SRK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : HOPE NOT : 4 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 122

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2562 02:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HOPE NOT : 4 100%
แบบอักษร

​HOPE  NOT : EP4



SIRIWAT  GROUP

    ฉันเดินเข้ามาในบริษัทด้วย ท่าทางอ่อนเพลีย แต่ดีที่เมคอัพสมัยนี้มันดีมาก เลยทำให้ซอมบี้ ใต้ตาดำ กลายร่างเป็นคนได้   เพราะเมื่อคืนฉันแทบจะไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ  ขับรถมาทำงานได้โดยที่ไม่สอยตูดรถคันอื่นนี่ ก็ถือว่าแต้มบุญสูงมากแล้ว 

“คุณเมย์ มาแต่เช้าเลยนะคะวันนี้ จ๋าเตรียมอเมริกาโน่ ออนไอซ์ กับ ครัวซองของโปรดคุณเมย์ ไว้ให้ที่โต๊ะ แล้วนะคะ” เลขาหน้าห้องของฉันพูดขึ้น  ในตอนที่เห็นฉันกำลังเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอเข้าไปในห้องทำงาน

“ขอบใจจ๊ะ ว่าแต่ตารางงานของฉันวันนี้มีอะไรบ้างนะ พอดีเมื่อคืนยุ่งๆนิดหน่อยฉันเลยไม่ได้เช็คเมลล์ที่จ๋าส่งให้เลย” ฉันถามจ๋าเพื่อความแน่ใจ เพราะถึงแม้ฉันจะมีเลขา แต่ฉันก็จะเช็คตารางงานของตัวเองเสมอ

“วันนี้คุณเมย์ มีนัดกับตัวแทนจากบริษัทรับเหมาที่ประมูลโครงการโรงแรมในเครือของเราได้ไปเมื่อปีที่แล้ว ตอน 13.30 น.ที่ร้านอาหาร c ค่ะ  แล้ววันนี้ก็มีอีเว้นด่วนด้วยค่ะ  เมื่อเช้าคุณท่านโทรมาสั่งจ๋าไว้ว่า ให้ช่วยแจ้งเรื่องที่จะให้คุณเมย์ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดเจ้าสัวธำรงที่จัดที่โรงแรมของเราแทนท่าน  เพราะท่านต้องไปธุระด่วนที่ฮ่องกงคืนนี้น่ะค่ะ  อ้องานเริ่มตอนทุ่มนึงนะคะ  ส่วนของขวัญ คุณท่านเตรียมไว้ให้แล้ว เหลือก็แต่ชุดของคุณเมย์เท่านั้นค่ะ ” ฉันพยักหน้ารับทราบกับเรื่องที่จ๋าแจ้ง

“โอเคร ขอบใจมากจ๊ะ ไปทำงานต่อเถอะ” ฉันพูดจบก็เดินเข้ามาในห้องทำงานทันที



ตู๊ดดด  ตู๊ดดด  ตู๊ดดด

“ว่า” ปลายสายตอบกลับหลังจากที่ฉันต่อสายไปหาเธอ

“ฉันมีเรื่องให้แก ช่วยหน่อยอ่ะ” ฉันพูดกับณิชาที่เงียบเสียงรอฟัง

“คือ ตอนเย็นนี้ ฉันจะไปงานวันเกิดเจ้าสัวธำรง ฉันอยากให้แกช่วยเตรียมชุดให้ฉันหน่อย  แล้วให้คนของแกเอาไปฝากไว้ที่รอบบี้คอนโดของฉัน” ฉันพูดสิ่งที่ต้องการ พร้อมนัดแนะเสร็จสรรพ

“ไม่มีปัญหาจ่ะเพื่อนรัก เดี๋ยวณิชาจัดให้  ว่าแต่แกจะเอาชุดแนวไหน เซ็กซี่แบบอัมพัช หรือสวยหวานแนวแอฟทักดี ”

“อืม ฉันว่าเอาแนวแอฟทักดีกว่าแก ดูทรงแล้วงานนี้คงมีแต่ผู้สูงอายุแหง่ๆ เดี๋ยวแต่งแนวอัมพัชไปได้ความดันขึ้นกันทั้งงานอ่ะ 5555++”ยัยณิที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะ ร่วนออกมาเสียงดัง

“โอเครได้  แต่ว่าฉันขอค่าแรงเป็นบุฟเฟ่ต์แบบจุกๆซักมื้อนะย่ะ”

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ปักวันมาได้เลย”

