แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #14 ความรู้สึกแบบนี้…มันคืออะไร? NC (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #14 ความรู้สึกแบบนี้…มันคืออะไร? NC (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 87k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2559 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #14 ความรู้สึกแบบนี้…มันคืออะไร? NC (RW)
แบบอักษร

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #14 ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร?

 

อ๋องน้อย

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ในรถคันหรูแถมคนข้างๆ ผมยังเป็นผู้ชายที่บ้าอำนาจและจอมเผด็จการที่สุดเลยด้วย ผมจะไม่งอแงขนาดนี้ถ้าเขายอมให้ผมอยู่ที่บ้านกับแม่แต่จะว่าไปเขาก็ยอมนั่นแหละแต่แม่ต่างหากที่ไม่ยอมและดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะพูดกันถูกคอเลยทีเดียว

“แม่ฝากน้องด้วยนะ

“ผมจะดูแลให้อย่างดีเลยครับ” 

ไอสูรย์ยิ้มอารมณ์ดีกอดเอวผมแล้วพูดกับแม่ พอผมจะเถียงท่านก็เอ็ดผมทันทีแถมยังสั่งให้ผมทำตัวดีๆ อย่าดื้ออย่างอแงมาก ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วแถมยังบอกอีกว่าตอนนี้ผมมีสามีแล้วต้องเชื่อฟังเขาให้มากๆ

ดูสิครับตกลงแม่ผมหรือแม่เขากันแน่ท่านไม่เห็นจะเข้าข้างผมสักนิดเดียว

 

“นี่งอนเหรอ?” เสียงของไอสูรย์ร้องทักก่อนจะขยับเข้ามาหา ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วขยับตัวหนีเขาทันทีจนตอนนี้จะติดประตูรถอยู่แล้ว

“ฉันไม่ผิดนะแม่อนุญาตเองแถมท่านยังเห็นดีด้วย!

ดูน้ำเสียงสิล้อเลียนผมชัดๆ เลยครับจะบอกละสิว่าแม่รักเขามากกว่าผม

“จะขยับหนีไปถึงเมื่อไหร่? ไม่เปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปเลยละ!” น้ำเสียงของคนข้างๆ เหมือนจะดุผมเล็กน้อย ผมหันไปมองหน้าเขาไม่พอใจมากกับคำพูดเมื่อกี้ก็รู้อยู่ว่าผมงอนยังจะมีหน้ามาพูดจาประชดอีก

“ทำได้งั้นสิ!” ผมจ้องหน้าเขาเขม็งพูดเสียงต่ำลอดไรฟันก่อนจะหันกลับมาแล้วเปิดประตูรถ

หมับ

“เฮ้ย! ฉันประชด!” ไอสูรย์อุทานขึ้นมาสีหน้าเขาดูตกใจมากเมื่อเห็นว่าผมทำตามคำพูดประชดของเขา ร่าสูงข้างกายรั้งเอวผมให้ขยับเข้าไปนั่งบนตักของเขาแถมยังกอดไว้แน่น

“ปล่อยนะ

“อย่าดิ้นสิ!” เสียงอู่อี้อยู่ข้างๆ หูลมหายใจร้อนๆ ของเขาทำให้หัวใจผมเต้นแรงได้ตลอดเวลาจริงๆ เลยครับ

“ก็ปล่อยสิ”

“อย่าดื้อ!” เขากดเสียงต่ำเหมือนว่ากำลังขู่แต่ผมก็ไม่ยอมดิ้นท่าเดียว...นี่ถ้าเขาปล่อยผมลงก็จบแล้ว

“ก็ปล่อยผมสิ”

“ถ้าดิ้นไปมากกว่านี้ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยนะรู้สึกเหมือนตอนนี้เด็กดื้อกำลังปลุกให้อสูรร้ายตื่นแล้วสิ!

อ๊ะ!

ไม่รู้ทำไมคำพูดประโยคเมื่อกี้ของเขาถึงทำให้ผมหยุดดิ้นลงได้ แถมพวงแก้มทั้งสองข้างของผมยังรู้สึกแดงเป็นแถบๆ เลยครับ ผมกำลังเขินกับคำพูดเมื่อกี้ของเค้าใช่ไหม

“ไม่ดิ้นต่อแล้วเหรอ?”

