เวียงตะวัน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 25 แกล้งว่ารัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 แกล้งว่ารัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2562 10:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 แกล้งว่ารัก
แบบอักษร

เมื่อจบทริปภูเก็ตหวาน เตโชพฤกษ์ก็กลับมาทำงานปกติ เมื่อทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม่ถึงห้านาที ปานวาดเลขาจอบเนี้ยบก็รีบเปิดประตูเข้ามา เพราะเจ้านายตัวแสบเล่นหายหน้าไปหลายวันและติดต่อไม่ได้เลย เหมือนเธอมีเรื่องเดือนร้อนใจมาก จึงรีบเปิดประตูพรวดเข้ามา โดยไม่ได้เคาะประตู มิวายโดนเตโชพฤกษ์เอ็ดใส่

         “นิ วาด บอกกี่ครั้งแล้วว่าก่อนจะเข้ามาให้เคาะประตูก่อน”

         “โธ่...ก็คุณพฤกษ์เล่นหายไปติดต่อก็ไม่ได้ ถ้าวันนี้คุณพฤกษ์ไม่มาทำงานนะคะ วาดและลูกน้องคุณพฤกษ์นี้ต้องโดนคุณฤทธาไล่ออกแน่ ๆ เพราะอยู่ดีคุณพฤกษ์เล่นเงียบไป คุณกิจก็บอกแค่ว่าคุณพฤกษ์ไปพักผ่อนแต่บอกไม่รู้ว่าไปไหน คุณพฤกษ์รู้ไหมค่ะว่าบริษัทวุ่นวายมากเลยค่ะ”

         “ขนาดนั้นเลยเหรอ...แล้วยายนั้นละ ทำไมไม่ปรึกษาคุณพัดชาเขาละ”

         “คุณพัดชา ไม่มาทำงานเลยค่ะ ตอนแรกวาดนึกว่า ไปกับคุณพฤกษ์ซะอีก แต่ก็มารู้จากคุณฤทธานี้แหละค่ะว่าไม่ได้ไปด้วยกัน คุณพฤกษ์กับคุณพัดชาทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าคะ? เห็นคุณฤทธามาหาคุณทั้งสองที่ห้องทำงานทุกวันเลยนะคะ” หลังจากพูดเสร็จเตโชพฤกษ์ก็มองหน้าเลขาสาวที่เริ่มจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของ

         “นี้ปานวาด ขนาดแม่ฉันยังไม่ถามขนาดนี้เลย แล้วฉันจำเป็นต้องตอบคำถามเธอไหม หึ” เขาเริ่มเกี้ยวกราดใส่เลขาสาว

         “แต่แกต้องตอบคำถามฉัน ไอ้ลูกตัวดี” คราวนี้ผู้เป็นประมุขใหญ่ปรากฏกายเข้ามายังห้องทำงานของเตโชพฤกษ์ ปานวาดเห็นว่าบรรยากาศน่าจะตึงเครียดจึงรีบวิ่งออกไป ปล่อยให้ฤทธาและเตโชพฤกษ์อยู่ในบรรยากาศอึมครึมนี้

         “หายหัวไปไหนมา แล้วทำไมหนูพัดชาไม่มาทำงาน นี้เป็นอะไรกัน ตอนแรกฉันเข้าใจว่าไปด้วยกันแต่ทางติณภพโทรมาบอกว่าลูกสาวเขาไม่มาทำงาน แล้วแกก็หายตัวไป เดี๋ยวนี้แกกล้าทิ้งงานไปกับเรื่องเหลวไหลไร้สาะแล้วเหรอ ขืนแกเป็นแบบนี้ทีมบริหารได้สอยแกร่วงจากตำแหน่งที่แกนั่งแน่นอน” ฤทธาชี้นิ้วและตวาดใส่หน้าเตโชพฤกษ์ที่นั่งทำหน้านิ่งที่ไม่โต้ตอบและไม่คิดจะเถียง พอฤทธาพูดจบ เตโชพฤกษ์ก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยซึ่งตรงข้ามกับใจของเขาในตอนนี้ ตอนนี้เขาโกรธพอของเขาที่นอกจากไม่รู้แผนการของพวก เศวตโชติ แล้ว ยังพยายามให้เขาเดินตามทางที่ผู้เป็นพ่อวางไว้

