matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.6k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2558 02:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 20
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 20 -

 

            ทุกคนบนโต๊ะต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะบรรยากาศมาคุชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น หันไปมองตัวต้นเหตุก็ยิ่งเซ็งเพาะนั่งทำหน้าตาบ๊องแบ๊วไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าไม่รู้จริงๆหรือแค่แกล้งไม่รู้ เจ้าตัวยังส่งยิ้มหวานตักนั้นตักนี้ใส่จานให้คนนั่งตรงข้ามเรื่อยๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่ไอ้เจ้าของจานมันนั่งหน้านิ่งตาดุสร้างบรรยากาศมาคุปรกคลุมทั่วพื้นที่อยู่

 

ปอนั่งมองเลิฟที่ตักกับข้าวมาใส่จานตัวเองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นิ่งจนเกินไปชนิดที่เรียกว่าผิดปกติ ไอ้เลิฟมันจงใจเลี่ยงตอบคำถามเขาเรื่องรอยฝ่ามือบนหน้ามัน เวลาเขาถามมันก็ทำเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง เขาเองก็เลยลองเฉยๆมันก็ยิ่งทำเนียนไม่ยอมพูด

 

จนผ่านมาสามวันแล้วความอดทนเขามันเลยหมด พอลองถามมันอีกครั้งดูแต่มันยังกวนส้นตีน ไม่ตอบไม่พอแม่งไม่สนใจสิ่งที่เขาถามเลยเหอะ เขาเลยเงียบไม่คุยกับมันตั้งแต่เมื่อเช้าจนถึงตอนนี้ ในเมื่อแม่งเลือกที่จะเงียบเขาก็จะเงียบเหมือนกัน ไม่อยากบอกไม่อยากเล่าเหี้ยอะไรก็ไม่ต้องพูด

 

เลิฟพยายามตักนั้นตักนี้ใส่จานข้าวให้ปออย่างเอาใจ แต่พอเขาตักอะไรไปให้ปอมันก็ไม่กิน เขาเลยตักใส่ซะเต็มจานกะว่ายังไงก็ต้องกินแน่ๆ ที่ไหนได้มันหยุดกินเฉยเลยแถมทำท่าจะลุกออกจากโต๊ะไปอีก

 

 

"อ้าว...อิ่มแล้วหรอวะ" กิงที่นั่งกินข้าวข้างๆปอถามขึ้นด้วยความแปลกใจ เขาเห็นไอ้ปอมันพึ่งตักกินไปสองสามคำเอง ทำไมวันนี้มันอิ่มเร็วจังปกติแดกช้างได้เป็นตัว

 

"เออ" ปอว่าเสียงเรียบแล้วจะลุกออกจากโต๊ะแต่มีมือมาดึงไว้ก่อน

 

“ไปไหนอ่ะ” เลิฟวางช้อนกินข้างลงแล้วถามปอขึ้นอย่างร้อนรน เอื้อมมือไปจับแขนปอไว้ก่อนที่ปอจะลุกขึ้น

 

“ปล่อย” ปอปรายตามองมือเลิฟที่จับแขนตัวเองอยู่นิดๆ ส่วนเลิฟก็ส่ายหัวปฏิเสธกำแขนปอแน่นยิ่งกว่าเก่า แต่ปอใช้มืออีกข้างแกะมือเลิฟที่กำแขนออกอย่างง่ายดายแล้วลุกขึ้นเดินออกไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ ทำเอาเลิฟที่นั่งอยู่น้ำตาซึมกับท่าทางเย็นชาของปอ

“ปอ” เสียงสั่นๆที่เรียกทำให้ปอชะงักเท้าแล้วหันกลับมามอง

 

“มึงมีอะไรจะพูดมั้ย” ปอลองถามอีกรอบ ถ้าครั้งนี้มันยังไม่พูดอะไรออกมา อย่าหาว่าเขาใจร้ายก็แล้วกัน พยายามส่งสายตากดดันเต็มที่ จนเลิฟต้องหันหน้าหนีไปอีกทาง

