Renlybaby

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รับสมัครคนทำเค้กเหรอ?

ชื่อตอน : รับสมัครคนทำเค้กเหรอ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 13

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รับสมัครคนทำเค้กเหรอ?
แบบอักษร

บ้านของมาร์วิน

22.30 น.

ผมทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆของผม อ่าา....สบายจังเลย ผมนอนพลิกไปพลิกมา ในใจก็คิด....ทำไมนะ ทำไมต้องคิดถึงแต่มิสเกนด้วยวะ งงใจตัวเองเอาจริงๆที่ตอนนั้นถามไปแบบนั้นก็แค่อยากรู้ว่ามิสเกนเขารู้สึกยังไงกับการที่ผมมานั่งตามตลอดเวลาแค่นั้นเอง มิสเขาก็ดูเขิน ดูตกใจ...มั้ง?...

..................

"...อะไรนะ...."

มิสเกนถามย้ำ เอิ่ม...สีหน้าเขาดูตกใจมากกว่าเขินอีกมั้งนะ

"ผมหมายถึง...คือ...ตอนที่มิสยิ้มอ่ะครับ คือผมชอบตอนที่มิสยิ้ม คือมิสสวยมากเลยครับ แหะๆ"

ผมหัวเราะกลบเกลื่อนไม่น่าปากพล่อยพูดตรงเป๊ะออกไปขนาดนั้นเลย เดี๋ยวมิสเขาก็มองว่าผมเป็นเด็กบ้ากามที่มานั่งตามเพราะชอบเขา เออแต่ก็จริงที่ว่าผมชอบเขาแต่ว่าไม่ได้อยากให้เขามองว่าผมเป็นเด็กไม่ดีแบบนั้น ยังคงอยากเป็นเด็กดีมีจิตอาสาในสายตามิสเขาอยู่ไง

"อ๋อ..."

มิสเกนพยักหน้าเข้าใจ เกือบตายแล้วมั้ยล่ะมึงมาร์วินเอ้ย.... ผมก้มลงหยิบส้อมที่มิสเขาทำตกไปเมื่อกี้

"เดี๋ยวผมไปล้างให้ใหม่นะครับ"

ผมเดินเอาส้อมที่ว่าไปล้างแล้วเดินกลับเอามาให้มิสเขากินผลไม้เหมือนเดิม มิสเกนหลงขอบคุณผมแล้วรับส้อมไปกินต่อ เมื่อกี้เขาก็ดูไม่เล่นอะไรเลยกับผม หรือจริงๆอาจจะไม่ชอบให้คนมาชมว่าสวยอะไรแบบนี้รึเปล่านะ

"แล้วอันนี้มิสออกจากโรงพยาบาลวันไหนเหรอครับหมอบอกแล้วหรือยังครับ"

"พรุ่งนี้ค่ะ ฉันอาการดีขึ้นเยอะแล้ว"

มิสเกนตอบ พรุ่งนี้วันเสาร์... งั้นดีเลยยยย จัดไปไอ้มาร์วินนน!!!

"งั้นเดี๋ยวผมมารับมั้ยครับ"

มิสเกนหลงหัวเราะนิดหน่อย

"ไม่ต้องเลย อะไรของเธอเนี่ยทำไมต้องมาตามดูแลฉันด้วย น้องสาวฉันก็มี ไม่เป็นไรค่ะ"

หน้าแตก... ผมยิ้มกลบเกลื่อนเขินเลย เออใช่ กะว่าจะถามอยู่ว่าเขาจะกลับไปสอนอีกมั้ย

"มิสครับ...แล้วนี่ มิสจะกลับไปสอนที่โรงเรียนอีกมั้ยอ่าครับ"

มิสเกนหลงนิ่งแล้วมองหน้าผม

"สอนสิ ยังไงนั่นก็คืองาน...ฉันชอบทำงานนี้ ฉันเรียนจบมาขนาดนั้นถึงไม่สอน ก็เสียดายความรู้แย่เลย"

มิสเกนยิ้มกับผมแล้วกินแอปเปิ้ลต่อ ก็คิดบวกดีนี่หว่าเป็นโรคซึมเศร้าได้ไง

"ชีวิตฉันเจออะไรที่มันเจ็บปวดมาเยอะน่ะมาร์วิน แต่แค่ฉันยังเหลือพื้นที่ ที่พอทนไหว พื้นที่...ที่ยังพอเหลือให้ฉันสดใสและเป็นตัวของตัวเอง"

ผมมองหน้ามิสเกนหลงค้าง เธอดูยิ้มแบบสดใสขึ้นจริงๆนะถ้าเทียบกับสิ่งที่ผมเจอเธอวันแรก แต่ยังคงเป็นนัยต์ตาเศร้าๆอยู่แค่นั้น แต่แค่มิสเกนยิ้มแบบสดใสแค่นี้โลกมันก็สดใสขึ้นเป็นกองเยอะแล้ว

.............

ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มตัวเองให้อุ่นๆ คิดถึงมิสเกนทีไรผมรู้สึกร้อนที่ใบหน้าทุกที ฮ่วย! ทำไมต้องคิดถึงแต่เขาด้วยนะ ผมคงจะเริ่มโดนมิสเกนตกแบบจริงจังแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าวันไหนมิสเกนจะกลับมานั่งจิบลาเต้มองนอกหน้าต่างที่ร้านผมอีก เอาเป็นว่าผมจะรอแล้วกันนะ ผมข่มตาลงหลับนอน หมดไปแล้วอีกวันนะ...วันที่มีความสุขของผม....

............

มือเรียวเล็กยกขึ้นจับแผลที่มุมปากที่เหมือนเป็นจุดด้อยบนผิวสีขาวผ่องของตัวเอง แผลมันดูหายช้ำลงมากแล้วจนเป็นแค่รอยม่วงๆจุดเล็กๆที่เพียงแค่อีกไม่กี่วันก็คงหาย เกนหลงถกเสื้อตัวเองเปิดดูแผลที่หน้าท้อง เธอลองแกะผ้าก๊อซออกดูไหมสีดำกับรอยแผลยาวๆ4-5เซนฯ ของการผ่าตัดไส้ติ่งฯที่เกือบจะหายอยู่แล้วแต่กลับถูกทำให้ปริจนแตกออกมาแล้วต้องเย็บกลับเข้าไปใหม่ทำให้มันดูน่าเกลียดทำยังช้ำเลือดช้ำหนองจากการถูกเตะนั่นอีก เกนหลงจิปากเบาๆ เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วมองตัวเองในกระจก

ไม่ผิดแน่....

เกนหลงกระตุกยิ้มที่มุมปาก เหยื่อใกล้จะติดกับแล้วแน่นอนเธอไม่ปล่อยเหยื่อให้หลุดมือไปง่ายๆแน่ๆ

.........

เกนหลงพลิกประวัติส่วนตัวของเด็กห้องที่เธอต้องสอนแต่แล้วก็ต้องไปสะดุดตากับเด็กคนนึง

' มาร์วิน เลชลีนาอองต์ '

"เลชลีนาอองต์?"

เกนหลงพูดนามสกุลของมาร์วินซ้ำ ก่อนที่เธอจะไล่ลงไปดูประวัติส่วนตัว

มารดา : จัสมิน มะลิวรรณ เรนเนียร์

บิดา : พิสุทธิ์ เลชลีนาอองต์

"พิสุทธิ์...."

เกนหลงกำปากกาในมือแน่นไม่ผิดแน่ เธอจำได้จำชื่อและนามสกุลนี้ได้อย่างขึ้นใจ

..........

"แล้วแกจะต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานตายทั้งเป็น...เหมือนที่ฉันเจ็บ..."

เสียงหวานเยือกเย็นพูดขึ้นเกนหลงมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาที่แข็งร้าว

ก๊อกๆๆ!!

เสียงเคาะประตูทำเอาเกนหลงสะดุ้งเฮือกหลุดออกมาจากภวังค์

"พี่คะ เข้าไปทำอะไรตั้งนาน เสร็จรึยังคะ เป็นอะไรรึเปล่า"

มินทราเอ่ยเรียกพี่สาวตัวเอง เกนหลงเปิดประตูออกมา มินทรารีบช่วยพี่สาวถือสายน้ำเกลือและประคองเธอจนไปถึงเตียงคนไข้

"ขอบใจมากนะมิน นี่เลยต้องลางานมาหาพี่เลยเนี่ย จริงๆพี่ไม่เป็นอะไรมากหรอก มินไม่เห็นต้องเป็นห่วงพี่เลย"

