mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 :: วุ่นวาย [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 :: วุ่นวาย [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 99.7k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2558 21:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 :: วุ่นวาย [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 12

 

 

 

 

          จดบันทึกพิเศษ :: สิงห์

 

          พยัคฆา กับ ราชสิงห์

            หรือเสือ กับ สิงห์ แท้จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ทั้งสองไม่ได้ตั้งใจให้มันคล้ายกัน สังเกตได้จากชื่อของพี่ชายคนโตและพี่สาวที่ได้ชื่อว่า ฟ็อกและโอเด็ท หากเรียงลำดับชื่อจากพี่ชายคนโตไปจนถึงน้องคนสุดท้องก็จะได้เป็น ฟ็อก เสือ โอเด็ท สิงห์ บ้านนี้ไม่ได้จงใจตั้งชื่อลูกให้เป็นชื่อสัตว์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทุกคนล้วนเป็นลูกผสมมาจากคุณพ่อที่มีเชื้อสายผสมระหว่างไทยกับอเมริกันและกรีซกับคุณแม่ที่มีเชื้อสายไทย

            "ครับแม่" เสียงทุ้มเอ่ยกับปลายสาย นัยน์ตาสีฟ้าเข้มเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง

พอเกิดมาก็มีพร้อมทุกอย่างแล้วทั้งบ้าน เงิน ที่ดิน อัครมหาภูวสถิตถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งในประเทศไทย และหนึ่งในสิบของโลก ทั้งอภิมสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการส่งเข้าและออกนอกประเทศ โรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ฯลฯ ครอบครองเข้าทุกเครือข่ายเกือบจะถือได้ว่าเป็นตระกูลที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกเลยก็ว่าได้ แต่เพราะแบบนี้...

[เจอพี่หรือยังลูก]

เขาพิงตัวเข้ากับผนังห้อง หลับตาลง "เจอแล้วครับ"

[...]

"เจอแฟนพี่เขาด้วย"

[...]

"น่ารักมากเลยล่ะ"

[...สิงห์]

เพราะแบบนี้ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ต้องทำงานจนไม่มีเวลาว่าง ลูกทุกคนจึงถูกญาติๆนำไปเลี้ยงและกระจัดกระจายกันไปตามที่ต่างๆ มีพี่ชายคนโตเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้อยู่กับพ่อและแม่ พี่เสือไปอยู่กับคุณย่า พี่สาวไปอยู่กับคุณยายและเขาถูกคุณป้านำไปเลี้ยง พ่อกับแม่คงจะตระหนักได้ว่ามันทำให้ลูกตัวเองเสี่ยงต่อการเป็นคนขาดความอบอุ่น จึงตามใจทุกอย่างไม่เคยขัด เงินที่ส่งมาให้แต่ละเดือนก็มากล้นจนไม่รู้ว่าจะใช้ให้มันหมดได้ยังไงดี

"แม่รู้แล้วใช่ไหมเรื่องของธามกับพี่เสือ"

[แม่รู้แล้วล่ะ]

ไม่ว่าจะมีแฟนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ไม่เคยห้าม เพราะตามใจลูกทุกคนตลอด โชคดีที่พี่ๆทุกคนรวมเขาในบ้านนั้นไม่ออกนอกลู่นอกทางจนเกินไป อาจจะเป็นเพราะเข้าใจภาระหน้าที่การงานของพ่อกับแม่ด้วย

"เหรอครับ"

[...]

"แม่เข้าข้างใคร"

[ถามอะไรแบบนั้น]

"ไม่สิ ไม่น่าถามแม่เข้าข้างพี่มากกว่า"

[เหมือนที่เรามีพ่อให้ท้ายไง]

"...ก็จริงครับ"

ไม่เชิงแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายแต่ก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าไม่ลำเอียง แม่เข้าข้างพี่เสืออยู่แล้วเหมือนที่พ่อเข้าข้างเขามากกว่า ใบหน้าหล่อเหลาถอนหายใจแล้วเดินไปล้มตัวนอนบนเตียง หลับตาสักพักก็ได้ยินเสียงอึกระทึกด้านนอก ร่างสูงลุกเดินแล้วเปิดประตูออกเผยนอกห้องที่มีชายชุดดำหลายคนกำลังเคลื่อนของออกจากคอนโด

"จะเอาไปไว้ที่ไหนหรือครับ"

“คุณเสือให้มาย้ายไปเพนเฮ้าส์ด้านบนครับ"

"เหรอครับ" เสียงทุ้มตอบแล้วกลับเข้าห้องดังเดิม ใบหน้านิ่งงัน ไม่แสดงความรู้สึกอะไร

[สิงห์ยังอยู่ในสายอยู่หรือเปล่าลูก]

มือหนาจับโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง "ครับ ยังอยู่"

[แม่ว่า...] เสียงนั้นเว้นไปสักพัก [เรื่องของหนูลินินคราวก่อน]

"..."

