Black Letter

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 21 ปรินทร x พิม

คำค้น : ทำนายทายทัก...ให้รักกับมาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2558 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21 ปรินทร x พิม
แบบอักษร

  ผมวิ่งนำนิชขึ้นมาข้างบนชั้นสามแล้วหยุดยืนหันไปมองข้างหลัง ดูท่าว่านิชจะตามผมมาไม่ทันจริงๆ นั่นแหละ งั้นผมตรงไปเอาโครงงานก่อนดีกว่าจะได้รีบลงไปหานิชเลย จะได้ไม่เสียเวลา

  ให้ตายสิ! ทำไมยัยแก๊งสามสาวถึงได้ขี้ลืมขนาดนี้นะ ถ้าผมไม่อยู่ทำกิจกรรมชมรมล่ะก็ไม่มีทางที่ผมจะกลับมาเอาโครงงานได้หรอก ถึงมันจะต้องส่งวันศุกร์แต่ว่าผมก็ไม่ชอบให้อะไรๆ มันค้างคา

  ครืด~

  ประตูห้องวิทย์ถูกเปิดออก สองเท้ารีบก้าวเดินเข้าไปในห้องสอดส่องสายตาหาฟิวเจอร์บอร์ดที่ทำโครงงานค้างเอาไว้ สงสัยต้องอยู่ในกองฟิวเจอร์บอร์ดกองนั้นแน่เลย อาจาร์ยแกคงเก็บๆ ไปรวมไว้

  เฮ้อ~ แบบนี้ผมก็ต้องเสียเวลารื้อหาอีกน่ะสิ

  พรึ่บ~ พรั่บ~

  ผมยกฟิวเจอร์บอร์ดอันอื่นๆ ออก แล้วรีบโยนมันไปบนโต๊ะใกล้ๆ เพราะว่าผมเผลอทำของเขาหลุด

  (-_-  ) หันซ้าย~

  -_-) หันขวา~

  ไม่มีคนมาเห็นแฮะ โชคดีไป แต่พรุ่งนี้เจ้าของชิ้นงานต้องสาปแช่งผมในใจแน่ๆ เอาไว้ผมหางานเจอก่อนแล้วจะเอาน้ำลายแปะภาพให้แทนกาวก็แล้วกันนะ =_=’’

  …

  อยู่ไหนวะเนี่ย!

  ตึ้ง!

  ผมวางฟิวเจอร์บอร์ดลงแล้วเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านไลน์ที่ยัยเปียส่งมา

 

  P Pia : กรี๊ด! ไอ้พิมโทษทีนะ ยัยเอโทรมาบอกฉันว่าเป็นคนเอางานไปทำแล้ว ไอ้เราก็

              คิดว่าลืมไว้ที่ห้องวิทย์ แฮะๆ

  ผมที่อ่านข้อความกำโทรศัพท์ไว้ในมือแน่น อยากจะปาลงกับพื้นแต่ก็ขี้เกียจซื้อเครื่องใหม่ เสียดายของ

  ติ๊ดๆๆๆ

  ผมกดพิมพ์ข้อความก่อนส่งกลับไป

 

  Pim OMG : ฝากไว้ก่อนเถอะยัยเปีย พรุ่งนี้ฉันเอาตายแน่!

  P Pia : ไอ้พิม ไอ้คนใจร้าย!! T^T

 

  ผมเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง กระชับกระเป๋านักเรียนแล้วหันหลังกลับเตรียมจะเดินออก แต่แล้วผมก็ต้องสะดุดเมื่อมีคนเดินเข้ามาในห้อง

  เฮ้ย แม่ง โรงเรียนเข้มงวดชิบ ยังดีนะที่ตึกนี้ไม่ค่อยมีคนมา

  “มึงนี่ท่าทางจะติดบุหรี่นะ

  “อ้าว นั่นน้องพิมของมึงไม่ใช่เหรอ

  “หืม

  ดูท่าว่าคนที่มาใหม่จะเห็นผมแล้ว ผมจำได้ว่าพวกนั้นเป็นพวกรุ่นพี่ที่เป็นแกนนำประท้วงแฟนบอยของผม ยิ่งไอ้ตัวหัวโจกนี่ตัวดี ออกนอกหน้ามาก