ผมเงียบไม่ยอมตอบเขาแถมยังเบือนหน้าหนีสุดชีวิตแอบได้ยินเสียงหัวเราะของพี่เหนือกับพี่ใต้ด้วยครับ แต่ผมก็ไม่สนใจเพราะตอนนี้คนที่ทำให้ผมรู้สึกเขินมากกว่าคือคนที่อุ้มผมให้นั่งตักเขาต่างหากละครับ

 

คฤหาสน์ไอสูรย์!

ในที่สุดพวกเราก็กลับมาถึงคฤหาสน์ของอสูรตัวร้ายกัน...หลังจากที่รถจอดสนิทผมก็รีบเด้งตัวออกจากตักคนตรงหน้าทันทีแถมยังพุ่งตัวไปเปิดประตูเองโดยที่ไม่รอให้ใครมาเปิดให้ด้วยซ้ำ พอลงจากรถได้สำเร็จผมก็รีบวิ่งหนีเข้าบ้านทันที

เมี้ยว เมี้ยว

พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เห็นว่าเจ้าขนปุยเจ้าของห้องตัวจริงก็เดินออกมารับผมที่หน้าประตูพร้อมทั้งเอาตัวของมันมาถูไถตามขาของผม ผมอุ้มมันขึ้นมาแล้วพาเดินไปนั่งที่เตียง

“คิดถึงที่สุด” ผมอุ้มมันให้อยู่ในระดับเดียวกับหน้าของผมก่อนจะเอ่ยคำพูดเมื่อกี้ด้วยรอยยิ้ม

“แล้วไม่คิดถึงเจ้าของมันเหรอ?”

ผมหุบยิ้มแบบไม่ต้องคิดเมื่อเสียงของไอสูรย์ดังขึ้นมา เสมองไปทางเขานิดหน่อยก่อนจะหันหลังให้พร้อมทั้งอุ้มเจ้าขนปุยติดมาด้วย

“งอนฉันเหรอ?”

ผมไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาถึงตัวตั้งแต่เมื่อไหร่มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกร่างสูงอุ้มให้ตัวลอยขึ้นไปนั่งบนตักของเขาพร้อมกับเจ้าขนปุยในมือที่ผมอุ้มอยู่

ผมเบือนหน้าหนีเขาทำเป็นไม่สนใจทั้งๆ ที่ตอนนี้ผมถูกเขากอดอยู่

“ทำไมไม่ตอบละครับ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยกระซิบข้างหูผม หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกแล้วแถมยังรู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าแดง

เมี้ยวๆ

เจ้าขนปุยร้องขึ้นมา ผมนั่งก้มหน้ามองมันก่อนที่ไอสูรย์จะแย่งเจ้าตัวน้อยไปจากอ้อมแขน ผมหันไปจ้องหน้าเขาจนปลายจมูกของตัวเองแตะโดนแก้มนุ่มๆ ตรงหน้าทันที

ไอสูรย์ยิ้มอารมณ์ดีผมจึงได้จังหวะที่จะลุกออกไปแต่เขาเร็วกว่าวางเจ้าขนปุยลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้หันกลับมารั้งเอวผมเอาไว้ก่อนจะพลิกตัวผมให้นอนราบลงไปกับเตียงตามมาด้วยร่างสูงที่นั่งคร่อมผมอยู่

ไม่รู้จะเขินหรือจะโกรธเค้าดี!

“ปล่อยนะ

“ดื้อ!” ผมยู่หน้าใส่เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากกำมืออสูรตัวร้าย

“ไม่ได้ดื้อ!” ผมเถียงทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ ผมว่าตอนนี้ตัวเองดื้อและงอแงกับเขาสุดๆ เลยละครับ

“ดื้อที่สุดเลยต่างหาก!” ไอสูรย์ล้มตัวลงนอนข้างๆ ผมก่อนที่มือหนาข้างหนึ่งจะเลิกเสื้อผมจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบของตัวเอง

หน้าผมร้อนจัดทันทีที่เขาใช้มือสัมผัสที่บริเวณหน้าท้องแล้วลูบวนย้ำไปย้ำมาอยู่แต่ที่เดิมหลายนาที

“จะทำอะไรครับ” ผมเอ่ยถามด้วยความตกใจพยายามจะถอยหนีแต่ก็ถูกมือหนารั้งเอาไว้

“เมื่อไหร่จะท้อง?”

