SRK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : HOPE NOT : 3 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 23:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HOPE NOT : 3 100%
แบบอักษร

HOPE  NOT : EP3


      หลังจากที่ฉันกลับบ้านไปให้พ่อเห็นหน้าอยู่ได้ประมาณสามวัน  ก็ต้องขอตัวกลับมาที่คอนโดซึ่งเป็นบ้านหลังที่สองของฉัน  เพระฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมันใกล้บริษัท เพราะฉันเกลียดรถติดมากๆๆๆๆ และที่สำคัญฉันเหม็นขี้หน้ายัยสองแม่ลูกนั่น   เกลียดนักอิพวกประเภทตอแหลน่านิ่งเนี่ย ถึงฉันจะเคยทำก็เถอะ แต่ฉันก็ทำกับคนที่ตอแหลใส่ฉันก่อนเท่านั้นแหละ  ก็อย่างว่าตอแหลมาตอแหลกลับไง แฟร์ออก  

ระหว่างที่กำลังเดินไปขึ้นลิฟต์ ฉันที่เห็นว่าลิฟต์มันกำลังจะปิด จึงรีบวิ่งใส่เกียร์หมาวิ่งไปสุดชีวิต เหมือนกับว่าถ้าไม่ทันลิฟต์ตัวนี้ชาตินี้ฉันจะไม่ได้ขึ้นลิฟต์อีกแล้ว คือเบอร์นั้นเลยอ่ะ

พรึบ!   เฉียดฉิวมาก เกือบไปแล้วถ้าคนในลิฟต์ไม่ดันไว้ไห้ ฉันคงโดนหนีบไปแล้ว เดชะบุญ คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง   ฉันคิดในใจอย่างขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

“เอ่อ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ เมื่อกี้ถ้าไม่ได้คุณ เมย์คงโดนลิฟต์หนีบแบนเป็นปลาหมึกบดไปแล้ว”  

ฉันพูดขอบคุณคนที่ช่วยฉันไว้เมื่อกี้  ที่ยืนก้มหน้ามองพื้น ไม่ได้สนใจเสียงของฉันเลยซักนิด ฉันเลยมองลงดูว่าเค้ามองอะไร เอ้าก็ไม่มีไรนิ  ช่างเถอะอาจจะเป็นสไตล์การยืนในลิฟต์ของเค้าล่ะมั้ง ฉันคิดพลางเลิกสนใจ  แต่ว่ารูปร่างของเค้าคุ้นตาฉันมากซะจนอดหันกลับไปมองไม่ได้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เค้าเบนสายตามาพอดีและ จังหวะที่สบตากัน  เป็นฉันที่ตกใจจนแข้งขาอ่อนแรง เกือบลงไปกองบนพื้น ก็ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันก็ตรงนี้คือ ‘ธิม  ศิณะ’ น่ะสิ  โลกกลมเกินไปแล้ว

ฉันที่พึ่งตั้งสติได้ก็ยังไม่รู้จะวางมือวางไม้ยังไง เดี๋ยวเกาหัวบ้างล่ะ ทำมือหยุกหยิกๆบ้างล่ะ  โอ้ยอายอ่ะ แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆนะ ฉันตื้นเต้นอ่ะ แต่แบบเค้านิ่งมาก นิ่งซะจนฉันยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปอีก และฉันที่พึ่งหาเสียงตัวเองเจอก็คิดว่าควร เริ่มบทสนทนาซักเล็กน้อย จึงเอ่ยขึ้น

“เอ่อ คุณธิม พะ..พักที่นี่หรอคะ”โอ้ยติดอ่างไปอีก น่าอายชะมัด 

ธิมที่เห็น ฉันเรียกชื่อเค้าก็หันมามองอย่างรำคาญ อารมณ์แบบว่าใครอยากคุยกับเธอ แบบนี้เลย

“ศิณะ ” เค้าพูดขึ้นหลังจากเงียบไป  เอ่อ แล้วจะให้ฉันต่อยังไงดี คือเค้าพูดชื่อจริงตัวเองออกมาแบบนี้ บทสนทนามันควรต่อยังไง แต่แล้วเค้าก็ให้เหตุผลที่ทำเอาฉันนี้อึ้งไปเลย

“ผมให้คนที่ไม่สนิท เรียกผมว่า ศิณะ ” พูดเสร็จก็หันมามองฉันนิ่งๆ 

โอเคร เข้าใจแล้ว เพราะฉันกับเค้าไม่ได้สนิทกันแล้วนี่  แต่เห็นน่านิ่งๆของเค้าแล้วอยากฟาดชะมัด ดึงหน้าเก่ง!!

