พึ่งเขียนเรียกแรก​ ถ้ามีคำแนะนำตรงไหนเมนต์​ไว้ได้เลยจ้าา​ อยากเขียนให้ดียิ่งกว่านี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน​ จุ้บๆ

ยินดีต้อนรับสู่วันสิ้นโลก.. หนึ่ง

ชื่อตอน : ยินดีต้อนรับสู่วันสิ้นโลก.. หนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยินดีต้อนรับสู่วันสิ้นโลก.. หนึ่ง
แบบอักษร

ยินดีต้อนรับสู่....วันสิ้นโลก

________________

 

ครืนน​ เปรี้ยงง!

 

เฮือก! เปลือกตาคู่สวยเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว​ ผมกระพริบตาถี่ๆแล้วพยายามลืมตายกมือขึ้นไปแตะบริเวรข้างขมับ​ แม่งเอ้ย! หัวแตก​ ซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรอย่างนี้ว่ะ​

 

 

ในหูได้ยินเสียงร้องให้ของพี่เหมก็ก้มหน้าลงไปคงตกใจเสียงฟ้าผ่า​ ผมกอดปลอบส่งเสียงชู่ว..เบาๆให้พี่เหมหยุดร้องพอเจ้าตัวเห็นผมชัดก็หยุดร้อง​ ผมปลดเป้ออกอุ้มพี่เหมมาสำรวจบาดแผลพ่อเห็นว่าไม่มีก็โล่งใจ

 

" มามา.. ฮึกก​" พี่เหมส่งเสียงเรียกทั้งๆที่ยังสะอื้น

 

 

" พี่เหมหม่าม๊าอยู่นี้​ อย่าร้อง​ ชู่ว์..." ผมเอ่ยปลอบเสียงแผ่ว​ ตบหลังให้เบาๆหันไปมองเหนือสมุทร​เขาเลือดออกเต็มไปหมดหัวก็แตกแถมยังสลบอยู่​ ทำไงดี​ จะทำยังไงดี​

 

 

ผมเริ่มร้อนรน​คิดอะไรก็ไม่ออกหันไปมองรอบๆก็เจอรถกะบะที่ชนเราอยู่ห่างไปไม่ไกล​ ฟ้าร้องลมก็แรงแถมเหมือนฝนก็กำลังจะตก ต้องรีบไปจากที่นี้​

 

 

พอผมตั้งสติได้ก็ถอดเสื้อแจ๊คเก็ต​มาห่อตัวพี่เหมไว้ค่อยๆเปิดประตูรถออกไปวางพี่เหมไว้บนเบาะ​ ค้นเป้สัมภาระหยิบขวดนมให้พี่เหม ผมไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานไหม​ พี่เหมเสียงแหบมากหน้าจะร้องให้นานแล้วแน่ๆ​

 

 

" พี่เหมกินนมนะ เดี๋ยวแม่มา ทุกอย่างจะโอเค.." ผมก้มจูบหัวลูกหยิยผ้ามาห่มให้พี่เหมอีกชั้น​ คว้าปืนเก็บเสียงที่เห็นแวบๆว่าอยู่ตรงที่วางเท้าขึ้นมาแล้วปิดประตูเบาๆ

 

 

สอดส่าย​สายตาไปรอบๆ​ ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาห้าโมงกว่าจะหกโมง​ยังพอมีเวลาไม่นาน​ต้องไปจากที่นี้อย่างน้อยก็ปั้มน้ำมัน​ เหนือสมุทรต้องทำแผล​

 

 

ผมค่อยๆตั้งสติไม่ให้ตัวเองกระวนกระวาย​มากเกินไป​ เปิดประตูฝั่งเหนือออกกระจกแตกทั้งด้าน​รถไม่ได้ชนเหนือสมุทรเต็มๆมันชนไปทางด้านหลังมากกว่าดีที่รถไม่พลิกคว่ำแต่รอยยางบอกว่ารถหมุนคว้างอยู่แปลว่าเขาคุมรถอยู่ตอนที่โดนชน​

 

 

ยื่นนิ้วมือไปจับชีพจรที่คอ​หัวใจยังเต้น​ แต่หัวแตกเยอะต้องเย็บ​ ไหล่ซ้ายก็เลือดอาบกระจกน่าจะทิ่มอยู่​ ผมไม่แน่ใจว่าซี่โครง​เขาจะหักรึป่าว​ ถ้าแค่เย็บแผลผมทำได้แต่ถ้าซี่โครงหักมันใหญ่เกินไปสำหรับผม​