[รู้ใช่ไหมว่าเราทำผิดต่อพี่]

เสียงถอนหายใจดังแว่วมา

"ครับ" นัยน์ตาสีฟ้าเข้มหลับลงพลันนึกเหตุการณ์ในวันนั้น

[คงไม่ให้แม่ต้องบอกนะว่าเราควรทำยังไง]

"ครับ”

[ไปขอโทษพี่เขาซะ]

“ครับ”

[งั้นแม่ไปล่ะนะสิงห์]

เปลือกตาสีไข่เปิดขึ้น "เดี๋ยวครับแม่" เสียงทุ้มรั้งเอาไว้

[...]

"แฟนพี่เสือ..."

เสียงอึกระทึกจากด้านนอกดังกลบเสียงทุ้มให้เห็นเป็นเพียงมโนภาพริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ย

"..."

[...]

หากไม่มีเสียงตอบรับสำหรับคำถามนี้

 

จบบันทึกพิเศษ : สิงห์

 

 

มหาวิทยาลัย

 

“มาสายนะมึง”

“เออ”

“ให้กูทายว่ามัวแรดกับผัวอยู่”

“เออ”

“อี๋ อีธาม อีแรด”

“เออ”

มันกรอกตาแล้วถอนหายใจ “แหม… กูอุตส่าห์มานั่งพี่เสือเป็นเพื่อนมึง มึงก็มีอารมณ์สุนทรีกับกูหน่อย”

ผมเบ้หน้าไม่ตอบแล้วก้มลงมองมือถือตัวเองอีกรอบ ส่วนสาเหตุที่มานั่งอารมณ์บ่ จอยกับกิ้งอยู่แบบนี้ก็ไม่อะไรหรอกครับ ก็แค่ เสือไม่รับสายผม คืองี้ครับ ตอนนี้มันเป็นเวลาเลิกเรียนของผมแล้วและแน่นอนว่าปกติร่างสูงก็จะขับรถมารับแต่วันนี้กลับเงียบหายไปเฉยๆ แถมยังไม่บอกด้วยว่าจะมารับหรือไม่มากันแน่ ปล่อยให้ผมต้องนั่งรอ รอ รอ รอมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วเนี่ย!!!

            พอเห็นผมไม่ตอบกิ้งมันเลยหันไปเล่นโทรศัพท์เงียบๆ สักพักมือหนาของมันก็มาตะปบลงที่แผ่นหลังของผมอย่างรุนแรง

            ผัวะ!

            “เจ็บ!!--

            “กรี๊ดดดด ผัวเมิงง!!!! พี่เสือออ ผัวมึงกรี๊ดดดด ไปโรงยิมด่วนเลยมึง!!” มันฉุดให้ผมลุกขึ้นแล้วพาวิ่งอย่างทุลักทุเลไปยังโรงยิมที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะมาหยุดที่ประตูทางเข้าผมหอบแฮกๆ กำลังจะหันไปด่ามันแต่สังเกตเห็นถึงความผิดปรกติของที่นี้ซะก่อน พลางขมวดคิ้วสงสัย

            “ทำไมคนเยอะแปลกๆวะ”

            แล้วหันไปหากิ้งที่ทำหน้าตื่นเต้นแบบชิบหาย ยกมือเกร็งอ้าปากค้างเหมือนอธิบายไม่ถูกสุดท้ายแล้วมันจึงสรุปด้วยถ้อยคำสั้นๆให้ฟัง “มะมึงเข้าไปดูเองแล้วมึงจะรู้ แต่หล่อมากกกกกกกกก!!

            ผมส่ายหน้าให้มันแล้วพยายามเบียดร่างตัวเองเข้าในหมู่ฝูงชนที่พยายามจะเบียดกันเข้าประตูเหมือนผม พอหลุดออกจากฝูงชนหน้าประตูได้แล้วก็มายืนหอบด้านใน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่ออัฒจันทร์ในโรงยิมเต็มแน่นเอี๊ยดไปด้วยนักศึกษาหญิงชาย เสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์ดังก้องไปทั่ว

          ‘มีแข่งอะไรกันวะ’ ผมทำหน้างงพยายามเงียหูฟังคนรอบข้าง

 

          เบอร์สามเก่งสัส!!!’