“งั้นก็ขอโทษคุณศิณะ ด้วยนะคะ พอดีเมย์ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมีคนที่คิดแบบนี้อยู่อีกน่ะค่ะ^^ ”

ฉันพูดขึ้นพร้อมยิ้มให้เค้าน้อยๆ แต่อย่าเรียกว่ายิ้มเลยเรียกว่ายกมุมปากจะดีกว่า เหอะๆ  ไอ้ธิมบ้า ไม่สนิทก็ไม่สนิทซิ ใครสนกัน

เค้าที่ได้ยินฉันพูดออกไปแบบนั้น ก็มองมาอย่างไม่พอใจ

แล้วไงล่ะ  ฉันจึงทำท่าเสมอมองไปทางอื่น เมินสายตาเชือดเฉือนที่ส่งมานั่น 


ติ้ง!!!  เสียงลิฟต์ดังขึ้น เมื่อมาถึงชั้นที่เลือกไว้  ธิมก็เดินนำหน้าออกไปแบบไม่สนใจอะไรฉันอีกเลย  เมินเก่ง! ชิ จะคอยดูว่าจะเมินได้นานแค่ไหน

ฉันที่เดินตามออกมาทีหลัง เพราะพึ่งนึกได้ว่าฉันก็อยู่ชั้นนี้เหมือนกัน  โลกกลมชะมัดเลยว่าม่ะ

แต่อยู่ๆคนที่เดินออกมาก่อนหน้าฉัน ก็หยุดเดินกะทันหันทำให้ฉันที่เดินตามมา ชนเข้ากับหลังเค้าอย่างแรง  โอ้ยจมูกช้านน!! หักไหมเนี่ย ฉันได้แต่ยืนลูบจมูกตัวเองปอยๆ

“ต้องการอะไร”ธิมถามขึ้นหลังจากเงียบมาซักพัก

“เอ่อ หมายถึงอะไรคะ” ฉันถามออกไปอย่าง งงๆ

“ก็ที่คุณเมษิตา เดินตามผมมาแบบนี้เนี่ย ต้องการอะไรหรอครับ หรือว่าอดอยากมากจนต้องเดินตามผู้ชายที่พึ่งรู้จักกันมาถึงที่ห้องแบบนี้” หะ!!  ช็อค  นี่เค้าคิดว่าฉันเดินตามเค้ามาเพราะอยากได้เค้าหรอ มันจะมากไปแล้วนะไอ้ธิม!  ถึงฉันจะอยากได้เค้าจริงๆก็เถอะ  แต่คนอย่างเมษิตาที่มีผู้ชายเดินตามเป็นพรวนแบบฉัน ไม่ต้องลงทุนเดินตามมาแบบนี้หรอกย่ะ แค่ขยิบตาใส่พวกผู้ชายก็ครางหงิงๆเข้ามาหาแล้ว แบบนี้มันหยามกันมาก!!  ได้! ในเมื่อเค้ามองฉันเป็นคนแบบนั้น  เดี๋ยวเมษิตาคนนี้จะเล่นบทผู้หญิงร่านรักให้ดู


“แล้วคุณศิณะคิดว่าไงล่ะคะ ถ้าฉันอยากได้คุณจริงๆ^^” ฉันพูดพร้อมเดินเข้าไปชิดเค้า ด้วยสายตา ท่าทางยั่วยวน  พร้อมลากนิ้วไปมาบนหน้าอกของเค้า จนรับรู้ได้ถึงการกระตุกของกล้ามเนื้อแกร่ง แต่มีสิ่งนึงที่กระตุกแรงยิ่งกว่านั้น จนทำให้ฉันอยากมุดหน้าแทรกพื้นกระเบื้องคอนโดหนีมันซะตรงนี้  ก็คืออิหัวใจบ้าๆของฉันนี่ไง ที่มันเต้นแรงประจานความอ่อนไหวของเจ้าของมันอยู่  จนนายนั่นเผลอ ยิ้มมุมปาก อย่างเย้ยหยัน

น่าอายชะมัด  แต่มาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องดึงหน้าสู้อย่างเดียวเท่านั้น!

