อยเขาอีก ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ฉันนะจะไม่บอกอะไรเลยเอาแบบนี้ไหมหละ” ก็จริงอย่างที่ฉันพูดมานั่นแหละ พูดหรือบอกอะไรไม่เคยจะคิด เอะอะก็มีแต่ใช้กำลังแก้ปัญหาแบบเด็กๆ ทั้งๆที่ตัวเองก็โตแล้วด้วย สงสัยจะโตแต่ตัวหนะสิฉันว่า 

“ไม่เอา เออๆ เพื่อนก็เพื่อน งั้นเรากลับกันเลยนะ” ทำหน้าเซ็งมาให้ฉันเสร็จก็เปลี่ยนเป็นส่งยิ้มหวานมาให้ เขาเป็นไบโพลาหรือเปล่าเนี้ย อารมณ์ก็เปลี่ยนเร็วเกิ๊น 

“นาวบอกว่าจะกลับเองไง แล้วมารับเนี่ย ทำงานที่ทำเสร็จหรือยังถึงได้มารับอ่ะ” ฉันหันไปถามเจ้าตัวแต่ก็ได้คำตอบสั้นๆได้ใจความกลับมา  

“ยัง” เออ รู้เรื่องค่ะ 

“แล้วทำไมไม่ทำงานให้มันเสร็จก่อน จะมารับทำไม ก็บอกว่าจะกลับเองได้ไงโว๊ะ” ฉันบอกเขาออกไปด้วยอารมณ์ที่มันเริ่มจะขึ้นมาแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร 

“ทำไมช่วงนี้ขี้บ่นจังว่ะ” ฟิวเจอร์พึมพำกับตัวเองแต่ฉันเนี่ยหูดันดีได้ยินเต็มสองรูหูเลยจ้า 

“เออ บ่นแล้วไง ไม่ชอบก็ไม่ต้องมารับ งั้นฉันกลับเองก็ได้ ถ้ามันลำบากใจนายมากก็ไม่ต้องมารับกันอีก !” พูดจบฉันก็สะบัดหน้าหนี ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมช่วงนี้ถึงหงุดหงิดบ่อยๆ แถมตอนเช้ายังชอบเวียนหัวด้วย ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้นอนดึกเลยนะช่วงนี้ 

“อ้าวมาแล้วหรอนาว หวัดดีมึงฟิวเจอร์” เพื่อนๆฉันและหลานรหัสไม่ได้ทำหน้าตกใจอะไร กับการมาของเขา  

“สวัสดีครับพี่ฟิวเจอร์” เขาไม่พูดตอบน้องแต่พยักหน้าให้แทน  

“อะนี่ขนมกับน้ำ  โต้เอาไปทานที่สนามก็ได้นะถ้ารีบหนะ” ฉันหันไปบอกหลานรหัสตัวเอง ออโต้พยักหน้ารับแล้วหยิบขนมไปห่อหนึ่งกับน้ำขวดหนึ่ง แล้วก็หยิบกระเป๋าสะพาย ส่งยิ้มให้ก่อนจะลาพวกฉันไปซ้อม 

“ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับพี่นินาว สวัสดีครับพี่ๆทุกคน” 

“ตั้งใจซ้อมหละมึง วันหลังเดี๋ยวพกพี่เลี้ยงเหล้า” ฉันหันไปด่าเพื่อนทางสายตา แต่มันไม่สนใจ ชิ ให้มันได้อย่างนี้สิ  

 “ เจอกันพรุ่งนี้จ๊ะ” ฉันยิ้มให้หลานรหัสที่กำลังเดินออกไป กำลังจะหยิบพวกหนังสือเรียนกับชีทเรียนแล้วก็กระเป๋าแต่ฟิวเจอร์ก็เข้ามาฉวยกระเป๋าหนังสือฉันที่วางอยู่โต๊ะที่พวกเพื่อนฉันนั่งอยู่ไปถือให้ แล้วเดินออกไปก่อนฉัน ทิ้งให้ฉันยืนงงๆไม่มีอะไรถือ  

“ชิ งั้นฉันกลับก่อนนะอาร์ค เมล แฟรงค์” 

“เออๆ อย่าทะเลาะกันบ่อยนักหละแกสองคนหนะ ถาพวกแกมีลูกเนี้ยคงหัวปีท้ายปีแน่ๆ ” ฉันหันไปจิกตาใส่เพื่อนทั้งสามคน แต่มันกลับหัวเราะใส่ ลูกบ้าลูกบออะไรหละ พวกมันอ่ะพูดจาเลอะเทอะแล้ว 

 

 

#ลีมุนอา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว