facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2562 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด

บทที่ 10

“หน่อย ไอ้นิดหน่อย มึงเป็นอะไรถึงไม่กินข้าวกินปลา หือ ไอ้ตัวดี ไม่สบายหรือเปล่า”

 

“แม่ แม่จ๋า พี่หมอกเค้าทิ้งหน่อยไปแล้วแม่ หน่อยยังไม่ทันขอโทษพี่หมอกเลย ฮือ”

 

นิดหน่อยกอดเอวแม่ที่ขึ้นมาดูใจหลังจากที่เขานอนซึมกะทืออยู่ในห้องนานสองนาน แม่เอียงหัวมองลูกชายตัวดีด้วยความสงสัย

 

“ไปทำอะไรเขาล่ะ ถึงต้องไปขอโทษเขาน่ะ ไหนลองเล่าให้แม่ฟังซิ”

 

“คืองี้แม่ พอหน่อยรู้ว่าพี่หมอกเป็นผู้ชายหน่อยเลยตกใจไง ก็เลยหนีหน้าพี่หมอกเมื่อเช้า แต่หมอกน่ะเคยสัญญากับพี่หมอกเอาไว้ว่าจะแต่งงานกับพี่หมอกตอนโต พี่หมอกต้องเสียใจมากแน่ๆเลย”

 

“โอ๊ย ไอ้ลูกเวร ทำงี้ได้ไงวะ รู้หรือเปล่าว่าคุณหมอกจะสะเทือนใจแค่ไหน มันต้องกลายเป็นบาดแผลในใจของเด็กตัวน้อยๆไปตลอดชีวิต มึงนะมึงไอ้หน่อย”

 

“อ้าวแม่ ไม่เข้าข้างลูกตัวเองเลยไง้”

 

คนเป็นลูกมองแม่บังเกิดเกล้างงๆที่แม่เข้าข้างลูกคนอื่นมากกว่า แถมยังเล่นใหญ่เหมือนตอนครูสอนให้นิดหน่อยกับเพื่อนเล่นละครเวทีตอนงานโรงเรียนอีกต่างหาก

 

“ก็สงสารคุณหมอกนี่หว่า ไม่รู้ละ มึงต้องขอโทษคุณหมอกเขาให้ได้ ทำไงก็ได้ให้คุณหมอกหายโกรธ”

 

นิดหน่อยเกาหัวแกรกๆ

 

“แล้วถ้าพี่หมอกเขาให้หน่อยแต่งงานกับเขาจริงๆแม่ยอมเหรอ พี่หมอกเขาเป็นผู้ชายนา ถึงแม้หนอนจะตัวเล็กกว่าหน่อยก็เหอะ”

 

“ก็ต้องยอมสิ ลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น เสียชีพอย่าเสียสัตย์ เสียเข็มขัดอย่าเสียกางเกงใน ถ้าจะต้องเสียจริงแล้วไซร้ เราต้องเป็นฝ่ายกระชากเข็มขัดกางเกงในจากคนอื่นโว้ย”

คำขวัญของแม่ยังก้องอยู่ในหัวเตือนใจวศินหรือนิดหน่อย หรือบัฟของเพื่อนๆในคณะเกษตรจนได้สติ ความดีใจที่ได้พบพี่หมอกของเขาแทบจะร่วงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นสายตาที่มองมาอย่างเจ็บช้ำก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนี

 

“พี่หมอก หยุดก่อน”

 

วศินอยากจะเดินตามไปแต่ธนดลยกมือห้ามไว้ก่อน

 

“อย่าเพิ่งตามไปเลย รู้จักกับไอ้หมอกมาหลายปีเพิ่งเห็นมันโกรธสุดก็วันนี้”

 

คำพูดของธนดลยิ่งทำให้วศินเหี่ยวแห้งหนักลงไปอีก เขาได้แต่มองตามพี่หมอกของเขาที่เดินหนีไปนั่งหน้าคว่ำอยู่ที่โต๊ะเดิม ธนดลพาเขา ทิวไม้กับสมเสร็จเดินไปนั่งอีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก

 