มินทราส่ายหน้า เธอยิ้มแล้วจับมือเกนหลงขึ้นมาลูบหลังมือพี่สาวเบาๆ

"พี่เกน มินเหลือแค่พี่เกนคนเดียวนะ มินก็ต้องดูแลพี่เกนสิ จะให้มินไปดูแลใครที่ไหนละ...พี่เกน...พี่เกนมีอะไรก็บอกมินได้เสมอนะ มินพร้อมเสมอที่จะดูแลพี่ มินรักพี่นะ"

เกนหลงมองหน้าน้องสาว บนโลกที่แสนเจ็บปวดและมืดมนของเธอก็มีแต่มินทรานี่แหละที่เป็นแสงสว่างเป็นความอบอุ่นของเธอ เกนหลงกอดมินทรา

"ขอบใจมากนะมิน พี่รักมินนะ"

"มินก็รักพี่นะ"

มินทราลูบหลังพี่สาวเบาๆก่อนท่ี่จะดันตัวออกมา น้ำตาใสๆไหลขึ้นมาคลอดวงตาที่เริ่มแดงก่ำของมินทราเล็กน้อยเกนหลงรีบกลั้นน้ำตาของตัวเอง เธอขยี้หัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู

"เธอนี่ โตจนป่านนี้แล้วยังติดพี่ร้องไห้โยเยเป็นเด็กๆเลยนะ นี่เดี๋ยวใครเขารู้เข้าว่านักธุรกิจสาวระดับแถวหน้าของโลกมาร้องไห้โยเยติดพี่สาวแบบนี้เข้าไม่อายเขาแย่เหรอ"

"พี่อ่ะ!!"

มินทราตีพี่สาวเบาๆ เธอทำอมลมในปากจนแก้มพองเป็นเชิงว่างอนพี่สาว เกนหลงหัวเราะคิกคัก มินทราลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างๆพี่สาว

"แล้วนี่ถามจริง พี่ยังจะกลับไปทำงานอยู่อีกเหรอ"

มินทราเอ่ยถามพี่สาว เกนหลงถอนหายใจ

"ก็กลับสิ....เธอก็รู้ว่าฉันชอบอาชีพนี้มาก เสียดายความรู้น่ะ"

"แต่มินอยากให้พี่มาอยู่กับมินมากกว่า เราก็มีเงินเยอะแยะนะ เงินส่วนตัวพี่ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้วพี่แทบไม่ต้องทำงานอยู่บ้านเฉยๆก็ได้ หรือพี่จะย้ายไปอยู่กับมินที่เซี่ยงไฮ้ หรือจะไปอยู่บ้านที่โรมก็ได้นี่นา"

เกนหลงยกนิ้วชี้แตะปากของน้องสาว

"เธอนี่...ถึงจะมีเงินเยอะยังไงแต่ก็ยังคงต้องทำงานนะ จะมานอนสบายๆได้ยังไงกัน เหงาแย่"

มินทราหัวเราะพี่สาวนิดหน่อย ก่อนที่ร่างบางจะโน้มตัวเข้ามาหาเกนหลง

"พี่เกน... เห็นกันตะมั้ย"

เกนหลงขมวดคิ้ว

"ที่มาส่งเธอแล้วก็เอากระเช้าแบรนด์ฯมาให้ฉันเมื่อกี้เนี่ยนะ ก็เห็นแอบกิ๊กกันมานานแล้วนี่ทำไมล่ะ"

"พี่อ่ะ"

มินทราตีแขนเกนหลง

"คือว่า...วันนี้เขา...ขอมินแต่งงานแล้วนะ"

เกนหลงทำตาโตด้วยความตกใจปนดีใจ

"ยัยมินนน!!! แล้วแกตอบว่ายังไง"

"มินก็ said yes สิ"

"ตายแล้ว ยินดีด้วยนะ ยัยมินของพี่จะได้เป็นเจ้าสาวแล้ว!!"

เกนหลงลูบหน้าน้องสาวตัวเองแล้วยิ้มอย่างดีใจ

"แต่เอ๊ะ....แล้วนี่เธอดูเหมือนไม่ดีใจเลยหมายความว่าไง... ยังต้องเคลียร์คนชื่อ อะไรอี้ๆ รองประธานบริษัทของเธอรึเปล่า"

มินทราขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างลำบากใจ

"พี่ก็รู้ว่ามิน...มินก็แค่รักสนุกไปงั้นแหละ แต่พอมันมาถึงเวลาที่ต้องเลือกทางเดินที่มันแน่นอนในชีวิตตามอายุ มันก็ต้องเลือก"

เกนหลงยิ้มเล็กน้อยเธอลูบผมน้องสาว

"เธออย่าเลือกในสิ่งที่แค่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของตัวเองนะ เธอต้องเลือกในสิ่งที่หัวใจของตัวเองจะเลือก คิดดูดีๆแล้วถามหัวใจของตัวเองดู เรื่องแต่งงานมันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆนะ"

เกนหลงสอนน้องสาวมินทราอมลมแก้มตุ่ยเป็นกระต่ายอมอาหาร

เลือกเหรอ....ไม่ชอบคำนี้เลยรู้สึกลำบากใจ

My Love Cafe

10.20 น.

