SRK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : HOPE NOT : 5 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 130

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HOPE NOT : 5 100%
แบบอักษร

HOPE NOT : EP5

    

   คุณเมษิตา มาแล้วพวกเรา ทางนี้ๆ 

ฉันที่พึ่งเดินเข้ามาในงานก็ได้ยินเสียงนักข่าว ตะโกนเรียกกันเสียงดัง  ก่อนจะพากันกรูเข้ามาถ่ายรูปฉัน สาดแฟลชจนแสบตาไปหมด   

ก็พอทราบมาบ้างนะว่าท่านเจ้าสัวรวยมาก แต่ไม่คิดว่าจะเว่อร์จนจ้างนักข่าวมาทำข่าว งานวันเกิดแบบนี้

ฉันยืนโพสต์ท่า ให้นักข่าวถ่ายรูปเสร็จ ก็เดินออกไปทันที ใครจะว่าหยิ่งยังไงฟฉันไม่สนหรอกนะ  ฉันไม่ใช่ดาราที่จะต้องมาตอบคำถามสื่อ

ฉันเดินเข้าไปหาเจ้าของงานเพื่อกล่าวทักทายในฐานะตัวแทนเจ้าของสถานที่จัดงาน

“ท่านเจ้าสัว สวัสดีค่ะ” ฉันพูดพร้อมพนมมือไหว้อย่างงดงาม ประนึงมางานประกวดมารยาทไทย

“ดิฉัน เมษิตา ศิริวัฒนา  ตัวแทนจากศิริวัฒน์กรุ๊ปค่ะ ” ท่านเจ้าสัวหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม

“อ่อ หนูเมย์ลูกสาวคนโต ของคุณชาญชัยใช่มั้ย เคยเห็นในทีวีลุงก็ว่าสวยแล้ว แต่ตัวจริงหนูเมย์ยิ่งสวยสง่ามากๆเลยนะ ชาญชัยโชคดีจริงๆที่มีลูกสาวสวยแล้วก็เก่งแบบนี้ ”ท่านเจ้าสัว พูดอย่างชื่นชม

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะท่าน เมย์ว่าเมย์ก็สวยตามมาตรฐานสาวไทยทั่วไปนั่นแหละค่ะ”ฉันพูดอย่างถ่อมตัว

“ท่านเทิ่นอะไรกันหนูเมย์ เรียกว่าคุณลุงดีกว่า คนกันเองทั้งนั้น”

“คุณพ่อ ครับเดี๋ยวต้องขึ้นไปกล่าวเปิดงานแล้วนะครับ” ผู้ชายท่าทางดูภูมิฐานคนนึง เดินเข้ามาหาท่านเจ้าสัว

“อ้าว ตาพีท มาพอดีเลย นี่หนูเมย์ ลุงสาวของคุณชาญชัย ทำความรู้จักไว้สิ” ท่านเจ้าสัวพูดขึ้นพลางแนะนำ

“สวัสดีครับ ผมพีทครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เมษิตาค่ะ จะเรียกสั้นๆว่าเมย์ก้ได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

คนนี้เองหรอ แฟนยายปริมตาถึงดีนี่ หึ  เอ๋ว่าแต่ทำไมน้องสาวสุดสวยของฉันว่าที่สะใภ้เจ้าสัวถึงไม่มางานล่ะ หรือว่า..

“พีท ลูกอยู่คุยเป็นเพื่อนหนูเมย์ไปก่อนนะ พ่อขึ้นไปกล่าวเปิดงานก่อน”

ท่านเจ้าสัวบอกลูกชายก็เดินขึ้นไปบนเวที

“ผมได้ยินเรื่องคุณเมย์มาบ้าง ไม่คิดว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้เลยนะครับ”

คุณพีทพูดขึ้นแล้วมองฉันด้วย สายตามีเลศนัย นี่มันสายตาของอิพวกผู้ชายเจ้าชู้ประตูผีชัดๆ!!!