“ไหน เรื่องมันเป็นยังไง เล่าซิ”

 

วศินยิ้มเจื่อน เขาเล่าเรื่องราวในอดีตเมื่อสิบปีก่อนให้ทุกคนในกลุ่มฟัง พอเล่าจบธนดลถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

 

“เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ โอ๊ย ทิวตีพี่ทำไมครับ”

 

ทิวไม้มองคนรักด้วยความหมั่นไส้ ธนดลช่างไม่มีความโรแมนติกเสียเลย

 

“เรื่องแค่นี้ที่ไหนกันครับพี่แบงค์ นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ คิดดูสิ ไอ้บัฟเสือกไปจูบพี่หมอกเขาแล้วนะ จูบแรกเสียด้วย มันต้องติดอยู่ในใจพี่เขามาตลอดสิบปี แถมยังหนีหน้าไม่ยอมอำลาตอนเขากลับด้วย โอ๊ย แค่คิดก็ขึ้นแล้วเนี่ย”

 

ทิวไม้ยกมือเขกหัวเพื่อนดังโป๊ก วศินไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงเหมือนเช่นปกติ เขาได้แต่ส่งสายตาฝ่าความมืดไปยังคนที่นั่งเชิดหน้าอยู่อีกมุมหนึ่งเท่านั้น

 

“แล้วนี่จะทำยังไงต่อวะมึง บังเอิญมาเจอกันแล้วแบบนี้”

 

สมเสร็จเอ่ยถาม นึกเห็นใจเพื่อนที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่เหมือนกัน วศินนิ่งไปสักพักก่อนที่เขาจะพยักหน้าตัดสินใจได้

 

“ไม่มีคำว่าบังเอิญบนโลกใบนี้โว้ย เมื่อสิบปีก่อนฟ้าส่งพี่หมอกไปหากูที่วังอีฉุยแล้วกูทำพลาดไป วันนี้ฟ้าส่งกูมาหาพี่หมอกที่กรุงเทพมหานครเพื่อให้กูแก้ตัว กูจะต้องทำให้พี่หมอกยอมแต่งงานกับกูตามสัญญาให้ได้”

 

 

 

*************************************************************************************************************

 

 

 

 

 

อวัศย์หรือหมอก ชายหนุ่มร่างเล็กผอมบางนั่งหน้าง้ำอยู่คนเดียวเมื่อเพื่อนทั้งหลายต่างเข้าหน้าไม่ติด อันที่จริงเขาไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนเลยสักนิดแต่ทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนของคนรักธนดลแล้วทุกอย่างก็พลันเปลี่ยนไป

 

ฮึ ตอนเด็กก็ว่าตัวใหญ่แล้ว พอโตเป็นหนุ่มก็ยิ่งตัวใหญ่จนเขาแทบจะแหงนคอตั้งบ่ามองเลยทีเดียว ใครจะนึกว่าคนที่สร้างตราประทับในหัวใจของเขามาตลอดสิบปีกลับอยู่ใกล้แค่นี้ เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมาตั้งสองปีแต่ไม่เคยพบหน้ากัน และเมื่อได้พบกันอีกครั้งอวัศย์ก็ยังจำเด็กชายจากวังอีฉุยได้แม่น

 

“ป้าชื่นจ๋า คนที่เขาแต่งงานกันต้องทำอะไรกันบ้างจ๊ะ”

 

จำได้ว่าเอ่ยถามป้าชื่นด้วยอาการเอียงอายในวันที่ถูกเด็กเกเรชิงจูบแรกไปถามยังสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะแต่งงานด้วย ป้าชื่นแม่บ้านที่ดูแลอุ้มชูกันมาถึงกับสำลักน้ำ

 

“คุณหมอก ตายแล้ว ถามอะไรป้าอย่างนี้เล่าคะ ป้าโสดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยเปิดซิง เรียกไปปักตะไคร้ที่ไหนรับรองฝนไม่ตก”

 