 

 

ยังไงก็ต้องออกไปจากที่นี้ให้ได้ก่อนรถที่เราอยู่ขับไม่ได้แล้ว​หันไปมองรอบๆเราอยู่กลางถนนเลยก็ว่าได้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้เรา​

 

ผมไม่รู้จักเส้นทางน่าจะเป็นถนนสายเก่าที่คนไม่ใช่แล้วถึงไม่มีรถขับมาเลย วิ่งไปดูรถที่ชนเราคนขับเป็นผู้ชาย​ เขาก้มหน้าอยู่ผมไม่แน่ใจว่าเขาตายไหม​ เลยค่อยๆเปิดประตูฝั่งเขาออกช้าๆ

 

 

" แฮ่!! " ผู้ชายคนนั่นกระโจนเข้าหาผมอย่างรวดเร็ว​ ผมถอยหลังอย่างเร็วจนแทบล้ม​ยกปืนขึ้นมาเล็ง​ มองอีกทีก็รู้ว่ามันออกมาไม่ได้เพราะติดสายเข็มขัดนิรภัย​ หมอนี้คงโดนกัดมาผมเห็นเลือดที่แขนไหลเป็นทาง ยกปืนขึ้นเล็งที่หัวแล้วเหนี่ยว​ไกทันที

 

​ ปึกก!

 

ผมเดินไปปลดเข็มขัดนิรภัยออก​ ดึงเขาออกมาจากรถ​แล้วลากไปวางไว้ข้างทาง​ รีบเดินกลับมาสตาร์ทรถ​

 

คึก​ คึก​ คึกบรื้นนน..

 

ผมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆโชคดีที่รถติดแต่มันคงขับได้อีกไม่นานต้องรีบเข้าเมือง​ เสื้อผมเปื้อนเลือดไปหมดทั้งของตัวเอาและของเหนือสมุทร

 

ผมวิ่งลงไปเปิดประตูรถฝั่งที่เหนือสมุทรนั่งแล้วตบหน้าเขาดังเผลียะ

 

 

" เหนือ​ เหนือสมุทร​ ฟื้นเร็ว​ เราต้องรีบไปจากที่นี้​ พายุจะมาแล้ว เหนือ!​ " เหนือสมุุทรค่อยๆลืมตาขึ้นมาแต่เหมือนเขาจะยังมึนๆ​ แล้วหันมามองหน้าผม​

 

 

" เป็นอะไรรึป่าว​ ลูกละไปไหนเขาเป็นอะไรไหม​" เขาถามผมเสียงแผ่ว​ แต่ผมไม่มีเวลาพูดมากแล้วฟ้าร้องดังครืนลมก็พัดแรงขึ้นพายุต้องมาแน่ๆ​ หันไปตะโกนใส่หน้าเพื่อเรียกสติอีกฝ่ายให้เร็วขึ้น

 

 

" ไม่เป็นอะไรลูกก็ด้วย​คุณต้องรีบลุกแล้วเดินไปที่รถกะบะเราต้องไปจากที่นี้​ พายุกำลังมา​ ผมจะไปอุ้มลูกและเก็บของ​ ซี่โครงคุณหักรึป่าว?!!"

 

เขาขยับปลดเข็มขัดนิรภัยจับช่วงอกและขยับตัวแล้วหันมาบอก

 

 

" ไม่​ ฉันจะหยิบเป้​ นายไปอุ้มลูก​" ผมพยักหน้าตกลงโยนปืนให้เขาถือไว้แล้ววิ่งไปอุ้มพี่เหมที่นอนตาแป๋วไม่สนใจอะไรเลย​ หยิบขวดนมและเป้อุ้มเด็กมาถือไว้อีกมือแล้วรีบเดินไปขึ้นรถกะบะ​

 

เหนือสมุทรหยิบของที่หลังรถเสร็จก็รีบเดินมาขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ​ ผมส่งของให้เขาเก็บไว้ในสัมภาระแล้วส่งพี่เหมให้เขาอุ้มไว้ผมจะขับรถเอง​ แขนข้างซ้ายเขาเจ็บอยู่แต่เหลือข้างขวาพอจะอุ้มพี่เหมได้​

 

" ​ต้องรีบไปที่เมืองที่ใกล้ที่สุดผมต้องเปลี่ยนรถส่วนคุณต้องทำแผล​ ผมจะขับเองส่วนคุณคอยบอกทาง โอเคไหม​ "

