facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.04 : ฝันเปียก?? Nc+

ชื่อตอน : Ep.04 : ฝันเปียก?? Nc+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2563 14:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.04 : ฝันเปียก?? Nc+
แบบอักษร

“เก็บมะม่วงให้ฉันหน่อย แต่พี่กล้าไม่เก็บ เห็นทีหนูอุ่นจะต้องปีนเอง” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวในชุดกระโปรงนักเรียนคอนแวนต์ คงไม่เหมาะกับการปีนต้นไม้สักเท่าไหร่

“ถ้าพี่ขืนให้คุณหนูเก็บเอง เห็นทีพี่จะโดนคุณหญิงกำไลเฆี่ยนหลังลายแน่ๆ”

“งั้นก็เก็บเร็วๆ ไม่งั้นฉันปีนจริงนะ” เด็กสาวทำท่าจะปีนต้นมะม่วงต้นใหญ่

“ทำไมพี่ถึงจะต้องยอมคุณหนูตลอด พี่ไม่เข้าใจเลย” เด็กชายปีนขึ้นต้นมะม่วงโดยมี เด็กหญิงรอรับลูกมะม่วงที่โยนลงมา

“ซ้ายหน่อยพี่กล้า ซ้ายอีก”

“คุณหนูกิ่งตรงนี้มันเปราะบางเหลือเกิน พี่คิดว่าพี่ไปต่อไม่ได้แล้ว”

“แต่ลูกนั้นสวยเหลือเกิน ถ้าได้จิ้มน้ำปลาหวาน คงจะอร่อยไม่น้อยเลย” ได้ยินแบบนี้แล้ว มีหรือที่เจ้ากล้าจะกล้าขัด เหยียบลงที่กิ่งที่เปราะบาง เพื่อเก็บมะม่วงผลนั้นให้คนที่เป็นคุณหนูของเค้า แต่เพียงแค่เหยียบลงไปกิ่งมันก็หักตุบทำให้คนที่อยู่บนนั้นตกลงมาไม่ต่างจากมะม่วง

เด็กสาวตกใจ รีบเข้ามาดูคนที่กลิ้งเกลือกลงมาจากต้นมะม่วง นอนเจ็บอยู่ที่พื้น

“โอ้ยยยยยย โอ้ยยยยย เจ็บ”

“หนูอุ่นขอโทษค่ะ หนูอุ่นไม่ได้อยากให้พี่กล้าเจ็บตัวเลย” สีหน้าของสาวน้อยดูเศร้าลง เพราะรู้สึกผิดที่ทำให้เค้าต้องเจ็บตัว แต่เค้ากลับไม่ได้โกรธเธอเลยแม้แต่น้อย

“อย่าทำหน้าแบบนี้ พี่ไม่ได้เจ็บมากสักหน่อย แล้วนี่ที่คุณหนูอยากได้” เด็กชายส่งมะม่วงลูกสวย ที่คุณหนูของเค้าอยากให้ แม่เค้าจะเจ็บแค่ไหน ก็แกล้งทำเป็นไม่เจ็บแม้แต่น้อย เพื่อทำให้คนที่ทำหน้าเศร้าอยู่ได้มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง

 

สายธาร Say ::

“คุณ คุณ คุณ!!!! ทำไมมานอนตรงนี้” ฉันสะกิดคนที่นอนอยู่ที่พื้นเบาๆ

“คุณหนู!!! เอ้ย ไม่ใช่นิหว่า ยัยขี้ตื้อ แล้วเธอมาตรงนี้ทำไม ไหนบอกจะต่างคนต่างนอนไง”

“ก็ฉันได้ยินคุณ ละเมอร้องโอ้ยยย โอ้ยยยยย เจ็บ ก็ตื่นวิ่งมาดูเนี่ย ก็เห็นคุณลงมานอนกองกับพื้นนี่ไง เจ็บหรือเปล่า โนตรงไหนไหม” แล้วเค้าก็เงียบไม่ยอมตอบ เอาแต่มองหน้าฉัน มีอะไรอะ

“ฉันคงนอนตกเตียง เธอไปนอนเถอะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”

