email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนมากๆเลยนะคะ 🖤

ชื่อตอน : Hate : [2/1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hate : [2/1]
แบบอักษร

รอบเอวบางของฉันรู้สึกหนักเหมือนมีอะไรมากดทับจนต้องขยับตัวเล็กน้อยและค่อยๆลืมเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความมืดภายในห้องทำให้ฉันต้องกะพริบตาสองสามทีแล้วพยายามนึกอีกครั้งว่าฉันกำลังอยู่ที่ไหน เพราะห้องนอนมันไม่คุ้นชินเลย

“อืม” เสียงเข้มต่ำดังขึ้นใกล้ๆ ฉันหันไปมองด้วยความรวดเร็ว พอรับรู้ได้ว่าร่างกายสูงใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆนั้นเป็นใคร ฉันก็กัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น จากนั้นก็ปัดท่อนแขนแข็งแรงของฟินิกซ์ออกไปจากเอวบางของตัวเองทันที คนเลว!

“อึก...โอ๊ย” ฉันรีบขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แต่อาการปวดหัวและเจ็บช่วงล่าง ทำให้ฉันล้มลงไปที่พื้นห้องด้วยความแรงจนรู้สึกเจ็บหัวเข่าไปหมด ให้ตายสิ น่าสมเพชตัวเองชะมัด

”หึ เธอไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอกเมเบล อย่าพยายามเลย” ฉันหันไปมองตามเสียงของฟินิกซ์ก็เห็นเขากำลังนั่งพิงหัวเตียงมองฉันด้วยสายตาคมดุดัน แถมยังยกยิ้มมุมปากขึ้นเหมือนกำลังเยาะเย้ยสภาพของฉันตอนนี้อยู่อีก เกลียด ฉันเกลียดคนอย่างฟินิกซ์

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ฉันพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง กำลังจะก้าวขาเดินก็รู้สึกหน้ามืด ปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องจับโต๊ะที่อยู่ข้างเตียงเอาไว้แน่น พอก้มลงมาดูตัวเองที่สวมเสื้อเชิตตัวใหญ่ของฟินิกซ์อยู่ก็ต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้ด้วยความโมโห อยากจะกระชากเสื้อผ้าของเขาออกจากตัวชะมัด!

พรึ่บ! หมับ!

”หยุดพยายามสักที มันน่ารำคาญ” ท่อนแขนแข็งแรงของฟินิกซ์อุ้มฉันเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างกายฉันจะล้มลงไปกระแทกที่พื้นอีกครั้ง ฉันมองเขาด้วยความโกรธ ดิ้นไปมาเท่าที่จะดิ้นได้เพราะตอนนี้รู้สึกปวดหัวและปงดตามเนื้อตัวไปหมดแล้ว

“อย่ามาแตะตัวฉันนะ!” เสียงแหบแห้งของฉันทำให้ฟินิกซ์มองมาแล้วยกยิ้มมุมปากด้วยความเยาะเย้ยทันที

”คิดว่าฉันอยากแตะผู้หญิงแบบเธอมากหรือไง” ฉันจ้องหน้าฟินิกซ์อย่างขุ่นเคืองไม่ต่างกัน

”งั้นก็ปล่อยฉันสิ ฉันก็ไม่อยากโดนคนสารเลวแบบนายมาแตะเนื้อตัวมากนักหรอก”

ตุบ!

”โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บทันทีที่ฟินิกซ์โยนฉันลงไปบนเตียงนอนด้วยความแรง โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ

“อย่าพยายามลุกไปไหนอีก“ ฟินิกซ์ยืนมองหน้าฉันด้วยสายตาคมดุดันจนดูน่ากลัว ฉันเงยหน้าจ้องเขาพร้อมกับเม้มริมฝีปากเอาไว้อย่างโกรธแค้น

“คิดว่าฉันจะทำตามที่นายสั่งหรือไง”

“หึ ถ้าเธอกล้าขัดคำสั่ง ฉันจะจับเธอมัดกับเตียงดีมั้ยเมเบล” รอยยิ้มร้ายกาจที่ดูเจ้าเล่ห์ของฟินิกซ์ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ทำได้เพียงกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นอย่างน่าสมเพช ให้ตายสิ!