ผมอึ้งกับคำถามของเขาฝ่ามือหนาทาบทับลงมาบนหน้าท้องของผมอยู่อย่างนั้นก่อนที่ริมฝีปากบางสวยจะพรหมจูบลงที่หน้าท้องแบนราบของผมอย่างอ่อนโยน

จุ๊บๆ                      

สิ่งที่เขาทำในตอนนี้มันยิ่งทำให้ผมอึ้งเข้าไปใหญ่เลยทีเดียว เขาอ่อนโยนอย่างที่ผมไม่เคยเจอมาก่อนแถมมันเป็นภาพที่สามารถเรียกน้ำตาของผมได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ เขาต้องการลูกงั้นเหรอ? เขาอยากมีลูกสินะ

ฮือๆๆๆ

ไอสูรย์ค่อยๆ ขยับกายขึ้นมาตรงหน้าผมก่อนที่มือหนาจะเกลี่ยน้ำตาให้ รอยยิ้มอ่อนโยนที่ผมอยากเห็นมันใช่ของจริงหรือเปล่า? ผมไม่กล้าที่จะมองด้วยซ้ำนอกจากจะเบือนหน้าหนีแววตานี้ของเขาไปซะ แต่ทว่าไอสูรย์กลับรั้งใบหน้าผมให้หันกลับมามองก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะทาบทับลงมา

อื้อออ

ผมไม่สามรถปฏิเสธจูบนี้ของเขาได้เลย มันอ่อนโยนและนุ่มนวล ซาบซ่านไปถึงหัวใจ ร่างกายของผมสั่นระริกเมื่อเขาสัมผัสเคล้าคลึงริมฝีปากจูบซับมันอย่างอ่อนหวาน ความชำนาญและชั้นเชิงของเขาทำให้ผมแพ้อย่างราบคาบเลยทีเดียว

ริมฝีปากสวยค่อยๆ แตะแต้มไปทั่วใบหน้าและลำคอของผม...เขาอ่อนโยนมากๆ ผมอยากขัดขืนแต่มันทำไมได้ในเมื่อร่างกายตอนนี้มันทรยศผมและยอมเขาไปหมดแล้ว

ผมคิดถึงเขา...คิดถึงอ้อมกอดและสัมผัสมากมายพวกนี้หยาดน้ำตาที่ไหลรินมันคือน้ำตาของคำว่าดีใจซะมากกว่า

“ฉันอยากมีลูกอยากได้ยินเสียงเด็กน้อยมาวิ่งเล่นในบ้าน” เขาเอ่ยกระซิบข้างๆ หูผมการกระทำมากมายในตอนนี้มันช่างอ่อนโยนจนผมขัดขืนหรือปฏิเสธไม่ได้เลย

ผมไม่ได้ตอบเขาทำแค่เพียงหันกลับมามองหน้าคนข้างๆ ก่อนจะรั้งใบหน้าของเขาเอาไว้ด้วยมือที่สั่นเทิ้มทั้งสองข้างของตัวเอง...ผมกดจูบเบาๆ ที่หน้าผากของเขาผมก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่แต่อารมณ์และความต้องการทุกอย่างมันนำหน้าผมไปหมดแล้ว

ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปที่ริมฝีปากของเขาสำหรับผมแล้วมันคือการจูบที่ห่วยแตกมากเลยทีเดียวเพราะตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยจูบใครก่อนด้วยซ้ำ แต่ไอสูรย์กลับเป็นผู้ชายคนแรกที่สามารถทำให้ผมละทิ้งความอายพวกนี้ลงไปจนหมดสิ้นเลยทีเดียวละครับ

อื้อ! อึ้มห์...