“แน่นะ แต่นี่...ฉันหนาวอะ แอร์มันตกตรงที่ฉันนอนพอดี.....” ฉันยังพูดไม่ทันจะจบประโยคเค้าก็สวนขึ้นมาทันที

“ถ้าจะมาขอให้ฉันกอดมันมากไปนะ”

“ฉันขอแค่ผ้าห่ม ใครจะไปอยากให้คุณกอด บ้าปะเนี่ย ฉันมาที่นี่ นอนที่นี่เพราะอยากจะฝันอะไรที่มากว่าเดิม แต่ไม่ยักฝัน รู้ไหม ฉันฝันถึงบ้านหลังนี้มา 7 ปีเลยนะ ตั้งแต่อายุ 16 อะ คุณว่าฉันจะตื่นเต้นไหม ถ้าเจอบ้านหลังเดียวกันกับในฝันเป๊ะ”

“เพ้อเจ้อ ไปนอนเลยไป แล้วจำไว้อย่ามาถึงตัวผู้ชายง่ายๆแบบนี้อีก”

“ทำไมอะ บ้านฉันก็มีแต่ผู้ชาย ฉันไม่เห็นแคร์เลย ขอผ้าห่มด้วยนะคะ หนาวจะแย่อยู่แล้ว” แล้วคนขี้เหวี่ยง ก็เปิดตู้เสื้อผ้า เพื่อหยิบผ้านวมมาให้ฉัน ที่จริงแล้วเค้าอาจจะเป็นคนใจดีกว่าที่คิดก็ได้ ถ้าเจอใครก็ไม่รู้มาวุ่นวายกับชีวิตขนาดนี้ เป็นฉัน ฉันก็คงจะเหวี่ยงไม่แพ้กัน

 

============

อีกด้าน

“อีชื่น อีชื่น เอ็งนี่มันงามไม่เปลี่ยนเลย”

“คุณเป็นใครคะ ฉันไม่ได้ชื่อชื่นสักหน่อย ฉันชื่อแตง แล้วนี่คุณกำลังทำอะไร” หญิงสาวถามชายหนุ่มที่เพิ่งเจอ แต่กลับคุ้นหน้าเค้าเหลือเกิน

“ผัวเมียเค้าทำอะไรกันเล่า เอ็งนี่ถามแปลกๆ”

“ผัวเมียงั้นหรอ”

ริมฝีปากอวบอิ่มถูกประกบ ก่อนที่จะได้ถามคำถามต่อไป แม้เธอจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ปฏิเสธมันไม่ได้เลย มันไม่ต่างอะไรกับกำลังตกอยู่ในมนต์สะกด ที่ทำให้เธอหลงไหลในรสจูบของเค้าเหลือเกิน แม้มันจะเป็นจูบแรกของเธอด้วยซ้ำ แต่เธอเผยอรับมันโดยไม่รังเกียจ

อาภรณ์ที่ปิดบังร่างกาย ไม่นานก็เปลือยเปล่า สัมผัสอันเย็นเฉียบโดนผิวหนังอุ่นๆ มันยิ่งส่งพลังให้คุณพระที่กำลังสัมผัสเนื้อหนังมังสาที่มีพลังงานยิ่งรู้สึกดีตาม

“เอ็งทำให้ข้ารู้สึกดีในแบบที่ไม่เคยเป็น” ริมฝีปากเย็นเฉียบไล่ไปตามผิวหนังทั่วร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่อกอวบ ที่ชูชันรอใครสักคนมาครอบครอง

“ซี๊ดดดดดดด อ่าาาาาห์ อูววววววว รู้สึกดีจัง” ยิ่งคุณพระได้สัมผัสกับลมหายใจ ความอบอุ่นจากร่างกายเธอ ก็ยิ่งรับรู้ถึงพลังที่มีมากขึ้น

“ข้าจะทำให้เอ็ง รู้สึกดียิ่งกว่านั้นอีก”

มือใหญ่ที่เย็นเฉียบ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นท่อนลำ ที่ตั้งชูชัน ก่อนที่คุณพระจะกดปลายหัวหยักลงกับช่องทางรัก