 

ผมหันหน้าไปถามเขาส่วนเขาแค่พยักหน้าตอบกลับมา​ แค่เราไม่ตายก็ดีแล้ว​ ผมค่อยๆขับรถไปตามทางที่เขาบอก​ ครึ่งชั่วโมงที่เราไม่ได้คุยอะไรกันเลยผมได้รู้สึกอึดอัดสักนิดแค่คอยหันไปมองลูกที่อยู่บนอกเขาแล้วก็สังเกตุอาการ์ณเขาไปด้วย​

แถวนี้ไม่มีอะไรเลยมีแต่ป่าอีกไม่นานจะเข้าตัวเมืองแล้วผมไม่รู้ว่าสถานการณ์​ในเมืองเป็นยังไงฟ้าก็มืดไปแล้ว​มือถือก็ไม่มีสัญญาณ​ วิทยุในรถก็เปิดไม่ติด

 

ผมเริ่มเห็นไฟถนนในเมืองก่อนเข้าท่าเรืออยู่ลิบๆ พอเข้าเขตเมืองผมก็ชะลอความเร็วลงหันไปมองรอบๆ​ มันเงียบเกินไป​มีแต่เสียงฟ้าร้องลมและฝน ไม่มีคนหรือซอมบี้สักตัว​

 

ถ้าพวกเขาไม่หนีไปที่สะพานขาออกเมืองที่อยู่อีกฝั่งก็คงไปทางเรือ​หรือรถ ตึกบางตึกผมเหนแสงไฟเปิดอยู่ตามห้องอาจจะมีคนหรือไม่มีก็ได้

 

ผมขับไปตามถนนทางไปใจกลางเมืองที่ต้องตัดผ่านเพื่อไปท่าเรือพยายามหาซุปเปอร์มาเก็ตหรือร้านขายยา​

 

พอหันกลับมามองถนนอีกทีก็ต้องรีบเบรกสุดตัวยื่นแขนไปกันตัวเหนือสมุทรเอาไว้อย่างรวดเร็ว​ ถอนหายใจโล่งออกที่ไม่ชน​ ข้างหน้ามีรถจอดขวางอยู่​ รถผ่านไปไม่ได้​

 

" โทษที เจ็บไหมเป็นอะไรหรือป่าว​" ผมหันไปถามเขาแต่ได้คำตอบคือส่ายหน้ากลับมา​ ก้มไปดูลูกแขนของเหนือสมุทรกอดพี่เหมไว้แน่น​ ผมเงยหน้าประสานสายตากับและขอบคุณเบาๆแล้วรีบประประตูรถออกมาทันที​

 

 

ผมปะหม่าอ้ะ​ แถมหัวใจก็เต้นแรงไปแปปนึงด้วย​ T^T

 

 

หันไปมองรอบด้านเห็นซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่อยู่ห่่างออกไปนิดหน่อย​ แต่มันใหญ่เกินไปแถมไม่ปลอดภัย​นักตอนกลางคืน

 

หันไปมองรอบด้านอีกก็เจอกับร้านขายยาขนาดเล็ก​ ต้องหาที่พัก​ก่อน มืดแล้วค่อยเดินทางต่อตอนเช้าน่าจะดีกว่า​

 

ผมหันไปสุ่มบ้านที่ดูสภาพดีแล้วประตูรั้วเปิดทิ้งไว้ก็เจอบ้านที่ห่างออกไปไม่มาก เปิดประตูรถหยิบปืนเก็บเสียงออกมา

 

" ผมจะไปสำรวจบ้านหลังนั้น​ คืนนี้เราต้องหาที่พักค่อยเดินทางต่อพรุ่งนี้เช้า​ฝนตกหนักเราต้องหาที่อบอุ่น คุณเฝ้าพี่เหมไว้ได้ไหมอย่าให้เค้าร้องนะ​"

 

ผมเงยหน้าไปพูดกับเหนือสมุทรสภาพเขาตอนนี้ไม่ไหว​ น่าจะเสียเลือดมากหน้าเริ่มซีดลงนิดหน่อย เขาหันมาจ้องหน้าผมนิ่งจะพยักหน้าลงช้่าๆ​ ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจผมเท่าไหร่​ แต่ใครสน สภาพผมดีกว่าเขาเยอะ

 

 

