Marionette_doll
Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.03 : ขอนอนด้วยคน

ชื่อตอน : Ep.03 : ขอนอนด้วยคน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2562 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.03 : ขอนอนด้วยคน
แบบอักษร

ศรุต Say ::

“คืนนี้ ขอค้างด้วยได้ไหมคะ”

อะไร....อ่อยหรอ แต่อย่างนี้ไม่ใช่สเปกผมหรอกนะ เรียบร้อยไป นมก็เล็ก แต่ความน่ารักผมให้ผ่าน แต่มาเสนอตัวแบบนี้ เข้าหาผู้ชายมากไปรึป่าว แต่ผมก็ไม่มีปัญหากับผู้หญิงที่เข้าหาหรอกนะ ก็แค่ผู้หญิงอีกคนที่เข้าหาจะเป็นอะไรไป พูดให้ตัวเองดูดีหน่อยแล้วกัน

“เป็นผู้หญิงยังไง มาขอค้างบ้านผู้ชาย แล้วเราสนิทกันถึงขั้นนั้นรึไง”

“ฉันสนใจบ้านของคุณ ไม่ใช่ตัวคุณ ฉันจะพูดยังดี ให้คุณไม่เข้าใจว่าฉันเป็นบ้าเนี่ย แต่ฉันฝันเห็นบ้านของคุณมาตั้งแต่อายุ 16 ฉันขออยู่สำรวจที่นี่หน่อยได้ไหม ฉันฝันว่าฉันเคยอยู่ที่นี่”

เหอะๆ ให้ตายเถอะ จะมาขอหวยกับบ้านของผมรึไง งมงาย วุ่นวาย วอแว เส้นเลือดในขมับกระตุกเลย สรุปยัยนี่มาทำอะไรกันแน่ เรื่องงาน หรือเรื่องงมงายไร้สาระกันแน่ ไอ้เราก็นึกว่าอยากนอนกับเรา

“มาทางไหน กลับไปทางนั้น”

“แต่ฉันพูดเรื่องจริงนะคะ ให้ฉันได้อยู่เถอะค่ะ”

“ออกไปได้แล้ว อย่ากลับมาอีก”

เฮ้อออออ ผมจับให้เธอลุกขึ้น หน้าก็สวยดีอะ ไม่น่าเป็นบ้าเลย ให้ตายเถอะ เสียดายของสวยๆงามๆ บ้านนี้เป็นของครอบครัวผม เธอจะเคยอยู่ที่นี่ได้ไง ดูจากอายุเธอไม่น่าจะเกิน 25 เรื่องที่เคยอยู่ที่นี่โกหกแน่ๆ

เสียดายอะ อุตส่าห์สปาร์คขนาดนี้แล้วเชียว แต่กลับสติไม่ดีแบบนี้ก็ไม่ไหว ผมทิ้งเธอไว้ตรงนั้นเพื่อที่จะเดินเข้าบ้าน

“คุณศรุต ฉันพูดจริงนะคะ ฉันไม่ได้โกหก” เธอยังคงเดินตามตื้อผมไม่ห่าง

ตื้อจริงโว้ยยยย!!!!

“เธอเป็นผู้หญิงประเภทไหนเนี่ย”

“ฉันขอร้อง สัญญาจะไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังที่คุณพูดทุกอย่าง”

‘ฉันขอเถิดพี่กล้า ฉันจะไม่ดื้อไม่ซน จะเชื่อฟังที่พี่พูดทุกคำ’ เสียงแว่วๆ ของผู้หญิงเสียงใส มันซ้อนทับกับคำพูดของเธอ มันเหมือนกับเสียงของเธอ เพียงแค่เธอไม่ได้พูดมันออกมา อะไรเนี่ย ยัยนี่เอาอะไรมาใส่หัวผม เฮ้อออ.....ให้ตายเถอะ

“ไม่ เข้าใจหรอ” พอเจอสีหน้าออดอ้อนของเธอ ผมกลับใจอ่อนแบบหาเหตุผลไม่ได้ เหมือนจิตใต้สำนึกมันบอกให้ยอมเธอ โคตรไร้เหตุผลเลย เฮ้ออออ!!!! ผมได้แต่ถอนหายใจ กับสิ่งที่ตัวเองหาเหตุผลไม่ได้ ตั้งแต่เจอเธอ

“คืนเดียวนะ”

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ”