         “นี้ผมจะมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างไม่ได้เหรอครับ ผมต้องคอยบอกทุกคน ป่าวประกาศให้ใครต่อใครรู้ ว่าผมทำอะไรที่ไหน อยู่กับใคร กินอะไร ดูเหมือนพ่อจะแคร์ความรู้สึกยายพัดชานั้นมากเหลือเกินนะครับ พ่อควรจะถามผมว่าเขาทำอะไรให้ผมไม่พอใจ มากกว่าผมไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจนะครับ นี้พอเป็นถึงประธาน ที.เค. กรุ๊ปนะครับ พ่อมองไม่ออกเลยเหรอว่า เศวตโชติ อยากได้สมบัติเรา เขาเลยทำทุกวิถีทางเพื่อที่ให้ลูกสาวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ ที.เค กรุ๊ป”

         “เตโชพฤกษ์!!!” ฤทธาขึ้นเริ่มขึ้นเสียงใส่ลูกชาย “แล้วที่ทุกวันนี้แกใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายไม่ต้องเข้าไปนอนในคุก ก็ไม่ใช่เพราะเส้นสายของของ เศวตโชติ เหรอ ไม่ใช่เพราะคุณติณภพวิ่งเต้นให้แกเหรอ แล้วมันจะเป็นไรไปถ้าเราจะตอบแทนเขา โดยการสนับสนุนเขาแค่นี้ แกควรทำดีกับหนูพัดชาให้มาก ๆ เพราะยังไงฉันจะให้แกแต่งงานกับหนูพัดชาแน่นอน ฉันไม่ให้แกไปคว้าผู้หญิงที่มีแต่ตัวหรือไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาใช้นามสกุลเทพาธิปกรณ์หรอก ที่ผ่านมาฉันให้แกเลี้ยงดูยังไงก็ได้ไม่เคยขัดใจ แต่คราวนี้แกต้องแต่งงานกับหนูพัดชาเท่านั้น จำเอาไว้”

         “...” เขาได้แต่เงียบ เพราะผู้เป็นพ่อพูดแทงใจดำเขาเหลือเกิน

         “อ๋อ!! แล้วฉันหวังว่าแกคงไม่ทำให้เทพาธิปกรณ์เสื่อเสียมชื่อเสียงนะ เพราะ มันไม่ได้หมายถึงแกแค่คนเดียวนะ มันหมายถึงว่าทุกคนจะโดนผลกระทบด้วย เวลาจะทำอะไรคิดให้มันดี ๆ และรอบคอบ อีก 2 วัน จะมีงานเลี้ยงขอบคุณตัวแทนของสาขาที่เราร่วมทุน ฉันจะให้แกไปร่วมงานกับหนูพัดชา วันนี้หน้าที่ของแกคือพาหนูพัดชาไปทานเข้าวที่บ้านด้วย เพราะแม่แกเริ่มบ่นคิดถึงหนูพัดชา" แล้วฤทธาก็เดินออกจากห้องไป โดยไม่สนใจว่าเตโชพฤกษ์ เหมือนประกาศว่าเขาไม่มีสิทธิ์ขัดใจผู้เป็นบิดาได้

เมื่อถึงเวลาเตโชพฤกษ์ก็ไปรับภัทรกันย์ทีบ้านตามที่พอเขาสั่ง แต่ภัทรกันย์กลับไม่โทรศัพท์หรือไม่แม้แต่อ่านข้อความที่เขาส่งไป จนเขาต้องให้ปานวาดโทรหา ซึ่งปานวาดบอกว่า ภัทรกันย์ตอบปฏิเสธบอกว่าวันนี้เขาจะไม่ไปบ้านของเตโชพฤกษ์ เมื่อไปถึงบ้านภัทรกันย์เขาก็ยังได้รับคำปฏิเสธจากแจ่มจันทร์ว่ายังไงภัทรกันย์ก็ไม่ยอมไปกับเตโชพฤกษ์ จนเตโชพฤกษ์ต้องขึ้นไปตามภัทรกันย์ถึงหน้าห้องของเธอ