" รออยู่นี้​ เดี๋ยวผมมา​ " พอพูดจบผมก็ปิดประตูรถเบาๆและหันหลังวิ่งฝ่าสายฝนเข้าไปสำรวจบ้านนี้อยู่หน้าสุดรั้วก็แข็งแรงคงปลอดภัยสำหรับคืนนี้​

 

เปิดประตูและก้าวเข้าไปในบ้านช้าๆ​ เจอกับห้องรับแขกและห้องครัวเล็กๆเคาะประตูสามครั้งแล้วรอ​ ถ้าซอมบี้อยู่ในนี้พวกมันจะตามเสียงมา​ รอสักพักพอไม่มีเสียงอะไรก็เคาะใหม่​ พอแน่ใจก็ไล่เปิดประตูห้องทุกห้องดีที่บ้านหลังนี้มีชั้นเดียวห้องก็มีแค่​สองห้อง​ห้องน้ำอีกหนึ่งพอแน่ใจว่าไม่มีอะไรก็หันไปล้อคประตูหลังบ้านและหน้าต่างทุกบานเลื่อนม่านมาปิดเอาไว้

 

สำรวจในครัวของกินเยอะพอดู​​ผมหันหลังคว้ากระเป๋ากีฬาที่อยู่หน้าประตูเทของข้างในทิ้งแล้ววิ่งออกจากบ้านเพื่อไปร้านขายยาต่อ

 

เพราะร้านเป็นกระจกแถมยังเล็กมองจากข้างนอกก็เห็นข้างในร้านหมด​ ร้านเละนิดหน่อย​มียาหล่นกระจัดกระจาย​ลงพื้นบ้างแต่ไม่มาก​ผมรีบหาอุปกรณ์​ทำแผลและอุปกรณ์​เย็บแผลเข็มฉีดยาพอหันไปหายาผมก็ชะงักไม่รู้ว่าต้องใช้ยาอะไรบ้าง แอลกอฮอล์​ แก้อักเสบแล้วก็อะไรอีก​ แก้ปวด​ เจอเข็มฉีดยาแบบฉุกเฉินที่ใช้ในสนามรบก็หยิบมาด้วยพอเช็กจนครบก็หยิบกระเป๋าก้าวขาออกจากร้านก็เห็นร่มที่เสียบไว้ข้างประตูเลยหยิบออกมาด้วยแล้วรีบเดินไปที่รถ​

 

" เรียบร้อยแล้ว​ ไปกัน" ผมเปิดประตูรถฝั่งเหนือสมุทรอุ้มพี่เหมขึ้นมาหยิบเป้สัมภาระมาสะพาย​ แล้วหันไปจับมือเหนือสมุทรให้เขาถือร่มมือข้างที่ไม่เจ็บพาเดินไปที่บ้าน​

 

 

พอถึงบ้านก็วางกระเป๋าสองใบลงอุ้มพี่เหมเดินไปหน้าโซฟาเบดแล้ววางพี่เหมลง​ รีบเดินไปเปิดตู้หาผ้าห่มและผ้าปูเพื่อไว้สำหรับปูนอนคืนนี้​ พอได้ผมก็ปูลงบนโซฟาอุ้มพี่เหมขึ้นมานอนบนผ้าอีกที​ปรับโซฟาใหม่ให้เป็นแบบนอนได้​ ผมไม่คิดจะเข้าไปนอนในห้องแน่ๆ

 

พอจัดการเรียบร้อยก็หันไปจุดเตาผิงหน้าโซฟา​เพื่อใหความอุ่นขจัดความหนาวเย็นในบ้านออกไป

 

หันไปหาเหนือสมุทรที่ล็อคประตูบ้านแล้วมายืนมองผมอยู่เงียบๆ​ ลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าที่มียาแล้วจับมือเหนือสมุทรมานั่งหน้าเตาผิงเพื่อจะทำแผล​

 

ทรุดตัวลงนั่งก็หยิบกรรไกรมาตัดแขนเสื้อโค้ทเขาทิ้งเพื่อดูแผล​ มีกระจกฝังอยู่บ้างแต่หนักที่สุดคือต้นแขนกระจกใหญ่กว่าที่คิดแถมเลือดก็ยังไม่หยุดไหล​ หยิบคีมหนีบเศษกระจกทั้งหมดออกแล้วล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์​พอเช็ดเลือดออกหมดก็หันไปหยิบยาฉีดแก้อักเสบและแก้ปวดปักลงไปทันที​ หยิบแม็กเย็บมาเย็บแผลให้เขา​ ใช้ผ้าปิดแผลและสำลีปิดไว้แล้วใช้ผ้าพันแผลพันปิดอีกที​

