ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เข้าใจผิด (105%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เข้าใจผิด (105%)
แบบอักษร

คีย์การ์ดในกระเป๋าถูกหยิบออกมาแตะเพื่อเปิดประตูแต่ถูกล็อกจากด้านใน อิทธิกุลพยายามเปิดแต่เปิดไม่ได้ เขาพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะยกมือเคาะประตูแทน แล้วเอาหูแนบกับบานประตูแต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไร เขาเคาะอีกแต่ทุกอย่างก็เงียบอีก อิทธิกุลเริ่มใจคอไม่ดี ชายหนุ่มเคาะประตูรัวๆ จนเพื่อนข้างห้องออกมาดู แล้วก็กลับเข้าไปในห้องตัวเองเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

“มินตราเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!”

หญิงสาวไม่ได้ไปไหนไกล เธอยืนพิงประตูอยู่อย่างนั้นน้ำตาไหลพราก หากเปิดให้เขาเข้ามาตอนนี้ เธอเกรงว่าคนที่กำลังอารมณ์รุ่มร้อนจะทำให้เธอและลูกได้รับอันตราย หญิงสาวจึงไม่อาจจะใจอ่อนเปิดประตูให้เขาได้

“มินตรา ฉันบอกให้เธอเปิดประตูยังไงล่ะ!” อิทธิกุลกดระบบกริ่งสนทนาทันที

“ท่านประธานกลับไปเถอะค่ะ”

มินตราพูดผ่านระบบอินเตอร์คอมหน้าประตู ยิ่งทำให้อิทธิกุลแทบคลั่งที่เธอตั้งใจหลบหน้าเขา อิทธิกุลเห็นว่าเธอร้องไห้ก็ตีประตูโครมคราม หญิงสาวก้มใบหน้าลงรู้สึกเจ็บปวดจนน้ำตาไหล

“ไม่! เธอต้องออกมาพูดกับฉันให้รู้เรื่อง!”

“ไม่ค่ะ มิ้นไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว” น้ำเสียงสะอื้นของหญิงสาว ทำให้มือหนาที่ทุบบานประตูรัวๆ ชะงัก

“เธอทำแบบนี้ทำไม! เธอนอกใจฉันทำไม!”

มินตราไม่มีคำพูดใจจะเอื้อนเอ่ย เธอเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เพราะใคร แต่เพราะเขาที่ไม่เคยเชื่อใจเลย อิทธิกุล...ผู้ชายใจดำ แต่เธอก็มอบใจทั้งดวงที่มีอยู่ให้เขาไป ไม่เผื่อไว้ให้ตัวเองสักนิด ผลของมันจึงทำให้เธอเจ็บปวดแทบขาดใจ

มินตราปิดระบบสนทนาที่พูดคุยกับเขา แล้วทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมร้องไห้อย่างหนัก อิทธิกุลเองทำอะไรไม่ได้เมื่อเธอไม่ยอมเปิดประตู เขาหยุดยืนอยู่แบบนั้นนานหลายนาที ก่อนจะเดินคอตกกลับออกไป

ธนัชเห็นว่ารถที่ขับตามเขามาคือรถของพี่ชาย เขาจึงแอบมองดูอยู่ ปวดใจไม่น้อยที่เห็นอิทธิกุลเดินเข้าเดินออกท่ีนี่ได้สะดวกผิดกับตัวเอง แต่แล้วไม่นานอิทธิกุลก็เดินคอตกกลับมา ชายหนุ่มถึงกับแหงนมองไปยังชั้นสูงๆ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นห้องไหน แต่ก็ดีใจที่มินตราเข้มแข็งขึ้น