เสียงครางในลำคอของคนตัวสูงทำให้ผมรับรู้ได้ว่าจูบของตัวเองไม่ได้ห่วยอย่างที่คิด แม้ผมจะไม่เก่งแต่เขาก็ช่วยนำทางจนมันผ่านไปได้ด้วยดี

ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้เราสองคนมีเสื้อผ้าติดตัวกันอยู่ไหม ผมรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ร่างกายมันหนาวเหน็บไปหมดแล้วสั่นไปหมดทั้งตัวเลยก็ว่าได้ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ จนผมรู้สึกผวากับสัมผัสที่เขาจับต้องร่างกายนี้

“ฉันคิดถึงเด็กดื้อคนนี้ที่สุด” แม้มันจะเป็นคำลวงหรือออกมาจากใจจริงๆ ของเขาก็ตาม แต่นั่นสามารถทำให้ผมมีความสุขและดีใจจนน้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเลย

“ผมเกลียดคุณฮือๆ” ผมร้องไห้สะอื้นยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดใบหน้าของตัวเองเอาไว้

“ฉันก็เกลียดเด็กดื้อที่สุดเหมือนกัน!” เขาก้มลงมาจูบที่หน้าผากของผมมันอ่อนโยนมากๆ มือที่เคยปิดหน้าตัวเองเอาไว้กลับต้องผละออกแล้วกอดคอของไอสูรย์เอาไว้แทน

“รีบมาผลิตทายาทกันดีกว่า” เสียงกระซิบข้างหูทำเอาผมอารมณ์อึ้งค้างไปเลยทีเดียว มันใช่เวลามาพูดแบบนี้หรือเปล่าเนี่ย?

“คุณ!

ไอสูรย์เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับผมแววตาดูเจ้าเล่ห์ชะมัดเลยครับ ร่างกายสั่นสะท้านทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดช่วงล่างที่เกิดขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆ เขาต้องการจะพูดเพื่อให้ผมลืมทุกอย่าง

ใจร้ายกว่าที่คิด...

“อื้อเจ็บ!” ถึงมันจะน้อยกว่าครั้งแรกก็ตามแต่ผมก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดีนั่นแหละครับ

“แค่นี้ยังอ่อนหัดอยู่นะที่รัก” ผมเกลียดน้ำเสียงเยาะเย้ยของเขาจังเลยครับ ปั้นหน้าใส่ไอสูรย์พร้อมทั้งรั้งคอของเขาลงมาแล้วประกบจูบเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดจากช่วงล่าง

อื้อ

ไม่ใช่เสียงครางของผมหรอกครับแต่เป็นของอสูรร้ายตัวแสบที่ชอบแกล้งชอบยั่วผมในตอนนี้ยังไงละ?

“ผมเก่งสินะคุณถึงรู้สึกดีแบบนี้...อ๊ะ อื้อ”

ผมพูดจาปากเก่งกับเขาไปทั้งๆ ที่ตัวเองอ่อนหัดมากๆ

“หึหึ!” คนตรงหน้าหัวเราะขำในลำคอดวงตาดุจอสูรร้ายจ้องมองผมไม่ยอมละสายตาออกห่างไปเลย

“อย่าแกล้งกันได้ไหม?”

“จะเริ่มของจริงแล้วนะว่าแต่ลูกเนี่ยเราจะมีกันสักกี่คนดีครับ” ผมเหวอทุกครั้งที่เจอคำถามชวนคลั่งตายของเขา ไอสูรย์พูดด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์ดีจนผมชักจะมั่นใจแล้วว่าเขาอยากจะมีลูกจริงๆ

“ไม่! อื้ออย่าเข้ามา” ผมขยับหนีไม่ทันเลยด้วยซ้ำเมื่อเขาค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาหา อยากต่อต้านแต่ใจผมมันยอมแพ้ไปตั้งนานแล้ว ผมอ่อนแอให้กับความยั่วยุของผู้ชายคนนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมหรือไอสูรย์ที่กำลังแพ้!

“อ๋องน้อย” เสียงกระซิบข้างหูพร้อมกับแรงกระแทกจากด้านล่างช่องท้องรู้สึกรวนเรเหมือนว่ากำลังมีอะไรวนเวียนอยู่มากมาย มันโหวงเหวงจนผมหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว ผมชอบน้ำเสียงร้ายกาจที่คอยเรียกชื่อตัวเองแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว

“อื้ออะ ไอสูรย์” ใครบอกว่าผมอยากจะเรียกแต่มันห้ามไม่ได้ต่างหากละครับ

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วผมไม่รับรู้อะไรด้วยซ้ำ มีแค่ชื่อของผมและเขาดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องนี้ มันน่าละอายหรือเปล่าถ้าวันนี้ผมอยากยอมรับว่าผู้ชายใจร้ายคนนี้กำลังทำให้หัวใจของผมเปลี่ยนไป

แม้ไอสูรย์จะใจร้ายมากแค่ไหน?

