i shine

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บาคารี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2562 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บาคารี
แบบอักษร

"ลุง" เสียงเรียกนั้นดังขึ้น

เขาเรียกชายเฒ่าร่างเล็กผิวขาวซีดผมหงอกผอมโทรมนั่งนิ่งอยู่ใต้โพรงไม้ใหญ่ ชายคนนั้นสวมเสื้อผ้าลุ่มล่ามและใช้ผ้าขาวบางมัดปิดบริเวณดวงตา

"อะไร?" เสียงแหบขานรับ

"ผมไปเจอแม่สาวเอเชียเกยตื้นมา แต่ไม่ต้องตกใจนะ ไม่ใช่ศพหรอก"

ชายผิวสีร่างสูงกำยำดูท่าทีตกใจขณะเล่า แขนที่สานด้วยกล้ามเนื้อดูสั่นสั่น

"เธอมีไฝที่เอวด้านซ้ายเหมือนในคำทำนายเลย"

เหล่าชายหนุ่มบนเกาะต่างห้อมล้อมสาวแปลกหน้าที่ลอยมาเกยฝั่ง พวกเขามองด้วยความตื่นเต้นเพราะหลายคนไม่เคยเห็นสาวเอเชียกันเลย พวกเขาเริ่มอยู่บนเกาะตั้งแต่ปี 2010 ส่วนใหญ่คนที่ยังอายุไม่มากจะไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะเจอ

นั่นเป็นเพราะเกาะนี้เป็นพื้นที่ของชนเผ่าที่ต่อต้านวิทยาการทั้งปวงอันเนื่องด้วยความเชื่อเรื่องการเกิดสงคราม แต่ใช่ว่าทุกคนจะไม่เคยเห็นโลกภายนอกเลย เช่น บาคารี เขาชอบล่องเรือออกไปกับเพื่อนชาวอเมริกันและแวะเที่ยวในแถบทางใต้ของแอฟริกาซึ่งไม่ไกลจากเกาะนัก

เขาชินกับคนหลายเชื้อชาจิและเทคโนโลยีแต่ก็ยังโลเทคกว่าคนทั่วไปอยู่ดีนั่นแหละ ก็เขาโตมากับสถานที่ไร้วิทยาการตามสมัย พวกเขาใช้เทคโนโลยีประมาณปี 2019 เท่านั้นแหละ แต่รู้อะไรไหม? นี่ปี 2049!!

อาจดูไม่ห่างแต่ไกลกันมากในด้านเทคโนโลยี มันพัฒนาอย่างก้าวกระโดดยิ่งกว่าที่ใครจะคาดคิด

"ถอยหน่อยพวกบื้อ" เธอแหวกผ่านเหล่าชายกำยำเข้าไปหาเด็กสาวชาวเอเชียที่นั่งงงอยู่

เด็กสาวร่างเล็กพร้อมใบหน้าสวยจิ้มลิ้มรีบเข้าไปประคองหญิงสาวร่างสูงผอมที่มีใบหน้าแบบอาหมวยแต่มีตาสองชั้น

เธอผอม เห็นร่องซี่โครงของเธอได้นิดหน่อยเลย เวลาเธอนั่งกอดเข่างอหลัง เราจะเห็นกระดูกสันหลังของเธอได้ แต่ไม่ผอมนาดที่ดูเหมือนคนโครงกระดูก

ไหล่เธอไม่กว้างนักแต่สะโพกเธอกว้าง เอวคอด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มและผมสีอ่อนกว่าคนจีนหรือคนญี่ปุ่น

"เธอมาจากเขตร้อนแน่ ผมเธอบางมาก" จากิรายืนกอดอกหนักแน่นขณะคุยกับพี่ชายของเธอ เขาคือบาคารี

"จ้าจ้า แม่คนมากความรู้" บาคารีพยุงชายแก่ให้ลุกขึ้นยืน "เราไปถามเธอกันดีกว่า"

"เธอไม่ค่อยเข้าใจสำเนียงของเรานะ"