“เลิศ!!!    งั้นแค่นี้ก่อนนะแก ฉันติดลูกค้าอยู่ ไว้เจอกันจ๊ะ บรั๊ยยย”

หลังจากยัยณิวางสายฉันก็หันกลับมาเคลียร์งานบนโต๊ะ รอเวลาที่จะออกไปพบกับผู้รับเหมา



SNG

   “ธิม ”

ผมเงยหน้าขึ้นจากงานที่กำลังทำอยู่ เพราะได้ยินเสียงเรียกของคุณลุงที่เดินเข้ามา

“ว่าไงครับ มีอะไรให้กระผมรับใช้ โปรดบัญชามาได้เลยขอรับ” ผมพูดอย่างแซ็วๆ ทำให้คุณลุง ฟาดปั๊วลงมาที่ไหล่ผมอย่างแรง

“ลุงจริงจัง” คุณลุงพูดเสียงเข้ม

“โอเครครับๆ ว่าเรื่องของคุณลุงมาได้เลย”

“ คืองี้ คุณทัดที่เป็นคนดูแลโครงการที่เราประมูลได้เมื่อปีที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เค้าอาจจะรักษาตัวหายไม่ทันก่อนที่จะเริ่มโครงการ  ลุงอยากให้ธิมเข้ามาดูแลโครงการนี้แทนจะได้มั้ย” คุณลงถามผมด้วยน้ำเสียงที่ค่อนค้างซีเรียส

“เรื่องที่จะมาดูแลแทนเนี่ยมันได้อยู่แล้วครับ แต่ผมยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ซักเท่าไหร่  ” ผมพูดออกไปตามความเป็นจริง เพราะผมพึ่งกลับมาจากเมกา ยังไม่ค่อยได้รู้ความคืบหน้าของโครงการในปีที่ผ่านมาซักเท่าไหร่

“นี่แหละปัญหาล่ะ  เพราะตอนบ่ายนี้เรามีนัดกับลูกค้า คุยเกี่ยวกับเรื่องการทำสัญญาที่เหลือ ก่อนที่โครงการจะเริ่มในกลางปีนี้” คุณลุงพูดขึ้นอย่างกังวล

“บ่ายนี้เลยหรอครับ   เราสามารถขอเลื่อนนัดทางลูกค้าได้ไหมครับ”คุณลุงส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ลุงว่ายาก เพราะทางนั้นเค้าค่อนข้างเป๊ะ ไม่ชอบเลื่อน และตรงเวลามากๆ อายุก็น่าจะพอๆกับธิมแต่มืออาชีพมากๆ”

“งั้นคุณลุงให้เลขา เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในวันนี้มาให้ผมที่ห้องเลยแล้วกันนะครับ มีเวลาอีกประมาณ 4ชั่วโมง ผมว่าน่าจะได้อยู่ครับ  ” คุณลุงได้ยินแบบนั้น ก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก

“ขอบใจธิม มาก  ถ้าธิมยังไม่กลับจากเมกาลุงคงมืดแปดด้านกว่านี้แน่ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ   งั้นผมขอใช้งานนี้ ประเดิมฝีมือเป็นงานแรกเพื่อพิสูจน์ ให้บอร์ดบริหารยอมรับผม คุณลุงว่าดีไหมครับ”

“ดี!! นี่แหละที่ลุงต้องการ ไอ้หลานรัก” คุณลุงพูดไปยิ้มไปอย่างพึงพอใจ

“ขอบคุณ คุณลุงที่ไว้ใจผมเสมอครับ”




ณ ร้านอาหาร C ใจกลางเมือง เวลา 13.30

     ฉันที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว มองคนที่มาใหม่อย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าตัวแทนบริษัท ผู้รับเหมาจะเป็นคนที่คอยวนเวียนอยู่ในหัวฉันมาตลอดทั้งคืนแบบนี้ 

ถ้าเป็นในเรื่องงานฉันมักจะควบคุมตัวเองได้ดี และมีความเป็นมืออาชีพเสมอ

ทำให้ฉันสามารถบังคับตัวเองไม่ให้รน เมื่ออยู่ใกล้เค้าในระยะอันตรายแบบนี้ได้

“เชิญนั่งค่ะ” ฉันพูดขึ้นเพราะเห็นเค้าเอาแต่ยืนนิ่ง คร่อมหัวฉันอยู่แบบนี้ 

ครืดด  เค้าเลื่อนเก้าอี้มานั่งอย่างเสียไม่ได้

“คงไม่ต้องแนะนำตัว นะคะ ” ฉันถามขึ้นพลางมองคนที่นั่งจ้องหน้าฉัน อย่างเสียมารยาท  ถ้าเป็นปลากัดฉันคงได้ท้องไปแล้วแน่ๆ จ้องอยู่ได้ ไอ้บ้านิ