หึ “คุณเมย์นี่กล้าดีนะครับ ไม่อายผมก็อายแทนคนที่บ้านตัวเองบ้างเถอะนะครับ” นายนั่นพูดด้วยท่าทางและสายตาที่มองมาอย่างสมเพช  

ดูพูดเข้า  เดี๋ยวปัด!!!  ฉันได้แต่หักห้ามใจไม่ให้กระโดดไปงับหูเค้า

“อ้อ แล้วผมก็ไม่ชอบกลับไปใช้ของเก่าๆที่ใช้จนเบื่อแล้วด้วยสิ แย่เลยนะครับแบบนี้^^”

พูดพลางยิ้มเหยียดๆใส่ฉัน

ปากหรอนั่น  ไอ้บ้าเอ้ยยย พูดออกมาได้ เฮงซวย!!!  ฉันยืนนิ่ง พยายามควาบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดออกมากับคำพูดหมาๆแบบนั้น ฮึบไว้เมย์ ฮึบไว้ 

“แต่เมย์ว่า ถ้าอายแล้วอดเนี่ย เมย์ไม่ทนหรอกนะคะ ถ้าด้านแล้วได้กินเนี่ย เมย์ว่าก็ค่อนข้างคุ้ม^^” พูดพร้อมยิ้มให้ ดูเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวมากที่สุด

“แล้วเผอิญเมย์ก็ช๊อบชอบนะคะของเก่าๆเนี่ย ถึงใจดี เพราะเคยลองของใหม่ๆมาแล้วก็เยอะแต่ก็ยังไม่เจอที่ถูกใจซักที มันไม่อึด ถึก ทน  สู้ของเก่าที่เคยใช้ไม่ได้เลยน่ะค่ะ ^^  ” ทันทีที่ฉันพูดจบ ธิมก็มองมาแบบอึ้งๆ  ไม่รู้ว่าอึ้งคำพูดฉัน 

หรืิออึ้งที่ฉันบอกว่าของเก่าแบบเค้า อึด ถึก ทน ถึงใจดี...

“แล้วตกลงเราจะยังไงดีคะ^^” ฉันยังถามออกไปแบบชะนีกร้านโลก ที่อยากได้ใครก็ต้องได้!

เค้ามองฉันที่กล้าถามออกไปแบบนั้นอย่างโมโห

“ผมว่าผมก็พูดชัดแล้วนะครับว่าผมไม่ชอบใช้ของเก่าๆ แล้วอีกอย่างตอนนี้ผมก็พึ่งได้ของใหม่มา กำลังเห่อเลยล่ะครับ^^” เค้าพูดพร้อมยิ้มร้ายๆใส่ฉัน

 อ่อที่แท้ก็เพราะแบบนี้นี่เองสินะ  หึ คงเป็นยัยผู้หญิงที่เค้าพาไปวันนั้นแน่ๆ   ใช่ซี้ของเก่าอย่างฉันมันคงจะเอ้าท์ไปแล้ว  แต่ถึงฉันจะเก่ายังไงฉันก็มีเจ้าของเดียว ไม่เหมือนผู้ชายแถวนี้ที่ผิดคำสัญญา เหอะ ยัยเมย์ยัยโง่เอ้ย แกคิดหรอว่าเค้าจะยังรอผู้หญิงใจดำแบบแก เค้าจะมีใครก็สิทธิ์ของเค้า  แกอ่ะควรเลิกหวังได้แล้ว