วันนี้เป็นวันเสาร์วันหยุด มาร์วินมาเข้าร้านแต่เช้าหลังจากที่ไม่ค่อยได้แวะมาซะหลายวัน ตอนกำลังสายๆลูกค้ายังไม่เยอะมากเท่าตอนบ่าย ยังพอมีเวลาให้จัดแจงจัดระบบอะไรเล็กๆน้อยๆในร้านได้บ้าง มาร์วินเขียนป้ายน่ารักๆติดหน้าร้านแล้วยืนมอง

"เอาจริงๆ ก็ควรหาจริงจังได้ตั้งนานแล้วนะน้องมาร์วิน"

มิ้นท์พนักงานสาวพูด หลังจากที่เห็นผู้เป็นนายเอาป้ายติดหาเชฟเบเกอรี่คนใหม่ ที่ควรหาคือควรหาได้ตั้งนานแล้วจริงๆเพราะด้านหลังของร้านก็มีห้องกระจกสำหรับทำเบเกอรี่โดยเฉพาะ โปร่งๆลมพัดเย็นสบาย อุปกรณ์ก็ครบครันตั้งแต่เปิดร้านแต่ขาดคนทำ

มาร์วินกลั้นขำกับคำพูดของมิ้นท์

"พี่มิ้นท์ก็แซวจังเลยนะครับ ไปๆเข้าร้านกันดีกว่า"

มาร์วินดันไหล่ของพนักงานสาวให้เข้าร้านทันที มาร์วินจัดของในเคาน์เตอร์ไปมาจนเรียบร้อย

กริ๊ง!...

เสียงกระดิ่งผูกที่ประตูดังขึ้นเสียงใส ร่างบางที่คุ้นเคยเดินเข้ามายังเคาน์เตอร์ที่มาร์วินยืนอยู่

"สวัสดีครับ รับอะไรดี..."

ยังไม่ทันพูดจบมาร์วินก็ต้องชะงักเพราะเห็นคนที่เดินเข้ามาเป็นเกนหลง เกนหลงในชุดเดรสปาดไหล่สีชมพูหวานๆยิ้มขึ้นทำให้โลกสดใสจนแทบจะละลาย

"รับสมัครเชฟเบเกอรี่่เหรอคะ"

"อ่าครับ..."

มาร์วินยิ้มค้างเขาแทบจะไปต่อไม่ถูก ให้ตายสิ ทำไมต้องใส่ชุดเดรสปาดไหล่แบบนี้ด้วยนะ มันก็เข้ากับเกนหลงดีหรอกเข้าจนสวยมากเกินไป ละมุนไปหมดแล้วผิวขาวมากๆที่ชวนให้มองนั่นอีกต่างหาก

"โอ้วววว ติดป้ายไม่ถึง10นาที มีคนมาสมัคร

แล้วอ่ะ"

โต้งบาริสต้าที่ยืนอยู่ในเคาน์เตอร์ข้างๆมาร์วิน เอ่ยแซว มิ้นท์ที่เพิ่งเดินมาก็หยิบเมนูขึ้นมาปิดหน้ายืนดูเกนหลงกับมาร์วินด้วยความเขิน

"จะสมัครเหรอครับ"

"ค่ะ"

เกนหลงยิ้มหวาน มาร์วินแทบจะละลายลงไปกองงกับพื้น

"งั้น...เอ่อ...ไปดูครัวที่หลังร้านก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมพาไป"

มาร์วินเดินนำเกนหลงไปยังหลังร้าน พนักงานทั้งหลายรีบจับกลุ่มคุยกันทันที

"สโนว์ไวท์ใช่มะ อึ๋ยยย สโนว์ไวท์กับเจ้าชายว่ะแกกกก"