“เดี๋ยวนี่ครั้งแรก มันอาจจะเจ็บ”

“แต่นี่มันฝัน เอ็งจะเจ็บได้อย่างไร”

“ฝันงั้นหรอ แบบนี้ก็ได้หรอ” แม้จะไม่อยากเชื่อเพราะมันเหมือนจริงหรือเกิน บทรักในฝัน แบบนี้ก็ได้หรอ

แต่คำถามมากมายมันหายไป เพราะทุกครั้งที่ท่อนลำมันเข้าออก มันกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แตงแม้จะงงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อย แต่ยอมรับว่าตัวเองรู้สึกดีกับสิ่งที่ชายตรงหน้าปรนเปรอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องจริงหรอแค่ฝัน

“อ่าาาาา โอ้ยยยยย ซี๊ดดดดดด อูวววว อ๊าาๆ อ๊าาาๆ”

“ช่วยข้า อีชื่น เอาสร้อยออกจากคอของนายเอ็ง เอาสร้อยออกจากคอของหนูอุ่น” บทรักที่เร่าร้อนยังดำเดินต่อไป ร่างกายของทั้งสองคนเริ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยง

“อ่าส์ โอ้ยยย ซี๊ดดดดด หนูอุ่น คุณน้ำรึคะ”

“ใช่ คุณน้ำของเอ็ง หนูอุ่นของข้า ถ้าเอ็งทำสำเร็จข้าสัญญา จะมาร่วมรักแบบนี้กับเอ็งทุกคืน เอ็งรู้สึกดี ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ช่วยข้า” เสียงทุ้มจากคนที่ไม่มีอยู่จริงๆ แต่สัมผัสที่ได้รับ มันจริงเหลือเกิน

ทุกครั้งที่ร่างกายสัมผัสกันมากขึ้น ความรู้สึกที่ได้รับมันก็ยิ่งเหมือนจริงมากกว่าฝัน เหมือนกับว่าเค้ามีอยู่จริง จนตอนนี้แตงเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าที่เธอกำลังเจอ มันคือเรื่องจริงหรือฝัน เสียงครางระงมอย่างสุขสม มันดังไปทั่วห้อง

 

ดังจนไปถึงห้องข้างๆ

 

[ อ่าาาาา โอ้ยยยยย ซี๊ดดดดดด อูวววว อ๊าาๆ อ๊าาาๆ ]

“คุณ คุณได้ยินเสียงอะไรไหม เสียงแปลกๆ เหมือนกำลังเจ็บปวด” สายธารทักคนที่ตื่นขึ้นมามานั่งเหมือนกัน

“เจ็บปวดบ้าอะไร เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ไหนเนี่ย เสียงครางชัดๆ” ชายหนุ่มพยายามอุดหู จากเสียงที่ได้ยิน เพราะมันช่างดังชวนได้อารมณ์จริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้นตอนนี้ละยุ่งเลยนะ

“ห้องพี่แตงแน่ๆ เค้าอาจจะต้องการการช่วยเหลือ”

“จะไปช่วยทำไม เค้าช่วยตัวเองได้” ชายหนุ่มออกตัวห้ามทันที

“แต่เค้ากำลังเจ็บปวดนะคุณ”

“เค้าอาจจะกำลังมีความสุขอยู่ก็ได้ นอนได้แล้วไป”

“แต่.....”

“เค้าช่วยตัวเองอยู่ไม่เข้าใจรึไง จะไปขัดทำไมให้เค้าเสร็จๆไป ถ้าสงสัยจะทำให้ดีไหม” จู่ๆชายหนุ่มก็เกิดหงุดหงิด ในความไร้เดียงสาเกินเบอร์ของหญิงสาว จนเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป

“ช่วยตัวเองคืออะไร”

