Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 5 สัตว์อสูรในระดับเซียนจักรพรรดิ

ชื่อตอน : EP : 5 สัตว์อสูรในระดับเซียนจักรพรรดิ

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 993

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2562 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 5 สัตว์อสูรในระดับเซียนจักรพรรดิ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

EP : 5 สัตว์อสูรในระดับเซียนจักรพรรดิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

องค์รัชทายาทได้แต่มองไปที่กระแสน้ำวนที่หมุนวนไปมาอย่างรุ่นแรงด้วยความกังวลใจเป็นอย่างมาก ในใจก็ได้แต่คิดว่าขอให้หรงซู่จินปลอดภัย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ใจขององค์รัชทายาทและอีกสามหนุ่มที่เหลือก็เหมือนจะกังวล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงสัตว์อสูรคำรามแล้ว แต่ว่ากระแสน้ำวนก็ยังไม่หยุดหมุนสักที

ผ่านไปสักพักหลังจากนั้นไม่นานดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นมาก่อน พอทั้งสี่เห็นว่าทุกอย่างกลับมาเป็นดั่งเดิมแล้ว องค์รัชทายาทก็สะลายม่านอักขระทันทีพร้อมกับพากันจะเตรียมกระโดดลงไปยังสระน้ำอยู่แล้ว แต่กิเลนไฟก็ได้พูดห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ช้าก่อน มีบ้างอย่างกำลังจะโผล่ขึ้นมาจากสระน้ำ”

ตู้ม!

ทั้งสี่มองไปยังเสียงพร้อมกับสองร่างที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำโดยที่อาภรณ์ที่สวมใส่นั้นไม่เปือกน้ำเลยสักนิดเดี๋ยวแถมยังมีพลังกดดันที่มหาศาลเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ แต่สิ่งที่เขากังวลเป็นอย่างมากก็คือหรงซู่จินที่ถูกชายหนุ่มพลังมหาศาลนั้นโอบกอดอยู่ต่างหากละ

องค์รัชทายาทเห็นแบบนั้นก็ได้แต่หงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้เพราะลมปราณของเขาต่ำกว่าอีกฝ่ายมากนัก เขาได้แต่เจ็บใจที่ชายหนุ่มอีกคนที่ได้โอบกอดหรงซู่จินว่าที่พระชายาของเขา  ทั้งที่เขายังไม่เคยโอบกอดนางอย่างแนบชิดเท่ากับชายหนุ่มอีกคนเลยสักนิด

“หรงซู่จินเจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ทันทีที่เท้าของหรงซู่จินแตะกับพื้นองค์รัชทายาทก็รีบเคลื่อนกายไปหาพร้อมกับร้องถามไม่ได้สนใจอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะไม่ชอบขี้หน้า

“เอ่อ ไม่เป็นไรๆ”

“จริงรึ”

“จริงเจ้าค่ะ แล้วอีกอย่าง…ตอนนี้ข้าอยู่ในระดับลมปราณนภาขั้นกลางแล้วนะ” หรงซู่จินพูดขึ้นแล้วยืดอกขึ้นรับพร้อมกับพูดต่ออย่างภาคภูมิใจในการเลื่อนระดับลมปราณของตัวเอง

“ห้ะ! จริงรึ แล้ว…” องค์รัชทายาทร้องขึ้นมาอย่างตกใจก่อนจะปรายตาไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนข้างๆ กับหรงซู่จินของเขา

“อ๋อ นี่คือ…” หรงซู่จินกำลังจะพูดบอกองค์รัชทายาทแต่ไม่รู้จะบอกนามของมังกรหนุ่มนี่ยังไง เพราะเธอก็ยังไม่รู้จักนามของมังกรหนุ่มผู้นี้เลย ถ้าจะบอกว่าเป็นมังกรคนพวกนี้จะตกใจหรือเปล่านะ

“หวางชู นามของช้า” และเหมือนว่าหวางชูที่เธอเพิ่งจะรู้จักนาม ดูเหมือนจะรู้ว่าเธอต้องการอะไร ก็เลยบอกนามของตัวเองกับองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้น เขาไม่ได้ต้องการที่จะได้ยินเสียงหรือรู้จักเสียหน่อย แต่อยากจะให้หรงซู่จินอธิบายต่อเขาเท่านั้น