ก๊อกๆๆ

”คุณฟินิกซ์ครับ มีโทรศัพท์มาจากอิตาลีครับ” เสียงเคาะประตูแล้วตามมาด้วยเสียงทุ้มของผู้ชายทำให้ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยทันที

“อือ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ฟินิกซ์ตอบรับเสียงเข้มต่ำเรียบนิ่ง แล้วเขาก็หันหลังหยิบเสื้อยืดที่กองอยู่ที่พื้นข้างเตียงขึ้นมาสวม จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องทันที

ฉันเบิกตาโพรงด้วยความตกใจและมึนงงทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นรอยสักที่แผ่นหลังของฟินิกซ์ มันคล้ายกับปีกของนกชนิดไหนสักชนิดที่ฉันไม่รู้จัก และมันทำให้เขาดูน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิมสำหรับฉัน

“อึก...” หลังจากที่ฟินิกซ์ออกไปจากห้องหลายนาทีที่แล้ว ฉันที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงก็เอนตัวนอนลงอย่างหมดแรง รู้สึกอากาศมันเย็นจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายเอาไว้ ให้ตายเถอะ ปวดหัวจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

“ข้าวต้มกับยาค่ะคุณเมเบล” เสียงนุ่มของผู้หญิงที่ดังอยู่ใกล้ๆทำให้ฉันค่อยๆลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้าๆ ขยับตัวแต่ละครั้งก็รู้สึกเจ็บไปหมด

“ฉันไม่กิน” เมื่อพลิกตัวและเจอกับแม่บ้านวัยกลางคนก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง นี่ฉันยังอยู่ที่ห้องของฟินิกซ์อยู่เลยสินะ แล้วก็เผลอหลับไปเพราะไข้ขึ้นแน่ๆเลย ปวดเนื้อตัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

“คุณไม่สบาย ทานข้าวทานยาเถอะนะคะ” เธอยังคงส่งยิ้มบางมาให้อย่างใจดี แต่ฉันไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับใครทั้งนั้น ฉันอยากกลับบ้าน อยากออกไปจากที่นี่จะตายอยู่แล้ว บ้าชะมัด!

“ออกไปได้แล้ว” ฉันบอกแม่บ้านคนเดิมด้วยเสียงที่เบาหวิว และแหบแห้งจนตัวเองก็แทบฟังไม่รู้เรื่อง เธอมองฉันด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่สักพักก็ยอมเดินออกไปจากห้องและยังไม่ลืมที่จะล็อกห้องอีกครั้ง

ฉันเหลือบมองถาดที่ใส่ชามข้าวต้ม แก้วน้ำและยาอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วพลิกตัวไปอีกทางโดยไม่สนใจจะแตะหรือกินมันสักนิด ถึงจะคอแห้งและรู้สึกหมดแรงมากแค่ไหน แต่ฉันไม่อยากกินมันเลยให้ตายเถอะ

แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านสีเทาภายในห้องนอนทำให้ฉันขมวดคิ้วมุ่น และค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก พอนั่งพิงหัวเตียงและสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติ ฉันก็เดินไปที่หน้าต่างช้าๆ มือลองเปิดผ้าม่านออกก็เห็นว่าตรงหน้าต่างมีระเบียงที่สามารถออกไปยืนด้านนอกตรงนั้นได้

ฉันค่อยๆเปิดหน้าต่างออก นึกแปลกใจเหมือนกันที่มันไม่ได้ล็อกแน่นหนาเหมือนกับประตูหน้าห้อง ขาทั้งสองข้างเดินไปที่ระเบียงทั้งๆที่ยังคงปวดตามเนื้อตัวอยู่บ้าง พอมองลงไปด้านล่างถึงรู้ว่ามันอยู่สูงอยู่เหมือนกัน ฉันสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดอีกครั้ง สายตามองไปที่เตียงนอนสลับกับระเบียงอย่างลังเล ถึงมันจะเป็นทางออกเดียวที่ฉันจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ แต่ฉันก็จะทำ

“ฉันไม่ยอมทนอยู่ให้นายทำเหมือนนักโทษแบบนี้หรอกฟินิกซ์“ ฉันเดินกลับไปที่เตียง จัดการดึงผ้าปูที่นอนออกแล้วเอามามัดไว้กับผ้าห่มให้แน่นที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ เม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อลมที่พัดจากหน้าต่างที่เปิดอยู่กระทบกับผิวจนรู้สึกหนาวและสั่นไปหมด

ตุบ!

พอโยนผ้าที่มัดไว้ด้วยกันลงไปด้านล่างตรงระเบียงก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิดทันทีที่เห็นว่ามันสั้นไปเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไรเลยลองดึงผ้าดูว่าที่มัดไว้กับเตียงนอนจะมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของฉันได้

“อึก...” ฉันจับขอบโต๊ะข้างเตียงไว้เมื่ออาการปวดหัวดูจะเพิ่มมากขึ้น แต่ก็กัดริมฝีปากล่างเอาไว้เพื่อข่มความรู้สึกต่างๆออกไป ฉันทำมาขนาดนี้แล้วจะหยุดไม่ได้หรอกนะ




ความคิดเห็น