แต่ไอสูรย์กลับทำให้ผมอยากเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง

ผมโตอย่างที่แม่บอกแล้วใช่ไหม?

 

“อื้อ ผมขยับตัวไปมาหลังจากที่นอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกกวนใจจากริมฝีปากแสนร้ายกาจแต่ก็ร้อนแรงได้ทุกเวลาจนดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆ หรี่สายตามองคนข้างกายไอสูรย์นอนตะแคงข้างจ้องหน้าผมอยู่

รอยยิ้มแสนอ่อนหวาน นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?

“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงหวานเอ่ยกระซิบข้างหูก่อนที่ริมฝีปากบางจะพรหมจูบที่หน้าผากมนของผม

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เขาเปลี่ยนไปมากเลยครับ การกระทำเหล่านี้มันทำให้ผมลืมสิ้นคำพูดร้ายๆ ที่เขาเคยพูดออกมาเลยทีเดียว

“อื้อหิวจัง!

“ลุกไปอาบน้ำกันนะครับจะได้ลงไปกินข้าว”

“อ๊ะ!

พูดจบไอสูรย์ก็อุ้มผมขึ้นมาทันทีพร้อมกับพาร่างผมเดินหายเข้าไปในห้องน้ำมันไม่ได้จบแค่อาบน้ำสักหน่อยอสูรบ้าหื่นขึ้นเยอะแถมทุกครั้งก่อนมีอะไรกันเขาก็มักจะเอ่ยคำพูดเดิมๆ

ฉันอยากมีลูก

ถ้าเกิดวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมจะเป็นยังไง? แล้วเขาละจะอ่อนโยนแบบนี้ไหม

“ไหนว่าหิวทำไมเอาแต่นั่งมองอาหารตรงหน้าแบบนี้ละครับ” เสียงสูงเอ่ยถาม ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะส่งยิ้มไปให ตอนแรกนะหิวแต่เพราะเรื่องของเขานั่นแหละที่ทำให้ผมเลิกหิวไปทันที

“พรุ่งนี้มีเรียนไหม?”

“มีครับ

“อืม! เดี๋ยวฉันจะไปส่ง

“ห่ะ!” ผมนั่งจ้องหน้าเขาแต่ไอสูรย์กลับไม่เงยหน้าขึ้นมามองนอกจากจะกินอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ผมต่างหากละที่โดนใช้แรงงานซะเยอะ

ชิส์!

จะมาไม้ไหนอีกละเนี่ย?

ผมกับคนตรงหน้านั่งเงียบไปตามๆ กันก่อนที่แก้มข้างหนึ่งจะรู้สึกได้ถึงแรงกดทับของริมฝีปากใครบางคน

“เด็กน้อยพี่คิดถึงเราจังเลย!

จุ๊บ

อ่า! แก้มผม

“พี่โรมิโอ!” ผมยิ้มแก้มปริรู้สึกมีความสุขจังเลยเมื่อเห็นหน้าพี่โรมิโอ

คนขี้ขโมยนั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะหันไปมองหน้าไอสูรย์สีหน้าเขาตอนนี้ดูเปลี่ยนไปอีกแล้วครับ

“ผมไม่ได้เชิญพี่นะครับ!

“พี่ไม่ได้มาหานายแต่มาหาอ๋องน้อย” พี่โรมิโอตอบคำถามได้กวนประสาทคนตรงหน้าผมมากๆ เลยครับแถมพี่แกยังรั้งคอผมไปกอดเอาไว้อีกต่างหาก

งื้ออออ!!!

ผมไม่ชอบสายตาอำมหิตของไอสูรย์ตอนนี้เลยครับ

“เอ่อ

“แต่นี่บ้านผม!

“แล้วไง? อย่างน้อยค่าตัวอ๋องน้อยพี่ก็จ่ายนะอย่าลืมสิว่ารอบสองนายเป็นคนเปิดประมูลเองแท้ๆ”

พี่น้องกำลังทะเลาะกันด้วยเรื่องของผมที่สามารถจับใจความได้...สำหรับผมพวกเขาทั้งคู่ต่างเจ้าเล่ห์พอๆ กันเลยครับแทบจะไม่มีใครยอมเสียผลประโยชน์ให้กันเลยด้วยซ้ำไป

“พี่จะทวงบุญคุณผมเหรอครับ ยี่สิบล้านผมก็คืนให้แต่พี่ไม่เอา

“ที่ไม่เอาเพราะผลกำ

ปัง!