"แต่พี่พูดสำเนียงอเมริกันได้" บาคารีขยิบตา "แถมลุงก็สำเนียงบริทิช จัดให้สองสำเนียงเลย"

ในอาคารท้ายเกาะมีช่องหนึ่งเปิดรับแสงอาทิตย์ตกยามเย็น มองเห็นทั่วเกาะจากมุมนี้ได้ ณ ชั้นบนสุด

เมกไม้นานาพันธุ์เว้นระยะกันกับพืชไร่ หมู่บ้านไม่ห่างไกลกระจายกันเป็นกลุ่มก้อน เหล่าสัตว์ร้ายแทบไม่พบมีเพียงไม่กี่ส่วนเป็นสัตว์ป่าเพราะที่นี่เคยเป็นเกาะร้างมาก่อน

เกาะร้างไม่มีสัตว์ป่าแต่ที่มีได้เพราะมนุษย์นำพาสัตว์มาเลี้ยงและเพาะพันธุ์แม้กระทั่งนำไปเป็นอาหาร มีบ้างหลุดเข้าป่าเร่ร่อนเป็นผู้ไร้นายจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของป่า

เด็กสาวยังไม่ยอมสวมเสื้อ เธอยืดตัวตรงอ้าแขนรับแรงลมจากห้องโถงที่ไร้กำแพง มีเพียงเสาจำนวนหนึ่งห้อมล้อมเพื่อความแข็งแรง

บาคารีเดินไปข้างหยุดยืนข้างเธอแล้วทำตามเธอบ้าง

ใบหน้าหล่อเหลาและจิ้มลิ้มไปในตัวของเขามันมากเสน่ห์ยิ่งตอนกระทบแสงอาทิตย์มันช่างใจสั่น ทั้งตัวถูกหุ้มด้วยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ กระทบแสงอาทิตย์ก็เกิดเงาจนเห็นความนูนของส่วนที่ปูดออกมา เช่น หน้าอก

"ร้อน" เธอพูดขัดจังหวะที่เขากำลังแหงนหน้าอาบลม

"ฉันว่าไม่เท่าไหร่นะ" เขาตอบด้วยท่าทีเป็นกันเอง ใช่ เป็นกันเองมาก เสื้อก็ไม่ใส่

"ร้อนแรง หมายถึงนาย" เธอบิดกายคลายกล้ามเนื้อ "กล้ามสวยดีนี่"

"ฉันก็ชอบรูปร่างเธอนะ" บาคารีเริ่มยืดตัวบ้าง "เธอเหมือนตัวละครในอนิเมที่ฉันชอบ"

เขาชายตามองเธอที่ใส่แค่สปอตบรากับกางเกงชั้นใน

"นี่รู้จักอนิเมด้วยเหรอ?"

"รู้สิ"

"ว้าว" เธอทิ้งตัวนั่งลงจุดเดิมแล้วเพ่งไปที่ท้องทะเล "เหมือนที่จากิราบอก นายไม่ค่อยต่างจากคนยุค 2040"

"เพราะฉันคลุกคลีกับพวกคนเมือง เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันเถอะ ฉันคิดว่าเธอผ่อนคลายแล้ว"

หญิงสาวหายใจเข้าลึกสุดปอดจนเห็นซี่โครงเธอยกตัวขึ้น "เรื่องมันโคตรแย่เลย"

"ฉันชื่อบัคกี้ ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมชื่อมันคุ้น พ่อฉันโคตรชอบหนังจากค่ายมาร์เวลโดยเฉพาะตัวละครจากทีมอเวนเจอร์ ฉันดีใจนะที่ไม่ได้ชื่อไอรอนแมนเพราะมันฟังดูแปลก ๆ แถม...อา ไม่พูด เดี๋ยวสปอย

อาของฉันทำงานขนส่งทางทะเล ฉันชอบติดเรือไปเที่ยวตามสถานที่นานาเพื่อเก็บภาพไว้เป็นงานอดิเรก ซึ่งมันก็มาซวยแบบ 1 ใน 14 ล้านแบบ