แม้ธนัชจะสงสารอิทธิกุล แต่เขาจะไม่มีวันใจอ่อนกับคนที่แทงข้างหลังตัวเองเด็ดขาด ธนัชขับรถออกไปทันที เพราะไม่อยากยืนดูสภาพของพี่ชาย กลัวว่าความตั้งใจของเขาจะมลายหายไป อิทธิกุลก็ขับรถมาถึงบ้านตามกันมาติดๆ เขามาขอพบกับธนัชแต่ชายหนุ่มไม่ยอมลงมาเจอ ยิ่งทำให้อิทธิกุลมืดแปดด้าน เขาต้องการความจริง เพราะส่วนลึกของจิตใจมันก็ขัดแย้งกันอยู่ ว่ามินตราไม่ใช่ผู้หญิงมักมากไม่รู้จักพอ เธอเป็นคนดี แต่เมื่อน้องชายไม่ให้โอกาสเขาได้รับรู้ อิทธิกุลจึงเดินกลับบ้านอย่างคนสิ้นหวัง ธนัชยืนดูจากชั้นบนจะสมน้ำหน้าก็ไม่เชิง จะสมเพชก็ไม่ใช่ แต่ที่สำคัญเขาจะไม่มีวันให้อภัย และใจอ่อนกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด

มินตราไม่ได้นอนทั้งคืน เธอร้องไห้จนตาบวม ทั้งน้อยใจและเสียใจผสมปนเปไปกันหมด หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวในเวลาเช้าตรู่ บางทีที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่ของเธอเป็นได้ หญิงสาวตัดสินใจไปลาออกเพราะอยู่ไปก็ไมได้เกิดประโยชน์อะไร เธอทำดีที่สุดแล้วและควรจะเดินออกมาจากครอบครัวของคนอื่นเสียที

หญิงสาวมาถึงบริษัทยังไม่มีใครมาเลย เธอค่อยๆ เก็บของที่จำเป็น และนำหนังสือลาออกไปวางไว้บนโต๊ะของอิทธิกุล เธอก้มลงเก็บเอกสารทุกแฟ้มที่เกลื่อนเต็มพื้นห้อง ก่อนจะถอดสร้อยคอที่เขาสวมให้วางไว้บนซองสีขาว

เมื่อพนักงานเริ่มมาทำงานก็เริ่มทักทายกันไปตามเรื่อง แต่แล้วทุกคนก็จับกลุ่มนินทากันอย่างหนาหู หญิงสาวเป็นเป้าสายตาของทุกคน มินตราได้รับข้อความให้ลองเปิดอีเมล หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองดวงตาลุกโพลง ภาพที่ธนัชยืนเคาะประตูห้องที่คอนโดฯ แล้วเธอก็เปิดประตูให้ ทั้งสองหายกันไปนานจนมีข้อความปรากฏว่า ‘คิดกันเอาเองว่าพวกเขาเข้าไปทำอะไรกัน’ มินตราหันไปทางไหนก็มีแต่คนมอง หญิงสาวคว้ากระเป๋าได้ก็รีบวิ่งลงบันไดหนีไฟไปทันที

มินตราสวนทางกับธนัชที่ขับรถไปรับที่คอนโดฯ แต่หญิงสาวออกมาเสียก่อน เขาจึงตามมาที่ทำงาน ชายหนุ่มจึงได้พบกับสายตาแปลกๆ ที่จ้องมองเขาแทน ธนัชไม่ได้คิดอะไร เขานั่งรอมินตราคิดว่าเผื่อเธอไปเข้าห้องน้ำ หรือไปซื้ออะไรดื่ม

คนส่งไฟล์ภาพยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยังส่งไปที่บ้านของอิทธิกุลและธนัชด้วย ยิ่งทำให้นางกรองแก้วมั่นใจว่าลูกในท้องของมินตราเป็นหลานของนาง อิทธิกุลโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาเดินมาตามหาธนัชที่บ้าน แต่คนที่บ้านนั้นบอกว่าน้องชายออกไปทำงานตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มไปหามินตราที่คอนโดฯ ก็ไม่เจอหญิงสาวที่ออกจากห้องไปแล้ว

“ทำเรื่องน่าอับอายแล้วคิดจะหนีฉันเหรอ!”

เขาตรงไปที่ทำงานของธนัชที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทตนเอง แต่พนักงานที่นั่นบอกว่าชายหนุ่มไปทำธุระ อิทธิกุลสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพราะไม่อยากแสดงปฏิกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าคนอื่นและในบริษัทอื่น เขาเดินกุมขมับกลับมาที่บริษัท เมื่อเห็นธนัชนั่งอยู่เพียงเท่านั้นก็กระโจนเข้าหาทันที

“ไอ้เลว!”