 

"เย็นนี้แวะซื้อของก่อนกลับด้วยนะ" หลังจากที่จ้องตากันอยู่นาน สุดท้ายเลิฟก็เลือกที่จะเฉไฉไม่ยอมพูดอยู่ดี

 

"นี่คือเรื่องที่มึงจะบอกกู" ปอยืนจ้องหน้าเลิฟเขม็ง พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่เดินเข้าไปบีบคอคน

 

 

"มึงจะไปซื้อของ" ปอถามย้ำ

 

"อือ" เลิฟพยักหน้าตอบแต่ไม่ยอมมองหน้าปอ ใครจะไปกล้ามองแค่เสียงก็โหดละ หน้านี่ไม่ต้องมองก็รู้

 

"งั้นมึงเอาไป" ปอว่าเสียงเข้มแล้วเดินกลับมาหาเลิฟที่โต๊ะ ควักกระเป๋าตังเปิดหยิบเงินออกมาจำนวนนึง แล้ววางทั้งกระเป๋ากุญแจรถกับคีย์การ์ดคอนโดให้เลิฟบนโต๊ะแรงๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกมาแบบไม่พูดอะไรอีก

 

 

ท่าทางของปอทำเอาเลิฟที่นั่งอยู่ตกใจไม่น้อย เพราะจู่ๆปอก็เอาของทุกอย่างมาวางไว้แล้วเดินไปเลย จนเลิฟต้องรีบลุกตามไปดึงแขนไว้

 

"ปล่อย" ปอพูดทั้งๆที่ไม่ยอมหันหน้ามามองเลิฟ

 

"จะไปไหน" เลิฟปล่อยมือที่ดึงแขนไว้แล้วไปยืนขวางหน้าปอแทน ปอก้มมองเลิฟแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ตัดสินใจทำบางอย่างที่รู้ว่าอีกคนจะเสียใจ

"เบียร์เลิกเรียนยังเดี๋ยวพี่ออกไปรับ...เออๆกำลังจะไปแค่นี้นะ" ปอคุยกับปรายสายเสียงอ่อนแล้วกดวางสายไป ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเลิฟนิ่งๆ

 

"หลีกกูจะรีบไปรับน้องเบียร์" ปอพูดจงใจเน้นชื่อของเบียร์ให้เลิฟได้ยินชัดๆ แล้วผลักเลิฟออกเบาๆให้พ้นทางเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะเลิฟดึงเสื้อเขาไว้แน่น

 

"กลับบ้าน" เลิฟกำชายเสื้อของปอแน่นพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ถึงแม้ว่าตอนนี้น้ำตามันกำลังจะไหลก็ตาม

 

"ไหนมึงบอกจะไปซื้อของ" ปอก้มลงมองเลิฟที่ยืนก้มหน้ากำเสื้อเขาแน่นจนมือแดง

 

 

"ไม่ไปแล้วกลับบ้านนะ" เลิฟส่ายหัวจนผมกระจาย เขาไม่อยากไปไหนทั้งนั้นตอนนี้ เขาอยากกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย

 

เลิฟถึงกับตกใจเงยหน้าขึ้นมองปอทันที เพราะปอแกะมือที่เลิฟกำเสื้อตัวเองออก ปอมองหน้าเลิฟด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นก็ปล่อยแขนของเลิฟทิ้งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก หันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะหยิบของทุกอย่างขึ้นมา แล้วเดินกลับมายืนหยุดนิ่งที่หน้าเลิฟ มองหน้าเลิฟที่มองกลับมาด้วยแววตาตัดพ้อต่อว่า

 

 

พอเห็นแววตาแบบนี้ของเลิฟใจของปอก็กระตุกไม่ใช่น้อยแต่ยังตีหน้านิ่งอยู่ เขาจับแขนมันขึ้นมาแล้ววางคีย์การ์ดคอนโดลงบนมือ