 

ที่แขนเสร็จต่อไปก็ที่หน้าเขาผมเช็ดเลือดและคราบสกปรกด้วยแอลกอฮอล์​พอเหนชัดมันก็ต้องเย็บเลยใช้แม็กเย็บอีกรอบแล้วใช้ผ้าพันแผลและสำลีปิดไว้​แผลเล็กๆตามใบหน้าที่เศษกระจกบาดก็ไม่มีอะไรต้องกังวลสภาพในตอนนี้ไม่ปลอดภัยเขาจะเป็นไข้ไม่ได้

 

 

พอเงยหน้าจะบอกเหนือสมุทรว่าเสร็จแล้วเท่านั้นแหละถึงกับชะงัก​ หน้าผมกับเขาอยู่ใกล้กันมาก​เขยิบตัวอีกนิดเดียวจมูกผมก็ชนจมูกเขาแล้ว​ เราสองสองคนสบสายตากันอยู่สักพักแล้วผมก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าออกมา

 

 

" เสร็จแล้ว​ ไปอาบน้ำอย่าให้แผลโดนน้ำนะ​ " ผมบอกเขาเสียงนิ่งพยายามทำตัวปกติที่สุดหยิบจับสำลีเปื้อนเลือดลงถังขยะแบบธรรมชาติ​ที่สุด

 

 

" อืม " เหนือสมุทรส่งเสียงในลำคอแล้วลุกขึ้น​เข้าห้องน้ำ ผมเป่าลมออกจากปากเบาๆเกือบไปแล้ว​

 

ผมไม่ได้เขินแค่ประหม่า ยิ่งเป็นผู้ชายทั้งคู่สถานการณ์​แบบนี้มันก็แปลกๆ​ เดี๋ยวใจง่าย​

 

ผมดูไม่ค่อยหวงตัวใช่ไหมจะหวงไปทำไมนั้นพ่อของลูกอีกอย่างต่างคนก็เคยเห็นกันมาหมดแล้วถึงจะแค่ในความทรงจำก็เถอะ

 

​แต่แค่นั้นก็รู้แล้วว่าเหนือสมุทร​ ดุ​ สุดๆ

 

​หื่นไม่ดูเวล่ำเวลาเลยกู​

 

ผมเดินเข้าห้องแต่งตัวของบ้านนี้หาชุดที่จะใส่ได้สบายๆเจอเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ก็หยิบออกมาวางไว้​ ค่อยถอดเสื้อออกปลดเข็มขัดกางเกงและสายรัดปืนออก​ ถอดกางเกงทั้งนอกและในหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาใส่แล้วหยิบเสื้อผ้าของผมและเหนือสมุทรที่ถอดไว้ในตะกร้าหน้าห้องน้ำไปใส่เครื่องซักผ้า​

 

เดินออกไปดูพี่เหมพอเห็นว่ายังไม่ตื่นเลยเดินเข้าครัวทำอะไรกินเปิดตู้เย็นหาของสดเจอเนื้อเสต๊กชิ้นใหญ่​เลยหยิบออกมา​ ทำสปาเกตตี้กับสเต็กแล้วกัน

 

พอทำสเต็ก​เสร็จก็ตักเส้นสปาเกตตี้​ที่สุกได้ที่ไว้ในถ้วยกำลังจะหันไปยกกะทะเพื่อเทซอสใส่ถ้วย​สปาเกตตี้ก็ต้องสะดุ้งเกือบทำกะทะตกเพราะมีมือมากอดจากด้านหลังผมรู้ว่าเป็นเหนือสมุทร​ แน่สิ​

 

ผมจำกลิ่นเขาได้กลิ่นที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้แค่รู้ว่าเป็นเขาแถมอยู่กันแค่สองคน ผมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเทซอสใส่ถ้วยเสร็จก็เอากะทะไปล้างเขาก็เดินตามกอดผมไม่ปล่อย​

 

" เมื่อไหร่จะปล่อย​ ต้องการอะไรฮะ​? " ผมล้างกะทะไปด้วยถามเขาไปด้วย​

 

" ไม่มีวัน​ " ตอบกวนส้น.. แล้วยังมีหน้ามีเป่าลมใส่หูผมอีก​

 

" น้อยๆหน่อย​ พึ่งเจอกันวันแรกก็กอดกันแล้วหรออีกอย่างถึงจะรับเป็นพ่อแต่ไม่ได้รับเป็นสามีสักหน่อย​"

 

พอผมพูดจบเหนือสมุทรก็รัดเอวผมแน่นขึ้นแล้วยกตัวผมทั้งอย่างนั้นไปนั่งบนเค้าเตอร์​ครัว

 

ผมจิกสายตาไปให้อย่างเซ็งๆ​ จะอุ้มก็บอกดีๆก็ได้ไม่ขัดขืนหรอก​ แสยะยิ้ม​

จะได้กินคนอายุสามสิบหรอเนี่ย!!

