Jalando

เขียนเรื่องนี้มาเพราะชอบครับ 😆 อีกประการอยากลองดูด้วยครับว่า ถ้าเขียนจริงแล้วจะมีใครอ่านมั้ย ถ้าไงถูกใจรบกวนไลท์ 👍 หรือเมนท์ติชมกันได้ ขอบคุณครับผม 🙏 อ้อๆๆ อีกอย่างใครที่มีผงเข้าตา บางตอนในนิยายเรื่องนี้ ⚠ อาจทำให้ฝุ่นผงในดวงตาของท่านหลุดออกมาก็เป็นได้ 🐵

บทที่ 74 สำนึกบริสุทธิ์

ชื่อตอน : บทที่ 74 สำนึกบริสุทธิ์

คำค้น : เด็กหนุ่มมาดเซอร์ หญิงสาวสวย วางแผน

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 101

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2562 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 74 สำนึกบริสุทธิ์
แบบอักษร

คุยก่อนอ่าน

กลับมาอัพกันอีกครั้งหลังห่างหายไปนานหลายวัน พอดีผมไปต่างจังหวัดมาเลยไม่ได้ทำงานเขียนที่รัก ตอนนี้กลับมาแล้ว ตั้งใจว่าจะอัพนิยายให้เต็มที่ เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้นับว่าใกล้ถึงจุดจบของมันเต็มทีแล้ว การต่อสู้ในครั้งนี้จะเป็นศึกตัดสินชะตากรรมครั้งสุดท้าย ใครจะเป็นผู้ชนะ ระหว่างหนึ่งมนุษย์ ผู้มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ กับหนึ่งปีศาจร้าย ผู้เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น คำตอบของเรื่องทั้งหมดอยู่ที่ปลายนิ้วของท่าน เชิญเลื่อนเมาท์เข้าไปพบกับคำตอบได้เลยครับ

บทที่ 74 สำนึกบริสุทธิ์

…………………..

             

กลางท้องถนนยามเย็นที่ยุ่งเหยิงและดาษดาไปด้วยคลื่นรถยนต์จำนวนนับไม่ถ้วน มีช็อปเปอร์สีดำคันหนึ่งที่พยายามวิ่งปาดซ้ายทีขวาทีอย่างรวดเร็วเพื่อฝ่าฝูงรถคันอื่นๆซึ่งคอยขวางหน้า แม้การขับขี่ของนักบิดผู้นี้จะดูอันตรายและหวาดเสียว แต่นักบิดผู้นี้ก็สามารถเอาตัวรอดจากการซิ่งท้านรกของตนเองได้เป็นอย่างดี 

            

สิงห์นักบิดผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจาก……สารวัตรสิงห์ นายตำรวจหนุ่มผู้มีชื่อเสียงขจรไกล ดวงตาคมกริบที่สะท้อนผ่านกระจกใสของหมวกกันน็อคถูกสั่งให้มองตรงไปข้างหน้าแน่วนิ่ง มือทั้งสองกุมคันเร่งแน่น ลำตัวตั้งตรง ทุกท่วงท่าในการขับขี่มอเตอร์ไซด์ของเขาดูเข้มแข็งและเต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ ทว่าสองมือของสารวัตรหนุ่มผู้กลับดูสั่นอยู่เล็กน้อย สาเหตุเป็นเพราะ……เขามีความกลัวที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในใจ 

           

ความกลัวดังกล่าวเป็นความกลัวที่บริสุทธิ์และรุนแรงชนิดไร้สิ่งใดเจือปน สาเหตุของมันมาจากสิ่งที่หญิงชราผู้เป็นแม่ของกุลสตรีเล่าให้เขาฟังเมื่อประมาณ 20 นาทีที่แล้ว ในหัวสมองของเขาแทบไม่หลงเหลือสิ่งใดอยู่เลยนอกเสียจากความคิดที่ว่า……. 

“ ต้องไปบอกสิ่งนี้ให้โอมได้รับรู้ ” 

             

ด้วยสภาวะจิตที่มุ่งมั่น ชัดเจนและแน่วแน่เช่นนี้ ทำให้การขับขี่ของสารวัตรหนุ่มยิ่งเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ ใจลึกๆเขานึกขอบใจตัวเองเสียเหลือเกินที่ตัดสินใจเลือกใช้มอเตอร์ไซด์เป็นพาหนะในการเดินทาง เนื่องจากมันเป็นยวดยานที่เหมาะสมแก่การทำเวลาในการเดินทางยามที่ต้องผจญกับการจราจรซึ่งติดขัดเช่นนี้ 

…………………….