  ผมทำใจดีสู้เสือเดินไปทางพวกนั้นที่ขวางทางประตูอยู่เพื่อลงไปข้างล่าง แต่ยังไม่ทันที่จะพ้นผมก็ถูกกระชากอย่างแรงจากรุ่นพี่ที่เป็นหัวโจกคนนั้น

  นี่! จะทำอะไร!!”

  ผมหันไปตวาดเสียงหลัง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ใจผมรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย

  คราวที่แล้วไอ้หมอนั่นเล่นซะเราไม่กล้าขยับเลยนะ ฮึ เอาปืนเหน็บไว้ที่เอวแบบนั้นเป็นใครก็คงไม่กล้าทำอะไรหรอก แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่นะ

  “หมายความว่ายังไง!”

  “ชู่ววว~ นี่ ก่อนอื่นเลย เรามาทำเรื่องสนุกๆ กันดีกว่ามั้ย

  ผมสะบัดข้อมือหนีแล้วเตรียมวิ่ง แต่ก็ถูกขยุ้มเข้าที่ผมจนเจ็บแล้วโดนลากกลับเข้าไปในห้องวิทย์ อีกสามคนยืนดูพร้อมกับแสยะรอยยิ้มอย่างน่ารังเกียจ

  โอ๊ยยย! มันเจ็บนะ

  “มึงทำกับน้องเขาเบาๆ หน่อยสิวะ เดี๋ยวช้ำหมด

  “หุบปากแล้วยืนดูอยู่เงียบๆ เหอะมึง

  มันหันไปด่าเพื่อนมันก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งบีบคางผมอย่างแรง ผมพยายามแกะมือมันออกแต่ไม่เป็นผล แรงมันเยอะกว่าผมมาก

  “ปล่อย!”

  “ปล่อยให้โง่สิ อยากจะรู้นักว่าร่างกายนี้ปรนเปรอให้มันไปถึงไหนแล้ว

  ไม่นะ! มันจะทำเรื่องแบบนั้นกับร่างกายของผมไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่มีทางยอมให้มันแตะต้องร่างกายนี้แน่

  ปล่อยนะ! ถ้าพวกแกทำอะไรฉันพวกแกไม่รอดแน่!!”

  “ทำไมหืม คิดว่าจะทำอะไรฉันได้อย่างงั้นเหรอ

  “ฉันทำอะไรแกไม่ได้ก็จริง! แต่เขาจะต้องเอาแกตายแน่!!!”

  ทำไมนะ ทำไมผมถึงคิดว่าพี่ปรินทรจะต้องจัดการพวกนี้แน่ถ้าเกิดพวกมันทำอะไรผมขึ้นมา ทำไมอยู่ๆ ผมก็นึกถึงหน้าเขา ผมอยากให้เขามาช่วยผม อยากให้เขามาปกป้อง แต่มันจะเป็นไปได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาจะสงสัยบ้างมั้ยว่าทำไมผมถึงหายไปนาน ได้โปรดให้เขาเอะใจที ตอนนี้ผมกลัวเหลือเกิน

  เออว่ะมึง กูว่าท่าทางไอ้หมอนั่นไม่ใช่คนธรรมดาๆ นะมึง อย่างกับพวกมาเฟีย

  “คิดว่ากูกลัวเหรอวะ! วันนี้มีโอกาสแล้วกูไม่ยอมปล่อยไปแน่เลว! เลวที่สุด!! ไอ้นี่มันหน้าด้านเกินทนแล้ว!!! “มึงสองตัวน่ะลงไปข้างล่างดิ อยู่เยอะเกินกูไม่มีอารมณ์เอามันพอดี