คนเป็นน้องไม่ทันได้ระวังตัว โดนต่อยจนล้มลงไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของพนักงาน ธนัชสะบัดศีรษะด้วยความมึนงง แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรเขาก็ขอสู้ ทั้งสองกระโจนเข้าหากันอีกครั้ง ฟัดกันนัวเนียจนพนักงานต้องช่วยกันแยก แต่มันไม่ง่ายเพราะคนที่มีความแค้นอยู่ภายในใจ เมื่อได้ปลดปล่อยก็ซัดกันไม่หยุด

“ออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้!”

“ผมก็ไม่ได้อยากจะมานักหรอก แต่ผมมารอมิ้น ผู้หญิงคุณไม่มีสิทธิ์ในตัวเธออีกแล้ว!”

“แกมันเลว! แกสวมเขาให้ฉัน!”

“ผมไม่เลวเหมือนคุณหรอก คุณอิทธิกุล!”

ธนัชพูดชัดถ้อยชัดคำ เรียกชื่อเต็มของพี่ชายด้วยความโกรธ ในขณะที่อิทธิกุลนั้นโกรธกว่า จนแรงของพนักงานฝ่ายละสามถึงสี่คนในการช่วยกันห้ามเหมือนจะเอาไม่อยู่

“แกมันหมาลอบกัด! แกมันไม่ใช่คน!”

“อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเลวเหมือนกับคุณสิครับท่านประธานใหญ่”

ธนัชยังไม่รู้ว่าทุกคนเห็นด้วยกับอิทธิกุล และมองมินตราเสียหายไปหมดแล้ว เพียงเพราะภาพปริศนาที่ถูกส่งมาจากคนที่คิดร้าย อิทธิกุลกำลังจะทะยานเข้าหาอีกครั้ง แต่ผู้ใหญ่ที่เห็นถึงความผิดปกติตามมาที่บริษัท

“หยุดนะอิท! แม็กซ์!” 

ทั้งอิทธิกุลและธนัชหันไปมองคนเรียก นั่นก็คือคุณพ่อของพี่ชาย ธนัชกระชากตัวให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของบรรดาพนักงานที่บริษัท เขาเช็ดเลือดที่มุมปากจ้องมองไปยังอิทธิกุลอย่างอาฆาตแค้นไม่แพ้กัน ทางฝ่ายอิทธิกุลก็ไม่น้อยหน้า และดูเหมือนจะโกรธมากกว่าอีก

“นี่มันบริษัทไม่ใช่สนามมวย ทำอะไรกันไม่อายพวกพนักงานกันบ้างหรือยังไง!”

นายอรัญและคุณนภาวดีส่ายศีรษะ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของอิทธิกุล ทั้งคู่ถูกสั่งให้เดินเข้าไป เมื่อลับร่างคนเป็นนาย ลูกน้องทั้งหลายก็จับกลุ่มกันทันที นี่คือมนุษย์โลกที่ใครห้ามตกเป็นเหยื่อทางสังคม ไม่อย่างนั้นจะไม่มีที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ เพราะพวกเขาและเธอจะช่วยกันใช้วาจาแทะ เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกกัดกร่อนลงไปทุกวัน โดยไม่รู้เรื่องตื้นลึกหนาบาง แต่ขอแค่ให้ได้พูดได้สนุกกันเท่านั้นก็พอ

“มันเกิดอะไรขึ้น ไหนบอกพ่อมาสิอิท แม็กซ์” นายอรัญหันไปถามทั้งคู่ แต่ทั้งสองก็เงียบไม่มีใครยอมพูด

“อิททำอะไรไว้อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้ เลิกซะนิสัยอย่างนั้น แกก็รู้ว่าแม่ของเราเสียใจแค่ไหนที่พ่อออกนอกลู่นอกทาง แม้แต่ตัวแกเองแกก็เสียใจ เพราะฉะนั้นอย่าทำนิสัยเหมือนที่พ่อทำ”

ความคิดเห็น