            

ณ.ดาดฟ้าของบริษัททนายความมิตรไมตรีพาณิชย์ ทุกสิ่งที่อยู่บนนี้ยังคงเวิ้งว้างและว่างเปล่าดุจเดิม มีขอบปูนที่มีความสูงประมาณเอวคนล้อมรอบทั้งสี่ด้านเพื่อป้องกันคนพลัดตก บนพื้นปูนที่ดูว่างโล่งและกว้างขวางก็มีเศษแก้วและขยะกองอยู่เป็นหย่อมพอให้รู้สึกถึงความสกปรกและรกร้าง นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่ถูกวางอยู่บนพื้นปูนโล่งๆ นั่นก็คือ………เสาอากาศเหล็กยาวที่แตกหัก 

            

ทันทีที่จิตหราขึ้นมาเยือนที่แห่งนี้ ขนทั่วทั้งกายของเธอก็ลุกชูชันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งเธอเหลือบแลไปเห็นซากเศษซากเสาอากาศเหล็กที่กองอยู่บนพื้น เธอก็ยิ่งรู้สึกขนพองสยองเกล้ามากขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ด้วยเธอจดจำได้ดีว่าเจ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่เคยเกือบจะคร่าชีวิตของเธอในการมาเยือนครั้งที่แล้ว 

“ บรื้อๆ……ไม่อยากจะกลับมายังที่แห่งนี้เลย ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายทีเถอะน่า ” หญิงสาวเหลียวมองไปรอบๆ อากาศในตอนนั้นดูจะสลัวลงไป ด้วยมันเป็นเวลาย่าง 19.00 น. อันเป็นเวลาที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าโดยสมบูรณ์ 

          

โอม เด็กหนุ่มร่างผอมเพรียวผู้ยืนอยู่ข้างๆได้เหลียวมองไปรอบๆ บางครั้งเขาก็แหงนหน้าดูท้องฟ้า บางครั้งก็แวะเวียนไปดูตามจุดต่างๆที่บนดาดฟ้าโดยไม่มีอาการหวั่นเกรงต่อบรรยากาศชวนหลอนของดาดฟ้ายามเย็นแม้แต่เพียงน้อยนิด ด้วยความกล้าที่ดูผิดมนุษย์มนาของเด็กหนุ่มผู้นี้ ทำให้จิตหราอดที่จะเอ่ยปากถามออกมาไม่ได้ 

“ เอ่อ…..โอม เธอทำอะไรของเธอน่ะ เดินไปเดินมาอยู่นั่นแหละ บางทีก็แหงนหน้ามองฟ้า บางทีก็ยิ้มแปลกๆ เธอมีอะไรจะบอกหรือแนะนำพี่บ้างมั้ย ” จิตหราถามเสียงสั่น 

          

เด็กหนุ่มมาดเซอร์หยุดสำรวจชั่วคราวและหันกลับมาหาจิตหรา เธอสาบานได้เลยว่าเธอเห็นรอยยิ้มกว้างของเด็กหนุ่มนั้นอย่างชัดเจน มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเปิดเผยและซื่อบริสุทธิ์ราวกับรอยยิ้มสดใสของเด็กน้อย ด้วยความแปลกประหลาดของรอยยิ้มนั้นทำเอาจิตหราถึงกับนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ จนหญิงสาวกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มลึกของโอม 

“ พี่จิตหราหนาวหรือครับ ถึงได้ตัวสั่น เสียงสั่นแบบนั้น ” 

“ อะ…เอ่อ….เปล่า ไม่….ไม่ใช่ ” จิตหราตอบกลับพร้อมนำพาใบหน้าที่แดงน้อยๆเมินหลบไปทางอื่น 

          

โอมยังคงมองดูหญิงสาวและยิ้มแบบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงตัดสินใจเฉลยในสิ่งที่จิตหรานึกสงสัย 

“ สาเหตุที่ผมวนดูรอบๆเพราะผมกำลังมองหาจุดที่จะทำให้กล่องอาถรรพ์ใบนี้สำแดงฤทธิ์ได้มากที่สุด และสาเหตุที่ผมแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า มันก็เป็นเพราะว่า……”  

          

โอมกล่าวถึงตรงนี้ เขาก็หยุดพูดอย่างฉับพลัน ด้วยคำตอบที่ค้างคาอย่างนี้ทำให้จิตหราผู้รับฟังถึงกับเกิดอาการค้างขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเธอต้องหันหน้ากลับไปมองเด็กหนุ่มมาดเซอร์ด้วยอาการลุ้นระทึกว่าสิ่งที่โอมกำลังจะกล่าว……..คืออะไร 