“ให้ตายเถอะ นอน!!!!!!! เข้าใจคำว่านอนไหม นอน!!!!!! คนยิ่งต้องสงบอารมณ์อยู่” แม้ประโยคสุดท้ายเค้าจะพูดออกมาเบาๆ จนแมบไม่มีใครได้ยิน แต่เสียงครางแบบนี้มันไม่ค่อยดีสำหรับ ขายหนุ่มที่กำลังโตเต็มไวแบบเค้านัก เพราะอะไรที่มันตื่นแล้ว มันลงไม่มีที่ลง แล้วไม่สงบลงง่ายๆด้วย

“ฉันเคยทำเสียงแบบนี้ในฝันด้วยนะ ฉันเดาได้ พี่แตงอาจจะฝันเปียก”

“ฝันเปียก!!!! เค้าเอาไว้ใช้กับผู้ชาย”

“แล้วกับผู้หญิงล่ะ”

“เออวะ เค้าเรียกว่าอะไร ปกติผู้หญิงเค้าไม่คิดอะไรจนเอาไปฝันแบบนี้หรอก มีแต่พวกลามก แสดงว่าเธออะลามก ไม่มีที่ลงจนเก็บเอาไปฝัน” ชายหนุ่มที่จะนอน แต่บทสนทนาทำให้เผลอลุกขึ้นมานั่งคุยกับหญิงสาว ที่แสนจะใสซื่อ

“ไม่รู้สิ ทุกครั้งที่ฝัน ฉันจะฝันถึงผู้ชายคนนึงในบ้านหลังนี้แหละ”

“ฉันหรอ”

“ไม่ใช่คุณ ผู้ชายคนนั้นเรียกฉันว่าหนูอุ่น” ประโยคของเธอทำเอาศรุตตกใจ เพราะที่เค้าฝันเมื่อครู่ ตัวเค้าในฝันก็เรียกเธอว่าหนูอุ่นเหมือนกัน

“หนูอุ่นหรอ” เค้าก้มลงไปถามเธอที่นั่งอยู่ข้างล่างของเตียง

ศรุตได้แต่มองหน้าเธอในความมืด อาจจะเพราะเธอนั่นแหละเล่าเรื่องแปลกๆให้เค้าฟังจนเก็บเอาไปฝัน แต่เธอไม่เคยเอ่ยชื่อหนูอุ่นให้เค้าฟังนิ ไปใหญ่แล้ว มันแค่ฝัน ศรุตได้แต่บอกตัวเองแบบนั้น

“ใช่ ฉันไม่ได้งมงายนะ แต่ฉันแค่สงสัย เพราะความสงสัยฉันเลยอยู่ที่นี่ เพื่อให้หายสงสัย ฉันอยากรู้คุณพระพิมานเป็นใคร ฉันแต่งงานกับเค้า ไม่สิหนูอุ่นแต่งงานกับเค้า ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงนะ แต่ฉันแค่อยากหายสงสัย”

แม้สายธารจะอยากรู้แค่ไหน แต่จะรู้ได้ยังไงมาที่นี่เธอสัมผัสอะไรไม่ได้เลย ถ้ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แค่กลับ แล้วใช้ชีวิตอยู่แค่ปัจจุบัน

“แล้วถ้าเกิดมีคนที่รักหนูอุ่น แต่ไม่ใช่คุณพระล่ะ” สายตาของศรุตที่จ้องมาด้วยความสงสัย มันก็ทำให้สายธารสงสัยไม่แพ้กัน แต่เพราะหน้าที่ใกล้กันมากจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ มันทำเอาเธอต้องเอ่ยถามอะไรแปลกๆออกมาอีกครั้ง

“คุณจะจูบฉันหรอ เอาหน้ามาใกล้จัง ตอนนี้ฉันได้กลิ่นลมหายใจของคุณเลย” เสียงทักเบาๆของเธอ ทำให้คนตรงหน้าหลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่จะสลัดหน้าน้อยๆ เค้าไม่ได้ติดที่จะจูบเธอ แต่แค่ร่างกายมันขยับไปเองโดยไม่รู้ตัว