เลิฟมองการกระทำของปอด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้เขารู้สึกแย่แบบบอกไม่ถูก ใจเสียกับสิ่งที่ปอทำพอสมควร มันเหมือนว่าปอจะไม่กลับพร้อมเขา เหมือนว่าปอจะทิ้งเขาไปหาคนที่ชื่อเบียร์

 

 

"เอามาให้ทำไมเอาไว้กับปอก็ได้ยังไงก็กลับด้วยกัน" เลิฟว่าเสียงสั่นฝืนยิ้มให้ปอทั้งๆที่น้ำตาจะไหล พยายามยัดคีย์การ์ดคืนให้ปอ

"กูไม่กลับ" ปอว่าเสียงเรียบแล้วดึงมือตัวเองออกจากมือเลิฟ จนคีย์การ์ดที่เลิฟพยายามยัดคืนใส่มือปอร่วงลงไปที่พื้น

 

เลิฟก้มลงเก็บคีย์การ์ดด้วยมือที่สั่นเทา น้ำตาที่พยายามกลั้นไม่ให้ไหลมาตลอดทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก จู่ๆเขาก็รู้สึกหมดแรงจนไม่อยากจะลุกไปไหน ได้แต่นั่งยองๆเอาหน้าซุกเข่ามือก็กำคีย์การ์ดไว้แน่น

 

ปอยืนมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่กับพื้นด้วยแววตาสั่นไหวพอๆกับหัวใจที่มันแกว่งๆ จริงๆเขาไม่ได้อยากจะให้มันร้องไห้ขนาดนี้ แต่คนมันโมโหจะให้ไปตบตีลากแม่งมากระทืบก็ทำไม่ได้เต็มที่ก็ได้แค่นี้ ถ้าใครรู้สาเหตุคงบอกว่าเขางี่เง่าที่ทะเลาะกับมันเพราะเรื่องแค่นี้ แต่ไม่เป็นกูไม่รู้หรอกครับว่าแม่งรู้สึกยังไง เขาพ่นลมหายใจออกมาหนักๆตัดสินใจเดินผ่านร่างเล็กนั้นไป 

 

 

เลิฟมองรองเท้าของปอที่เดินผ่านไปแล้วรีบลุกขึ้นตาม โผเข้ากอดปอขากทางด้านหลังแน่น ปอชะงักเท้ายืนอยู่กับที่แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น ปอก้มลงมองแขนเล็กๆที่กอดตัวเองอยู่แล้วตัดสินใจแกะมันออก ส่วนเลิฟเองก็พยายามยื้อไว้ไม่ยอมให้ปอแกะออกได้ แต่สุดท้ายก็สู้แรงปอไม่ได้อยู่ดี

 

ปอจับแขนสองข้างของเลิฟไว้แน่นแล้วหันหลับมาเผชิญหน้ากับเลิฟ เขามองคนตัวเล็กที่ยืนร้องไห้น้ำตานองหน้าแล้วก็รู้สึกสงสาร เลยเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกให้ก่อนจะสบตาแดงช้ำนิ่งๆ

 

“ปอกลับบ้านนะ” เลิฟว่าเสียงสะอื้นฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง

 

“งั้นมึงบอกมาใครตบหน้ามึงแล้วไอ้เหี้ยในรูปเป็นใคร” ปอว่าเสียงเข้ม วันนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันทำเฉยอีกแล้ว ถ้ามันยังดื้อไม่ตอบเขาจะไปลากไอ้เหี้ยนั้นมาถามเอง

 

“ไม่มีใครทั้งนั้นแหละอย่าไปยุ่งกับเขาเลย” เลิฟยังคงดื้อแพ่งไม่ยอมบอก

 