"นิคุณ ผมไม่มีเวลามาง้อคุณนะ มันเสียเวลา ยังไงคุณก็ต้องไปบ้านผม ผมให้เวลาคุณอีก 20 นาที ถ้าคุณไม่ลงไปผมจะให้ลูกน้องมาพังห้องคุณนะ แล้วก็จะอุ้มคุณไปขึ้นรถ แค่นี้ผมก็เสียเวลามากแล้ว ช่วยทำให้มันจบๆ ด้วย พ่อของคุณกับพ่อของผมจะได้สบายใจ เพราะผมก็ไม่ได้อะไรคุณ ผมจะรอที่รถ" ภัทรกันย์ได้ยินดังนั้นก็ได้แค่นิ่งเงียบ เพราะตอนนี้เตโชพฤกษ์ก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ ทำให้มันจบๆ ไปเพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย

ภัทรกันย์แต่งตัวด้วยชุดจั๊มสูทขายาวสีเบจเข้ารูป สายเดียวเส้นเล็ก มีระบายบางๆ ตรงช่วงแขนที่ช่างดูเข้ากันกับสีผิวที่ขาวนวล รองเท้าส้นสูงที่สีเข้มขึ้นมาอีกเฉดหนึ่งมันทำให้เธอดูสง่างามราวกับนางแบบในนิตยสาร ผมยาวประบ่าสีบอร์นประกายทอง ที่เธอปล่อยให้เข้ากับรูปหน้าข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งทัดหูโชวตุ้มหูคู่เล็ก ในมือเธอถือกระเป๋าชาเนลใบเล็กกระชับมือ ทุกอย่างช่างดูลลงตัวและมีเสน่ห์ ลูกน้องของเตโชพฤกษ์เปิดประตูให้เธอเข้ามานั่งข้างเตโชพฤกษ์ แล้วรถก็แล่นออกจากคฤหาสน์หรูไปยังบ้านของเตโชพฤกษ์ เมื่อเจอหน้าภัทรกันย์เขาต่อว่าเธอทันทีที่เธอลงมาช้า

"นี่ที่บ้านคุณไม่สอนเหรอว่าการให้ผู้ใหญ่รอมันเสียมารยาท อย่างว่าพ่อคุณคงสอนแค่เรื่องจับผู้ชาย หึหึ" เตโชพฤกษ์แขวะภัทรกันย์ หญิงสาวได้ฟังดังนั้นจึงโกรธมาก เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนหน้าของเตโชพฤกษ์เต็มแรง

"นิคุณ" ภัทรกันย์ขยับตัวเองชิดประตู รีบเอื้อมมือเพื่อจะไปเปิดประตูรถ แต่เเตโชพฤกษ์เร็วกว่ารีบกอดรัดหญิงสาวมาจากด้านหลังพร้อมทั้งจับข้อมือของภัทรกันย์ไว้ ภัทรกันย์ยิ่งขัดขืนแต่เตโชพฤกษ์ก็เพิ่มแรงกอดรัดมาก จนภัทรกันย์ไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าของเตโชพฤกษ์มากดไหล่เธอไว้ มันใกล้ซอกคอระหงของเธอ ลมหายใจร้อนที่พ่นออกมารดต้นคอมันกำลังจะทำให้เธอละลาย จนเธอต้องหยุดนิ่งเพราะตอนนี้ไม่สามารถสู้แรงกอดรัดที่แน่นขึ้นไปตามจังหวะการขยับตัวของเธอได้ เตโชพฤกษ์กระซิบเข้าเสียงทุ้มตอนนี้ริมฝีปากของชายหนุ่มแทบจะแตะกับใบหูของหญิงสาว