“ตลกรึไง นอนได้แล้วไป ใครจะจูบผู้หญิงวุ่นวายอย่างเธอลง แค่รู้จักยังเป็นภาระเลย ถ้าจูบมีหวังฉันซวยตายกันพอดี รีบกลับไปอะดีแล้ว ฉันจะได้วุ่นวายน้อยลง” แม้จะพูดแบบนั้น แต่หัวใจของศรุตกลับเต้นหัวเหมือนกลองศึก ที่รัวจนเค้าเองตั้งรับไม่ทัน ไม่เคยเจอผู้หญิงที่พูดทุกอย่างที่ตัวเองคิดออกมาแบบนี้เลย

 

เช้าวันรุ่งขึ้น สายธาร Say ::

ฉันตื่นแต่เช้ามาเพื่อสำรวจบ้าน แล้วไม่นานก็เจอพี่แตงที่ตื่นลงมา ไม่ห่างกัน จะคุยเรื่องอะไรดี เมื่อคืนพี่แตงทำเสียงดังแบบนั้น ฉันเลยได้แต่ยิ้ม แต่เธอกลับไม่ยิ้มตอบเหมือนที่เคยเป็น เกิดอะไรขึ้น

“สร้อย พี่ขอสร้อย” พี่แตงพูดออกมาแบบลอยๆ เหมือนคนไม่มีสติ

“พี่ก็รู้ ว่าฉันถอดไม่ได้” แต่พอฉันพูดจบประโยคพี่แตงก็กระตุกสร้อยของฉันทันที แล้วโยนมันข้ามรั้วเข้าไปในป่า

“พี่แตงทำแบบนี้ทำไม ถอยไปฉันจะไปหาสร้อย” ฉันผลักพี่แตงออกไปด้วยความโกรธ เพราะพี่แตงรู้ดีทำไมฉันต้องใส่สร้อยไว้ตลอด ฉันพยายามจะปีนรั้วเพื่อเข้าไปหาสร้อยในป่ารก แต่ลมที่กรรโชกแรงมันทำเอาฉันต้องค้างเติ่งอยู่บนรั้ว

“นั่นจะไปไหน ขึ้นไปทำอะไรบนรั้ว” เสียงของเจ้าของบ้านที่เพิ่งลงมาเจอผู้พักอาศัยแบบฉัน ปีนรั้วบ้านของเค้าเอง คงจะตกใจไม่น้อย

“พี่แตงนะสิคะ ปาสร้อยของฉันเข้ามาในป่า”

“ก็ซื้อใหม่สิ อาเธอซื้อได้ทุกอย่าง”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไง ยังไงฉันก็ต้องหา เพราะไม่รู้จะมีอันไหนแทนได้รึป่าว สำหรับคนอื่นมันเป็นแค่สร้อย แต่สำหรับมันสำคัญมาก” ฉันกระโดดข้ามรั้วลงไปทันที ฉันพยายามหาในจุดที่มันน่าจะตก แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ลมก็แรงจนยากที่จะหา

“พอแล้ว ไม่ต้องหาแล้ว ขึ้นมาตรงนั้นมันอันตราย”

“พี่ไม่เข้าใจ” ฉันตอบออกไปด้วยความหงุดหงิดเพราะหาสร้อยไม่เจอ

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”

“ขอโทษค่ะ คุณศรุต ฉันแค่เคยชินกับการอยู่กับพี่ชาย เลยเผลอไป”

“ขึ้นมา ฉันจะให้ลุงเพิ่มไปหาให้” เสียงดุๆ ทำเอาคนที่หาของอยู่อย่างฉันต้องหยุดชะงัก

“แต่......”

“เธอจะไปหาเก่ง กว่าคนที่อยู่ที่นี่มาตลอดชีวิตได้ไง ขึ้นมา เธอเป็นอะไรขึ้นมาพี่ตะวันเอาฉันตาย”