          

ดวงตางามซึ้งจับจ้องมายังเด็กหนุ่มมาดเซอร์แน่วนิ่ง ส่วนหนุ่มโอมผู้เป็นเป้าสายตาก็มิได้ขยับตาหนี เขาเองก็ยังจ้องตากลับแบบไม่กะพริบเช่นกัน  

          

ภายในของจิตหราเกิดความทุรนทุรายและกระหายใคร่รู้คำตอบจนแทบเอ่อล้นดวงใจ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาเป็นเพียงแค่ประกายตาแวววาวจากดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาทรงกลมเท่านั้น และเมื่อทุกสิ่งอย่างมันทะยานถึงขีดสุด เธอก็ไม่อาจที่จะทานทนไหว 

“ ตกลง ที่เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้า มันเป็นเพราะ……อะไร ” จิตหราถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังจนเกือบจะเป็นการตะโกน 

          

หลังจากที่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ได้รับคำถามดังกล่าว ท่าทางนิ่งๆของเขาก็คลายตัวลงและเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าสลด จากนั้นก็พัฒนาเป็นท่าทางหมองเศร้าจนแทบมองเห็นรื้นน้ำตาใสๆบนดวงตากลมโตของเด็กหนุ่มได้เลยทีเดียว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาจิตหราถึงกับร้อนรนจนต้องรีบรุดเข้ามาเขย่าตัวเด็กหนุ่มพร้อมร้องถามด้วยความเป็นห่วงในทันที 

“ โอม เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงทำท่าจะร้องไห้แบบนั้น มีอะไรเกิดขึ้นหรือ ” 

           

จิตใจของหญิงสาวรับรู้ได้ถึงลางร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น จากอาการของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า มันต้องมีอะไรที่เลวร้ายและโศกเศร้าเกิดขึ้นแน่ๆ เธอรอให้โอมตั้งสติอยู่นานหลายอึดใจ เธอจึงได้คำตอบที่สั่นเทาจากปากของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ 

“ อึกๆ…..สาเหตุที่ผมมองท้องฟ้าบ่อยๆ มะ…มันเป็นเพราะ อึกๆ…เพราะว่า….” โอมตอบพร้อมเสียงสะอื้น น้ำตาน้อยๆเริ่มรินไหลจากดวงตาของเด็กหนุ่มเข้าบ้างแล้ว 

“ เพราะว่าอะไร บอกพี่มาได้เลย ” จิตหรากล่าวถามเร็วจี๋ สีหน้าและแววตาของเธอดูห่วงใยอย่างจริงใจ 

          

หญิงสาวลุ้นคำตอบของเด็กหนุ่มมาดเซอร์อยู่นานหลายอึดใจ ในที่สุดเธอก็ได้รับคำตอบ 

“ สาเหตุที่ผมมองฟ้าบ่อยๆ มันเป็นเพราะว่า……ผมกำลังคิดว่าตอนนี้น่าจะเลยเวลากินข้าวเย็นของผมไปแล้ว ” 

           

แม้คำตอบนั้นจะมาจากน้ำเสียงที่พลันเรียบเฉยอย่างฉับพลัน จิตหราก็ยังคงมองหน้าของโอมอยู่ต่อไปอย่างนั้นด้วยท่าทางที่ดูอึ้งๆ และจากสายตาที่เธอเห็น เธอก็พบว่าใบหน้าที่เคยดูโศกเศร้าของเด็กหนุ่มพลันกลับกลายเป็นใบหน้าซึ่งดูคล้ายคนที่กำลังอมยิ้มน้อยๆด้วยความขบขันกับอะไรซักอย่างหนึ่ง ทุกสิ่งที่เกิดมันทำให้เธอต้องพยายามปรับอารมณ์ของตนเองให้ทัน และเมื่อปรับอารมณ์ทันแล้ว เธอก็เริ่มโวยเสียงดัง 

“ นายโอม เธอจะบ้าหรือไง จนป่านนี้แล้วยังมาห่วงกินข้าวเย็นอีก นี่กำลังจะเข้าสู่ช่วงเป็นตายอยู่แล้วนะ บ้าที่สุดเลย ” 

“ เหอๆ เรื่องการเลยเวลาข้าวเย็นของผมนี่มันคือเรื่องใหญ่เลยนะครับ ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยอดข้าวเย็นซักมื้อ มันจะทำให้ผมรู้สึกหิวแสบท้องและทรมานเสียจนนอนไม่หลับ จริงๆนะ พี่ ” โอมพูดจบ เขาก็ลูบท้องพร้อมกลับมาทำท่าสลดหดหู่อีกครั้ง 