คลื่นซัดกระชากพวกเราพลาดกันทั้งคนทั้งเรือ ตอนนั้นแบบ เชี้ยไรวะ คิดอะไรไม่ออกนอกจากคว้าเอาถังน้ำมากอดไว้ แล้วก็บุ๋งบุ๋ง โครมมมม!! หัวกระแทกอะไรไม่รู้ จมบุ๊ง ลอยขึ้นมาใหม่ เลยพยายามถอดเสื้อผ้าออก แล้วถอดกางเกงยีนส์มาตีลมพองพองแล้วลอยมา

จม ลอย จม ลอย จม ลอย แล้วก็มาติดเกาะ..."

เธอยกแขนขึ้นปาดน้ำตา ที่พูดมาเธอพยายามเล่าให้ตัวเองไม่เศร้า

"กอดหน่อย" บัคกี้อ้าแขนแล้วหันไปทางบาคารี

"ที่นี่เราไม่ถือ" บาคารีกอดบัคกี้เอาไว้

"ไม่รู้ว่าทุกคนเป็นยังไงบ้าง ทั้งที่ฉันก็จำลูกเรือคนอื่นแทบไม่ได้แต่ไม่รู้ทำไมมันผูกพันธ์นัก ทำไมคนที่อยู่ในโลกส่วนตัวมาตลอดแบบฉันถึงเจ็บได้ขนาดนี้ ไม่เคยคิดเลย... ปวดใจเหลือเกิน"

เธอพูดเร็วมาก ร้องไห้หนักมาก ปากสั่น ตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก

"เขาพยายามช่วยฉันมาตลอด! ทุกคนที่ลอยคออยู่ในทะเลคือคนที่ฉันคุ้นชินมา 11 ปี!"

เธอหายใจถี่รัว "อยากกลับบ้าน" เธอบอก

"เธอได้กลับแน่ แต่...ลุงโจอยากรู้อะไรบางอย่าง"

บัคกี้ผงะ "เขามีตาสองสีใช่ไหม?"

"เธอรู้ได้ไง เขาปิดตาไว้ตลอดตั้งแต่เจอเธอ"

"คำทำนายใช่ไหม?" บัคกี้เผลอทิ้งมือลงหน้าอกบาคารีดังตับ

ทั้งคู่ผงะ คลายกอดและมองตา คำถามแล่นเข้าหัว

"ใหญ่จัง" มือเธอเริ่มขยำ

"ที่นี่เราไม่ทำแบบนี้" บาคารีหัวเราะ

"อู้ว ฉันก็ไม่เคยเห็นว่าที่ไหนทำ ฉันแค่อยากแต๊ะอั๋งนายน่ะ เห็นนายเป็นกันเองดีเลยถือโอกาส"

"นี่เธอเศร้าจริงใช่ไหม? เป็นเดดพูลเวอร์ชั่นหญิงรึไง?"

"งั้นมาเป็นก็อปปีแคทของฉันสิ พ่อคนรูปงาม...หน้านายคล้ายดารายุคเก่าคนนึงนะ อ๋อ ไมเคิล บี"

"คิลมองเกอร์ในแบล็คแพนเธอร์น่ะเหรอ?"

"ใช่ ๆ แต่นายตาไม่แบ๊วเท่าเขานะ"

"งั้นเธอต่างหากที่ต้องมาเป็นลินดาของฉัน...ไม่ใช่สิ! เธอนี่ร้ายกาจ"

"ต้องเรียกว่าเจ้าชู้เลยต่างหาก" บัคกี้ลุกขึ้นยืน

บาคารียืดตัวขึ้นยืนแต่ก็ต้องหยุดชะงักทั้งที่ยังไม่ทันหลังตรงกับประโยคของบัคกี้ "ไม่อยากสปอยเลยว่าเราลงเอยกันยังไง"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น