ฉันเลยต้องหยุดหา เพราะเจ้าของบ้านบอกจะส่งคนที่หาเก่งกว่ามาหาให้ ฉันถึงได้ยอมขึ้นไป แต่ฝั่งนี้มันไม่มีที่เหยียบให้ปีนขึ้นไปเลย ฉันพยายามมองหาทางขึ้นแต่ก็ไม่มี จนต้องร้องขอให้คนฝั่งโน้นช่วยดึงให้หน่อย สายตาหงุดหงิดเกิดขึ้นบนใบหน้าเค้าทันที แต่ก็จำใจต้อลงปีนขึ้นมาบนรั้วเพื่อดึงฉันขึ้นมา แต่เพราะมันไม่มีหลักยึดให้ทรงตัว ฉันเลยต้องเหยียบระหว่างกลางรั้วแล้วใช้แรงดึงรวดเดียวของเค้า ดึงขึ้นมาจนพ้นขึ้นมาถึงยอดรั้ว แต่เพราะแรงดึงทำเอาคนที่ดึงหงายหลังตกตุบ โดยมีฉันตกลงมีบนตัวเค้าด้วย ดีหน่อยในระหว่างตอนที่ล่วง ฉันเซฟเค้าโดยการเอามือรองศีรษะกันกระแทกให้เค้า

“โอ้ยยยยย!!!!! เธอนี่มัน!!!!”

“ขอโทษนะคะ ที่ทำคุณเดือดร้อนอีกแล้ว” ฉันมองตาของคนที่โกรธ จนต้องรีบขอโทษ แต่เพราะต้องเอามือรองกระแทกให้เค้า มันเลยทำให้ฉันอยู่ใกล้กับเค้า จนรู้สึกหัวใจเต้น

“ชอบอยู่บนตัวฉันนักรึไง แถมรอบนี้ยังกอดด้วย ทำขนาดนี่ต้องเก็บเงินแล้ว แตะอั๋งมากไปแล้ว”

“ขายตัวรึไง แตะนิดนึงต้องเสียตังเนี่ย” ฉันหรี่ตามองคนที่จ้องจะคิดเงินฉัน

“เจ็บรึป่าว เอามือมารองให้ฉันแบบนี้ เรานั่งคุยดีกว่ามะ นอนคุยแบบนี้มันสยิวกิ้วอะ”

“มีศัพท์ใหม่อีกแล้ว สยิวกิ้ว มันแปลว่าอะไรคะ” แต่เค้าไม่ได้สนใจในคำถาม แต่สนใจมือที่เต็มไปด้วยแผลจากการเซฟท้ายทอย แล้วจุดเสี่ยงกระแทกให้เค้ามากกว่า

“ไปทำแผลก่อน แล้วจะบอกว่าไอ้สยิวกิ้วคืออะไร ผลจากการซนไม่รู้เรื่องเห็นไหมเจ็บตัวเลย”

โห....เป็นคนใจดีกว่าที่คิดแฮะ นึกว่าจะถูกด่าซะอีกที่ทำให้เค้าเจ็บตัว นึกว่าจะแบบว่า ทำหน้าดุๆแล้วพูดว่า ทำไมทำแบบนี้ กลับไปเลยนะ รีบๆกลับไปเลยปะ อะไรแบบนี้ พอคิดถึงเรื่องคนตรงหน้าก็อดยิ้มไม่ได้

“ยิ้มอะไร ฉันไม่ได้พิศวาสเธอหรอกนะ แต่เห็นว่านี้เธอจะกลับแล้ว ฉันโคตรดีใจเลย”

“ค่ะ ฉันจองตั๋วไว้รอบบ่าย 2 ยังไงฉันต้องกลับแน่ๆ ยังไงฝากแฟ้มงานไว้พิจารณาด้วยนะคะ ฉันอาจจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก”

พอเข้ามาในบ้าน ส้มเห็นฉันที่มีแผล ก็รีบเอากล่องยามาให้คนเป็นเจ้านาย แม้ฉันปฏิเสธว่าไม่เป็นไร รอพี่แตงมาทำให้ก็ได้ แต่รออยู่นานพี่แตงก็ไม่มา จนสุดท้ายเป็นคุณศรุตเป็นคนที่ทำให้

ไม่รู้ทำไม มันเหมือนภาพแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว มันเหมือนเค้าเคยทำแผลแบบนี้ให้ฉันแล้วหลายครั้ง เหมือนกับเค้าทำแบบนี้จนเป็นความเคยชิน ฉันมองคนที่ค่อยๆทายาให้ฉันอย่างเบามือ ใจดีจัง แต่ทำไมชอบทำหน้าดุใส่ฉันนัก