“ขอบคุณค่ะ เมย์ก็พอได้ยินเรื่องของคุณพีทมาบ้าง ว่าดูแลกิจการหลายอย่างมาก เมย์นี่นับถือมากๆเลยค่ะ ขนาดของเมย์แค่นี้ ยังหัวหมุนเลยล่ะค่ะ” พูดพลางยิ้มอย่างมีจริต  

แปลกมาก ถ้าเค้าเป็นคบกับยัยปริมเค้าต้องรู้สิว่าฉันเป็นพี่สาวยัยปริม แต่ทำไมเค้าดูเฉยได้ขนาดนี้ล่ะ มันน่าสงสัยอ่ะ  เรื่องนี้ต้องขยาย!!  ยัยสองแม่ลูกนั่นต้องกุเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นแน่ๆ

“ว่าแต่คุณเมย์ มาคนเดียวหรอครับ” คุณพีทถามขึ้นอย่างดูเชิง เข้าทางฉันล่ะ

“ค่ะ ส่วนมากเมย์ออกงานคนเดียวตลอดน่ะค่ะ  คล่องตัวดีนะคะว่าไหม^^ ” ฉันพูดขึ้นเหมือนโยนหินถามทาง คุณพีทจึงมองมาด้วยสายตาที่ถูกใจในคำตอบ

“คุณเมย์นี่เหมือนผมเลยนะคะ ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยควงใครออกงานหรอครับ นอกจากคนที่ผมคิดว่าใช่จริงๆ...” พูดพร้อมมองฉันด้วยสายตาสื่อความหมาย

โป๊ะเช๊ะ คุณพีทพูดมาแบบนี้แสดงว่ายัยปริมคงเป็นได้แค่เด็กในสต๊อกสิน่ะ หึ ยัยสองแม่ลูกอสรพิษ!!! กล้ามากที่เอาเรื่องแบบนี้มาหรอกฉันกับคุณพ่อ

“เชื่อได้แน่หรอค่ะ ว่าแบบคุณพีทจะยังไม่มีคนที่ใช่”

“ถ้าแต่ก่อนคงยังไม่มี แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่าผมอาจจะเจอแล้วล่ะครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไปวันนี้ผมขออณุญาติควงคุณเมย์ได้มั้ยครับ^^”

“เป็นเกียรติอย่างมากค่ะ^^” จากนั้นแผนเด็ดที่จะใช้แก้เผ็ดสองแม่ลูกนั่นก็วาบเข้ามาในหัว หึ ยัยวิชุดา แกต้องเจอฉัน!!

ฉันที่เห็นนักข่าวเริ่มหันมาสนใจทางฉัน กับคุณพีท จึงเริ่มแผนที่คิดว่าถ้ายัยสองแม่ลูกนั่นเห็นต้องได้กรี๊ดจนบ้านแตกแน่ แค่คิดก็ซะใจชะมัด

“โอ้ย!” ฉันที่งัดมารยาหญิง ที่คิดว่ามีอยู่ออกมาใช้โดยการทำเป็นเดินสะดุดรองเท้าตัวเอง

คุณพีทที่เห็นแบบนั้นก็รีบถลาเข้ามารับฉันซึ่งอยู่ในท่าที่ฉันกะไว้พอดีเป๊ะ เป็นท่าที่ฉันเอนหลังแล้วคุณพีทก็ช้อนมือมาข้างหลังพร้อมโน้มตัวลงมา   แต่ต้องชมความไวของคุณพีท ไม่งั้นฉันคงได้ลงไปหัวฟาดพื้นจริงๆแน่  จากนั้นแฟลชของนักข่าวก็กระหน่ำสาดเข้ามาได้จังหวะเป๊ะๆๆ ประนึงนัดคิวกันไว้

“คุณเมย์เป็นไรมากรึเปล่า ครับเจ็บตรงไหนรึเปล่า” คุณพีทถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณพีทมากๆเลยนะคะ”ฉันจึงหันไปยิ้มเป็นเชิงขอบคุณ

   

    “ยัยฟ้าเร็วๆ เราสายมากแล้วนะ ผมพูดขึ้นกับยัยฟ้าที่ยังง่วนอยู่กับการหาต่างหูที่ทำตกในรถ 

“ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ บ่นเป็นคนแก่ไปได้” ยัยฟ้าพูดขึ้นพร้อมรีบเดินมาหาผมอย่างเร่งรีบ 

“ส่งแขนมาค่ะ”  ผมมองยัยฟ้าอย่างงงๆ

“อะไรของเราอีกล่ะ ”