“นั่นสินะคะ คนสมัยนี้ได้ใหม่ลืมเก่ากันเป็นเรื่องปกติ แต่คงมีแค่เมย์ล่ะมั้งค่ะที่ยังลืมของเก่าๆที่เคยใช้ไม่ได้ซักที” ฉันพูดตัดพ้อออกไปอย่างลืมตัว โอ้ยอยากตบปากตัวเอง

“คุณหมายความว่ายังไง” ธิมเลิกคิ้วถามขึ้นหลังจากที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้น

“ไม่มีอะไรหรอกคะ ช่วงนี้เมย์อ่านนิยายบ่อยเลยเพ้อเจ้อไปนิด”ฉันพูดแก้ตัวออกไป

“อ้อ แต่ถ้าเกิดอยากลองของเก่าขึ้นมาเนี่ย มาได้ที่ห้อง 1802 เลยนะคะ  เมย์สแตนด์บายรอเสมอ^^” ฉันพูดพร้อมขยิบตาให้เค้าก่อนที่จะเดินเข้าห้อง

     ผมยืนนิ่งไปกับคำพูดสุดท้ายของเมย์ก่อนที่เธอจะเข้าห้องไป เหอะ ก็แค่ผู้หญิงที่ชอบเช็คเรตติ้ง ไม่เห็นจะกล้าจริง  ป๊อดสัส!!

“พูดออกมาได้ไม่ลืมของเก่า เหอะ ของเก่าชิ้นไหนล่ะที่ยังไม่ลืมน่ะ ยัยผู้หญิงใจดำ!!”

ผมพูดเสร็จก็เดินเข้าห้องผมที่มันอยู่ติดกับห้องของเธอ!!   โชคชะตาบ้านี่แมร่งชอบแกล้งผมจริงๆ   


‘โฮ่ง โฮ่ง’ ผมเดินเข้ามาในห้องก็ได้ยินเสียงทักทายจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผม อ้อตั้งแต่ผมกลับมาไทยผมก็ย้ายออกมาอยู่คอนโด พร้อมกับเอาลูกรักของผมมาด้วยหลังจากที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมันมานาน

“ไง พีโป้ อยู่คนเดียวเหงาไหมครับ  เดี๋ยวไว้พ่อจะหาเมียมาให้โอเครไหม จะได้เลิกงอนเวลาพ่อไม่อยู่ซักที” ผมพูดกับปีโป้ที่ดูเหมือนงอนๆ

 โป้ที่ได้ยินแบบนั้นก็วิ่งสายหางเข้ามาคลอเคลียผมอย่างชอบใจ โถ่วไอ้โป้มันได้พ่อมันว่ะ 555++

“เอ็งเนี่ยมันร้าย จริงๆเล้ย ไอ้ลูกรัก” ผมพูดพร้อมลูบหัวปีโป้อย่างเอ็นดู

“นี่ โป้เอ็ง รู้ไหมว่าวันนี้พ่อเจอ ผู้หญิงคนนั้นด้วยนะ” โป้มองหน้าผมงงๆ เหมือนเข้าใจที่ผมพูด แล้วอยากถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอฮ่ะพ่อ

“ก็แม่เอ็งน่ะสิ นี่รู้ไหมว่าเค้าอยู่ห้องข้างๆเราเนี่ย ทำไมอยากเจอนักรึไง” เพราะทันทีที่ได้ยิมผมพูดถึงแม่สุดที่รักของมันก็ดีดดิ้นดีใจ วิ่งไปมาทั่วห้อง  หึ หมั่นไส้ว่ะ

“ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ ปีโป้ ทีพ่อกลับจากเมกาเอ็งยังไม่เห็นดีใจขนาดนี้เลย  แล้วแม่เอ็งน่ะ ไม่ใช่เค้าลืมไปแล้วรึว่ามีเอ็งเป็นลูก” ผมพูดขึ้นเพราะหมั่นใส่ความดีดของมัน  ปีโป้ได้ยินแบบนั้นก็ครางหงิงๆๆ อย่างงอนๆ

“ทำไมเป็นลูกพ่อเนี่ย มันเหนื่อยใจ มันน่าเบื่อ นักรึไง ถึงอยากเจอแม่เอ็งนัก  เดี๋ยวปั๊ดให้งดข้าวเย็นเลยนิ ” โป้ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาคลอเคลียออดอ้อนผมทันที