          ‘ดั้งบาสโคตรได้ใจกูไปเลย

 

เหมือนจะมีแข่งบาสกันครับ ผมพยายามยืดตัวมองลงด้านลงแต่โดนคนอื่นบังจนมิด เลยต้องวิ่งขึ้นไปบนอัฒจันทร์ชั้นสูงสุดโชคที่ดีด้านบนมันไกลจากสนามด้านล่าง เลยไม่ค่อยมีคนมานั่งอยู่ชั้นนี้มาก อากาศเลยปลอดโปร่ง ผมถอดลมหายใจฟู่ ปัดเหงื่อบนใบหน้าแล้วมองลงไปด้านล่าง เพราะมันใกล้เลยเห็นแค่คนตัวเล็กๆมีสองฝ่ายคือฝ่ายที่ใส่เสื้อสีแสดกับฝ่ายที่ใส่เสื้อสีเขียวเข้มกำลังห้ำหั่นกันแย่งลูกบาสเพื่อชูตลงห่วง

แต่มีคนหนึ่งในสนามที่เด่นกว่าใครเพื่อนอยู่ครับ

เด่นสัสเด่นมากขนาดผมอยู่ใกล้ขนาดนี้ยังเห็นได้ชัดเจน

ร่างสูงที่กำลังจะดั้งบาสลงห่วง ใบหน้าหล่อเหลาอันคุ้นเคยหากตอนนี้กลับมีเสน่ห์มากกว่าเดิม เส้นผมสีดำสนิทที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ผิวขาวซีดตัดกับชุดสีแสดเผยกล้ามขาวผ่อง นัยน์ตาคมเฉี่ยวบวกกับตุ้มหูสีดำอันเล็กและรอยสักรูปเสือตรงเอวที่ได้เห็นแวบๆเพราะเสื้อมันเลิกขึ้นชวนใจสั่น ไม่ดิสั่นไปแล้ว สั่นโคตร ระดับที่วัดปริมาณริกเตอร์ไม่ได้ มือหนาจับลูกบอลก่อนจะทุ้มลูกลงบนห่วงอย่างรุนแรง

“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!!” เสียงเฮดังขึ้นเมื่อลูกบาสลงห่วง

ผมชะงักค้างจนลืมหายใจ พอนึกได้ก็รีบสูดอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วเงยหน้าขึ้นมามองมันใหม่แล้วอยากตะโกนให้คนทั้งโลกได้ยิน

เสือในตอนนี้ มันโคตรหล่ออออออออออออออออออออออออเลยเหี้ยเอ้ย!!!

 

โอ้ยยยหล่อไปอ่ะ ฮือ TT ปกติก็หล่อแต่ในโหมดนี้ทำไมโคตรหล่อ

เปียกเหงื่อด้วย หุ่นน่าซบ มึงดูกล้าม อ้ากกพี่เขาทำกูคลั่ง

มึงต้องดูรอยสักตรงสะโพก เชี่ยยยย!! แม่ขาหนูอยากได้เขาเป็นผัว

 

ใจผมสั่นระทึกความโกรธเมื่อหลายนาทีก่อนหายไปในพริบตา มองสกอร์แต้มบนจอพบว่าห่างกันไม่มากเวลาก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย ดูทีท่าว่าคู่แข่งน่าจะมีฝีมืออยู่พอสมควร ด้วยความสงสัยทำให้ผมต้องเอียงใบหน้าไปยังฝั่งตรงข้ามก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นใครสักคนที่คุ้นตา ร่างสูงพอๆกับเสือในชุดสีเขียวของฝ่ายตรงข้าม ใบหน้าที่คล้ายคลึงที่ดูอ่อนโยนกว่า แม้จะไม่ได้เด่นมากขนาดเสือแต่ก็ถึงว่าเด่นกว่าผู้ร่วมทีมคนอื่นอยู่พอสมควร เสมือนว่าสิงคนนี้เป็นตัวเด่นตัวสำคัญของงานนี้ ผมอ้าปากค้างแล้วมองสองฝ่ายสลับกันไปมา

เสือ กับ สิงห์ พี่กับน้องมาแข่งบาสกันเนี้ยนะ!!!

 

แกเชียร์ทีมไหนกัน

เลือกไม่ถูกน้องก็หล่อพี่ก็หล่อ แต่พี่หล่อตรงสเปคเชียร์พี่ก็แล้วกัน กรี้ดดดพี่เสือขา

แต่กูสิงห์เว้ยยย สิงห์ขา โอ้ยยหล่อเริศมาก ถูกใจใช่เลย

พี่กับน้องมาแข่งกันในสนาม แน่ใจว่าแข่งบาสไม่ได้แข่งความหล่อใช่ไหมมม หล่อจนมดลูกกูสะเทือนแล้ว

 

ผมเผลอพยักหน้าเต็มตามเสียงซุบซิบจากขาเม้าท์รอบข้าง ก่อนจะตบหัวตัวเองทีหนึ่งแล้วหันไปมองคนในทีมของทั้งสอง ดูๆไปก็เป็นหน้าที่คุ้นเคยกันไปหมด พี่พังค์ พี่บอล พี่พอร์ช เอ๊ะ? มีวิศวะด้วย ผมทำหน้างงแล้วตวัดหน้าไปทางฝ่ายชุดสีเขียว บริหาร บริหาร สถาปัตย์ สถาปัตย์?