  “แค่นี้ก็หวงนะมึง เออๆ มึงอ่ะ ไปกับกูเลย

  “ไอ้ห่า! กูอยากดูจะตาย ทำไมต้องเป็นกูด้วยวะ

  สองคนนั้นเดินออกไปจากห้องแล้ว เหลือมันอีกสองตัวที่ยังอยู่ในห้องกับผม ไอ้คนผมตั้งดูท่าทางจะกลัวๆ อยู่เหมือนกันกับประโยคที่ผมขู่ไป แต่ไอ้หัวโจกกลับไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มันเหวี่ยงผมลงไปกับพื้นก่อนจะขึ้นคร่อมไม่ให้ผมดิ้นหนีไปไหนได้

  ลงไป! อย่ามาจับฉันนะ!!!”

  ผมปัดป้องมือที่กำลังพยายามจะถอดเสื้อผมออกจนตวัดเข้าไปฟาดที่หน้าของมันอย่างแรงจนหน้าหัน หึ สมน้ำหน้า!

  “นี่กล้าตบกูเหรอ!”

  “เออ!”

  เพี๊ยะ!!

  หน้าผมหันไปตามแรงตบจากคนข้างบน กลิ่นคาวคละคลุ้งในปากได้รสเลือด ปากผมต้องแตกแน่ๆ ไอ้บ้าเอ๊ย!

  “มึงถ่ายวิดีโอเก็บไว้ดิ กูจะเอาไว้ดูเวลากูมีอารมณ์

  “เออๆ

  ผมไม่ยอมแพ้ดิ้นแรงกว่าเดิมหลายเท่า หลังมือของผมสะบัดไปตบหน้ามันอีกครั้งอย่างจงใจ ดูท่ามันคงโกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว

  ฤทธิ์เยอะนักนะ!”

  ผัวะ!

  หมัดหนักๆ ต่อยเข้ามาที่ท้องของผมจนรู้สึกจุก ผมเม้มปากแน่น ตัวโค้งงอด้วยความเจ็บปวด ร่างกายที่ไม่สู้ดีนักของผมทำให้ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ กระดุมทุกเม็ดถูกเปิดออกเผยให้เห็นเนื้อหนัง กางเกงเครื่องแบบนักเรียนถูกถอดออกรวมถึงกางเกงชั้นใน น้ำตาผมไหลอาบแก้มเมื่อปลายนิ้วเริ่มสัมผัสไปยังส่วนต่างๆ

  ขยะแขยง!!! นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกตอนนี้

  อย่า!”

  “ไอ้เวร! มาช่วยกูจับดิ วางกล้องก่อน

  “ได้ๆ

  ชายอีกคนจับสองแขนของผมขึ้นเหนือหัว คนข้างบนก้มลงมาก่อนคลอเคลียใช้ลิ้นเลียไปทั่วร่างกาย น้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ผมไม่อยากตกเป็นของมัน ต้องไม่ใช่มัน!

  “หยุดดิ้นสักทีสิวะ!”

  ผัวะ!

  อึก!

  ผมเจ็บจนอยากจะงอตัวเข้าหาตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมันจับขาผมสองขาเอาไว้ ปากที่เม้มกันแน่นขบกับฟันด้วยความรังเกียจจนรู้สึกเจ็บชา สองขาของผมขืนเกร็งเอาไว้สุดแรงแต่ก็ต้องพ่ายให้กับแรงที่จับขาผมกางออก

  ผมได้แต่กลัวจนน้ำตาไหล จะร้องสะอื้นก็ไม่ได้เพราะข้างในมันกลัวจนจะเป็นบ้า รู้สึกทรมารเหมือนน้ำท้วมทั้งอก

  อย่า! อย่าทำ!!”

  ผมร้องลั่นเมื่อปลายนิ้วจดจ่ออยู่ตรงช่องทางด้านหลัง แต่คนข้างบนมันเลวเกินกว่าที่จะเกิดสำนึกว่าอะไรชั่วดี ปลายนิ้วแทรกเข้ามาทางช่องทางข้างหลัง วินาทีนี้ผมร้องไห้ออกมาด้วยความรังเกียจที่มี นิ้วที่ใส่เข้ามาทำให้ตัดสินใจจะกัดลิ้นตัวเอง

  ปัง!!!