“ทำไม!!มึงห่วงเหี้ยอะไรมันนักหนาหรือมันเป็นผัวมึงอีกคน” ปอตวาดใส่เลิฟอย่างเหลืออด เขาไม่เข้าใจจริงๆว่ามันจะปกป้องไอ้เหี้ยนี้ทำไมนักหนา

 

“ไม่ใช่นะเลิฟไม่ได้มีคนอื่น” เลิฟว่าสะอึกสะอื้นยืนร้องไห้จนตัวโยน ส่ายหัวจนผมกระจาย

 

“ถ้าไม่ใช่มึงก็บอกมาว่าแม่งเป็นใคร!!!” ปอตวาดใส่จนเลิฟสะดุ้ง แขนทั้งสองข้างที่ปอจับไว้รู้สึกเจ็บจนร้าวไปทั้งแขน เพราะปอบีบมันไว้แน่นยิ่งปอโกรธแรงบีบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

 

            “มึงจะไม่ยอมบอกใช่มั้ย” ปอถามย้ำกับเลิฟอีกครั้ง แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบจากเลิฟ

 

            “ได้....ถ้ามึงจะเอาแบบนี้กูจะไม่เสือกอีก” ปอพูดเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะปล่อยแขนของเลิฟลงแล้วเดินหนีออกมา เพราะถ้ายังขืนอยู่ต่อไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรเหี้ยๆลงไปไหม

 

 

ตอนนี้เขาบอกได้เลยว่าไม่มีอารมณ์จะทำใจเย็นห่าอะไรทั้งนั้น โคตรจะหงุดหงิดโมโหแม่งที่ไม่ยอมพูดอะไร แถมยังทำตัวเหมือนปกป้องไอ้เหี้ยนั้นอีก อย่าให้เขาเจอตัวแม่งก็แล้วกันกูไม่สนทั้งนั้นว่ามึงเป็นใคร พ่อมึงใหญ่แค่ไหนกูจะกระทืบให้ไปนอนแดกข้าวที่โรงบาลเลย

 

“ปออย่าไป” เลิฟเรียกเสียงดังแล้ววิ่งมากระชากแขนปอไว้เต็มแรง เขารู้ว่าตัวเองผิดแต่ปอก็ไม่ควรทำแบบนี้ ถึงปกติปอก็จะออกไปหาใครต่อใครอยู่แล้ว แต่ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่ปอจะโทรไปบอกว่าจะไปรับ เขากลัวว่าคนนั้นจะสำคัญกับปอจนเขาจะต้องเสียปอไป

 

“ปล่อย!!” ปอตะคอกเสียงเข้มแล้วสะบัดแขนข้างที่เลิฟจับอยู่แรงๆ จนเลิฟลงไปกองกับพื้นเพราะแรงเหวียง จนคนอื่นๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วคอยสังเกตุตลอดถึงกับตกใจ แม้แต่ปอเองก็ตกใจเหมือนกันเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเจ็บตัว

 

“เลิฟ!!!!” นาวเรียกเพื่อนเสียงดังแล้วรีบวิ่งมาดูเลิฟที่กองอยู่กับพื้น เธอมองเพื่อนตัวเองกับพี่ปอยืนทะเลาะกันตั้งแต่แรกแล้ว ที่ไม่ได้เข้ามายุ่งเพราะไม่อยากเสือกเรื่องของผัวเมีย แล้วก็ไม่ได้คิดว่าพี่ปอมันจะทำเพื่อนเธอเจ็บตัว ถึงเท่าที่เห็นจะรู้ว่าพี่มันไม่ตั้งใจก็เหอะ แต่มันจำเป็นต้องทำอะไรรุนแรงขนาดนี้หรอวะ

 

ปอสบตากับนาวที่มองเขม็งมาที่เขาด้วยความโมโหแบบไม่ปิดบัง ถ้าสายตาน้องมันฆ่าเขาได้คือเขาตายแล้วครับแม่งมองได้โคตรทิ่มแทง เขาเบนสายตาไปมองไอ้เลิฟนิดๆแต่ไม่ได้เข้าไปช่วยพยุง ปล่อยให้เพื่อนมันอีกสองคนพยุงกันไป