อวัศย์ยิ้มแหย เห็นทีจะพึ่งป้าชื่นไม่ได้ก็งานนี้ คืนนั้นทั้งคืนอวัศย์หลับฝันดี ในฝันมีแต่ใบหน้าของเด็กชายนิดหน่อย แต่เมื่อวันไปเที่ยวหนองน้ำกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อทุกคนรู้ว่าเขาเป็นเด็กผู้ชาย อันที่จริงก็ไม่ได้คิดจะปิดบังหรอก แต่ไม่เห็นว่าต้องบอกใครเท่านั้นเอง

 

“ไอ้นิดหน่อยมีเมียเป็นผู้ชาย ไอ้นิดหน่อยมีเมียเป็นผู้ชาย”

 

“ไม่ เมียกูต้องไม่ใช่ผู้ชาย”

 

แม้จะวิ่งหนีความอับอายสุดชีวิตแต่อวัศย์ก็ยังได้ยินคำปฏิเสธของวศินเต็มสองรูหู เขากลับไปแอบร้องไห้ไม่ให้ป้าชื่นรู้ คำพูดที่จะบอกวศินว่าเขาจะกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้นจึงถูกกลืนไป

 

“ไม่ไปลาไอ้นิดหน่อยมันหรือคะคุณหมอก ตัวติดกันเป็นตังเมมาทั้งเดือน เดี๋ยวมันไม่รู้ว่าคุณหมอกกลับก็เสียใจเอาหรอก”

 

ป้าชื่นเอ่ยเตือน ทำให้อวัศย์ตัดสินใจไปหาวศินที่บ้าน เผื่อว่าทั้งคู่จะพูดจากันเข้าใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจปิดบัง แต่เมื่อไปถึงแล้วอวัศย์ก็ต้องผิดหวัง

 

“เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นค่ะคุณหมอก ไอ้ลูกเวรนี่ก็นอนกินบ้านกินเมืองเสียจริง ไว้น้าจะบอกมันนะคะ จะให้ไอ้นิดหน่อยเขียนจดหมายไปหาคุณหมอกตามที่อยู่ที่ป้าชื่นให้ไว้ด้วยค่ะ”

 

หลังจากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านวังอีฉุยก็ฝังอยู่ในหัวใจของอวัศย์เรื่อยมา เขาไม่เคยเปิดใจให้ใครอีกเลยในเรื่องความรักจนกระทั่งบัดนี้ อวัศย์โทษไปที่วศินเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่เคยมีแฟน

 

“เล่นเกมกันดีกว่า หมอก ลุกมาเล่นเกมสิวะอย่ามัวนั่งหน้าบึ้ง”

 

ธนดลเจ้าภาพในวันนี้ฉุดแขนของเขาให้ลุกจากที่นั่ง อวัศย์ฝืนยิ้มเมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาทกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่อุตส่าห์พาคนรักมาแนะนำให้รู้จัก

 

“จะเล่นเกมอะไรล่ะ”

 

กลุ่มของอวัศย์สนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกของนักธุรกิจทั้งนั้นถึงได้มาเรียนคณะบริหาร โดยเฉพาะเขาจะเรียกว่าคุณหนูก็ว่าได้ ธนดลจัดแจงบอกกติกา

 

“เดี๋ยวจับคู่กันเอาแก้มหนีบลูกปิงปองแล้วเดินจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น ถ้าตกต้องเริ่มใหม่ ใครถึงเป็นคู่สุดท้ายคือแพ้ต้องโดนทำโทษ”

 

เจ้าภาพบอกกติกา ธนดลวุ่นวายกับการจับคู่ให้เพื่อนๆครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาเขา

 

“หมอกคู่กับบัฟนะ”

 

อวัศย์เบิกตากว้าง ให้เขาใช้แก้มหนีบปิงปองคู่กับคนคนนี้เนี่ยนะ

 

“แบงค์ เราไม่....”