ยังไงวะกูงง ในขณะที่งงก็มีนักศึกษาชายที่อยู่ใกล้ๆหาคำตอบให้

 

แข่งกันเป็นทีมยังไงหนิ

แพทย์กับวิศวะ แข่งกับ บริหารกับสถาปัตย์

 

ผมเลิกสนใจเรื่องทีมก่อนจะมามองเกมตรงหน้า ฝ่ายชุดเขียวทำแต้มขึ้นมาจนเท่ากันแล้ว การแข่งเป็นไปอย่างดุเดือดทั้งลุ้นไปด้วยกดดันไปด้วย ผมเครียดตามเกมส์จนเผลอยกมือขึ้นมากัดนิ้วตัวเอง สกอร์แต้มตอนนี้บอกแต้มที่เท่ากันคนทั่วทั้งโรงยิมลุ้นจนเสียงเชียร์ที่เคยดังลั่นเงียบกริบลงไป ทุกคนสูดหายใจเข้าพร้อมกันเมื่อร่างสูงของเสือชิงบอลมาได้แล้ววิ่งตรงไปยังห่วงของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ผมมองเวลาที่ใกล้หมดเหลือห้าวินาทีสุดท้ายและลูกสุดท้ายที่จะเป็นผลตัดสินสำหรับการแข่งขันนี้

ห้า

สี่

สาม

ฉับพลันเมื่อใบหน้าหล่อเหลาบังเอิญหันมาสบตาเข้ากับผมในจังหวะนั้นพอดี เสือเหมือนจะคิดอะไรได้แล้วอึ้งไปนิด ก่อนร่างสูงจะหยุดชะงักจังหวะที่กำลังจะโยนลูกบาสตัวตัดสินชะตากรรมแพ้ชนะของเกมลงห่วง

สอง

แถมยังเขวี้ยงมันออกนอกสนามแทน!!!

หนึ่ง!

ปี๊ดดดดดด

พอดีกับจังหวะที่เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าหมดเวลาสำหรับการแข่งขันนี้

ฮือฮา ฮือฮา

เสียงฮือฮาจากผู้คนบนอัฒจันทร์ดังขึ้นเมื่อผลออกมาเสมอกันทั้งๆที่มีโอกาสชนะพร้อมมองต้นเหตุที่ยังทำหน้านิ่งเดินออกจากสนามอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว นัยน์ตาสีครามเข้มสบตาผมไม่ขาด ร่างสูงเดินขึ้นอัฒจันทร์อย่างช้าๆทุกจังหวะย่างก้าวนั้นทิ้งให้คนอื่นมองตามด้วยความสงสัย และปลายทางเหมือนมันจะเป็น กู ?

“ตี้” เสียงทุ้มเบาเรียกมาแต่ไกล หากดังพอสมควรเมื่อมันสะท้อนกับผนังโรงยิมและในสถานการณ์ที่ทุกคนพร้อมใจกันเงียบ มองมาทางกูด้วย ตอนนี้ผมโคตรเด่นอยู่สูงอีกยิ่งเด่นเข้าไปอีก ผมกลืนน้ำลายลึกรู้สึกอายเมื่อโดนจ้องโดยคนหมู่มากขณะสมองก็กำลังคิดรับมือกับอีกคนที่เดินขึ้นมาหา กูจะโดนด่าโทษฐานทำเกมเสมอไหมละเนี้ย!!

“ตี้” เสือเรียกอีกครั้งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม เหงื่อบนตัวยังเปียกชื้นอยู่เลย ผมเงยหน้าขึ้นมองอีกคนสายตาคมเฉี่ยวคู่นั้นอ่อนลง ท่าทางรู้สึกผิด “ขอโทษ”

“ลืมไปรับอ่ะ”

            ฮือฮา ฮือฮา

            จบระโยคนั้นเสียงฮือฮาก็ดังมาอีกรอบ แถมคราวนี้ดังกว่าเก่าอีก

 

กรี้ดดดดดดดดดดดดด หนีออกจากเกมมาขอโทษเมีย

หล่อแล้วยังน่ารักอีกอ่า อิจฉาแรงสสสสส์

เห็นเมียดีกว่าผลแพ้ชนะ โรแมนติกเฟร่อออออ

พี่เสือน่ารักอ่า โอ้ยกูอิจฉาตาร้อน อิจฉา!!!’