 

“เบียร์เป็นใครทำไมต้องรีบไปหาขนาดนั้นด้วย” เลิฟตัดสินใจถามออกไปทั้งๆที่ในใจก็กลัวคำตอบที่จะได้รับ  แต่ก็อยากรู้คำตอบอยู่ดีและถ้ามันเป็นอย่างที่คิด เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นยังไง

 

“แล้วไอ้เหี้ยนั้นเป็นใคร” ปอไม่ตอบแต่ถามกลับแทน ที่เขาถามไม่ใช่ว่าระแวงหรือรู้สึกห่าอะไรทั้งนั้น แต่ถามเพราะอยากได้คำตอบว่าใช่ไอ้เหี้ยนี่รึเปล่าที่ตบหน้ามัน แต่มันก็เสือกไม่ยอมพูดอะไรเลยแถมยังบอกไม่ให้ไปยุ่ง แสดงว่าไอ้คนในรูปต้องสำคัญกับมันพอสมควรและแม่งยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด

 

“ถ้ามึงไม่คิดจะเล่าอะไรให้กูฟัง มึงก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรเรื่องของกูเหมือนกัน” ปอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้มันเย็นชาที่สุด แล้วมองหน้าเลิฟด้วยแววตาเรียบนิ่งว่างเปล่า

 

ปอยืนจ้องหน้ากับเลิฟที่ยืนมองมาที่เขานิ่งไม่ได้ขยับไปไหน ยืนมองตากลมโตคู่สวยที่ตอนนี้แดงช้ำไปหมด และกำลังส่งสายตาตัดพ้อมาให้เขา ริมฝีปากอิ่มก็โดนเจ้าของกัดจนเลือดซิบ น้ำตายังคงไหลอาบใบหน้าเนียนไม่ขาดสาย นี่มันคงกะจะร้องให้ตายไปข้างเลยมั้ง

 

“แม่งเอ้ย!!!” ปอสบถออกมาเสียงดังอย่างหงุดหงิด เพราะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ตัดสินใจเอื้อมมือไปกระชากแขนเลิฟเข้ามาหาตัวเองแรงๆ

 

“โอ๊ย!!!” เลิฟร้องออกมาเพราะความเจ็บจากแรงบีบที่แขนกับแรงกระชาก

 

“ปล่อย” เป็นเลิฟบ้างที่พยายามแกะมือปอให้ปล่อย เพราะตอนนี้ปอดูน่ากลัวเหมือนวันนั้นไม่มีผิด

 

คนอื่นๆที่เห็นปอทำรุนแรงกับเลิฟก็รีบวิ่งเข้ามาหาหวังจะห้าม เพราะดูจากท่าทางปอน่าจะฟิวส์ขาดไปแล้วตอนนี้ ขืนปล่อยให้ปอพาเลิฟไปได้งานนี้มีเจ็บตัวกันไม่น้อย

 

 

“อย่าเสือก!!” ปอพูดเสียงเข้มจนคนที่ตั้งท่าจะเข้ามาช่วยเลิฟต่างพากันหยุดยืนกับที่ ปอมองไปที่ทุกคนด้วยแววตาดุดันแล้วก้มลงมองเลิฟที่พยายามดิ้นให้หลุดจากมือเขา

 

“ส่วนมึงมานี่” ปอกระชากแขนเลิฟแรงๆแล้วบังคับลากให้เดินตาม เขาโคตรโมโหไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องหัวเสีย แล้วมาทะเลาะกับมันเพราะไอ้เหี้ยในรูปนั่นด้วย

 

 