“แต่ฉันไม่ได้เชื่อเธอหรอกนะ ถ้าเธอคิดจะขโมยของๆฉัน ฉันจะเอาเรื่องเธอให้ถึงที่สุดเลย ที่ยอมเพราะขี้เกียจออกไปส่งหรอกนะ ไม่มีรถจอดหน้าบ้าน แสดงว่ามาแท็กซี่คงไม่มีรถกลับ แล้วนี่มันก็จะมึดแล้ว” ผมยอมทำไมวะเนี่ย ไม่เห็นเข้าใจตัวเองเลย ให้ตายเถอะ

ถ้ายัยนี่ เป็นมิจฉาชีพจะทำยังไง

“อาไอขาาาา คืนนี้ฉันค้างที่บ้านคุณศรุตนะคะ เค้าเป็นคนใจดีมาก เช้าจะรีบกลับค่ะ”

ผมหันตามเสียงเล็กๆ ที่กำลังคุยโทรศัพท์กับคนที่ผมรู้จักด้วยเสียงที่เจื้อยแจ้ว อาหรอ เป็นหลานของพี่ตะวันหรอ

“จะคุยกับคุณศรุตหรอคะ......ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวส่งโทรศัพท์มาให้ผม ผมส่ายหน้าเป็นการบอกเธอว่าผมจะไม่คุย แต่เธอยังคงพยักหน้าให้ผมรับโทรศัพท์จากเธอ

นี่ให้ค้างยังไม่พอ ต้องขอผู้ปกครองให้อีกหรอ เกินไปแล้วววววว

“ครับ ศรุตพูดสายครับ”

[ อย่าแตะต้องหลานฉัน แม้แต่ปลายเล็บ พ่อเธอดุมาก มันเอาเราตายแน่ ]

“ให้ผมไปส่งที่โรงแรมดีไหม”

“ไม่ค่ะ ฉันจะค้างที่นี่ ไม่งั้นฉันจะไม่ยอมกลับไร่จริงๆ ต่อให้ฉันจะต้องนั่งที่หน้าบ้านของคุณ ฉันก็จะทำ ถ้ามันทำให้ฉันได้ค้างที่นี่” เธอพูดสวนขึ้นมาในระหว่างที่ผมกับคุยกับพี่ตะวัน ไร้มารยาทจริงๆ

“งั้นก็นั่งหน้าบ้านนั่นแหละ”

คนอะไรแบบนี้ไม่เคยพบไม่เคยเจอ ผมไม่ชอบผู้หญิงขี้ตื้อแบบนี้เลย

[ เป็นไงละ ความหัวดื้อ ถอดพ่อมาเป๊ะ เอาเถอะ ให้เธอค้างไป แค่อย่าปล้ำหลานฉันก็พอ เข้าใจนะ ]

จบการสนทนา

อะไรกัน!!!! มาตัดสายกันแบบนี้เลยหรอ!!!!! มีตัวภาระเพิ่มเข้ามาในชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วันแล้วสิ ผมมองไปที่คนตัวเล็กที่ทำท่าดีใจสุดๆ เป็นหลานของพี่ตะวัน ก็ตัดเรื่องมิจฉาชีพไปได้ข้อนึง แต่ผมไม่เชื่อหรอกนะไอ้เรื่องที่เธอเล่าอะ ไร้สาระ

ผมเดินตามเธอเข้ามาในบ้าน ไหนบอกฝันถึงบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ 16 ลองถามดูหน่อยก็กัน ห้องครัวของบ้านผม ไม่เหมือนที่อื่น ถ้าเธอตอบได้ละก็นะ

“ห้องครัวที่นี่อยู่ไหน”

“แยกอยู่ด้านหลังค่ะ เหมือนในฝันจำได้ว่า มันจะหันหน้าไปทางต้นไม้ต้นใหญ่ ถ้าเราเดินทางด้านข้างของบ้านจะเห็นต้นปีป ต้นใหญ่เรียงรายจนไปถึงหน้าบ้านเลย”

รู้ได้ไงวะ หรืออาจจะแอบเดินดูมาแล้ว ต้องใช่แน่ๆ ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไง

“เราจะกลับกันยังไงคะ คุณน้ำ โทรให้คุณตะวันส่งคนมารับดีไหม” พี่แตงทำหน้าหวาดกลัวบรรยากาศของบ้าน

“ไม่ต้อง คืนนี้เราจะนอนที่นี่ ฉันคุยกับคุณเจ้าของบ้านแล้ว แล้วเค้ายินดี” เธอหันมามองหน้าผม ที่ไม่ได้ยินดีเลยสักนิด ที่ต้องมีตัววุ่นวายอยู่ในบ้าน

