อาลัย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน ในคืนฝนตก

ชื่อตอน : ตอน ในคืนฝนตก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 37

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2562 13:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ในคืนฝนตก
แบบอักษร

คุณเชื่อในเรื่องบังเอิญหรือเปล่า...

ฉันคิดเรื่องกายตลอดคืน ฉันภาพตอนฉันสบตากับเขาวนไปวนมา ฉันทิ้งทุกสิ่งรอบกายไว้ข้างหลัง ในหัวฉันแต่ความสงสัย ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง ฉันอยากจะสลัดความคิดนี้ออกไป แต่ฉันไม่มีอันจะทำอะไรเลย ทุกครั้งนี้ฉันนึกถึงหน้าเขา ฉันคุ้นเคยเหมือนฉันรู้จักกับเขามานาน ฉันลองค้นหาในกูเกิ้ลถึงอาการที่ฉันเป็น คำตอบที่ฉันได้ส่วนใหญ่คืออาการที่บ่งบอกว่าฉันตกหลุมรัก นี่ฉันตกหลุมรักผู้ชายคนนี้หรือนี่ ฉันหาผลลัพธ์ไปเรื่อยๆ จนสะดุดกับเพลงของวงโปเตโต้ที่มีชื่อว่า ”เพลง บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต” ฉันไม่เคยฟังเพลงนี้เลย ฉันลองกดเข้าไปฟัง ฉันฟังเพลงนี้แล้วก็เอามาเปรียบเทียบกับความรู้สึกตัวเอง หรือกายจะเป็นคนที่ฉันตามหามานาน เขาคือคนของฉันที่ถูกกำหนดมาแล้วหรือเปล่านะ ความคิดของฉันถูกคัดจังวะด้วยเสียงฝนห่าใหญ่ ฝนตกหนักมาก เสียงฝนที่กระทบหลังคาดังเหมือนคนกำลังรัวกองศึก นี่จะมีศึกสงครามหรือเปล่านะ เป็นสงครามของเทพเจ้าแน่เลย เหมือนในเรื่องเพอร์ซี แจคสัน ฉันคิดแล้วหัวเราะความคิดของตัวเอง บ้าบอชะมัดเลยนัท

จนผ่านมาระยะหนึ่งฝนเริ่มจะซาลงเหลือไว้แต่เสียงเปาะแปะของน้ำค้าง พอดีกับที่ฉันเกิดความรู้สึกหิว ฉันจึงออกไปหาอะไรยามดึกกิน ฉันมองเวลา นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่ม ตอนนี้คงจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้อพาร์ทเม้นท์แหละมั้งที่ยังเปิดอยู่ ฉันทักแชทเฟสไปหาปอบอกถึงเป้าหมายของฉันที่จะไปฝากท้องที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ถามปอว่าเธอจะมาร่วมด้วยหรือไม่ ปอปฏิเสธไปเนื่องจากช่วงนี้เธอควบคุมน้ำหนัก เธอบอกเธออยากสวยพอที่จะไปอ่อยชายหนุ่มคนนั้น คนที่เธอกำลังคลั่งอยู่ ฉันเลือกร่มสีใสไม่มีลวดลาย ฉันชอบร่มสีใสเพราะฉันรู้สึกเหมือนไม่ได้กางร่มอยู่ ฉันยังคงเห็นบรรยากาศรอบข้าง ฉันยังได้รับแสงธรรมชาติ ฉันเดินกางร่มออกไปยังร้านก๋วยเตี๋ยว พอถึงที่ร้านฉันกำลังจะสั่งป้าเจ้าของร้านก็ขอโทษขอโพยฉันเนื่องตอนนี้ร้านของป้าขายของจนหมดเกลี้ยงแล้ว ฉันยิ้มแหยๆให้ป้าเป็นคำตอบ ในตอนที่ฉันกำลังจะหันหลังเดินกลับไปยังทางที่ฉันมา จมูกของฉันสะดุดกลับกลิ่นหอมหวานเย็นๆมันคล้ายกับกลิ่นคล้ายมิ้นท์ผสมกับวานิลา มีเสียงหนึ่งพูดแทรกมา

“เสียดายมากเลยครับป้า ผมรอให้ฝนหยุดตกกะว่าจะได้กินก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ” เจ้าของกลิ่นหอนหวานเย็นๆพูดขึ้น

ฉันหันหลังกลับไปมองเจ้าของเสียง แล้วฉันต้องเบิกตาโพลง เพราะเขาคือคนที่ทำให้ฉันเสียเวลาไปเกือบทั้งคืน ใช่แล้ว เขาเอง นายกาย พระเอกขี่ม้าขาวคนนั้น

เขามองสบตาฉันกลับ แล้วเขาก็ยิ้มโชว์ฟันขาว ฟันเขาเรียงตัวสวยจัง

“อ่าว เธอ บังเอิญมากเลย เธออยากกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันเหรอ แต่น่าเสียดาย เธอก็อดกินเหมือนกัน เราจะไปหาอะไรกินแถวนี้ต่ออ่ะ เธอจะไปด้วยกันไหม” เขาพูด

ฉันไม่ได้ตอบแต่ฉันชะโงกหน้าไปข้างหลังเพื่อดูว่าเขามากับใครบ้าง

“อ่อ เรามาคนเดียว ถ้าเธอไปหาอะไรกินแถวนี้ด้วยก็คงดี จะได้มีคนหารค่าแท็กซี่”เขาพูด

ฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อประเมิน ฉันควรไว้ใจผู้ชายคนนี้หรือไม่ แต่เขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยนี่ อีกอย่างก็แค่ไปหาอะไรกินด้วยกันคงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

“โอเค”ฉันตอบเขา

กายโบกแท็กซี่ เพื่อไปหาร้านที่เปิด24ชั่วโมง โชคดีที่แถวนี้ใกล้ร้านเบอร์เกอร์ที่เปิด24ชั่วโมง เราเลยตกลงจะไปหาอะไรกินที่นั้นกัน พอมาถึงฉันก็จัดแจงสั่งเมนูที่ฉันอยากกิน กายสั่งเหมือนฉัน เขาให้เหตุผลว่าเขาคิดไม่ออกว่าจะกินเมนูอะไร เราเลือกที่นั่งติดกระจกใสเพื่อที่จะได้มองเห็นวิวข้างนอก ตอนนี้ทำไมความหิวของฉันรู้สึกหายไปเป็นปลิดทิ้ง ฉันเหม่อมองกายกินเบอร์เกอร์ เขาดูเท่ปนน่ารัก ฉันละสายตาจากเขาไม่ได้

“นี่เธอไม่หิวเหรอ เห็นไม่แตะอาหารเลย” เขาถามฉัน

“อ่อ หิว ฉันหิวซิ” ฉันตอบแบบตะกุกตะกัก

ฉันเริ่มจัดแจงทานอาหารในส่วนของตัวเอง

“เลอะปาก” กายพูดพร้อมยื่นกระดาษชำระมาให้ฉันเช็ดปาก

“อ่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันพูดขอบคุณเขาแบบอายๆ นี่ฉันดูกินมูมมามไหมนะ

“เธอแอดมาหาเรายัง” กายถาม

“แอดไปแล้ว” ฉันหยิบโทรศัพท์พร้อมยื่นหลักฐานให้ดู

“อ่อดีๆ เราต้องล็อคอินด้วยโน๊ตบุ๊คอ่ะ เรายังไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปซ่อมเลย” เขาพูด

“โทรศัพท์มันดับแบบเปิดไม่ติดเลย แล้วหน้าจอก็แตกละเอียดเลย” เขาพูดต่อ

ฉันทำหน้าเจื่อนๆ สำนึกในความผิดที่ฉันก่อ

“เอ่อ จะเป็นไรไหม ถ้าฉันขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของโทรศัพท์ที่พัง” ฉันพูด

“ไม่ต้องหรอกครับ แต่เราอยากให้เธอไปเป็นเพื่อนเราเอาโทรศัพท์ไปซ่อมหน่อย พอดีเราไม่รู้แหล่งซ่อมโทรศัพท์อ่ะ จะได้หรือปล่าครับ” เขาถามฉัน

“อ่อ ได้ซิ แต่ฉันยินดีที่จะจ่ายค่าซ่อมให้นะ” ฉันยังคงยืนความตั้งใจ

กายมองหน้าฉันนิ่ง

“อือ ก็ได้” เขาตอบ

“เออ เธอชื่ออะไรเหรอ” เขาถามฉัน

“เราชื่อ นัท พีรณัฐ” ฉันตอบเขา

“เราชื่อ กาย กวิน เรียนวิทยาศาสตร์ เอกเคมี” เขาพูด

“เราเรียนคณะบริหารค่ะ” ฉันตอบ

เราอยู่คุยสัพเพเหระกันต่อ จนทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่หอใกล้อพาร์ทเม้นท์ที่ฉันอยู่ ส่วนเพื่อนๆเขาอยู่บ้านกันหมด ทำให้ส่วนใหญ่เขาต้องออกมากินคนเดียว เขาขอมากินข้าวกับฉันในวันที่ว่างตรงกัน เขาบอกว่ากินข้าวหลายๆคนสนุกกว่ากินข้าวคนเดียวเยอะเลย ไหนๆฉันก็ต้องกินข้าวอยู่แล้วและเขาต้องต้องกินข้าว ก็ไปกินข้าวด้วยกันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ฉันเลยตอบตกลงที่จะกินข้าวกับเขาในวันอื่นๆ เขาเป็นคนพูดเก่งคุยสนุก รู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน ฉันเลยชวนเขากลับที่พัก กายมาส่งฉันที่อพาร์ทเม้นท์

“ยินดีที่รู้จักนะนัท” เขาพูดก่อนที่จะแยกตัวเดินกลับยังหอตัวเอง

“อือ”ฉันตอบเขา

ฉันเดินขึ้นอพาร์ทเม้นท์ไปโดยย้อนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดวันนี้ ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้เป็นอย่างนั้นฉันได้แต่ถามตัวเองพร้อมกับเปิดฟังเพลงพรหมลิขิตฟัง วันนี้ต้องเป็นวันที่ฉันฝันดีแน่เลย

“ติดกับเต็มๆ ฮึฮึ”กายพูดเบากับตัวเองพร้อมแสยะยิ้มที่มุมปาก คืนนี้เขาคงนอนฝันดีเพราะแผนการเขาได้ผลไปอีกขั้นหนึ่ง พร้อมเดินย้อนกลับไปยังอพาร์ทเม้นท์ที่เขาเพิ่งจะเดินจากมา

ปล.กลิ่นน้ำหอมที่กายใช้น่าจะประมาณ JEAN PAUL GAULTIER LE MALE

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น