 

เสียงจะดังขนาดไหนเสือมันไม่สนคว้าเอวผมมากอดแล้วจับศีรษะก้มจูบที่หน้าผาก

“ขอโทษครับ”

กูว่าคราวนี้ได้มีพันทิปแน่ๆ

 

ณ คอนโดหรูชั้นสามสิบหก

          “โหเสือ รูปมึงเต็มโชเชี่ยวเลยอ่ะ” ผมยกโทรศัพท์ที่ขึ้นหน้าแฟนเพจคิวบอยส์ไว้ รูปเสือกับสิงห์ในชุดบาสเต็มครับ มีรูปผมกับเสือบนอัฒจันทร์ด้วย ปริมาณคนไลน์โคตรเยอะ ยิ่งรูปของเสือน่ะฟาดไปแล้วห้าหมื่นกว่าไลค์ นัยน์ตาคมมองมือถือผมแล้วพยักหน้าลงช้าๆขณะที่มือหนากำลังเอาผ้าขนหนูขยี้ผมที่เปียกน้ำของตัวเองเพราะพึ่งอาบน้ำเสร็จ ผมอาบเสร็จก่อนเลยมานั่งเล่นเช็คโชเชี่ยวรอ มีกระทู้พันทิปตั้งขึ้นมาตามที่ผมคิดจริงๆด้วยครับแต่ผมไม่ได้คลิกเข้าไปดูเพราะรู้ว่ายังไงคอมเม้นท์ก็ต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สู้ไม่อ่านมันซะจะดีกว่าส่วนเสือน่ะหรือ เหอะๆจะโดนแอบถ่ายยังไงรายนั้นก็ไม่สนอยู่แล้ว “อ้อแล้วทำไมได้ไปแข่งบาสกันอ่ะ”

            เสือนั่งลงโซฟาในห้องนั่งเล่นใกล้ๆผมแล้วตอบ “พวกมันแข่งกันแย่งเมีย”

            “อ้าว แล้วไปทำเขาเสมอแบบนี้ไม่โดนว่าเหรอ” ผมทำหน้าเหวอทันทีที่ได้ยินคำตอบเสือส่ายหน้า

            “มันพึ่งมารู้ทีหลังว่าแข่งกันแย่งเลส”

          แหมะ… ทำไมกูรู้สงสาร

          ผมไม่ได้ซักถามต่อแล้วก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ต่อไป แต่อยู่ดีๆก็รู้สึกหิวขนมขึ้นมาเฉยๆ

            “เสือเดี๋ยวลงไปซื้อขนมด้านล่างก่อนนะ” ผมลุกขึ้นแต่โดนดึงมือไว้ทำให้ล้มลงตักของอีกคนแทน เสียงทุ้มพูดริมปากคลอเคลียร์ที่แก้มไปด้วย

            “ดึกแล้ว”

            “แปปเดียวอยู่ใกล้ๆเอง” จริงๆแล้วคอนโดผมมีร้านสะดวกซื้อด้านล่างนะครับ

            “ตี้”

          ไม่ให้ไป

            “แปปเดียวสิบนาที”

            “ตี้”

          ไม่เอา

“เสือ” ผมกดเสียงลงต่ำ “แปปเดียว”

สุดท้ายแล้วมันก็ถอนหายใจ “ให้ห้า”

“โอเค”

ว่าจบก็ยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงไปหยิบกระเป๋าสตางค์ใส่รองเท้าแล้วลงลิฟต์ไปชั้นล่างทันที

 

“ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงพนักงานทักทายและเสียงออดของประตูอันคุ้นเคยดังขึ้น ผมรับยิ้มกอดตัวเองนิดหน่อยเพราะแอร์เย็นเฉียบในร้านก่อนจะเดินไปหยิบตะกร้าเตรียมเหมาขนม แล้วจัดการหยิบทุกอย่างที่เห็นแล้วหิวลงตะกร้าจนเต็มถึงเดินไปจ่ายตังค์ที่หน้าเคาเตอร์ ระหว่างรอก็มีเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นมา ผมหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงอ่านข้อความที่ถูกส่งมาให้

 

พี่รุ้ง น้องธามค่ะ วันพฤหัสนี้ วันศุกร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ล่วงต่อไปเป็นเสาร์-อาทิตย์รวมทั้งหมดประมาณสี่วัน พี่จะให้เสือไปถ่ายรูปเลยฝากบอกเสือด้วยนะ ไปถ่ายที่ภูเก็ตนะจ้ะค่าใช้จ่ายไม่ต้องเสียเดี๋ยวทางพี่จะออกให้ฝากบอกเสือด้วยนะ อ้อน้องธามจะไปด้วยก็ได้นะคะพี่เตรียมส่วนของน้องธามเผื่อเอาไว้แล้วด้วย

 

ผมขมวดคิ้วรู้สึกเหมือนว่าการถ่ายภาพมันจะเร็วไปนิดหน่อยแต่ก็ตอบตกลงไป เม้มปากคิดว่าจะตามไปหรือไม่ดีในที่สุดความดีที่ว่าไปก็ชนะความคิดที่ว่าไม่ไป ผมเลยไลน์ไปชวนกิ้งด้วยแล้วมันก็ตอบตกลงไปแบบง่ายๆเลยแค่ต้องเสียค่าเครื่องบินให้มันเพิ่ม