“เอ้าอิตาพี่บ้านี่ มางานกับผู้หญิงแบบนี้ก็ต้องควงเค้าเข้างานสิคะ ตาทึ่มเอ้ย”

ยัยฟ้าพูดอย่างเหนื่อยใจกับผม

  

“พี่ธิมๆ นั่นใช่คุณเมย์มั้ยค่ะช่วยฟ้าดูหน่อย ฟ้าว่าใช่แน่ๆเลย สวยออร่าแบบนั้น” ยัยฟ้าพูดขึ้นผมจึงหันไปมองตามทิศที่น้องชี้บอก

เมษิตาจริงๆด้วย ดูเหมือนกำลังตกเหยื่อซะด้วยสิ หึ

“สวยมากๆเลยเนอะพี่ธิมว่ามั้ย ใครได้ไปเป็นแฟนต้องน่าอิจฉามากแน่ๆ” ฟ้าพูดขึ้นอย่างชื่นชมผู้หญิงคนนั้น

ผู้หยิงใจดำแบบนั้น มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ตกหลุมพราง...

‘โอ้ย’ เสียงของเมษิตาดังขึ้น ทำให้ทุกคนในงานหันไปมองเป็นจุดเดียว

มารยา!! ผมอยากตะโกนออกไปท่ามกลางความสนใจของทุกคน เธอคงคิดว่าไม่มีใครทันเห็นความ มารยาสาไถของเธอสินะ แต่โทษทีไอ้ธิมคนนี้มันเห็นทุกกระบวนท่า ที่ยัยนั่นพยายามใช้อ่อยเหยื่อ เลยล่ะ

เมื่อวานก็คนนึง วันนี้ก็คนนึง หึ ผมไม่คิดเลยว่าผู้หญิงหน้าซื่อแบบเมษิตา คนที่ผมเคยหลงรัก หลงใหลไปกับความสวยงามของเธอ  จะมีธาตุแท้ที่น่าสะอิดสะเอียนแบบนี้

“พี่ธิมๆ ผู้ชายที่อยู่กับคุณเมย์ นั่นมันพี่พีทเพื่อนพี่ธิมนี่ ใช่มั้ย” ยัยฟ้าพูดขึ้นพลางสะกิดให้ผมหันไปดู

   เวร!! ไอ้พีทจริงด้วย แบบนี้ไม่ดีแน่ เห็นแบบนั่นผมจึงรีบเข้าไปแสดงตัวให้ เมษิตารู้ว่า เหยื่อที่เธอกำลังล่ออยู่จะเธอไม่มีทางได้กินแน่ เพราะผมจะขัดขวางให้ถึงที่สุด ผมไม่ยอมให้เพื่อนผมหลงกลยั่ยนั่นแบบผมแน่

“อ้าวไอ้ธิม ฉันนึกว่าแกจะไม่มาแล้วซะอีก” พีทที่เห็นผมเดินเข้าไปหาก็เอ่ยทักขึ้น

เมษิตาที่ยืนอยู่ข้างๆเพื่อนผมก็หันมามองทางผม ด้วยแววตาตกใจเล็กน้อย แต่ก็แป๊ปเดียวเท่านั้นแหละ ผู้หญิงแบบเมษิตาก็สามารถกลับมาตีน่านิ่งได้เหมือนเดิม

“งานวันเกิดท่านเจ้าสัวทั้งทีฉันจะพลาดได้ไงละว่ะ” ผมพูดพร้อมเดินเข้าไปทักทายไอ้พีทด้วยการกระแทกไหล่ แบบที่ผู้ชายชอบทำเวลาเจอกัน 

“เป็นไงสบายดี?? ฉันได้ข่าวว่าแกพึ่งกลับมากจากเมกาเลยนิ แต่แหม่กลับมาก็มีสาวให้ควงเลยนะไอ้เสือ” พีทพูดแซวๆๆ

“ของมันแน่นอนอยู่แล้ว” ผมพูดขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้

“แล้วแกไม่คิดจะแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยหรอว่ะ”ไอ้พีทพูด พลางกระแซะไหล่ผม