"ถ้าคุณยังขัดขืน ดิ้นมากๆ หรือทำร้ายผมอีก ผมจะปล้ำคุณตรงเบาะนี้แน่" หญิงสาวจึงไม่กล้าขยับตัว จึงจะขยับใบหน้าไปบอกเตโชพฤกษ์ว่าเธอยอมเขาแล้ว แก้มขาวนิ่มดันไปเจอกันจมูกสันโด่ง แล้วดวงตาทั้งคู่ก็ประสานกัน ถึงแม้ว่าดวงตาคู่นี้จะไม่เป็นประกายสวยเท่ากับคุณิตา แต่ทำไมดวงตาคู่นี้ทำให้หัวใจของเขาตอนนี้เต้นแรง ใบหน้าสองใบตอนนี้ใกล้กันจมูกชนจมูก เตโชพฤกษ์นึกสนุกอยากแกล้งหญิงสาวจึงส่งริมฝีปากหยักประกบลงบนริมฝีบากกระจับสวยที่ตอนนี้ทาด้วยลิปสติกสีนู้ด แล้วงับเม้น สำหรับภัทรกันย์การจูบแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเธอเป็นนักเรียนนอก เห็นเพื่อน ๆ ทำบ่อย เธอเองก็นึกสนุกจึงตอบสนองรสจูบของเตโชพฤกษ์โดยการทำให้เป็นจังหวะเดียว เตโชพฤกษ์ตกใจที่ตอนนี้เธอไม่มีท่าทีขัดขืน แถมตอบสนองเขา เขาจึงคลายอ้อมกอดออก แล้วขยับออกห่างจากภัทรกันย์เล็กน้อย

"ผมขอโทษ" แล้วเขาก็กลับมานั่งปกติ

"....."

ทั้งคู่นั่งเงียบมาตลอดทางโดยไม่สนทนากัน ไม่มองหน้ากัน จนมาถึงบ้านของเตโชพฤกษ์ เมื่อมาถึงบ้านเทพาธิปกรณ์เตโชพฤกษ์สวมบทบาทเป็นผู้ชายที่แสนดี โดยการดูแลภัทรกันย์ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ ให้ภัทรกันย์เดินควงแขนมาจนถึงในบ้าน เมื่อมาถึงในบ้านฤทธาและนิ่มนวลก็นั่งรอทั้งคู่อยู่ที่ห้องรับแขก คุณนิ่มนวลเมื่อเห็นหน้าว่าที่สะใภ้ก็เดินเข้ามากอดด้วยความเอ็นดู

"พัดต้องขอโทษคุณลุง คุณป้าด้วยนะคะ ที่ให้รอ พัดเสียมารยาทมากเลยค่ะ"

"โธ่..หนูพัดชาน่ารักขนาดนี้ ใครจะโกรธลง เรียกลุง ป้าอะไร เรียก พ่อ เรียกแม่เหมือนที่พี่พฤกษ์เค้าเรียกนั้นแหละ อีกหน่อยหนูก็ต้องมาเป็นลูกสาวบ้านนี้อยู่แล้ว" คุณนิ่มนวลพูดด้วยความเอ็นดู

หลังจากคุยสนทนาไม่นานอรอนงค์ก็เดินเข้ามาบอกทุกคนว่าอาหารเย็นพร้อมรับประทานแล้ว อรอนงค์เมื่อเห็นภัทรกันย์ก็รู้สึกไม่ชอบตั้งแต่แรกเห็น คุณนิ่มนวล แนะนำให้ภัทรกันยและอรอนงค์ให้รู้จักกัน

"หนูพัดชาจ๊ะ นี่พี่อนงค์นะ เธอเหมือนลูกสาวแม่อีกคนนั้นแหละ"

อรอนงค์แสร้งทำเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส ตอนรับภัทรกันย์ ซึ่งตรงข้ามกับในใจเธอมาก และยิ่งรู้สึกเพิ่มความเกลียดในใจของอรอนงค์มากขึ้น เมื่อทุกคนในบ้านพากันเห่อว่าที่สะใภ้ของบ้าน

เตโชพฤกษ์ดูแลภัทรกันย์ทุกอิริยาบถตั้งแต่นั่งลงบนเก้าอี้ ชวนทานอาหาร ตักอาหารให้ เตโชพฤกษ์แกล้งเล่นละครให้พ่อกับแม่สบายใจด้วยการป้อนอาหารให้ภัทรกันย์แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำให้อรอนงค์น้ำตาตกใน เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟของหวาน อรอนงค์ได้ที่รีบพูดเอาใจเตโชพฤกษ์

"พอรู้ว่าคุณพฤกษ์จะมาทานข้าวที่บ้าน อนงค์ทำสละลอยแก้วไว้เลยนะคะ สละลอยแก้วที่คุณพฤกษ์บอกว่าทานที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากับที่อนงค์ทำ"