“ขอไปด้วยสิ” เสียงทุ้มจากทางด้านที่ดังขึ้นหลังทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ยื่นเงินให้พี่พนักงานแล้วค่อยๆขยับห่างอีกคนที่ชะเง้อหน้าลงมาอ่านข้อความในโทรศัพท์ผม “มาซื้อขนมเหรอ”

“อ๋อ… เออมาซื้อขนม” ผมตั้งรับไม่ถูก ขณะมองหน้าอีกคนที่คุ้นเคยกัน

“แล้วพี่ไม่ได้ลงมาด้วยหรือไง”

“ไม่อ่ะ” ผมตอบแล้วเอื้อมมือไปรับถุงใส่ขนมจากพี่พนักงานแล้วถัดให้สิงห์จ่ายบ้าง เขามาซื้อแค่นมแต่ซื้อไปหลายกล่องมากด้วยความสอดรู้สอดเห็นผมจึงเผลอถามออกไป “ซื้อไปทำไมเหรอ”

ใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงความอบอุ่นหันมาตอบ “ซื้อไปให้แมวน่ะ”

“เลี้ยงแมวด้วยหรือ ทำไมตอนมาไม่เห็นมี” คอนโดนี้เลี้ยงสัตว์ได้ครับ

“พึ่งได้มา อยู่คอนโดใหญ่ๆคนเดียวแล้วมันเหงา” จะว่าไปแล้วห้องเก่าของเสือมันก็ใหญ่จริงๆนั้นแหละ “อยากมาอยู่ด้วยกันไหมละ”

ผมทำหน้าเหวอ “เอ่อ ”

สิงห์ไม่ได้พูดอะไรต่อ พอรับถุงใส่นมจากพนักงานมามา เราทั้งสองคนเลยได้ออกมาจากร้านสะดวกซื้อและขึ้นลิฟต์พร้อมกันพอดี เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมผมจึงหาเรื่องชวนคุยบ้าง

“ทำไมถึงได้ปลอมตัวเป็นรอยด์ล่ะ” เขาเลิกคิ้วขึ้น “ที่แคลิฟอเนียร์”

“อยากแกล้งพี่ชายแต่เหมือนจะไม่ขำด้วย”

“แล้วทำไมนิสัยตอนนี้ถึงไม่เหมือนรอยด์ล่ะ” เขาสุภาพขึ้นน่ะครับ ตอนอยู่กับรอยด์แม้จะสุภาพเหมือนกันแต่ก็ยังมีบ่นให้ผมฟังด้วย

“จะปลอมทั้งทีต้องเอาให้เนียนทุกอย่างสิครับ”

“อ้อ” ผมลากเสียงยาวเหมือนเข้าใจหลังจากนั้นเราทั้งสองก็ไม่มีเรื่องอะไรจะคุยต่ออีก ผมก้มหน้าลงกับพื้นก่อนจะชำเลืองตามองอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อเหลาที่คล้ายคลึง นัยน์ตาสีฟ้าเข้ม จมูกโด่ง ผิวขาว ผมดำสนิท ถ้าจะว่าไปแล้วก็หล่อเหมือนคนพี่มากจริงๆนั้นแหละ เรื่องหน้าตาอาจจะเทียบเท่ากันเลยก็ได้ แค่คนละสไตล์เท่านั้น “สะสิงห์”

“หือ” เขาหันมาหาแล้วเลิกคิ้วเชิงคำถาม ผมกลืนน้ำลายอึก

“ได้สักลายหรือเปล่า”

ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมา “ไม่ได้สักหรอก”

“ฟู่ อย่างนั้นเหรอ” ผมถอดหายใจ สงสัยเรื่องที่ฝันไปเมื่อคราวก่อนนั้นจะเป็นแค่ฝันจริงๆนั้นแหละ โชคดีที่สิงห์ถึงจะหน้าเหมือนแต่ก็ไม่ได้สักลายเหมือนคนในฝันคนนั้น ฝันร้ายของผม

ผมถามได้แค่นั้นลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นที่สามสิบห้าซึ่งแน่นอนว่าสิงห์ต้องลงก่อน ร่างยาวก้าวออกจากลิฟต์ เขาจ้องหน้าผมนิ่งงัน ริมฝีปากสีซีดพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาก่อนประตูลิฟต์มันจะปิดเข้าหากัน

“ฝันดีนะครับธาม”

 

 

“เจ็ดนาที”

“ให้ได้ช้าหน่อยน่าเสือ”

“เจ็ดนาที”

“เกินมาสองนาทีเอง”

“ตั้งสองนาที”

“เสือ”

“เมีย”

“ผัว อุ๊บ!!!” ร่างของผมถูกกระชากเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายแล้วโดนประกบปากลงมากัดแรงๆจนเลือดไหลชิบ ผมผละเขาออกเสือเซไปนิดแต่ยังทรงตัวได้ก่อนจะเข้ามารวบตัวผมเข้าไปกอดอีกรอบ

“ผัว คำนี้กูชอบ” ชอบก็ชอบแต่มือมึงน่ะอย่าล้วงได้ไหม “เมียกู”

“เออ”

“ตี้”

“จ้ะ”

“ตัวเอง”

“แบ๊วไป”

“ของผัว”

“พอ”

“ของเสือ”

“อื้อ”

จับจูบ

“ของกู”

“อ๊ะ

ล้วงมือ

“ตลอดไป”

“อ๊า!!!

