SRK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : HOPE NOT : 2 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 125

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HOPE NOT : 2 100%
แบบอักษร

        HOPE NOT : EP2

 หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ซึ่งมันเป็นมื้อที่ยาวนานมากสำหรับฉัน  ฉันกับยัยณิก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน   การมาเจอกับธิมในวันนี้มันเป็นสถานการณ์ที่ฉันไม่ได้เตรียมใจมาก่อน  ไม่คาดคิดว่าจะได้กลับมาเจอกับเค้าอีก  ฉันนึกว่าเค้าจะเกลียดฉันจนไม่อยากกลับมาเหยียบเมืองไทยซะแล้ว  ‘เห้อ’  ฉันถอนหายใจออกมาอย่างปลงไม่ตก  นั่งคิดกับตัวเองมาตลอดว่า สิ่งที่ฉันตัดสินใจไปมันดีแล้วจริงๆใช่มั้ย  แต่ทำไมฉันถึงไม่มีความสุขเลยล่ะ


“เลิกคิดได้แล้ว เมษิตา มันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว เค้าอาจจะเกลียดยัยผู้หญิงใจดำแบบแกไปแล้ว” ฉันพูดเตือนสติตัวเองในขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน 

“กลับมาแล้วหรอคะคุณเมย์” ฉันที่พึ่งเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากที่ให้คนขับรถเอารถไปเก็บ  ในตอนที่กำลังจะเดินผ่านโซนรับแขกขึ้นไปบนห้อง ก็ได้รับการทักทายจากสตรีหมายเลข 1 ของบ้าน ที่ฟันฝ่า ไต่เต้าจากเลขาหน้าห้องจนได้มาเป็นเมียตีทะเบียน  สร้างภาพได้ไม่มีใครเกินจริงๆ  

“คุณเมย์ได้ทานอะไรมารึยังคะ  เผอิญว่าวันนี้คุณท่านกลับเร็ว น้าอยากให้คุณเมย์ลงมาทานข้าวเย็นด้วยกันซักมื้อน่ะค่ะ เพราะบ้านเราก็ไม่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันมานานแล้ว ”เธอพูดกับฉันด้วยท่าทีอ่อนโยน  รักใคร่  

 ฉันที่ยืนมองการเล่นละครฉากใหญ่ ของแม่เลี้ยงผู้แสนดี  ได้แต่ยิ้มอย่างสมเพชให้กับคน ที่กำลังเสแสร้งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ผสานความสัมพันธ์ในครอบครัว หึ ถ้าคุณพ่อไม่นั่งอยู่ตรงนี้คิดหรอว่าคนอย่าง  ยัยวิชุดา จะพูดจาด้วยภาษาแบบนี้กับฉัน

“ว่าไงยัยเมย์  มาทานข้าวกับพ่อซักมื้อได้มั้ย  ช่วงนี้เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันเลยนิ” คุณพ่อถามขึ้นหลังจากที่ยัยวิชุดาพูดจบ  ก็จริงอย่างที่พ่อว่า เพราะฉันแทบไม่ได้กินข้าวที่บ้านเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่เพราะทำงานเลิกดึก หรือเป็นมนุษย์บ้างานหรอก  แต่เพราะแค่เห็นหน้ายัยสองแม่ลูกนั่น ฉันก็แทบจะกลืนข้าวไม่ลง  

คุณพ่อมองมาที่ฉันอย่างรอคำตอบ

“ได้สิคะ  เมย์กำลังคิดถึงบรรยากาศโต๊ะอาหารที่บ้านพอดีเลย ” ฉันเดินไปหาคุณพ่อ พร้อมกอดและหอมแก้มท่านอย่างเอาอกเอาใจ

“โตแล้วยังขี้อ้อนเป็นเด็กๆเลยนะเรา” คุณพ่อว่าพลางลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน เหมือนต้องการให้รู้ว่าท่านยังเหมือนเดิมไม่ว่า อะไรจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม

ต้องยอมรับว่าถึงฉันจะโกรธพ่อที่ยอมให้ยัยสองแม่ลูกเข้ามาในบ้านขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่าฉันรักพ่อมากพอๆกับที่ฉันก็รู้ว่าพ่อก็รักฉันมากเหมือนกันถึงแม้จะมียัยสองแม่ลูกนั่นก็ตาม