ไอสูรย์เป็นอะไร? แต่สีหน้าเขาเมื่อกี้เหมือนไม่พอใจส่วนพี่โรมิโอก็เอาแต่หัวเราะกับท่าทางที่ได้เห็นแผ่นหลังของคนที่กำลังโกรธเดินหายลับสายตาผมไปแล้วแต่พี่โรมิโอยังคงนั่งยิ้มเหมือนไม่ได้ยั่วโมโหใครมา

“พี่เล่นอะไรกันครับผมไม่เห็นเข้าใจ”

“ยั่วประสาทหมอนั่นเห็นไหม? หึง” พี่โรมิโอมองตามคนที่เดินหายขึ้นไปข้างบนเรียบร้อยแล้ว

“หึง!

“ใช่! เมื่อกี้นะเรียกว่าหึง

“หึงใคร? หึงทำไม?”

“ซื่อจังเราหึงพี่กับอ๋องน้อย!!

ผมหุบยิ้มก้มหน้าต่ำลงทันทีเมื่อพี่โรมิโอพูดจบไอสูรย์เนี่ยนะจะหึงก็เห็นอยู่ว่าท่าทางเมื่อกี้เขาโกรธชัดๆ ไม่เห็นจะเหมือนหึงสักหน่อย

“เขาโกรธ”

“แบบนั่นนะเขาเรียกว่าหึงครับ”

ผมก้มหน้าต่ำแทบจะมุดแผ่นดินหนีส่วนพี่โรมิโอก็ขยี้หัวผมเล่นไปมาเราสองคนเลยนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยอีกพักใหญ่ๆ ที่จริงวันนี้พี่โรมิโอแค่มายั่วโมโหไอสูรย์ทั้งๆ ที่หายไปนานผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม?

แต่พี่โรมิโอกำลังทำให้ผมซวยเพราะคนข้างบนกำลังโกรธ

 

โรมิโอ

การมาหาไอสูรย์วันนี้ผมได้รู้อะไรเพิ่มอีกหลายอย่างเลยทีเดียวครับ ไอสูรย์เริ่มมีหัวใจแล้วสินะ น้องชายผมรู้จักคำว่าหึงด้วยแฮะ! แถมผมยังชอบยั่วโมโหด้วยสิถึงขนาดไปหอมแก้มอ๋องน้อยต่อหน้าหมอนั่น ท่าทางที่เด็กอนุบาลดูก็รู้ว่าหึงแต่อ๋องน้อยกลับซื่อจนมองไม่ออก!

“อารมณ์ดีจังนะครับ” เสียงโจวดังขึ้นมา ผมรู้ว่าหมอนี่กำลังพูดเหมือนประชด

“ฉันว่าอ๋องน้อยเก่งเหมือนกันแฮะมิฉะนั้นน้องชายฉันคงไม่หมดท่าขนาดนี้” ผมยิ้มขำทุกครั้งที่นึกถึงท่าทางหึงโคตรๆ ของไอสูรย์ตอนนั้น

“ครับ! ขนาดคุณยังหมดท่าเลย

“โจว!” ผมแผดเสียงดุคนตรงหน้าเพราะไม่ชอบเอามากๆ เวลาที่เขาพูดเหมือนผมกำลังรู้สึก

“หากผมพูดผิดก็ต้องขอโทษด้วยครับ”

“ฉันมันคนไม่มีความรู้สึก”

“คุณแค่พยายามเก็บความรู้สึก” โจวพูดเหมือนตัวเองไม่ทำตัวแบบผมทั้งๆ ที่เขาไร้ความรู้สึกกว่าผมอีกครับ

 

“แล้วแต่นายจะคิด” ถึงห้ามก็ไม่สำเร็จเพราะถึงยังไงหมอนี่ก็ดื้อด้านพอๆ กับผมนั่นแหละครับไม่งั้นพวกเราสองคนคงจะอยู่ด้วยกันไม่ได้

 

 

ความคิดเห็น

}