อยู่เป็นจริงๆเลยนะเอ็ง

  หลังจากที่เล่นกับปีโป้อยู่ซักพักผมก็เข้ามาอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอนเพราะพรุ่งนี้มีคุยงานกับลูกค้าแต่เช้า แต่ระหว่างที่กำลังจะนอน หน้ายัยผู้หญิงคนนั้น พร้อมคำพูดของเธอก็ลอยเข้ามาในหัวผม 

“ยัยผู้หญิงบ้า หน้าด้าน มาชวนเข้าห้องแบบนี้ได้ยังไง” ยิ่งคิดว่าเธออาจจะใช้ท่าทางที่ทำกับผมแบบนี้ไปทำกับคนอื่น ในอกผมมันก็ยิ่งร้อนเป็นไฟ

“โถ่วเว้ยยยย” ผมตะโกนออกมาอย่างอึดอัด  “ทำไมว่ะ ทำไมแมร่งลืมไม่ได้ซักที ทำไมพอเป็นเรื่องของเธอที่ไรฉันถึง ไม่เคยลืมมันได้ซักทีว่ะ ” ผมพูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิด เพราะแค่มีคำว่าเมษิตา ก็เหมือนสมองกับหัวใจของผมแมร่งพร้อมใจกัน บันทึกข้อมูลลงไป พร้อมเซทระบบว่าห้ามดีลิททันที  


“แกะตัวที่100 แกะตัวที่ 101 แกะตัวที่...  โอ้ยยๆๆๆตายแน่  นอนไม่หลับแบบนี้พรุ่งนี้มีหวังฉันคงมีสภาพเป็นซอมบี้เข้าบริษัทแน่ๆ” 

“เพราะนายนั่นแหละ อิผู้ชายนิสัยไม่ดี หึ้ยย” ก็ตั้งแต่การปะทะกับธิมที่หน้าห้องเมื่อตอนเย็น ฉันก็เอาแต่นั่งคิดเรื่องของเค้า ไม่ว่าจะเป็นตอนกินข้าว ตอนอาบน้ำ หรือแม้กระทั่งตอนที่กำลังจะนอนแบบนี้!!

“ฉันไม่น่าไปพูดแบบนั้นเลย น่าอายชะมัด” กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด  ฉันกรี๊ดอัดใส่หมอน พร้อมตีขาลงบนที่นอนเหมือนเด็กที่โดนขัดใจ

“ไอบ้านั่นต้องคิดว่าฉันติดใจจนลืมไม่ลงแน่ๆๆ เลยอ่ะ ฮรืออ  อายโว้ย!!!!”

“อึด ถึก ทน ถึงใจ... โอ้ย ผีอะไรเจาะปากฉันให้พูดไปแบบนั้นว่ะ  บ้าบอมาก ถ้ายัยณิรู้ว่าฉันทำอะไรไปวันนี้ นังต้องล้อฉันยันลูกบวชแน่ๆ ”

“ถ้า พรุ่งนี้สภาพฉันเป็นซอมบี้นะ นายเจอดีแน่!!”  ฉันพูดอย่างคาดโทษเค้าทั้งๆที่ ฉันต่างหากที่พูดเรื่องบ้าๆนั่น  ไม่รู้แหละ ฉันไม่ผิด ไอ้บ้านั่นตั่งหากล่ะที่ผิด

“พอๆ ยัยเมย์ แกควรนอน!  หยุดเอาเวลาไปคิดถึงผู้ชายที่เค้าไม่คิดจะสนใจแกได้แล้ว เค้ามีคนใหม่แล้ว คนเก่าที่ออกมาจากชีวิตเค้าแล้วแบบแก ควรเลิกสนใจ ใส่ใจเค้าได้แล้ว” ฉันพูดเตือนสติตัวเอง ให้รู้ตัวว่ามันไม่มีทางจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ ‘ธิม ศิณะ ’ ของฉันอีกต่อไปแล้ว


PIPO


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น