เขาลากไอ้เลิฟมาเรื่อยๆไม่สนใจเสียงร้องโวยวาย เสียงร้องห้ามของคนอื่นๆที่พยายามจะช่วยมัน พวกแม่งคงคิดว่าเขาจะลากมันมากระทืบมั้ง ถ้ากูกล้าทำกูทำไปนานแล้วครับแต่เพราะไม่กล้าไงเลยต้องลากแม่งมาแบบนี้ ถึงจะไม่กล้ากระทืบไม่ได้แปลว่าไม่กล้าทำอย่างอื่นนะครับ

 

ปอลากเลิฟมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟท์ใต้ตึกคณะ แล้วเอื้อมมือไปกดปุ่มรอไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออก เขาจัดการเหวี่ยงคนตัวเล็กเข้าไปข้างในแล้วเดินตามเข้าไป ก่อนจะกดปิดลิฟท์ทันทีไม่สนใจคนอื่นๆที่วิ่งตามมา จากนั้นก็กดปุ่มให้ลิฟท์หยุดอยู่กับที่ แล้วหันกลับไปมองเลิฟที่ยืนอยู่อีกมุมนึงของลิฟท์นิ่งๆ วันนี้เขาต้องได้คำตอบทุกอย่างที่สงสัย ทั้งเรื่องคนในรูป รอยฝ่ามือบนหน้ามัน รวมทั้งไอ้อาการแปลกๆเวลามันเข้าลิฟท์ด้วย

 

นาวที่วิ่งตามหลังปอมามองประตูลิฟท์ที่ปิดลงด้วยแววตาตื่นตระหนก ใช้มือทั้งสองข้างทุบประตูลิฟท์แรงๆ เธอไม่รู้ว่าพี่ปอพาเพื่อนเธอเข้าไปในนั้นทำไม แต่ที่เธอรู้คือถ้าเข้าไปนานๆเพื่อนเธอแย่แน่ๆ นาวเลยทั้งแหกปากตะโกนเรียก ทั้งทุบประตูลิฟท์เพื่อให้ปอเปิดมัน แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆจากคนข้างในเลย

 

ปอเหลือบสายตามองไปที่ประตูลิฟท์เล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจแล้วหันมามองที่เลิฟเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนเลิฟจะไม่ได้สนใจปอเลยสักนิด เพราะเจ้าตัวยืนหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆลิฟท์อย่างหวาดระแวง แล้วปอเองก็ยืนสังเกตุอาการเลิฟเงียบๆ

 

“ปอเปิดประตู” เลิฟบอกเสียงสั่นแล้วมองมาที่ปออย่างขอร้อง

 

“ไม่..จนกว่ามึงจะยอมบอกกู” ปอว่าเสียงแข็งแล้วเอาตัวเองยืนบังปุ่มกดไว้ กันไม่ให้เลิฟเข้ามากดได้

 

“ไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้นแหละ..เปิดลิฟท์เหอะนะ” เลิฟพยายามขอร้อง น้ำตาเริ่มไหลลงมาเต็มใบหน้าอีกครั้ง ส่วนปอก็ยังคงเฉยยืนมองเลิฟนิ่งๆแล้วไม่พูดอะไรต่อ เขายืนมองอยู่แบบนั้นนานพอสมควรจนเริ่มเห็นความผิดปกติ

 

“มึงเป็นอะไร” ปอถามเพราะเห็นว่าเลิฟเริ่มหายใจแรงผิดปกติ

 

“เปิดประตู” เลิฟบอกเสียงกระท่อนกระแท่น หายใจเข้าออกแรงๆกระชั้นและถี่รัวขึ้น ถอยหลังเดินไปจนชิดผนังลิฟท์ ตากลมโตมองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมใบหน้าเริ่มซีดขึ้นเรื่อยๆ

 

 