“ส้มบอกพ่อ ไปหาสร้อยให้คุณสายธารหน่อย มันเป็นสร้อยยังไงอธิบายสิ”

“มันเป็นสร้อยทอง ที่ห้อยตะกรุดเล็กๆเอาไว้ ถ้าพวกพี่หาเจอเอาสร้อยไปได้เลย ฉันขอแค่ตะกรุดที่ห้อยสร้อยอยู่ก็พอ มันสำคัญกับฉันมากๆเลย”

“ค่ะ ส้มจะบอกพ่อให้เดี๋ยวนี้เลย”

“ขอบคุณนะคะ คนที่นี่ใจดีจังเลย ฉันจะจำไว้ค่ะ วันไหนไปเชียงใหม่บอกนะคะ ให้ฉันดูแลทุกคนบ้าง”

ในระหว่างที่เราคุยกัน ก็มีสาวสวยคนนึง เดินถือของพะรุงพะรังเข้ามาในบ้าน ดูเหมือนคนที่นั่งอยู่ข้างฉันจะตาโตด้วยความตกใจ แต่ที่โตกว่าตาของเจ้าของบ้านคงจะเป็นหน้าอกของเธอ แต่ดูเหมือนคุณเจ้าของบ้านจะไม่ได้ยินดีนัก

“เดียร์ มาได้ไงคะ”

“คุณแม่พี่ให้เอาขนมมาหาให้ แล้วผู้หญิงคนนี้ใครคะ” ผู้หญิงอกตู๊ม มองมาที่ฉัน จนคนเป็นเจ้าของบ้านต้องเดินมาหาฉันแล้วหัวเราะเจือนๆ

“แฟนพี่ค่ะ”

แฟนงั้นหรอไปเป็นตอนไหน ฉันได้แต่ยิ้มแล้วหันไปถามเค้าว่ายังไง จนเจ้าของบ้าต้องก้มลงมากระซิบที่หูฉันเบาๆ

“ตามน้ำไปก่อน”

ฉันเลยต้องหันไปยิ้มเจือนๆ แบบไม่รู้อะไรเลย

“แค่ผู้หญิงชั่วคราว เดียร์ไม่ถือหรอกค่ะ” ชั่วคราวงั้นหรอ ยัยโคนม

อื้มมมมมม โดนลดลงมาเป็นผู้หญิงชั่วคราวซะแล้ว ฉันหันไปยิ้มให้คุณเจ้าของบ้าน แต่ไม่ได้อะไร ได้เพียงแค่รอยยิ้มกลับมา

“พี่รุจคะ คุณป้ากับคุณแม่คิดถึงพี่มากเลยนะคะ ฝากให้เดียร์มาบอกว่าอยากจะให้พี่ไปทานข้าวร่วมกันอีก”

ฉันมองสาวสวยอกโต ที่เอาหน้าอกอันมหึมา แนบแขนของคุณเจ้าของบ้านเอาไว้ อ่อ หน้าอกใหญ่ๆ เอาไว้ใช้แบบนี้เอง ไม่หนักหรือไง ใหญ่เดี๋ยวก็ยาน ไม่กระดานแบบฉันสิยั่งยืน โคตรปลอบใจตัวเองเลย

“ไปนะคะ เดียร์จะได้บอกคุณป้าแม่ของพี่เลย” สาวสวยอกตู๊ม มองมาที่ฉันก่อนจะแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำไมอะ ฉันไม่สวยตรงไหนไม่ทราบ พ่อฉันบอกฉันสวยสุดในเขาแล้วจะบอกให้

“แต่พี่อยู่กับแฟนไงคะ แล้วพี่ต้องส่งแฟนที่สนามบินด้วย คงจะไม่ว่าง”

“อย่างงั้นหรอคะ แสดงว่าวันนี้แฟนพี่คงกลับแล้ว ถูกไหมคะ งั้นเดียร์นัดให้พรุ่งนี้เลย”

 

 

 

 

เดียร์

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น