“ใช่ หวางชูเป็นสัตว์อสูรของข้าเองเจ้าค่ะ” หรงซู่จินตอบพร้อมกับยิ้มให้ทำเอาสามหนุ่มที่เหลือยกเว้นกิเลนไฟที่พอจะรู้เรื่องอยู่บ้างก็เลยไม่ตกใจ เพราะสัตว์อสูรทั่วไปไม่สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ เพราะนอกจากิเลนไฟหนุ่มตนนี้แล้วสามหนุ่มก็ไม่เคยเห็นสัตว์อสูรจำแลงกายได้เลย และมันก็ทำให้สามหนุ่มอยากรู้ว่าสัตว์อสูรของหรงซู่จินเป็นสัตว์อสูรประเภทใดกันแน่

“หวางชูเจ้าอยู่ในระดับใด” องค์รัชทายาทและกิเลนไฟที่กำลังจะห้ามก็ห้ามไม่ทันเมื่อองค์รัชทายาทผู้หึงหวงหรงซู่จินเกินเหตุถามหวางชูออกไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้า!” หวางชูที่ได้เสียงมนุษย์ตรงหน้าเอ่ยถามตัวเองด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ก็ไม่พอใจขึ้นมา ยังดีที่หรงซู่จินสังเกตเห็นจึงได้คว้ามือของหวางชูกุมเอาไว้อย่างรวดเร็ว ฉากนั้นยิ่งทำให้องค์รัชทายาทที่เห็นก็ยิ่งไม่ชอบขี้หน้าของหวางชูมากยิ่งขึ้น โดยที่หวางชูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ

“บอกมาว่าเจ้า…” ยังไม่ทันทีที่องค์รัชทายาทจะพูดจบ กิเลนไฟหนุ่มก็ได้พูดขึ้นมาเสียก่อน เพราะกลัวว่าเรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ ถ้าเขายังไม่รีบพูดมันออกมาเสียที

“สัตว์อสูรในระดับเซียนจักรพรรดิ” อีกสี่คนที่เหลือที่ได้ยินก็ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างกายไปแล้ว นี้มันเกินความคาดหมายของหรงซู่จินไปมาก ไม่คิดว่าสัตว์อสูรพันธะของตัวเองจะยิ่งใหญ่ปานนี้

“ระ…เรื่องจริงหรือเนี่ย” เยี่ยเฟิงพึมพำราวกับว่าไม่มีสติ ส่วนเยี่ยฟงนั้นนิ่งไปเพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ตอนที่กิเลนไฟบอกว่าเป็นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ แต่อีกคนที่ตอนนี้นิ่งค้างไปเลยไม่แม้แต่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองเลยสักนิดเดียวนั้นก็คือองค์รัชทายาท

“ดูเหมือนมิติกาลเวลานี่จะใกล้แตกสะลายเสียแล้ว” กิเลนไฟหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองภายในถ้ำที่กำลังจะกลับไปเป็นถ้ำธรรมดา

“มิติกาลเวลา” องค์รัชทายาทพูดขึ้นมาเมื่อจะเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ

“ใช่ มันเกิดจากการบิดเบียนของมิตินะ สงสัยพวกเราคงจะมาอยู่ในที่แห่งนี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้วละ” กิเลนไฟพูดขึ้น ทำให้สี่คนที่ได้ยินรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่ว่าจะพบเจอสถานที่แบบนี้บ่อยๆ เสียเมื่อไร

“ท่านหวางชู ข้าอยากได้น้ำวารีสรรค์นี่นะเจ้าค่ะ ท่านพอจะช่วยข้าได้หรือไม่” หรงซู่จินเขย่าแขนของหวางชูพร้อมกับเรียกหวางชูอย่างออดอ้อน จนองค์รัชทายาทเห็นแบบนั้นถึงกับควันออกหูทันที