 

“น่า เล่นกันสนุกๆ”

 

ธนดลไม่ยอมให้ปฏิเสธ แถมยังดึงแขนให้อวัศย์ไปยืนเผชิญหน้ากับคนตัวสูงกว่าเกินคืบอีกต่างหาก เห็นนัยน์ตาคู่นั้นแล้วอวัศย์ก็ยิ่งน้อยใจแต่เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศสนุกสนานของเพื่อน

 

“รับปิงปองกันไป มือต้องไพล่หลังห้ามยกขึ้นมา ใช้แก้มเลี้ยงลูกปิงปองเท่านั้น เตรียมตัว”

 

อวัศย์ยังยืนนิ่งจนวศินต้องเอ่ยเตือน

 

“มาสิพี่หมอก ยอมแพ้เพื่อนเหรอ”

 

สายตานั่นท้าทายนิดๆทำให้อวัศย์ต้องยอมเอียงแก้มขึ้นเพื่อให้วศินวางลูกปิงปองลงไปและใช้แก้มของตนแนบไว้อีกฝั่ง เสียงธนดลสั่งเริ่มต้นเกมคู่อื่นเริ่มออกเดินนำหน้า

 

“พี่หมอก เอียงหน้ามาชิดๆ เอ้าหล่นอีกแล้ว เมื่อไหร่จะถึงล่ะครับเนี่ย”

 

อวัศย์อยากจะร้องไห้เมื่อต้องยิ่งใกล้ชิดวศินมากกว่าเดิมอีก ใกล้จนได้กลิ่นกายจากเขา ใกล้จนหัวใจแทบจะเต้นออกมานอกทรวงอก

 

“ก็ใกล้แล้ว จะให้ใกล้แค่ไหนอีกเล่า”

 

เขาส่งเสียงดุออกไป ซึ่งก็คงไม่ได้น่ากลัวสักนิด วศินเสียอีกที่ออกคำสั่งกับเขา

 

“เอียงมาชิดๆ อย่างนั้นแหละครับ ดีมาก ค่อยๆเดินนะพี่หมอก”

 

วศินต้องย่อตัวลงมาในขณะที่อวัศย์ต้องเขย่งขาขึ้นไปเพื่อให้สามารถประคอมลูกปิงปองแสนลื่นแล้วเดินไปได้ คู่อื่นเริ่มเดินถึงจุดหมายแล้วในขณะที่คู่ของเขายังต้วมเตี้ยมกันอยู่จนกลายเป็นคู่สุดท้าย

 

“พี่หมอกระวังปิงปองตก”

 

วศินเสียงดังเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย อวัศย์สะดุ้งอย่างลืมตัว ทันใดนั้นวศินก็เอียงหน้าเข้าหาและกลายเป็นว่าริมฝีปากของทั้งคู่มาประกบกันพอดี

 

ไม่นะ!

 

อวัศย์ตัวแข็งทื่อดวงตาเบิกกว้าง แม้จะเหมือนบังเอิญแต่ก็คล้ายจงใจเมื่อวศินยังไม่ยอมผละปากออก เสียงเชียร์ของเพื่อนๆกลับเงียบกริบไปชั่วขณะก่อนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะคิกคักจนอวัศย์ได้สติ เขาเป็นฝ่ายผละออกพลางขยับไปยืนเสียไกล

 

“บ้า คนบ้า ทำอะไรแบบนี้นะ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง”

 

เขินจัดจนหน้าแดงก่ำและเกือบร้องไห้แล้ว สัมผัสที่เคยตราตรึงเมื่อวัยเด็กหวนคืนกลับมาอีกครั้ง เด็กชายคนนั้นกลายเป็นหนุ่มในวันนี้ หัวใจของอวัศย์ตะโกนบอกว่าเขาไม่เคยลืมวศินได้เลย

 

“อายทำไม ลืมแล้วหรือว่าผมหน้าด้าน ประกาศไว้ตรงนี้ให้พี่ๆทุกคนรับทราบนะครับ ตอนเด็กผมเคยสัญญากับพี่หมอกว่าจะเราจะแต่งงาน ผมจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน เวลาที่งดงามจะคืนกลับมา”

 

คนหน้าด้านเอ่ยออกมาเป็นทำนองเพลงคุ้นหู อวัศย์หน้าร้อนเห่อเมื่อพวกเพื่อนตัวดีตบมือกันเกรียวกราว

 

“โว้ย ไอ้แบงค์เพิ่งจะได้ดุลเด็กเกษตรมา เราต้องเสียดุลการค้าเพราะน้องหมอกเหรอวะเนี่ย”