คุณนิ่มนวลกับฤทธาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอ่ยปาก "หนูพัดชาลองทานดูสิ แม่ว่าอร่อยจริง ๆ นะ"

เตโชพฤกษ์ได้ทีรีบป้อนของหวานให้ภัทรกันย์ "อืม...อร่อยจริง ๆ ด้วยค่ะ วันหลังพัดต้องมาลองทำกับคุณอนงค์บ้างแล้ว พัดทำเป็นแต่อาหารง่าย ๆ น่ะค่ะ คุณอนงค์เก่งจังเลยนะคะ"

"คุณพัดชารู้ไหมค่ะว่าคุณพฤกษ์ชอบทานอะไร" อรอนงค์ถามพัดชาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนกับว่าลองภูมิ

"...." ภัทรกันย์นิ่งเงียบเพราะเธอไม่เคยรู้การใช้ชีวิตประจำวันของเตโชพฤกษ์เลย และพอจะเดาออกระหว่างเตโชพฤกษ์และอรอนงค์ นิ่มนวลและฤทธาเห็นท่าไม่มีจึ่งเปลี่ยนเรื่องคุย

"เออ..หนูพัดชาอีกสองวันจะมีงานเลี้ยงขอบคุณตัวแทนสาขาที่ร่วมทุนกับเรา พ่อกับแม่คงไม่ได้ไปว่าจะให้หนูพัดชากับพฤกษ์ไปด้วยกัน เดียวยังไงพ่อจะให้พฤกษ์ไปรับหนูนะ"

"ค่ะ"

หลังจากทานอาหารมื้อเย็นผ่านไปเตโชพฤกษ์เป็นคนอาสาว่าจะขับรถไปส่งภัทรกันย์ที่บ้านหลังจากนั้นเขาจะกลับคอนโดเลย เมื่อรถของเตโชพฤกษ์ออกจากบ้านเทพาธิปกรณ์ไป คุณนิ่มนวลก็รีบเรียกอรอนงค์มาคุยว่าเธอคิดอะไรกับเตโชพฤกษ์ อรอนงค์แกล้งบอกว่าระหว่างเธอและเตโชพฤกษ์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น

บรรยากาศในรถของเตโชพฤกษ์ตอนนี้ช่างเงียบเพราะต่างขึ้น ต่างไม่พูดอะไรกัน เตโชพฤกษ์จึงพูดขึ้นมาก่อน

"ยังไงมะรืนนี้ ผมจะมารับคุณละกันนะ เห็นวาดบอกว่าคุณไม่ไปทำงาน เป็นอะไรหรือเปล่า"

"ฉัน...ไม่กล้าสู้หน้าคุณ" ภัทรกันย์พูดออกไปตรงๆ "แต่คิดไปคิดว่าคุณก็คงตกที่นั่งเดียวกัน ฉันเลยคิดว่าทำให้พ่อสบายใจดีกว่า คุณจะได้ไม่ได้รับผลกระทบมาก"

"ตอนนี้เราก็เหมือนลงเรือลำเดียวกัน ก็ต้องเป็นแบบนี้สินะ ขอบคุณนะที่วันนี้คุณให้ความร่วมมือกับผมน่ะ" เตโชพฤกษ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรมากขึ้นจนภัทรกันย์สัมผัสได้

"ก็เหมือนคุณว่าไง ทำให้มันจบๆ ไป ทุกฝ่ายจะได้สบายใจ คุณไม่ต้องห่วงนะ ถ้าพ่อฉันเลือกตั้งเสร็จ ฉันจะหาทางไปอยู่ต่างประเทศ"

"หึ.. พ่อคุณคงยอม อยากได้ผมเป็นลูกเขยมากๆ ส่วนบ้านผมก็อยากได้คุณเป็นสะใภ้มากคุณก็เห็น ขืนผมเลือกคนอื่นพ่อคงไม่ยอม" คำพูดนี้ทำให้หัวใจของภัทรกันย์เต้นแรงแทบจะหลุดออกจากทรวงอก "เราก็แต่งงานกันตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ เวลาออกงานทางสังคม เราก็เล่นละครเป็นสามี ภรรยาที่รักกันคุณว่าดีไหม แต่หลังฉาก เราก็ต่างสามารถไปอยู่กับคนที่เรารัก คุณก็ไปอยู่กับคนที่คุณรัก ผมก็ไปอยู่กับคนที่ผมรัก" ประโยคหลังนี้ทำให้หัวใจของภัทรกันย์กระตุกวูบ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะไม่รู้ว่าผู้เป็นบิดาจะใช้แผนการใดที่ทำเขาติดกับดักที่พ่อของเธอวางไว