มิ้นพูดขึ้น

"มึงดูดิยืนดูใกล้ๆนะ คนอะไรผิวโคตรขาว สวยมากๆด้วย ยิ้มทีโอ้โหโคตรละมุน"

ขนุนพูด พนักงานทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

"กูว่า เราได้ละ เจ้าของร้านคนใหม่5555"

"ไอ้นี่ก็พูดไปนะมึง"

ขนุนตีแขนโต้งเบาๆ เหล่าพนักงานหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานต่อ

"ก็นี่แหละครับ แต่ว่าต้องลองทำเค้กให้พนักงานในร้านทุกๆคนชิมก่อนนะ ถึงจะผ่านเกณฑ์ว่าเป็นเชฟร้านผมได้มั้ย"

มาร์วินยักคิ้วเจ้าเล่ห์ใส่เกนหลง

"ได้สิคะ สบายมาก ของก็มีนี่นาเดี๋ยวจะทำให้ดูเดี๋ยวนี้เลย"

เกนหลงหยิบชามผสมเตรียมจะทำเค้ก

"เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเหรอครับ"

"อื้อ เมื่อเช้าเลยค่ะ อยู่บ้านแล้วมันเริ่มจะเหงาอีกแล้วเลยออกมาข้างนอกดูบ้าง"

เกนหลงยิ้มก่อนจะหาถ้วยตวงมาตวงใส่ส่วนผสมที่มาร์วินเตรียมไว้ให้

"แล้วนี่แผลหายแล้วเหรอครับ"

"ก็พอเดินได้แล้วล่ะค่ะ แต่แค่ยังยกของหนักไม่ได้น่ะ"

เกนหลงเดินไปล้างมือเตรียมจะทำเค้ก มาร์วินหันไปหยิบผ้ากันเปื้อนให้เกนหลงทันที

"ขอบคุณค่ะ"

เกนหลงรับผ้ากันเปื้อนมาใส่

"ผมนี่มัดมั้ย ครับ เดี๋ยวผมมัดให้นะ"

มาร์วินหยิบยางรัดผมที่เกนหลงเพิ่งจะถอดออกจากข้อมือตอนที่ล้างมือเมื่อกี้มารัดผมให้เธอ เกนหลงเองก็ไม่ได้ขัดขืนยอมยืนให้มาร์วินมัดแต่โดยดี มาร์วินหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกหน้าอกยามที่เขาจับผมสีดำยาวละเอียดที่ดูเงาเป็นไหมแบบนั้นรวบขึ้นเผยให้เห็นผิวขาวเนียนทั้งไหล่ของเกนหลง

"เรียบร้อยครับ"

"ขอบคุณค่ะ"

เกนหลงยิ้มแล้วเริ่มหันไปเตรียมของต่อ

"ให้ผมช่วยมั้ยครับ"

เกนหลงมองหน้ามาร์วิน ปากเล็กหัวเราะออกมา

"ห้ะ 5555 คุณเจ้านาย ต้องมาช่วยด้วยเหรอคะ"

"ก็อยากช่วยนี่ครับ"

มาร์วินยักไหล่เกนหลงยิ้มส่ายหน้า

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอเวลาซัก1ชม. รับรองได้กินเค้กสมใจแน่ๆ"

"แบบนั้นก็ได้ครับ5555"

มาร์วินยิ้มเขาทิ้งให้เกนหลงทำขนมคนเดียวอยู่ในห้องเบเกอรี่ด้านหลังที่มันเป็นกระจกและเขามองเห็นได้ตลอด ดูเหมือนว่าเวลาเกนหลงทำขนมเธอจะดูมีความสุขเป็นพิเศษแล้วก็สวย สวยมากๆ มีเสน่ห์จนนั่งมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ

...........

เซี่ยงไฮ้

12.30 pm.

"เอกสารเรื่องหุ้นส่วนที่เราหุ้นไว้กับทางท่านเฉียนของบริษัทเฉียนหลี่ คุณจัดการเสร็จหมดแล้วใช่มั้ย"

มินทราเอ่ยถามหลิวอี้จวิน เขาพยักหน้ารับ

"ครับ เสร็จหมดทุกอย่างแล้ว"

มินทราถอนหายใจเธอเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานแล้วบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยล้า

"ดีเลย ฉันว่าฉันจะหยุดงานซักสองเดือนน่ะ ช่วยจัดการทุกอย่างแทนฉันทีนะ ถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วนจริงๆก็ไม่ต้องตามฉันมา"