“ท่านสามารถสร้างมิติได้ใช่หรือไม่” กิเลนไฟหนุ่มถามเพราะไม่แน่ใจกับความรู้ของเขาเท่าไรเพราะสัตว์อสูรระดับเซียนจักรพรรดิขึ้นไปจะสามารถสร้างมิติเป็นของตัวเองได้ หรืออีกอย่างหนึ่งเลยก็คือสัตว์อสูรพวกนั้นจะต้องมีชีวิตมากว่ากว่าหนึ่งพันปีขึ้นจึงจะสามารถสร้างมิติเป็นของตัวเองได้

“เรื่องเล็กน้อย” หวางชูพูดพร้อมกับสะบัดมือเพียงเบาๆ ทุกอย่างที่รอบๆ ตัวของพวกเขาก็ได้หายไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่ลมปราณเลยสักนิดเดียว ทุกอย่างหมุนวนเป็นวงกลมมาที่ฝ่ามือของหวางชูพอทุกอย่างสงบลง หรงซู่จินที่มือไปที่ฝ่ามือของหวางชูตาไม่กระพริบก็พบว่ามีลูกแก้วสีฟ้าขนาดใหญ่เท่ากำปั้นของเธอกำลังส่องแสงกระกายระยิบระยับอย่างสวยงาม

“เย้ สำเร็จ ท่านเก่งที่สุด” หรงซู่จินร้องออกมาอย่างดีใจพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างเอาใจหวางชูไปด้วย และดูเหมือนตอนนี้องค์รัชทายาทจะถูกแม่นางน้อยหลงลืมไปเสียแล้ว นั้นยิ่งทำให้เขาไม่ชอบขี้หน้าหวางชูมากกว่าเดิม แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นถึงสัตว์อสูรระดับสูงตาม

“แน่นอน” หวางชูยอมรับ ก่อนจะยื่นลูกแก้วไปให้หรงซู่จินที่ยืนมือไปรับอย่างรวดเร็วพลางเงยหน้าไปมองหวางชูอีกครั้งเพราะไม่รู้จะต้องทำยังไง

“เอ่อ แล้วข้าต้องทำยังไงเจ้าคะ”

“เจ้าเพียงแค่หยดเลือดของลงบนลูกแก้วนี้เท่านั้น มิติที่ข้าสร้างขึ้นมาให้เจ้ามันก็จะเป็นเพียงของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกได้ตามสบาย ส่วนคนอื่นจะเข้าไปนั้นเจ้าต้องเป็นผู้พาเข้าไปถ้าเจ้ามีสัตว์อสูรพันธะก็สามารถให้เข้าไปอยู่ในนั้นได้ ไม่ต่างอะไรกับการมีโลกเป็นของตัวเอง” หวางชูพยายามจะอธิบายช้าๆ และใจเย็นๆ ถึงแม้เขาจะไม่ชอบการพูดจาหรือต้องมาอธิบายให้ใครเข้าใจก็เถอะ แต่เพราะถ้าเขาไม่ยอมอธิบายให้หรงซู่จินเข้าใจ หรงซู่จินก็คงจะถามเขาไม่หยุด จนทำให้เขาปวดหัวเป็นแน่

“อ๋อ อย่างนี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว” หรงซู่จินพยักหน้ารับพร้อมกับกัดปลายนิ้วชี้ของตัวเองเบาๆ เมื่อได้เลือดออกมานิดหน่อยก็รีบใช้นิ้วโป้งกดไปที่แผลเล็กๆ นั้นให้เลือดออกมาเพียงพอที่จะหยดลงไปยังลูกแก้ว ทันทีที่หยดเลือดของหรงซู่จินหยดลงไปยังลูกแก้ว

 ก็เกิดแสงสว่างสีขาวสาดส่องไปทั่วทั้งถ้ำแห่งนี้ จนอีกสามหนุ่มไม่อาจลืมตามองได้ ลูกแก้วลูกนั้นได้ทำหายหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของหรงซู่จินที่ตรงกลางหน้าอก เธอรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ความรู้สึกเจ็บนั้นก็ได้หายไปพร้อมกับแสงสว่างนั้น