ผมจึงหันกลับไปพร้อมยื่นมือไปกุมมือฟ้า และดึงให้เธอมายืนข้างๆผม

“นี่ฟ้า นภา แฟนฉันเอง” หลังจากที่ผมพูดจบ ยัยฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆก็ หันมามองผมอย่างอึ่งๆ

“มันร้ายจริงเว้ยไอ้นี่ กลับไทยยังไม่ถึงสองเดือนก็มีสาวซะแล้ว เกินหน้าเกินตากันมากไปแล้ว” พีทพูดขึ้นพลางหัวเราะ

“ว่าแต่ฉันเถอะ แกก็ใช่ย่อยนิ” ผมพูดพลางหันหน้าไปมองทางเมษิตา

“อ่อ นี่คุณเมย์ เจ้าของโรงแรมที่จัดงานวันนี้ ไม่ใช่แบบที่แกคิดหรอกน่า แต่อนาคตก็ไม่แน่ จริงไหมครับคุณเมย์ ” พีทพูดขึ้นอย่างหยอกล้อ แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง

“คุณพีทก็ พูดซะเมย์ไปไม่เป็นเลยนะคะ” เธอพูดขึ้นพลางยิ้มและหัวเราะอย่างมีจริต หึ มารยา!!

“อ่อ ที่จริงแล้วเมย์กับคุณศิณะ เรารู้จักกันมาก่อนหน้านั้นแล้วละค่ะ เพราะบริษัทของคุณศิณะเป็นคนดูแลโครงการโรงแรมในเครือศิริวัฒน์ที่กำลังจะสร้างน่ะค่ะ”

“งั้นเมย์ คงไม่ต้องแนะนำตัวอีกรอบนะคะ คุณศิณะ เพราะยังไงก็คนเคยๆกันอยู่แล้ว” ฉันพูดสองแง่สองง่ามพร้อมหันไปมองทางผู้หญิงที่มากับธิม นี่สินะของใหม่ที่ว่า

ธีมที่เห็นฉันพูดแบบนั้นก็มองมาแบบไม่พอใจ คิดว่ามองได้คนเดียวรึไง ได้!  มองมามองกลับไม่โกง!

“คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” ในขณะที่เรากำลังส่งสายตาเชือดเฉือนใส่กันเสียงพนักงานที่กำลังเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มก็ดังขึ้น

“ฟ้า ขอน้ำส้มนะคะ พี่ธิมเอาไรมั้ยคะ” เหอะ กินน้ำส้มหรอ นางเอกชะมัด!

“พี่เอาน้ำเปล่าแล้วกัน เดี๋ยวต้องขับรถกลับ”  ธิมตอบผู้หญิงคนนั้นออกไป

“เอ่อ คุยกันไปพลางๆก่อนนะ พ่อฉันเรียกแล้วว่ะ” คุณพีทที่พึ่งถูกตามตัวก็เดินออกไปอย่างเร่งรีบ

“มีอะไรแรงๆไหมคะ” ฉันหันไปถามบริกรที่กำลังเสิร์ฟอยู่

“เมย์ขออันที่แรงที่สุด แก้วนึงค่ะ”ที่จริงฉันไม่ใช่สายเมรีขี้เมาหรอกนะแล้วอิพวกเครื่องดืมในถาดเนี่ย คือไรบ้างก็ยังไม่รู้เลย แต่ฉันแค่อยากจะกินให้มันตรงข้ามกับผู้หญิงของไอ้บ้าธิม! 

หลังจากนั้นฉันกลับซัดมันไปอีกหลายแก้ว เครื่องดื่มที่ตอนแรกบาดคอจนแสบไปหมด แต่ตอนนี้มันกลับนุ่มลิ้มละมุนคอจนหยุดไม่ได้อีกแล้ว ทำให้มนุษย์ที่คอโครตพ่อโครตแม่อ่อนแบบฉัน หน้าแดงตาเยิ้มเดินเซไปเซมาจนหมดสภาพของเมษิตา นักธุรกิจสาวสวยไฟแรง!! ดีนะที่โซนปาร์ตี้ท่านเจ้าสัวไม่ให้นักข่าวเข้ามามีหวังได้ลงหน้าหนึ่งแน่ๆ