เลิฟกำมือทั้งสองข้างแน่นสัมผัสได้ถึงความชื้นของเหงื่อที่ซึมออกมาจนเต็มฝ่ามือ หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมา เขารู้สึกแน่นหน้าอกไปหมดเหมือนจะหายใจไม่ออก จนต้องอ้าปากกว้างๆเพื่อให้อากาศเข้ามาทางปาก ขาสองข้างไม่มีแรงจนเขาทรุดลงไปนั่งที่พื้น ปอเห็นอาการของเลิฟก็หันไปกดลิฟท์แล้วช้อนตัวเลิฟอุ้มขึ้น

 

ปออุ้มเลิฟผ่านหน้าคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยความเร่งรีบ ตนอื่นๆที่เห็นปออุ้มเลิฟออกมาก็พากันตกใจ เพราะพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในนั้นแต่คงจะไม่ดีเท่าไหร่ เพราะดูจากท่าทางตกใจของปอแล้วก็ร่างอ่อนแรงในอ้อมแขนปอแล้ว คิดว่าเหตุการณ์คงแย่พอสมควร

 

นาวที่เห็นปออุ้มเลิฟออกมาก็รีบวิ่งตามหลังปอด้วยความเป็นห่วง จนปอวางเลิฟลงบนโต๊ะว่างตัวนึงแถวๆนั้น เธอเลยถลาเข้าไปนั่งใกล้ๆแล้วหายาดมขึ้นมาจ่อจมูกให้เลิฟ แล้วใช้สมุดเรียนมาพัดเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก

 

“หายใจช้าๆมึง หายใจช้าๆ” นาวบอกเพื่อนให้หายใจช้าๆเพื่อผ่อนลมหายใจ เลิฟเองที่ยังพอมีสติอยู่ก็พยายามทำตามที่นาวบอกเรื่อยๆ จนในที่สุดลมหายใจของเลิฟก็กลับมาเป็นปกติ แต่หน้ายังคงซีดอยู่เหมือนเดิมไม่นานเลิฟก็หลับไปทั้งๆยังงั้นอย่างอ่อนแรง

 

 

ปอที่นั่งประคองเลิฟอยู่พอเห็นว่าเลิฟกลับมาปกติก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อกี้เขาตกใจแทบตายที่จู่ๆมันก็เกิดอาการแบบนั้น จะบอกว่าไม่ตั้งใจก็คงไม่ได้เพราะเขาตั้งใจแบบสุดๆ ที่จะบังคับให้มันพูดโดยใช้อาการแปลกๆของมันเป็นเครื่องมือ แต่เขาไม่ได้คิดเลยจริงๆว่ามันจะทำให้ไอ้เลิฟเป็นแบบนี้

 

 

ตอนนี้มือของปอสั่นจนเห็นได้ชัดเขาก็รู้สึกใจหายเจ็บแปลบๆที่หัวใจขึ้นมาทันที ถ้าสมมุติว่าไม่มีน้องนาวที่ดูท่าว่าจะรู้ดีว่ามันเป็นอะไรมาช่วยมันแบบตอนนี้ เขาไม่รู้เลยครับมันจะเป็นยังไง คิดถึงตรงนี้ปอก็กอดเลิฟแน่นเอามือลูบหัวลูบหลังเลิฟเบาๆ กดจูบลงที่ขมับเต็มแรง

 

 

เขารู้สึกโกรธจนอยากจะกระทืบตัวเองที่แม่งคิดอะไรเหี้ยๆ มองไปที่หน้าซีดๆของคนในอ้อมแขนก็ยิ่งโกรธตัวเอง ไม่เคยรู้สึกโกรธตัวเองแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แล้วไหนจะไอ้ความรู้สึกกลัวที่มันเกิดขึ้นมานี่อีก แม่งบอกไม่ถูกเลยว่ะครับความรู้สึกมันตีกันมั่วไปหมด

 

“อย่าทำแบบนี้อีกนะพี่” นาวพูดขึ้นหลังจากพยายามระงับความโมโห ไม่ให้ตัวเองเหวี่ยงปอออกไปที่ทำอะไรบ้าๆแบบนี้

