เนรันยา/เนตรกวี
facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน (3)

ชื่อตอน : บทที่ 6 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2562 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน (3)
แบบอักษร

“อย่าเสียใจสิยัยน้ำหวาน เธอต้องเข้มแข็ง...” หญิงสาวได้แต่บอกตัวเอง ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนอีกครั้งพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกไม่ขาดสาย เมื่อไหร่เธอจะเป็นอิสระเสียที เพราะแค่นี้มันก็ทรมานมากเหลือเกิน อย่าให้เธอต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้เลย...

 

         หลังจากทราบข่าวที่ว่าโรงงานโดนลอบวางเพลิง เอนิวาลฟ์ก็รุดหน้ามาที่โรงงานทันที และเห็นซากความเสียหายที่เกิดขึ้น จนชายหนุ่มถึงกับกัดฟันกรอดๆ ด้วยความแค้นเคืองที่มันจงใจมาทำลายบริษัทของเขาให้ย่อยยับแบบนี้ และไม่มีทางที่คนอย่างเอนิวาลฟ์จะปล่อยให้ไอ้คนบงการลอยนวลไปได้แน่นอน

         “ความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่าไหร่” เสียงเข้มเอ่ยถาม ขณะที่สายตามองซากของโรงงานที่ถูกเผาไปมากกว่าครึ่งด้วยความโมโห

         “คาดว่าน่าจะประมาณ 100 ล้านบาทครับ เพราะว่ายังมีพวกเบียร์และก็สินค้าอยู่ในโรงงานมากอยู่ครับ” เลขาฯ หนุ่มเอ่ยรายงาน และก็อดตกใจกับตัวเลขความเสียหายไม่ได้ แต่ก็รับรู้ว่าเงินแค่นี้คงไม่คณามือของเอนิวาลฟ์แน่นอน แต่คนที่คิดวางเพลิงนี้สิอาจจะย่อยยับตายกันไปข้าง

         “จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วทำให้โรงงานกลับมาใช้งานให้ได้ภายในอาทิตย์นี้” คำประกาศิตทำเอาเลขาฯ มองเจ้านายด้วยความกังวล เพราะเวลาอันรวดเร็วแบบนี้คงยาก

         “แต่คุณเอนิวาลฟ์ครับ ผมกลัวว่าจะเสร็จไม่ทันนะครับ”

         “ทำไม! มันจะยากอะไรหนักหนา!” เพราะความเอาแต่ใจ และพูดคำไหนคำนั้นทำให้เลขาฯ หนุ่มไม่กล้าขัดใจผู้เป็นเจ้านาย และได้แต่ก้มหน้ารับอย่างรวดเร็ว

         “ครับ...”

         “แล้วไปตามไอ้เรียวกิมันด้วย ไอ้ชั่วมันชอบเล่นทีเผลอและฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่...” เอนิวาลฟ์พูดอย่างแค้นเคือง จนลูกน้องหนุ่มที่ฟังอยู่ได้แต่ขนลุกอยู่เงียบๆ ด้วยความกลัว เมื่อเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ คงต้องมีใครบางคนที่พ่ายไป และนั้นก็เดาได้ยากเหลือเกินว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

          อิทธิพลของเอนิวาลฟ์และเรียวกิมีมากพอๆ กันและสองหนุ่มนี้ก็ไม่มีใครยอมใคร และถ้ามองอีกด้านเรียวกิจะเลือดร้อนในขณะที่เอนิวาลฟ์จะเลือดเย็นกว่ามาก พวกเขาทั้งสองถูกจัดให้เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงอยากขึ้นเตียงมากที่สุด เพราะทั้งหน้าตาและฐานะที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธลง

         ตั้งแต่สองหนุ่มเพื่อนรักแตกหักกันเมื่อ 8 ปีก่อน สงครามของสองตระกูลจึงเริ่มอีกครั้ง และเหมือนจะรุนแรงมากกว่าเดิมเสียด้วย เพราะทั้งสองเป็นคนที่ไม่ยอมใคร และไม่ยอมที่จะสองเด็ดขาด จึงเกิดเรื่องบาดหมางมากมายตลอดระยะเวลาหลายปี จนไม่มีใครห้ามได้ และตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าสองหนุ่มจะกลับมาเป็นเพื่อนรักกันเข้าสักวัน

         “เดี๋ยวผมจะให้คนไปสืบให้แน่ชัดก่อนนะครับว่าคุณเรียวกิเป็นคนทำเรื่องนี้หรือเปล่า...” เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดจึงต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน

         “ดี...เอาให้มันดิ้นไม่หลุดแล้วฉันจะลากคอมันมาจัดการเอง” ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เพราะถ้าไอ้เรียวกิทำแบบนี้กับเขาจริงๆ เขาไม่มีทางปล่อยมันไว้แน่ๆ

         “ครับ...”

         เอนิวาลฟ์กลับจากดูโรงงานแล้วให้คนขับรถตรงไปยังคอนโดฯ ทันที ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขาถึงได้คิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของนีรดาเหลือเกิน ถ้าไม่ได้กลับคงได้ลงแดงตายแน่

         “ขับรถเร็วๆ หน่อยสิวะ!! ขับช้าขนาดนี้เมื่อไหร่จะถึง” มาเฟียหนุ่มตะโกนบอกลูกน้องด้วยอาการหัวเสีย เพราะเขาอยากจะถึงห้องโดยไวแล้วตอนนี้ ไม่รู้ว่าเธอนอนหรือยัง เธอจะรอหรือเปล่า แม้ตอนออกไปเขาจะบอกให้เธอนอนเลยไม่ต้องรอตาม

         “ครับ...”

         รถหรูแล่นมาจอดหน้าคอนโดฯ อย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะตรงขึ้นไปชั้นบนสุดของตัวอาคาร และเมื่อมาถึงมือใหญ่ก็บิดลูกบิดประตูของตัวเองเข้าไปอย่างรวดเร็ว และก็เดินเข้าไปในห้องนอนที่คาดว่านีรดาจะนอนรออยู่ในนั้น

         สิ่งที่พบเห็นคือร่างบอบบางที่นอนขดอยู่บนเตียง โดยไม่มีผ้าห่มคลุมกาย จนทำให้เอนิวาลฟ์เอาผ้าห่มผืนใหญ่ที่อยู่ปลายเตียงคลุมให้เธอ ก่อนจะตบมันเบาๆ เหมือนปลอบประโลมหญิงสาวแล้วเขาก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทีไร้พิษสงแบบนี้ มันช่างน่ารักกว่าการต่อต้านเขากว่าเยอะ

         “แบบนี้ก็น่ารักดีนะน้ำหวาน...ทำไมถึงได้ชอบดื้อด้านนักนะ...” ว่าจบชายร่างใหญ่ก็ผละออกแล้วไปชำระร่างกายของตัวเองทันที ด้วยความร้อนอบอ้าวที่ต้องออกไปข้างนอกเมื่อครู่

         สายน้ำที่ชโลมรดกายไม่ได้ช่วยให้ความคุกรุ่นลดลงแม้แต่น้อย ยิ่งคิดถึงหน้าหวานๆ ของนีรดาเมื่อไหร่อาการแบบนี้ก็มักเกิดขึ้นทุกที แม้ตอนนี้อยากให้เธอมาช่วยดับไฟในกายของเขา แต่เพราะเห็นว่าเธอหลับไปแล้วคงทำได้เพียงแค่ช่วยตัวเองไปพลางๆ ยามคิดถึงริมฝีปากแตะลงบนความร้อนผ่าวของเขา ก็รู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาแล้ว ความอ่อนนุ่มของริมฝีปากที่ดูดดึงความใหญ่โตด้วยอาการเงอะงะ แต่มันกลับทำให้เขาจดจำมันได้จนร่างกายขนลุกซู่