  “อ๊ากกกกกก!”

  เสียงปืนดังลั่นพร้อมกับร่างที่ขึ้นคร่อมล้มลงไปกองอยู่ตรงปลายเท้า

  ผมหันไปมองที่มาของเสียงก่อนจะพบเข้ากับร่างที่คุ้นตาที่ถือปืนกระบอกสีดำเอาไว้ กลิ่นเขม่าปืนพร้อมกับควันลอยออกมาจากปลายกระบอก คนที่จับผมอยู่ถึงกับลุกลี้ลุกลนเตรียมจะหนีแต่ก็ถูกดักทางโดยพี่กันย์

  ฮึก

  ผมร้องไห้เมื่อเห็นคนร่างสูงเดินมาใกล้ เขาสบถออกมาเมื่อเห็นสภาพของผม ผมยันกายลุกขึ้นนั่งปล่อยให้น้ำตาไหล คนร่างสูงเดินไปทางร่างที่ทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับมีเลือดสีแดงไหลออกมาจากแขน

  ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องรู้

  “ยะ อย่าทำอะไรผมเลย! ผมขอร้อง!!”

  “ขอร้องเหรอ! หึ อย่างแกรู้จักขอความเห็นใจด้วยเหรอ!!”

  ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปที่หัวของคนที่คิดจะขืนใจผม เขาจับร่างนั่นลุกขึ้นนั่ง มือใหญ่บีบเข้าไปที่ลำคอด้วยแรงทั้งหมดจนร่างนั้นส่งเสียงไอแค่กๆ เหมือนขาดอากาศหายใจ

  ผมนั่งมองร่างนั้นด้วยความแค้น ความจริงผมอยากให้มันตายไปด้วยซ้ำ แต่เพราะว่ามันยังเป็นนักเรียนในโรงเรียนนี้ และเพราะผมไม่ได้เลวเหมือนมัน เพราะฉะนั้นแล้วผมคงปล่อยให้มันตายไม่ได้

  พี่ปรินทร! พอแล้ว

  เขาปล่อยมือออกก่อนจะชกหมัดหนักๆ เข้าไปที่หน้านั่นอย่างแรงจนร่างนั้นล้มลง เขาเดินเข้ามาหาผมแล้วดึงผมเข้าไปกอด ผมอยากจะกอดตอบเขาแต่ร่างกายผมสกปรกเกินไป น้ำตาผมไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่    

  สูทนอกถูกถอดออกจากกายเขาแล้วสวมทับให้กับผม มันยาวเกือบจะถึงเข่า ร่างของผมถูกยกขึ้นเหนือพื้นด้วยท่อนแขนที่แข็งแรงกำยำ

  ตุลย์ เรียกรถพยาบาลด้วย

  “ครับ

  “พิม

  พี่ปรินทรก้มหน้าลงมาเรียกชื่อผมแต่ผมก็ไม่ยอมตอบเขา ฝ่ามือทั้งสองกำเข้าหาตัวเองแน่น เปลือกตาของผมปิดลงเพราะไม่กล้าที่จะสู้หน้าเขาตอนนี้

  ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร พักผ่อนก่อนเถอะนะ แล้วเรื่องทุกอย่างจะเรียบร้อย

 

  น้ำเสียงเป็นห่วงของเขายิ่งทำให้ผมปวดใจ สุดท้ายผมก็ร้องไห้จนสลบไปเอง

 

******************************************

เกือบไปแล้วลูกแม่ T^T ดีนะที่คุณปรินทรไปช่วยเอาไว้ได้ทัน

ไม่งั้นหนูเสร็จมันไปแล้ว 

เลวมาก! กล้ามาทำกับลูกๆ ของพวกเราเหล่าแม่ยกได้ยังไง 

อยากให้คุณปรินทรยิงมันให้ตายนัก -_-^^ ฮึ่ยยย~

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}