 

“มันเป็นอะไร” ปอถามขึ้นทันทีเพราะอยากรู้ อาการแบบนี้มันไม่ใช่ปกติแล้ว

 

“มันกลัวที่แคบ” นาวตอบปออย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะพูดต่อ

 

“มันเป็นมานานแล้วแต่พักหลังๆนาวเองก็ไม่เห็นมันแสดงอาการอะไร จนคิดว่ามันรักษาจนหายแล้ว แต่อาการมันที่เป็นวันนี้นาวบอกเลยว่ามันแย่กว่าที่เคยเห็น” นาวมองหน้าซีดๆของเพื่ออย่างหนักใจ ทุกครั้งที่เธอถามเลิฟจะบอกเธอเสมอว่าไปรักษาแล้ว แต่อาการวันนี้ทำให้เห็นเลยว่าเลิฟไม่ได้รับการรักษาชัดๆ

ปอที่ฟังที่นาวบอกก็ถึงกับอึ้ง กลัวที่แคบงั้นเหรอ?ไอ้เลิฟเนี้ยนะ เท่าที่เขาเคยได้ยินมาอาการพวกนี้มันเป็นอาการทางจิตชนิดนึง แล้วไอ้เลิฟออกอาการขนาดนี้แสดงว่ามันต้องเจออะไรมารุนแรงพอสมควร มันไปเจออะไรมาก่อนหน้านี้ แล้วใครทำอะไรมัน คำถามเกิดขึ้นในหัวเขาเยอะแยะเต็มไปหมด ตอนนี้มันมีอะไรหลายอย่างเลยสินะที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับตัวมัน

 

“ถ้าจะถามสาเหตุกับนาว นาวก็บอกพี่ตรงๆว่านาวรู้แต่พี่อยากรู้จากนาวหรือจากเลิฟล่ะคะ” นาวพูดดักทางปอเพราะรู้ว่าปอจะถาม

 

ปอเองก็เก็บคำถามที่จะถามนาวเอาไว้ แล้วตัดสินใจไม่ถามต่อ เพราะน้องเล่นพูดมาซะขนาดนี้แสดงว่าไม่อยากบอกอะไรเขาแน่ๆ ทางเดียวที่เขาจะรู้คือต้องถามไอ้เลิฟ แต่คิดแล้วก็หนักใจเพราะไอ้เลิฟเนี้ยแหละตัวดี ไม่ยอมอ้าปากบอกอะไรสักอย่าง

 

ปอพ่นลมหายใจออกจมูกหนักๆแล้วอุ้มเลิฟขึ้นเดินไปที่รถ มีนาวเดินถือของตามหลังไป ยังไงก็แล้วแต่ไว้รอมันฟื้นเขาค่อยถามจากมันก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆเขาคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี่อีก ยอมรับตรงๆว่ากลัวตอนนี้ก็ยังกลัว และอีกเรื่องที่เขาจะทำทันทีที่มันฟื้น คือพามันไปหาหมอ ต่อให้ต้องบังคับกันก็ต้องพาไป ขืนทิ้งไว้แบบนี้คนที่จะแย่ไม่ใช่มันแต่เป็นเขานี่แหละ

 

 

2 Be Con...

 

++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

ไม่รู้จะคุยอะไร ฮาาาาาาาา

มีหลายคนเดาถูกนะว่าเลิฟกลัวที่แคบ

(ก็ไม่น่าจะเดาอยากอ่ะเนอะ)

แต่สาเหตุคืออะไรเดี๋ยวเรามาว่ากันทีหลัง

ตอนนี้มาพร้อมกับความน่ารักของปอแบบเต็มๆ

เอาเป็นว่าเชิญชมและให้พรมันตามสบาย

พี่รุตเป็นใคร? นี่ก็ยังไม่ยอมบอก คนเขียนแม่งกวนประสาทเนอะ

รักคนอ่านคับ^^

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}