พรึบ!! ฉันที่กำลังจะยกแก้ว ซึ่งเป็นแก้วที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้เข้าปาก แต่กลับมีคนมาดึงแก้วออกไปจากมึงฉันจนหกไปหมด ฉันมองตามของเหลวสีขาวใสที่หกลงบนพื้นอย่างเสียดาย   ฉันจึงหันขวับกลับไปมองหน้าพร้อมสายตาคาดโทษให้กับคนที่กล้ามาแย่งของๆคนอื่นแบบนี้

“นาย! ”คนที่มาดึงเครื่องดื่มไปจากมือฉันจนหกก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือไอ้บ้าธิมนั่น

“ ยังอยู่อีกหรอ ฉันนึกว่านายจะอนามัยกลับบ้านไปนอนก่อน 4 ทุ่มแบบแฟนนายซะอีก เด็กน้อยชะมัด  หรือว่า...นายกลับมาหาฉันหรอ ^^” ฉันพูดพร้อมยิ้มด้วยสายตาเยิ้มๆอย่างคนเมา

“ ว่าไงคะ กลับมาหาเมย์หรอ ” ฉันถามผู้ชายที่คิดว่ากลับไปกับแฟนแล้ว ด้วยน้ำเสียงยั่วยวน 

“อย่าสำคัญตัวไป ผมแค่ลืมของก็เท่านั้น” ธิมพูดขึ้นพร้อมมองฉัน อย่างหงุดหงิด

“ว้า นึกว่ากลับมาหาของเก่าๆ!! แบบเมย์ซะอีก แต่ลืมไปของเก่ามันจะไปสู้ของใหม่ได้ยังไงล่ะเนอะ ” หึ  ฉันพูดขึ้นและหันหลังจะเดินออกมาจากตรงนั้น

“เดี๋ยว!!” ธิมตะโกนตามมาทำให้ขาของฉันหยุดกึกโดยอัตโนมัติ

“เธอจะกลับยังไง” ธิมถามฉันทำให้ฉันหันไปมองหน้าเค้าอย่างไม่เข้าใจ

“ก็เห็นว่าเธออยู่คอนโดเดียวกับฉัน ก็จะสงเคราะห์ให้ติดรถกลับด้วยไง อ้อหรือว่าวันนี้มีคนไปส่งแล้วล่ะ” ธิมถามฉันอย่างเย้ยหยัน

“เป็นห่วง พูดแบบนี้” ฉันพูดออกไปพลางยิ้มให้เค้า ที่แท้ก็เป็นห่วงฉันนี่เอง ไอ้ขี้เก๊ก

“ใครเป็นห่วงเธอฉันก็แค่ถามดู จะเป็นจะตายยังไงก็เรื่องของเธอสิ” ธิมพูดอย่างไร้เยื่อใย และกำลังจะเดินออกไป

พรึบ!!!  “เดี๋ยวสิ” ฉันพูดพร้อมกับวิ่งไปกอดแขนเค้าแล้วซบลงอย่างเมาๆ โอกาสมาขนาดนี้แล้ว เมษิตาไม่พลาดหรอก แต่ที่ว่าเมาก็คือเมาจริงนะ และตอนนี้ความกล้าก็มาจากไหนไม่รู้ หึกเหิมชะมัด 

“ฉันขอกลับด้วยหน่อยน้า ถือซะว่าเห็นแกผู้หญิงตัวเล็กๆแบบฉัน ฉันเอารถมาก็จริง แต่ว่าตอนนี้แม้แต่แรงจะเดินยังไม่มี ฉันขับรถกลับไม่ได้แน่ๆ เมาไม่ขับอ่ะรู้จักป่ะ”

ฉันพูดพร้อมเอาหน้าไปคลอเคลียที่แขนแกร่งของเค้า อยากจะบอกว่าเวลาเมาแล้วฉันเนี่ยจอมเลื้อยเลยหละ ฉันถึงไม่ค่อยดื่มเพราะแบบนี้ไง

ธิมที่พยายามดันฉันออก ก็ต้องถอดใจกับความติดหนึบเป็นปลาหมึกของฉันจึงพาเดินไปที่รถ พร้อมกับยัดฉันเข้าไปในรถอย่างแรง ลืมไปแล้วมั้ง ว่าฉันเป็นผู้หญิง!!!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น