“เอาจริงหรอคะ พี่ไม่ปลื้มเลย บอกจริงๆ” สาวสวยที่มากับเธอทำท่าขนลุก หึ แสดงว่ากลัวผีสินะ แต่ทำไมยัยนี่ถึงไม่กลัวกันนะ น่าจะรู้จักกลัวบ้างนะ

“พี่จะกลับ ฉันจะโทรบอกอาไอให้ แต่ฉันไม่กลับ”

ดื้อได้โล่เลย

“จะนอนห้องไหน ไปเลือกเอา ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว เหนื่อยใจ!!!!” ผมตะโกนใส่คนตัวเล็ก แต่ดูเหมือนมันจะเป็นคำอนุญาตสำหรับเธอ แล้วเธอก็เดินขึ้นไปฉันบนแบบไม่สนใจผมจริงๆ อะไรวะ บอกให้เลือกก็เลือกงั้นหรอ นึกว่าจะได้ยินคำแบบว่า แล้วแต่คุณเลยค่ะ หรือไม่ก็ห้องไหนก็ได้ค่ะ

ผมรีบเดินตามเธอขึ้นไปที่ชั้น2ของบ้าน ที่เป็นโซนของห้องนอน พอขึ้นบันไดขึ้นมา ทางของห้องนอนจะแบ่งเป็นสองทาง แต่เธอเดินไปทางห้องนอนของผม เธอค่อยๆเดินช้าๆ เพื่อเลือกห้องที่จะนอน จนมาหยุดที่ห้องนอนของผม

“นี่ห้องของฉันค่ะ ฉันอยากนอนห้องนี้”

“ตลกละ นี่มันห้องของฉัน” มากไปแล้ว นี่มันห้องของผม ผมไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าด้วยซ้ำ เธอชักจะมากไปแล้ว

“เตียงยังอันเดิมไหมคะ อันที่มี 4 เสา” เธอหันมาถามผมอย่างตื่นเต้น

“อื้ม” รู้ได้ไงวะ หรือเธอหาข้อมูลมาก่อนแล้ว

ผมไม่รู้หรอก ว่าเธอรู้ได้ยังไง แต่เธอจะนอนห้องนี้ไม่ได้ แม้เธอจะอยากนอนแค่ไหนก็ตาม นี่มันห้องของผม อะไรมาขอนอนห้องผู้ชาย ไม่กลัวโดนปล้ำรึไง โตมาแบบไหนเนี่ย

“คุณน้ำ ห้องอื่นก็ได้มั้งคะ”

“พี่แตง พรุ่งนี้เราก็กลับเชียงใหม่แล้ว ฉันอาจจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้วนะ” ผมฟังเธอซุบซิบกับผู้ติดตามของเธอ ไม่ได้อยากจะแอบฟัง แต่มันเข้าหูมาเอง

ดื้อจริงๆเลยโว้ยยยยยยยย มันต้องทำให้เด็ดขาด เป็นเด็กดื้อแบบนี้ได้ยังไง

“คุณศรุตฉันขอนอนห้องนี้ได้ไหมคะ จะให้ฉันนอนที่พื้นก็ได้นะคะ” เธอยังคงเว้าวอนไม่เลิก

“ไม่ได้ ฉันยอมเธอมามากเกินไป จนเธอไม่เข้าใจคำว่าเกรงใจ นี่ฉันเป็นเจ้าของบ้านนะ” สีหน้าเธอดูสลดลง สงสัยจะได้ผล ให้มันรู้ซะบ้างนี่บ้านใคร ทำไมหน้าสลดของเธอน่าสงสารจังวะ เอาซะรู้สึกผิดเลย

ผมมองคนที่เดินคอตกแล้วเดินหลบจากห้องของผม เพราะรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมแน่ๆ ให้มันเข้าใจง่ายๆแบบนี้ ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องใช้อารมณ์ก็แบบนี้ เธอมันขี้ตื้อตัวแม่เลย

แค่การปรากฏตัวของเธอ ก็ทำให้ชีวิตที่สงบสุขของผมก็หายไปแล้ว หวังจะให้เธอกลับไปเชียงใหม่ไวๆ แล้วอย่ากลับมาอีก อย่าเจอกันอีกเลย คนอะไรโคตรวุ่นวายเลย

 

สายธาร Say ::

 

“คุณน้ำ พี่เกรงใจเค้าจะแย่ ทำไมทำแบบนี้คะ แล้วอีกอย่างตอนนี้พี่ไม่กล้ารับสายคุณดินเลย” พี่แตงทำสีหน้าลำบากใจ