"นิสัยแบบคุณมีคนมารักด้วยเหรอ คุณรักใครเป็นด้วยเหรอ" เธอย้อนถาม

"นิคุณ กิจไม่บอกเหรอว่ามีผู้หญิงมารุมรักผมเพียบเลย หึหึ " เตโชพฤกษ์พูดเข้าข้างตัวเองแล้วยิ้มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

"อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นจัง ถ้าฉันเห็นเธอนะ ฉันจะบอกเธอว่าอย่าไปรักเลย นิสัยไม่เห็นดีเลย" ภัทรกันย์กระเซ้าล้อเล่นคืน

"คุณอยากเห็นเธอไหมละ เดียววันงานผมจะพาเธอไป แต่คงให้เธอนั่งโต๊ะเดียวกันกับเราไม่ได้หรอก เดียวนักข่าวพากันทำข่าววุ่นวายแน่นอน"

"ได้..แต่หวังว่าเธอคงไม่ลุกมาตบฉันนะ เออ..ฉันมีเรื่องอยากถามพอดีเลย ตอนไปทานข้าวบ้านคุณ เหมือนเซ็นต์ของฉันบอกว่าคุณกับคุณอนงค์น่าจะเคย...เออ..รักกันมาก่อน...."

"ตอนนี้เราก็เหมือนเพื่อนกันน่ะ มันเป็นอารมณ์วูบวาบตอนเป็นวัยรุ่นน่ะ ที่คิดว่าเราน่าจะรักคนนี้ แต่สุดท้ายคำตอบมันไม่ใช่"

"โห่..ดีนะ คุณอนงค์ไม่เอามีมาแทงฉัน คุณนี้...แอบนิสัยไม่ดี." ภัทรกันย์หรี่ตาเชิดปากต่อว่าเตโชพฤกษ์

"ถ้าว่าผมอีกคำ ผมจะจูบปากคุณจริงด้วย"

"กลัวที่ไหน ลองดูสิ ฉันก็สู้คนนะ" หลังจบประโยคเตโชพฤกษ์รีบเบรกรถจนภัทรกันย์ตัวโก่ง "เบรกทำไมค่ะ??"

"ก็คุณบอกให้ผมลองจูบคุณดู แล้วผมจะรู้วาคุณจะทำอะไร ขับรถด้วย จูบไปด้วยมันไม่ถนัด เลยหยุดรถไง 555" เขาแกล้งเธอคืน

"บ้า ลามก" ภัทรกันย์ลืมตัวว่ากำลังว่าให้เตโชพฤกษ์เลยรีบเอามือตัวเองปิดปาก แล้วใช้มืออีกข้างทำท่าสะบัดมือว่าให้เขาขับรถต่อไปเลย เตโชพฤกษ์ได้แต่หัวเราะชอบใจ แล้วขับรถต่อไป คราวนี้เตโชพฤกษ์เลิกแกล้งภัทรกันย์แล้วชวนเธอคุยกันดี ๆ ตอนนี้เหมือนภูเขาน้ำแข็งของทั้งคู่มันได้ทลายลงแล้ว จนทำให้รู้สึกว่าการมาส่งภัทรกันย์ใช้เวลาแค่เดี๋ยวเดียว

////////////////////////////////////////

จริงๆ แต่งตอนนี้เสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค แต่ตอนอัพเหมือนอินเตอร์เน็ตหลุด หายหมดเลย เศร้ามาก คือ มีความรู้สึกว่าเขียนดีกว่าตอนนี้ที่เขียนใหม่ กว่าจะเขียนจบ เพราะช่วงนี้กลับมาทำงานปกติ งานเยอะมาก แต่อยากแต่งตอนต่อไปมาก เพราะจะเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องแล้วค่ะ

      

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น