หลิวอี้จวินชะงักกับคคำพูดของมินทรา

"คุณว่าไงนะ? หยุดงาน? คุณจะไปไหน"

หลิวอี้จวินมองหน้ามินทรา คนร่างบางพยายามเก็บอาการสายตาให้ดูเย็นชาไม่ให้เขารู้ว่าเธอเลิกลั่ก

"ฉัน...กำลังจะแต่งงาน เลยจะหยุดไปจัดการงานของตัวเองซักหน่อยน่ะ"

เหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆลงที่กลางใจของหลิวอี้จวินเขาช็อกจนทำแฟ้มงานในมือหล่นลงพื้นเสียงดัง

"ห้ะ....คุณจะแต่งงาน...แต่งกับใคร"

"มันก็เรื่องของฉัน...ฉันมีคู่มั่นที่ไทยมานานแล้วแต่แค่ไม่ได้บอกใครเฉยๆ"

มินทราพูด เธอรู้ว่าหลิวอี้จวินต้องโกรธมากและอาละวาดใส่เธอแน่ๆ มินทราทำเป็นเก็บของใส่กระเป๋าจะออกไปข้างนอก

"เดี๋ยวก่อน! หมิ่นเทา!! คุณนี่มันอะไรกัน!!"

หลิวอี้จวินคว้าแขนของมินทราไว้

"ทำไม!"

"คุณจะแต่งงาน...มันคืออะไร!!! แล้วเรื่องของเราล่ะ!!!"

หลิวอี้จวินมองหน้ามินทราด้วยสายตาที่แข็งร้าว มินทราเองก็ไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องหน้าหลิวอี้จวินกลับด้วยสายตาที่เยือกเย็น

"คุณปล่อยฉันนะ อี้จวิน"

"ที่ผ่านมาเรื่องระหว่างเรา มันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยเหรอ.... ผมไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยจริงๆเหรอ"

มินทราสะบัดแขนออกจากมือของอี้จวิน

"ใช่ คุณมันก็แค่คนแก้เหงา เป็นตัวเลือกของฉันเท่านั้นแหละ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่ฉันควรที่จะจริงๆจังๆกับชีวิตซักทีแล้วฉันรักกันตะมากกว่า ขอโทษนะที่ฉันไม่ได้เลือกคุณ"

มินทรากำลังจะหันหลังเดินออกไปแต่ก็ถูกหลิวอี้จวินจับไหล่ไว้แล้วดันไปชิดกับกำแพง

"โอ้ย!!! อี้จวิน! คุณปล่อยฉันนะ!!"

มินทราแสดงสีหน้าไม่พอใจ หลิวอี้จวินจับแขนทั้งสองข้างของมินทราดันติดับกำแพงไม่ให้เธอหนี เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับมินทราใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน

"ผมรักคุณจริงๆนะหมิ่นเทา ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ไอ้คนนั้นมันอาจจะมีหน้าที่การงานดีกว่าผม แต่ถ้าคุณต้องการ ผมก็สามารถทำตัวเองให้ดีเท่ามันได้นะหมิ่นเทา ขอแค่คุณเขื่อผมบ้างฟังผมบ้าง....ผมรักคุณจริงๆนะหมิ่นเทา"

หลิวอี้จวินพูด มินทราหอบหายใจแรงเธอจ้องหลิวอี้จวินเขม็ง เอาเข้าจริงๆเธอก็รักหลิวอี้จวินเหมือนกัน แต่แค่ตอนนี้เธอเห็นแก่ตัว ที่จะให้ตัวเองเดินไปในทางที่ดีกว่าสมบรูณ์แบบกว่าแค่นั้น

"แต่ฉันไม่ได้รักคุณ"

มินทราพลักหลิวอี้จวินออก เธอกลืนน้ำลายตัวเองก่อนจะหลบสายตาหลิวอี้จวิน

"ฉันขอโทษ......ขอตัวนะ"

มินทรารีบเดินออกไปจากห้องทำงานของตัวเองทันที ทิ้งให้หลิวอี้จวินยืนนิ่งอยู่คนเดียว น้ำตาของลูกผู้ชายจากผู้ชายเย็นชาอย่างเขากำลังจะไหลออกมา หลิวอี้จวินทรุดลงนั่งข้างๆตู้เอกสาร เหมือนโลกทั้งใบของเขากำลังจะพัง เขาหมด หมดอาลัยตายอยากทุกอย่างเลยจริงๆ

.........................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น