“พี่ไม่เข้าใจ ฉันฝันถึงบ้านหลังนี้ มา7ปีแล้วนะคะ แล้ววันนี้ฉันได้เจอ จะให้ฉันอยู่นิ่งได้ยังไง”

ทำไมเค้าต้องเอาห้องนั้นทำห้องนอนตัวเองด้วย แล้วแบบนี้ฉันจะเข้าไปที่ห้องนั้นได้ยังไง เค้าไม่เข้าใจรึไงว่าแค่วันเดียว ฉันไม่ได้นอนกับเค้าแบบนี้ไปตลอดสักหน่อย

“แต่บ้านนี้น่ากลัวนะคะ พี่รู้สึกว่าพี่คนมองเราอยู่ตลอดเวลาเลย”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!! เสียงเคาะประตูเสียงดังทำให้พี่แตงสะดุ้งเฮือก แล้วกระโจนเกาะแขนฉันด้วยความตกใจ ฉันเลยต้องเป็นคนเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง ภาระฉันจริงๆเลย

“เอาชุดนอนมาให้ค่ะ มีผ้าขนหนู ยาสีฟัน แปลงสีฟัน สบู่ ห้องน้ำจะอยู่ถัดออกไปจาก ห้องของคุณประมาณ 4 ห้อง เดินออกไปทางนั้นนะคะ มีอะไรเรียกใช้ฉันได้ตลอดค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ฉันเกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”

“ค่ะ ฉันชื่อส้มนะคะ อยู่ที่เรือนเล็กด้านหลัง ไปเรียกได้ตลอดค่ะ” ฉันรับของจากผู้หญิงที่ชื่อส้มด้วยรอยยิ้ม ทุกคนที่นี่น่ารักจังเลย ยกเว้นอีตาเจ้าของบ้าน ฉันเกรงใจทุกคนในบ้านหลังนี้นะ ไม่เว้นแม้แต่ลุงหน้าดุคนนั้น แต่กับอีตาเจ้าของบ้าน กลับรู้สึกอีกแบบที่บอกไม่ถูก

ฉันถือเสื้อผ้ามาส่งให้พี่แตง ที่ดูเหมือนจะคลายความกลัวไปบ้างแล้ว

“อาบน้ำกันเถอะค่ะ เราจะได้มานอนกัน ดีไหมคะ”

“ค่ะ คุณน้ำ”

แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิด ที่เราต้องมาอาบน้ำกับแบบผลัดกันเฝ้าหน้าห้องน้ำ เพราะความกลัวไม่เข้าเรื่องของพี่แตง ฉันยอมให้พี่แตงอาบก่อน เพราะเธอกลัวมากจนเพ้อเจ้อ เลยให้เข้าไปอาบๆก่อนจะได้จบๆ การตะโกนคุยกันตลอดการอาบน้ำเป็นอะไรที่ฉันไม่เข้าใจเลย เพื่อ!!!! ????????

พออาบน้ำเสร็จฉันก็ต้องมาพาคนขี้กลัวเข้านอนอีก ดีหน่อยที่ฉันไม่ต้องนอนตบตูดให้เหมือนเด็ก พี่แตงขอขึ้นมานอนบนเตียงเพราะความกลัว เฮ้อ ไม่เห็นมันจะน่ากลัวสักนิด มีคนกำลังมองเราอยู่งั้นหรอ แบบนั้นหรอ อยู่ตรงไหนล่ะ มาดีหรือป่าว พอพี่แตงหลับดีแล้ว ฉันก็ไปเคาะห้องข้างๆทันที มันเป็นโอกาสเดียวครั้งสุดท้ายแล้ว ฉันอาจจะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!!! ไม่นานประตูก็เปิดออกช้าๆ แต่พอเป็นว่าเป็นฉันเค้าก็จะประตูใส่ทันที แต่ฉันเอาแขนเข้าไปกั้นเอาไว้

“ขอนอนด้วยนะคะ ฉันนอนพื้น รับรอง ไม่รบกวนคุณเลย ฉันมีโอกาสมาที่นี่แค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ได้นอนฉันอาจจะคาใจไปจนวันตายก็ได้นะคะ ฉันจะกลับเชียงใหม่แล้วพรุ่งนี้ จะไม่มารบกวนคุณอีกแน่นอน”

“ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้”

“นะ ให้ทำอะไรฉันก็ยอม” ฉันพยายามขอร้อง เหมือนขอชีวิต ขอแบบไม่ลดละ เหมือนถ้าฉันไม่ได้นอนที่นี่ฉันจะต้องตายแน่ๆ