โอ้ยย​ น้ำลายจะไหลแต่ต้องเก็บอาการถึงภายในจะระริกระรี้ขนาดไหนก็เถอะ​ หุหุ

 

 

" เป็นพ่อลูกก็คือเป็นผัวแม่​ ผิดตรงไหน? แถมเจอกันตั้งแต่หกเดือนก่อน​ เธอเข้าใจผิดนะ​ " เหนือสมุทรตอบกลับมานิ่งๆแถมส่งสายตาดุดุกลับมาให้ผมอีกมือไม้ก็อยู่ไม่เคยสุขจับหมับที่ข้างเอวแถมดูเหมือนพร้อมจะเลื่อยลงต่ำทุกเมื่อ

 

" หืมม ทำไมอยากเป็นสามีผมขนาดนั้นเลย​ ? "

ผมแกล้งเขาด้วยการถามกลับด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่​แล้วยกมือโอบรอบคอเขาไว้ดึงเข้ามาใกล้จนหน้าเราห่างกันไม่กี่เซนต์​

เลื่อนสายตาสบกันเขาก็จ้องกลับนิ่งๆผมไม่เคยอ่านความรู้สึกจากสายตาเขาได้เลยจนกลายเป็นผมเองที่เริ่มประหม่า​

พอคิดจะผละออกเหนือสมุทรก็ล็อคคอผมแล้วจับให้แหงนหน้าขึ้นประกบปากลงมาอย่างแรง​ร่างสูงใหญ่ดูดดูนริมฝีปากหยุ่นจนขึ้นสีแดงแถมยังบวมแดงหยอกเย้ากลับริมฝีปากเพื่อทำให้ผมคล้อยตาม​ ผมตกใจตาโตแต่แค่เสี้ยววิเท่านั้น​ อยากเล่นอย่างนี้หรอผมจัดให้แล้วมาดูสิใครกันที่จะไม่ไหว

 

ผมเปิดปากออกให้ลิ้นร้อนๆแทรกเข้ามาดูดดึงและเกี่ยวพันกันจนน้ำลายไหล​ลงที่มุมปากแต่ก็ไม่ยอมหยุดตะโบมจูบกันอย่างไม่มีใครยอมใครลุ่มหลงมัวเมาไปกับสัมผัสที่ต่างมอบให้กันจนแทบหายใจไม่ออก​ ร่างกายร้อนระอุ​ ขาผมสั่นระริก​ ตัวก็อ่อนระทวย​ จนต้องหาที่ยึดพอผมถอนจูบออกน้ำลายก็ยืดตามจนดูอีโรติกไปหมด​ หอบหายใจเข้าหนักๆตัวพิงอกเหนือสมุทรเอาไว้ฟังเสียงหายใจที่เต้นรัวเร็วจนไม่รู้ว่าของใครกันแน่ของเราสองคน​

 

ถ้าไม่รีบหยุดละก็คงเลยเถิดแน่​ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้​ เสื้อคลุมอาบน้ำหลุดจนเห็นไหล่ขาวเนียน​ ปลายเสื้อคลุมก็เลิกขึ้นจนแทบเห็นไปถึงไหนต่อไหน​ พอปรับลมหายใจเสร็จก็กระโดดลงมายืนกับพื้นเดินเข้าห้องน้ำทันที

 

กลับมาที่เหนือสมุทรที่ผ่อนลมหายใจหนักๆแล้วก้มลงไปมองส่วนล่าง​ สบถเบาๆ​ ทำเขาของขึ้นแล้วก็หนี​ เขาจะรอไปก่อนก็ได้รอมาตั้งหกเดือนแล้วนิรออีกหน่อยจะเป็นอะไร​ ถ้าถึงเมือง​ Z เมื่อไหร่ก็หนีไม่รอดแล้ว​ หึ

 

ความคิดเห็น