 

อวัศย์มองวศินด้วยความน้อยใจ ทีเมื่อก่อนละทำเป็นไม่ยอม แต่ตอนนี้จะมาทำดีด้วย เฮอะ เขาไม่ยอมใจอ่อนเด็ดขาด

 

“ใครจะไปแต่งด้วย คิดเองเออเองล่ะสิ ฝันไปเหอะเราไม่ยอมแต่งงานกับเด็กบ้านนอกแบบนี้หรอก กลับบ้านดีกว่า”

 

อวัศย์รีบเดินหนี วศินคิดจะเดินตามแต่ธนดลห้ามไว้

 

“ปล่อยหมอกมันไปก่อน อย่าเพิ่งจู่โจมเลยบัฟ ให้มันทำใจสักพักค่อยรวบหัวรวบหาง”

 

วศินเห็นด้วย เขาได้แต่มองตามหลังอวัศย์สายตาละห้อย ได้แต่ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากเขาตกล่องปล่องชิ้นกับ อวัศย์ได้ เขาจะยอมงดมีเมียน้อยตลอดชีวิต

 

 

***************************************************************************************************************

 

 

“ฮะ อะไรนะ ไอ้พี่บัฟกับพี่หมอกที่แสนจะน่ารักของโบว์เนี่ยนะ”

 

ธมลวรรณทำตาโตแทบจะทะลักออกมานอกกรอบแว่นหนาเมื่อธนดลกับทิวไม้กลับบ้านมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ก่อนที่จะกลายเป็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มตามมา

 

“ว้อยยย โรแมนซ์สุดๆ ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างไอ้พี่บัฟจะมีมุมนี้กับเขาด้วย และอย่างยิ่งเป็นพี่หมอกร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ฮือ อยากหวงแต่อยากฟินมากกว่า”

 

“อะไรของแกวะโบว์ จะหวงหรือจะฟิน”

 

ธนดลมองน้องสาวอย่างเพลียใจ เขาไม่เข้าใจสังคมของสาวๆนิยมวายเอาเสียเลย

 

“พี่แบงค์ไม่เข้าใจ โบว์อยู่สายบูชาเคะ แล้วพี่หมอกน่ะสเป็คโบว์มาตั้งนานแล้ว หน้าตาน่าเอ็นดูตัวผอมๆขาวๆ ว้อยยย ไม่คู่ควรกับไอ้พี่บัฟตัวดำเลย แต่ก็เหอะ ถ้าพี่บัฟถึงกับเอ่ยปากแบบนั้นโบว์ก็จะเสียสละเมนมาชิปให้ก็แล้วกัน”

 

“แต่ว่านะ พี่หมอกจะยอมไอ้บัฟเหรอ” ทิวไม้ขัดจังหวะความฟินของธมลวรรณชั่วคราว “พี่หมอกเองก็ออกปากว่าไม่ยอมไอ้บัฟนะ สงสารเพื่อนแฮะ ทำยังไงไอ้บัฟกับพี่หมอกถึงจะลงเอยกันได้นะ”

 

“ฉุด!”

 

“อะไรนะ!”

 

ธนดลและทิวไม้มองคนต้นคิดอย่างคาดไม่ถึง ธมลวรรณหัวเราะหึหึ

 

“ก็มากันแบบท้องไร่ท้องนาแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ ตามบทมันก็ต้องมีฉุดสิจะได้ครบเครื่อง ฉุดเอามาทำเมียแล้วค่อยไปขอขมา นี่ อย่ามองแบบนี้ ไม่เคยดูละครน้ำเน่าสมัยพ่อกับแม่เป็นวุ้นกันเหรอ”

 

หรือว่าความคิดของธมลวรรณจะเข้าท่า ธนดลและทิวไม้ได้แต่มองหน้ากันพลางชั่งใจว่าควรนำความคิดของธมลวรรณไปเสนอให้วศินดีหรือไม่

 

TBC

ข้ามันลูกทุ่ง ข้านอนมุ้งสายบัว 555

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวกันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น