“ครับ” เค้าตอบสั้นๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป

“งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยนะคะ  หลังจากที่ฉันได้อ่านข้อเสนอและรายละเอียดที่ทางคุณได้ยื่นมาแล้วเนี่ย ทางเราค่อนข้างพอใจนะคะ แต่มีอยู่จุดนึงที่ทางเราคิดว่ามันไม่ค่อยโอเคซักเท่าไหร่สำหรับเรา คือระยะเวลา ที่ใช้ในการก่อสร้างน่ะค่ะ  ดิฉันว่ามันค่อนข้างจะนานไปนิด ถ้าทางเราอยากให้คุณเพิ่มจำนวนพนักงาน เพื่อเป็นการย่นเวลาเข้ามาจะได้มั้ยคะ เพราะตามฤกษ์ที่ทางเราได้หามาไว้มันเร็วกว่ากำหนดการของทางคุณเล็กน้อยค่ะ แค่ประมาณ 3-4 เดือนในส่วนนี้คุณมีความคิดเห็นว่าอย่างไรค่ะ”

ผมมองเธอที่มีท่าทางการพูด อย่างนักธุรกิจมืออาชีพอย่างไม่ค่อยชิน  เพราะเมษิตาที่ผมเคยรู้จัก  จะมีความเป็นเด็ก ร่าเริงสดใส เป็นคนที่คอยสร้างบรรยากาศให้คนที่อยู่ใกล้ๆได้ยิ้ม ได้หัวเราะเสมอ พอมาเจอเธอในลุคนี้ผมยอมรับว่าค่อนข้างทึ่งมากๆ  ยอมรับว่าเธอเปลี่ยนไปเยอะ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือรอยยิ้ม กับปากรูปหัวใจนั่น

ที่ผมเห็นทีไรก็จะอดใจไม่ให้สัมผัสมันไม่ได้เลย แม้กระทั่งตอนนี้

เห้ยๆ  หยุดๆไอ้ธิม คิดอะไรไม่เข้าท่าอีกแล้วนะมึง ผมพยายามดึงสติตัวเอง

“ถ้าย่นระยะเวลาเข้ามาผมว่าทางเราสารถทำให้ได้ แต่คงไม่ใช่ในรูปแบบของการเพิ่มพนักงาน แต่คงจะเป็นในรูปแบบของการเพิ่มชั่วโมงทำงานแทน ผมว่าในข้อนี้ทางเราแก้ไขให้ได้ไม่มีปัญหาครับ” ผมพูดออกไปหลังจากวิเคราะห์ความเป็นไปได้ดูแล้ว

“ขอบคุณมากๆค่ะ  บริษัทของคุณดูคุยง่ายและค่อนข้างเข้าใจลูกค้า  ดิฉันหวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกนะคะ   งั้นมื้อนี้ทางเราขอเป็นเจ้ามือแล้วกันค่ะ ” ฉันพูดพลางยิ้มให้เค้าที่ยังจ้องหน้าฉันนิ่ง   แต่สายตาเข้ากับไม่ได้โฟกัสที่ใบหน้าฉัน

แต่จุดโฟกัสของเค้าอยู่ที่ริมฝีปากของฉัน    แล้วมองดูด้วยสายตาที่เห็นแล้วทำให้หน้าร้อนผ่าวไปหมด  

ไอ้บ้าธิม  จ้องบ้าอะไรของนาย  ฉันคิดพลางก้มหน้าลง  ก็ถ้าไม่ก้มหน้าลง  นายนั่นก็ต้องรู้ว่าฉันกำลังเขินจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงน่ะสิ  ไม่ได้หรอก แค่เรื่องเมื่อวานก็อายจะแย่แล้ว

“ขออนุญาติเสิร์ฟครับ” เสียงพนักงานดังขึ้น ทำให้ช่วยลดบรรยากาศแปลกๆที่กำลังก่อตัวขึ้น

“วันนี้ทางร้านเรามีเมนูพิเศษ บริการฟรีให้แกลูกค้า วีไอพี เป็นเมนู กุ้งย่างเนย ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะรับรึเปล่าครับ” พนักงานถามขึ้นหลังจากชี้แจ้งรายละเอียดเสร็จ