แล้วแทง

 

 สนามบิน

ผมกวาดสายตาไปรอบๆมองผู้ร่วมทริปถ่ายภาพในครั้งนี้ก่อนจะไปสะดุดกับร่างของใครสักคน เหมือนเขาจะมองผมพอดี โบกมือให้แล้วเดินเข้ามาหา ผมถอนหายใจ

"ตามไปจริงด้วย"

"ก็ขอไปด้วยแล้วไงครับ"

"คนจัดทริปเขาไม่ว่าหรือไง" ผมบอกแล้วชะโงกคอไปมองผู้นำในการไปถ่ายภาพครั้งนี้

"ไม่หนิ แค่บอกว่าจะร่วมถ่ายในภาพด้วยสี่ห้ารูปก็ให้ไปแล้ว ฟรีด้วยนะ"

เอ่อ... ใช้ความหล่อให้เกิดประโยชน์สินะ

ผมพยักหน้าหงึกๆเข้าใจ หันไปมองกิ้งที่นั่งหน้าเขม่นกับโทรศัพท์จะไปภูเก็ตด้วย แล้วหันไปมองกลุ่มสาวๆใส่ขาสั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกล ตอนแรกผมเกรงใจคนจัดที่จะเอากิ้งไปด้วยแต่ตอนนี้ไม่ละครับ แก็งมันตาไปหมดเลยรวมประมาณได้เกือบสิบคน จากทริปเล็กๆมันก็เลยกลายเป็นทริปใหญ่ๆไปเลย

"ตี้" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังที่ข้างหู ตัวตนเหตุที่ทำให้ผมกลายเป็นจุดเด่นในสนามบินไปเลย เหมือนพี่น้องสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนมือหนาจะโอบรอบเอวผมแล้วบังคับให้เดินห่างทุกคนออกไปอีกทาง พออยู่ในบริเวณที่ไม่ค่อยมีคนเขาจึงถามผมขึ้นมา "ทาครีมกันแดดหรือยัง"

ผมส่ายหน้ามือหนาจึงล้วงมือไปหยิบครีมกันแดดในกระเป๋าที่ผมสะพายอยู่ เอาใส่ไว้ตอนไหนวะ

"ภูเก็ตแดดแรง" เสือว่าบีบครีมลงฝ่ามือแล้วลูบไล้ลงบนต้นแขนของผม ผมมองการกระทำของเสือแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนเลื่อนมือไปจับใบหน้าหล่อเหลา พอเขาทาให้ผมเสร็จเสือก็เก็บมันลงที่เดิมทันที

"ทำไมไม่ทาให้ตัวเอง"

เขาก้มจูบลงที่หน้าผาก "แค่มึงก็พอ"

"แล้วแต่" ผมว่าน้ำเสียงปนหัวเราะเล็กน้อยหันไปรูดซิบแล้วหยิบกล้องที่อุตส่าห์ถ่อไปซื้อเมื่อวานออกมาเป็นกล้องเล็กๆครับแต่ราคาไม่เล็กเท่าขนาดกล้องเลย ผมทำท่าจับแล้วหันเลนส์ไปทางร่างสูงกดแซะหนึ่งทีเป็นภาพโพลารีออกมา มันเป็นกล้องโพลารีครับ หยิบออกมาดู ความหล่อช่วยได้เยอะภาพเดียวผ่าน ผมเลยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายเอาไว้ก่อนจะนึกถึงแอพพลิเคชันหนึ่งสำหรับลงรูปโดยเฉพาะ "เสือมีไอจีไหม"

คิ้วเข้มเลิกขึ้นแล้วพยักหน้าเบาๆ น่าแปลกใจที่คนอย่างเสือมีไอจีเพราะปกติไม่ค่อยเล่นโชเชี่ยว มือหนาล้วงไปหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดแอพพื้นหลังเป็นสีๆให้ผมดู ไอจีมันไม่มีอะไรมากครับเพราะไม่ลงภาพอะไรเลย คนติดตามร้อยกว่าๆสงสัยแฟนคลับยังไม่รู้ โปรไฟท์ก็ไม่ใช่รูปตัวเองเป็นรูปดอกไม้ที่พอเห็นแล้วก็รู้เลยว่าเพื่อนคงจะสมัครไอจีให้มากกว่า

ผมจัดการเปลี่ยนรูปโปรไฟท์เป็นภาพแอบถ่ายเสือที่คอนโดแต่ยังหล่อเหมือนเดิม แล้วลงภาพถ่ายจากกล้องโพลารี ไม่นานนักก็มีคนเข้ามากดไลท์เพราะจำนวนคนติดตามที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นเสียงประชาสัมพันธ์ก็ประกาศให้พวกเราไปขึ้นเครื่อง เลยไม่มีโอกาสได้ทาครีมกันแดดให้เสือคืน

 

 

และ...