          

ด้วยท่าทางที่ดูไม่ค่อยเข้ากับกาลเทศะเท่าไหร่ของหนุ่มโอม ทำเอาหญิงสาวรู้สึกกึ่งฉิวกึ่งขันจนไม่รู้ว่าเธอควรจะยิ้มหรือทำหน้าบึ้งดี แต่เมื่อปรับจิตใจให้สงบลงได้ เธอก็เป่าปากออกมาเบาๆพร้อมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม 

“ ฟู่ๆ…..เอาล่ะ พี่สัญญาว่า…..ถ้าจบเรื่อง พี่จะพาเธอไปเลี้ยงให้พุงกางเลย ดีมั้ย ” 

“ โอ้…..ดีมากเลยครับ พี่สัญญาผมแล้ว ห้ามกลับคำนะครับ ” โอมทำตาโต และด้วยความที่ตัวเขาเองก็ตาโตอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้ลูกกะตาของเขาดูเหลือกโปนซะจนใกล้เคียงกับดวงตาของตัวการ์ตูนเลยทีเดียว 

           

ท่าทางที่แสนชวนหัวและคล้ายกับเด็กน้อยคนหนึ่งของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ทำให้จิตหรานึกขบขันและเอ็นดูในเวลากันจนเธออดไม่ได้ที่จะแอบกระเซ้ากลับมาพร้อมรอยยิ้ม 

“ โห…..นี่เธอห่วงกินขนาดนี้ แล้วแบบนี้มันจะได้เรื่องเหรอ ตกลงพี่จะพึ่งพาเธอได้มั้ยเนี่ย ” 

“ ฮะๆ ส.บ.ม. สบายมาก ลองพี่อัดฉีดผมซะขนาดนี้ รับรองแรงใจที่จะทำงานของผมมีเต็มเปี่ยมแน่นอน อีแบบนี้ต่อให้สิบกุลสตรีผมก็ไม่กลัวหรอก ” โอมกล่าวรับประกันเสียงเข้มพร้อมทุบอกด้วยท่าทางที่ดูแข็งขัน 

          

สิ่งที่เด็กหนุ่มแสดงออกมาทำให้หญิงสาวถึงกับกลั้นขำไม่อยู่ เธอจึงปิดปากหัวเราะน้อยๆออกมาเบาๆ 

“ ฮะๆ เธอนี่มันจริงๆเลย หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังมาทำตลกอยู่ได้ จริงจังหน่อยสิ ฮะๆ ” 

“ ฮ่าๆ ก็จริงจังตลอดเวลาแหละครับ แต่พอเห็นท่าทางของพี่จิตหราเมื่อครู่นี้แล้ว ผมก็เลยอยากจะทำให้พี่หายเครียดซักหน่อยน่ะ ” โอมหัวเราะกลับแบบเต็มเสียงชนิดไม่มีเก็บพร้อมกล่าวตอบแบบตรงๆ 

           

ทันทีที่หญิงสาวทราบวัตถุประสงค์ของการกระทำของเด็กหนุ่มมาดเซอร์ เธอก็สะดุ้งในใจขึ้นมาในทันที เพราะในยามนี้เธอยอมรับว่าเธอรู้สึกดีขึ้นมามาก เธอไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวและความประหม่าอีกต่อไปแล้ว 

“ อะ….เอ่อ ก็จริงนะ ตอนนี้พี่รู้สึกดีขึ้นมาจริงๆ ” หญิงสาวพูดออกมาเบาๆด้วยอาการงุนงงกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็โต้ตอบกลับด้วยการกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเกือบครบทุกซี่ 

“ ไม่ต้องกลัวครับ ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว รับประกันได้เลยว่าพี่จะไร้อันตรายแม้แต่รอยขีดข่วน ” 

         

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรอยยิ้มที่ดูจริงใจหรือน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนของเด็กหนุ่ม แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด ทุกสิ่งที่บังเกิด มันก็ทำให้จิตหรารู้สึกอบอุ่นใจและเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างประหลาด ดวงตาหวานซึ้งของเธอจับจ้องไปที่ดวงตาคมวาวที่กลมโตของเด็กหนุ่มมาดเซอร์แบบไม่วางตา และเมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็เผลอตอบคำกลับไปโดยที่เธอไม่รู้สึกตัว 

“ จ๊ะ…..พี่เชื่อเธอ ” 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น