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ  เผอิญว่าคุณผู้ชายเค้าแพ้กุ้งน่ะค่ะ” ฉันพูดอย่างลืมตัว พร้อมพยักเพยิดหน้าไปทางเค้า ให้พนักงานทราบ

“โอเคร ครับ ถ้าจะรับอะไรเพิ่มสามารถเรียกผมได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ”

ฉันที่พึ่งคุยกับพนักงานเสร็จหันมาเจอเค้าที่จ้องฉันนิ่ง  ทำให้นึกได้ว่าเมื่อกี้ฉันเผลอพูดอะไรออกไป อีกแล้วนะยัยเมย์!!

“เอ่อ.. คือ ” ฉันที่ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ ได้แต่เอ่ยออกไป อย่างอึกอัก

“ขอบคุณที่ยังจำได้   แต่ถ้าจะให้ดีผมว่าคุณควรลืมอะไรที่เกี่ยวกับผมไปซะจะดีกว่า  เพราะเรื่องของคุณ ผมก็ลืมมันไปหมดแล้ว”

  อึก คำพูดของเค้าทำให้ความรู้สึกของฉันมันจุกไปหมด เหมือนมีใครกระโดดมากระทืบหน้าอกซ้ำๆ   จนต่อมน้ำตาที่คิดว่ามันหยุดทำงานไปแล้วกำลังจะกลับมาทำงานอีกครั้ง  ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ต่อหน้าเค้า

“ค่ะ   ดิฉันต้องขอโทษด้วยที่ก้าวก่าย”

และหลังจากนั้นฉันกับเค้าก็ต่างคนต่างทานไม่มีคำพูด ไม่มีความรู้สึก.. เค้าอาจจะไม่มีแต่ฉันมีไง  ก็เจ็บดี ...

หลังจากทานเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับ ไม่มีคำพูดบอกลามีแต่รอยยิ้ม ที่ส่งให้แทนคำบอกลา

    หลังออกจากร้านอาหาร ผมก็ตรงมาที่รถเพื่อกลับคอนโดทันที

“แกทำถูกแล้วไอ้ธิม แค่บอกให้ลืมไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย ช่างเถอะ ไม่เห็นจะต้องแคร์” ผมพูดกับตัวเองในตอนที่เตรียมขับรถกลับคอนโด เพราะหลังจากที่ผมพูดกับเมย์แบบนั้น ผมดันรู้สึกผิดซะเอง  แล้วท่าทางเศร้าๆ หงอยๆของเธอแมร่ก็งติดอยู่ในหัวผมไม่เลิก

“อาจจะแค่มารยาหญิง  ใช่ก็แค่มารยาของผู้หญิง แกเลิกสนใจได้แล้วไอ้ธิม เจ็บแล้วก็หัดจำซะบ้าง!”  ผมพูดย้ำเตือนกับตัวเอง

     หลังจากที่ฉันเข้ามานั่งในรถได้เท่านั้นแหละ ทำนบน้ำตาที่ฉันกั้นไว้ตั้งแต่ในร้านอาหาร ก็แตกทันที

ฮรือออ ๆๆๆ

“ไอ้บ้าธิม  ฮึกๆ อิผู้ชายนิสัยไม่ดี  ฮรือๆๆๆ ฉันก็จะลืมนายให้ได้เหมือนกัน ฮรือออๆๆ” ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องออกมาอย่างไม่มีกั๊ก  ร้องเพื่อให้ความเจ็บปวดจากคำพูด ของไอ้บ้านั่นมันหายไป แต่ร้องจนตาบวมแล้ว  อิหัวใจบ้าๆของฉันมันก็ยังไม่หายเจ็บซักที!

  หลังจากร้องไห้อยู่ในรถเกือบชั่วโมง ความคิดที่ว่าจะเข้าบริษัทก่อนค่อยกลับคอนโดก็ต้องยกเลิก เพราะสภาพของฉันในตอนนี้ ถ้าเข้าไปในบริษัท พวกพนักงานคงได้เมาส์กันสนุกปากแน่

ฉันจึงตัดสินใจขับรถกลับคอนโดไปจัดการกับสภาพตัวเอง ก่อนจะไปออกงานตอนเย็น ไม่งั้นมีหวังได้ตาบวมเป็นลูกมะกรูดไปรวมงานเจ้าสัวธำรงแน่ๆ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น