         “เธอทำอะไรกับฉันกันแน่นะ ยัยแม่มด” เอนิวาลฟ์พูดอย่างเข็ญเขี้ยว อยากจะระดมจูบทั่วร่างสาว อยากจะประทับตราความเป็นเจ้าของบนเรือนกายขาวผ่อง และอยากจะใช้ร่างกายของเขาสัมผัสเธอทุกส่วน ไม่รู้ว่านีรดาทำอะไรกับร่างกายของเขาแบบนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยแม้แต่จะสนใจผู้หญิงคนไหนมากขนาดนี้ และไม่มีใครอยากทำให้เขาอยากจะกินพวกเธอเป็นรอบที่สองได้

         “โธ่เว้ย! ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย!!!” ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยอาการตีอกชกลมของตัวเอง เมื่อรู้สึกกำลังพ่ายต่อเสน่ห์อันล้นเหลือของนีรดา วันๆ ก็คิดแต่ลีลารักอันเงอะงะที่ทำให้เขารู้สึกเป็นผู้มีชัย

         เอนิวาลฟ์ดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาพันเอวแกร่งเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ ก่อนที่จะก้าวออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว และได้แต่มองร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่เขากำลังร้าวระบมเพราะไม่รู้จะระบายออกทางไหน คนมีหน้าที่ช่วยเขาก็หลับไปเสียแล้ว

         “เฮ้อ...” เอนิวาลฟ์ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงก้าวขึ้นเตียงทันที ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ สาวร่างเล็ก แล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด ไม่ได้สัมผัสลึกซึ้งเขาขอเพียงกอดเอาไว้อย่างนี้ก็แล้วกัน

         นีรดารู้สึกหนาวเหน็บจึงขยับกายเข้ามาหาร่างอุ่นๆ ของเอนิวาลฟ์ด้วยความไม่รู้ตัว จนชายหนุ่มถึงกับอมยิ้มออกมาอย่างได้ใจ ทำให้เขาผล็อยหลับตามเธอไป แค่อ้อมกอดนี้ทำให้เขาสามารถหลับสนิทได้อย่างประหลาด ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยหลับเต็มตาเสียที แค่มีเธอเคียงข้างทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จากคนที่ชอบอยู่โดดเดี่ยวกลับอยากมีใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง

 

         หลังจากทราบข่าวว่าโรงงานเบียร์ของเอนิวาลฟ์โดนลอบวางเพลิง ทำให้เรียวกิถึงกับยิ้มกริ่มด้วยความสะใจ เพราะความเสียหายครั้งนี้คงมีมูลค่ามากมายมหาศาลอยู่ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าใครกันที่ลอบวางเพลิงมัน และเขาเชื่อว่าคนอย่างเอนิวาลฟ์คงคิดว่าเป็นเขาที่ทำแน่นอน แต่คนอย่างเรียวกิไม่คิดที่จะลอบกัดใครลับหลัง เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน

         “มันเสียหายจากครั้งนี้เท่าไหร่...” เรียวกิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนลูกน้องหนุ่มเอ่ยรายงานข่าวในเวลาต่อมา

         “น่าจะราวๆ ร้อยล้านครับ...”

         แม้มันจะมากมาย แต่สำหรับเอนิวาลฟ์ไม่เท่าไหร่ เพราะเขารับรู้ว่าครอบครัวของมันรวยเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน แค่นี้คงไม่เท่าไหร่ แต่การกระทำแบบนี้ทำให้เขารู้สึกสะใจและสมน้ำหน้ามัน

         “หึหึ...อีกไม่นานมันคงซ่อมแซมจนเสร็จ มันเองก็รวยมากกว่าจะสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ” เพราะเขารู้จักเอนิวาลฟ์และรู้ด้วยว่าคนอย่างมันรวยแค่ไหน แต่เขาเองก็รวยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามัน

 

 

__________________________________

เรื่องนี้ร้ายทั้งคู่หลักคู่รองนะคะ มันมากกกเเน่นอน

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น