“ข้าอยากจะเข้าไปสำรวจตอนนี้จังเลย” หรงซู่จินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ข้าว่าเราไปจากที่แห่งนี้กันเถอะหรงซู่จิน” องค์รัชทายาทเริ่มทำแต้มอีกครั้งเมื่อได้สติพร้อมทั้งยังเดิมมาแทรกกลางระหว่างทั้งสองอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะถือวิสาสะจับมือของหรงซู่จินแล้วพาออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็ว หวางชูได้แต่มององค์รัชทายาทนิ่งๆ

ก่อนจะเดินตามทั้งสองไปโดยที่กิเลนไฟหนุ่มเดินตามหลังแล้วก็สองพี่น้องฝาแฝดที่เดินตามหลังไปอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไรเลย พร้อมกับเยี่ยฟงที่รีบสะลายมานอักขระของตัวเองไปด้วย พอทุกคนออกมาจากถ้ำแล้ว องค์รัชทายาทก็พาหรงซู่จินไปเดินหาสมุนไพรไปด้วย จนหวางชูที่เดินตามทั้งสองก็ได้แต่ทำหน้ารำคาญทุกครั้งที่เห็นองค์รัชทายาทพยายามกำลังเกี้ยวพาราสีหรงซู่จินที่ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจ

“องค์รัชทายาทคนนั้นช่างน่าสงสารนัก” หวางชูพูดขึ้นเบาๆ แต่กิเลนไฟหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พอได้ยินแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ฮ่าๆ ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่าน ไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทจะรู้หรือเปล่ามาแม่นางน้อยนั้นไม่ได้สนใจตัวเองเลยสักนิด” พอหวางชูได้กิเลนไฟหนุ่มพูด ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจออกมาทันทีอย่างพร้อมเพียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทำเอาพี่น้องฝาแฝดข้างหลังที่มองทั้งสองอยู่ก็พากันแปลกใจไปด้วยว่าทั้งสองเป็นอะไรไป

“เจ้ามีนามว่าอะไร” หวางชูถามอีกฝ่ายที่เดินมาด้วยกั้นตั้งนานแล้วยังไม่รู้จักนามของกิเลนไฟผู้นี้เลย

“ข้าฉินหลงขอรับ” ฉินหลงพูดขึ้นมาอย่างนอบน้อมเพราะอีกฝ่ายเป็นสัตว์อสูรที่สูงที่สุดในหมู่ของสัตว์อสูรทั้งหลาย แม้ว่ามังกรวารีตัวนี้จะไม่ใช่ตัวที่เป็นจักรพรรดิมังกรก็ตาม แต่ด้วยตามลำดับแล้วมังกรถือว่าอยู่เหนือสัตว์อสูรทุกประเภท สัตว์อสูรที่ใหญ่รองลงมาจากมังกรก็จะเป็นหงส์ฟ้ารองลงมาก็จะเป็นกิเลนแล้วก็รองลงมาก็จะเป็นเต่า และสัตว์อสูรพวกนี้จะทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินของตัวเองตามที่จ้าวจักรพรรดิมังกรได้สั่งเอาไว้ แดนเหนือจะเป็นของมังกรแดนใต้เป็นของหงส์ฟ้าแดนตะวันออกของเต่าแดนตะวันตกจะเป็นของกินเลน

ทุกๆ หนึ่งร้อยปี แต่ละเผ่าจะมีการประลองกำลังภายในเผ่าของตัวเองเพื่อที่จะเลือกผู้ที่จะมาเป็นสัตว์อสูรเพื่อมาทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินที่ตัวของได้รับมอบหมายให้ดูแล และฉินหลงก็เป็นกิเลนไฟที่เพิ่งจะชนะการประลองภายในเผ่าแต่เพราะได้รับบาดเจ็บมากจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้ในทันที ประกอบกับองค์รัชทายาทไปเจอกับฉินหลงที่กำลังรักษาตัวเองอยู่ และได้ยื่นข้อเสนอว่าให้ทำพันธะด้วยแล้วจะรักษาบาดแผลให้

“งั้นเจ้าก็คงจะเป็นผู้ปกป้องแดนตะวันตกสินะ”

“ขอรับ แล้วท่าน…”