เครื่องบินลำใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือเมฆไม่ได้ทำให้ความหื่นของคนที่กำลังกอดอยู่ทางด้านหลังของผมลดลง

ห้องน้ำ

"อึก!" ผมสะดุ้ง ยกมือที่สั่นอย่างชัดเจนขึ้นมาปิดปากเพื่อกลบเสียง ก่อนจะเหล่ตามองมืออีกคนที่กำลังยุ่งกับน้องชายของผมอยู่ พยายามเอามืออีกข้างที่เหลือไปปัดออกห่างโดนจับเอาไว้ก่อน กางเกงถูกปลดลงไปตกอยู่ที่ปลายเท้า เขาผละให้ตัวผมแนบผนังขณะที่เอาบางอย่างจ่อที่ทางเข้า แล้วกดแรงใส่เข้าไปนิดหน่อย ผมพูดเสียงตะกุกตะกัก "สะ...เสือไม่เอา"

"..." มันไม่ตอบเหมือนความหื่นครอบงำ ใช้มือกระตุ้นผมให้ตอบรับแล้วจัดการใส่ส่วนที่เหลือเขามาทั้งหมด ผมเกร็งไปทั้งตัวจิกนิ้วเข้าผนังแล้วครูดลงมา "อย่าเกร็ง" เสียงทุ้มว่าเบาๆจูบที่กกหูแล้วเป่าลมใส่ประหนึ่งให้ผมผ่อนคลายลง

"อ๊ะอ๊า" เผลอหลุดครางเมื่อเขากระแทกส่วนนั้นเข้าออก จูบลงที่แผ่นหลังลงลิ้นเลียไปทั่วขณะมือก็กำลังบดขยี้เม็ดตรงอก ผมกัดปากกลั่นเสียงจนได้กลิ่นคาวเลือด แล้วหันหน้าไปมองอีกคนก้มต่ำให้เห็นจุดเชื่อม กางเกงยังค้างอยู่บริเวณสะโพกอย่างหมิ่นเหม่ เหนือส่วนนั้นมีขนขึ้นมาอยู่รำไร ผมแอ่นสะโพกเผลอปากขึ้นตามแรงกระแทก "อ๊ะ อื้อ"

ไม่ได้เร่ง ไม่ได้รุนแรง แต่ไม่ได้ช้าจังหวะพอดีและเบาเพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน น้ำหล่อลื่นผมล้นไปตามง่ามขา สถานที่ชวนให้เซนซิทีของผมเพิ่มขึ้น ทำให้ตอบรับอีกคนได้ดีแถมยอดดอกยังเด้งชูชันสู้กับมือที่กำลังบีบขยี้มันเหมือนอยากให้แหลกกันไปข้าง

"หึ" เสียงหัวเราะดังคลอข้างหู เสือเลื่อนมือลงไปยังบริเวณหน้าท้องด้านขวาแล้วลูบเบาๆ "ให้สักลายดีไหม" เสือถามแล้วยังเม้มปากเพราะกำลังครางอื้ออึงในลำคอ "รูปเสือ"

"..."

"หรือกระต่ายดี"

เขาใช้นิ้วล้วงเข้ามาเล่นกับลิ้นในปากก่อนจะถอนออก เสียงคราวผมหลุดพร้อมน้ำลายสีใสที่ไหลย้อยลงไปตามลำคอ เสือจับมือผมเอามาไขว่กับแผ่นหลังให้แนบศีรษะเข้ากับกำแพง ส่ายสะโพกรับแรง ตอดรัดแน่นกับสิ่งที่ครูดไปตามผนังด้านใน ขมิบรัวราวกับเป็นการเชิญชวนให้สิ่งนั้นอยู่ในร่างนานๆ เสือหัวเราะหึๆ

"ไม่สิ" เขาลากลิ้นที่แผ่นหลังหากสายตาจะเงยขึ้นจับจ้องที่ผม

"..."

"สักรูปแมวจะดีกว่า"

"อ๊า!!"

จะสักรูปอะไรก็ตามเสียงครางสุดท้ายของผมบอกได้ดีว่ามีอะไรบนเครื่องบินก็ฟินดีเหมือนกัน

 

 

100%

 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น