ทำไมเป็นคนใจแข็งแบบนี้ ถ้าเป็นพี่ชายของโดนอ้อนแบบนี้ยอมไปแล้วนะเนี่ย

“ไม่กลัวโดนปล้ำรึไง ยังไงฉันก็เป็นผู้ชายนะ นอนร่วมห้องกับผู้ชายแบบนี้แฟนไม่ว่ารึไง”

“ไม่รู้ทำไม แต่ฉันรู้ว่าคุณจะไม่ทำ แล้วอีกอย่างฉันไม่มีแฟน เพราะฉะนั้นนอนได้”

ฉันเดินเข้าไปในห้องอย่างวิสาสะในห้องเปลี่ยนไปมากจากในฝัน แต่เตียงยังคงเป็นอันเดิม ฉันลูบไปที่เตียงเบาๆอย่างเผลอตัว ก่อนจะเอาหมอนบนเตียงมาวางลงที่พื้น แล้วล้มตัวลงนอน ตรงนี้แอร์ตกหนาวเป็นบ้าเลย

“โอ้ยยย ฉันจะทำยังไงกับเธอดีนะ น่ารำคาญเป็นบ้า นอนเงียบๆก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ก็รีบๆกลับไปได้แล้ว ขืนอยู่แบบนี้ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ”

ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆที่ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ แต่ฉันอยากทำทุกอย่างที่ฉันจะทำได้

“ปิดไฟแล้วนะ นอนได้แล้ว ถึงเธอไม่นอนก็ต้องนอน เพราะฉันจะนอน”

ไฟในห้องดับสนิท ฉันเลยข่มตาลงนอน แม้หัวใจจะเต้นรัวเพราะความตื่นเต้น รอพรุ่งนี้รีบตื่นมาสำรวจบ้านก็แล้วกัน วันนี้นอนก่อนแล้วกันนะฮ้าวววววววว

===============

“เจ้ากลับมา หนูอุ่นของพี่ ตัวพี่รู้ ยังไงเจ้าก็ต้องกลับมา” วิญญาณของคุณพระพิมาน ยืนมองร่างของสายธารด้วยความเสน่หา

“ไอ้กล้า ไอ้ขี้ข้า มึงกล้าดียังไง ให้หนูอุ่นของกูนอนกระดานเช่นนี้”

เพียงแค่คุณพระพิมานสะบัดมือ ร่างที่นอนอยู่บนเตียงก็กลิ้งเกลือกตกลงมาที่พื้น

“พี่จักพาเจ้า ขึ้นมานอนข้างบน เราจักได้รื้อฟื้นความหลัง ว่าตัวพี่นั้นเป็นใคร” เพียงแต่คุณพระจะแตะต้องตัวสายธารก็ทำไม่ได้ เกิดอาการร้อนจนแทบทนไม่ไหว

วิญญาณของคุณหลวงทำได้เพียงแค่มองเท่านั้น เพราะตัวของสายธารนั้นมีพระพุทธคุณคุ้มครองกาย วิญญาณอย่างเค้าแค่จะแตะหรือสัมผัส มันเป็นไปไม่ได้เลย แม้จะอยู่ใกล้ก็ยังร้อน จนต้องถอดใจออกมานอกห้อง

“แตะต้องไม่ได้ ฮ่าๆๆ รอมาเป็นร้อยปี น้องบอกเลย จะไม่ให้คุณพี่ได้สมใจเป็นแน่” เสียงหัวเราะดังร่วนของหญิงสาวทำให้คนฟังนั้นโกรธมิใช่น้อย

“หล่อนอย่าคิดว่าที่วันนี้หล่อนตั้งใจจะทำร้ายหนูอุ่น จะทำให้ทุกอย่างมันจบ ไม่เห็นรึ หนูอุ่นของข้ามิได้กลัวอันใด”

“แต่อีชื่นกลัว อีกไม่นาน อีชื่นต้องลากหนูอุ่นกลับแน่ ที่นี่ก็จะเหลือแค่เรา 2 คน วันนั้นน้องนั้นคงยินดีไม่น้อย”

“อ่าาา อีชื่น ข้าลืมเมียไปได้เยี่ยงไร” แล้ววิญญาณของคุณพระก็หายวาบ เหลือเพียงวิญญาณของคุณหญิงกำไลที่ทำหน้าเครียดแค้น แววตาโกรธเกรี๊ยว และเจ็บปวด มันยิ่งทวีความแค้นในใจให้มากขึ้น

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น