“ข้าก็เกือบจะได้เป็นแต่พอดีเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก็อย่างที่เจ้าเห็นเหตุการณ์มันก่อนหน้านี้นั้นแหละ” พอฉินหลงได้ยินหวางชูพูดมาแบบนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“นี่ หวางชูท่านไม่สนใจข้าเลยหรือไง” หรงซู่จินที่ออกมาจากการถูกองค์รัชทายาทหลอกกินเต้าหู้ได้นั้นก็ร้องเรียกสัตว์อสูรพันธะตัวเองทันที อย่างไม่ชอบใจที่หวางชูไม่ช่วยเธอเลย

“ข้าเห็นว่าเจ้าสนุกเลยไม่อยากแทรกกลาง” หวางชูพูดเอื่อยๆ ไม่ได้สนใจหรงซู่จิน จนเมื่อได้เห็นหน้าตาของนางที่เหมือนกำลังจะโมโหเขาก็เลยต้องทางเปลี่ยนเรื่อง

“เจ้าอยากได้สมุนไพรหรือไม่”

“อยาก” หรงซู่จินตอบกลับอย่างรวดเร็วแม้จะไม่เต็มใจนักที่หวางชูไม่ช่วยเธอเรื่ององค์รัชทายาท

“เดินไปอีกไม่นานก็เจอ” หวางชูพูดแค่นั้นไม่ได้ทำอะไรอีก จริงๆ แล้วเพียงแค่เขาสะบัดมือเบาๆ ต้นสมุนไพรพวกนั้นก็มาอยู่ในมือของเขาแล้ว แต่เขาแค่อยากจะแกล้งหรงซู่จินคืนบ้างที่นางบังอาจมาบังคับข่มขู่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธ์อย่างเขาทั้งที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกล้าทำแบบนางมาก่อน

“ท่านหามาให้เลยไม่ได้หรือ” หรงซู่จินเดินมาเขย่าแขนของหวางชูอย่างอ้อนๆ แต่ขอโทษที หวางชูผู้นี้ไม่หลงกลมารยาหญิงของหรงซู่จินเหมือนองค์รัชทายาทโดยเด็ดขาด

“มันก็ไม่สนุกนะสิ มันจะทำให้เจ้าไม่มีความพยายามนะสิ”

“งั้นเรามาเล่นเกมหาสมุนไพรกันดีหรือไม่” หรงซู่จินเสนอเพราะจะได้สมุนไพรเร็วๆ และจะได้ฝึกวรยทธภายในตัวไปด้วย

“ข้าเห็นด้วยๆ งั้นท่านหวางชูบอกใบ้พวกเราจากนั้นเราก็แยกกันหา แล้วเอามานับแต้มแบ่งตามระดับความหายากดีหรือไม่” เยี่ยเฟิงรีบพูดขึ้นเพราะตัวเขานั้นเริ่มจะเบื่อๆ ขึ้นมาเสียแล้วด้วยสิ พอได้ยินหรงซู่จินพูดเขาก็มีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมา และก็อยากจะเล่มเกมเร็วๆ เสียที เพื่อเขาจะเจอสมุนไพรหายากเขาจะได้ขอร้องให้องค์รัชทายาทหลอมโอสถให้เขาเสียหน่อย

“ตกลงตามนี้นะ ท่านจะเล่นด้วยหรือเปล่าเจ้าคะ” หรงซู่จินตอบรับความคิดของเยี่ยเฟิงพลางหันไปตามองค์รัชทายาที่หน้าทำหน้านิ่ง พอเห็นเธอถามก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วก็พยักหน้ารับอย่างดีใจที่นางยังเห็นอยู่ในสายตาบ้าง

 

 

ฮ่าๆ ตอนนี้รู้สึกชอบหวางชูมากเลยละ ไม่รู้ทำไม 

 

ชอบก็เม้นหรือให้กำลังใจเราได้น่า 

 

ตกลงใครเป็นพระเอกกันแน่เนี่ย

 

 ทำไมเรารู้สึกอยากให้หวางชูเป็นพระเอกจังเลยก็ไมรู้

 

เปลี่ยนใจตอนนี้ทันทีมั้ยเนี่ย

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น