“งั้นเมย์ขอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะไปตะลอนมาทั้งวันรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มมาแล้วล่ะค่ะ” ฉันพูดพร้อมทำท่าทางดมกลิ่นไปทั่วตัว  ทำให้คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะออกมา อย่างขบขัน


ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นห้อง  ฉันก็ไม่ลืมที่จะส่งสายตาอย่างเยาะเย้ยไปให้ยัยแม่เลี้ยงที่กำลังนั่งกำหมัด ตีหน้ายิ้ม แต่ว่าในใจน่ะร้อนรนจนแทบจะทนไม่ไหวเพราะ พวกยัยนั่นรู้ดีว่า ต่อให้คุณพ่อจดทะเบียนกับนาง หรือเชิดหน้าชูตาพาออกงานสังคมแค่ไหน  แต่คนที่คุณพ่อให้ความสำคัญและรักมากที่สุดก็ยังเป็นฉันกับคุณแม่อยู่ดี


แล้วถ้าถามว่าทำไมความสัมพันธ์ของฉันกับยัยสองแม่ลูกนั่นถึงเลวร้ายนะหรอ

 ก็เพราะตอนที่ยัยวิชุดา หอบลูกเข้ามาในบ้านฉัน มาร้องห่อร้องไห้ต่อหน้าคุณแม่ของฉัน ว่าขอให้เธอได้พาลูกเข้ามาอยู่ด้วย เพราะถึงยังไงลูกเธอก็เกิดมาจากคุณพ่อของฉัน  แม่ฉันได้ยินแบบนั่นก็ช็อคจนเป็นลมหมดสติไป เพราะไม่คิดว่าสามีที่เป็นรักแรกและรักเดียวจะนอกใจเธอ

คุณพ่อที่พึ่งกลับจากที่ทำงาน  ก็ถึงกลับไปไม่เป็นเพราะไม่คิดว่ายัยวิชุดาจะกล้าหอบลูกเข้ามาหาเมียหลวงถึงที่บ้าน  ฉันที่ตอนนั้นยังเด็กได้แต่ยืนร้องไห้โฮ เพราะตกใจที่เห็นคุณแม่ยืนช็อคจนหมดสติ และตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ของคุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าขั้นวิกฤต เพราะว่าแม่ไม่ยอมรับพ่ออีกเลย ถึงแม้ว่าพ่อจะสารภาพว่าแค่พลาดพลั้งไป แต่แม่ของฉันที่ยึดมั่นในรักเดียวมาตลอด ก็ทำใจยอมรับไม่ได้ ถึงขั้นตัดสินใจหย่ากัน และด้วยความที่ทางพ่อมั่นคงกว่า แม่เลยตัดสินใจให้ฉันมาอยู่กับพ่อ  และหลังจากหย่ากันได้แค่วันเดียว แม่ฉันก็ได้จากไปจากการกินยานอนหลับเกินขนาด...

ตอนนั้นฉันยอมรับว่าโกรธพ่อมาก จนไม่ยอมคุยกับท่านอยู่เป็นปีและจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้แหละ ฉันถึงเกลียดนังสองแม่ลูกนั่นมาก ถ้าวันนั้นมันไม่หอบลูกมันเข้ามาแม่ฉันก็ไม่ต้องตาย!!

   ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนล้า  ไม่เพียงแค่ร่างกายหรอก แต่หัวใจฉันเนี่ยที่มันกำลังอ่อนแอ กับอิแค่เจอหน้ากันแค่นี้ฉันก็ทำท่าจะน็อกเอ้าท์ซะแล้ว  ต้องยอมรับว่าธิมมีอิทธิพลต่อหัวใจฉันมากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ตอนนี้ หรือว่าในอนาคต เค้าก็ยังเป็นผู้ชายที่ทำให้ฉันใจเต้นแรงได้เสมอเลย


“แต่ตอนนั้นมันดีมากจริงๆนะ” ฉันเผลอพูดกับตัวเอง ในตอนที่นึกถึงช่วงเวลานั้น เพราะฉันกับทิมเราเข้ากันได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์  ความชอบหรือทัศนคติ เราไปกันได้ดีมากๆ เราเป็นทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัว เป็นคู่รักที่แทบจะตัวติดกันตลอดเวลา ฉันกับทิมเราคบกันตอนที่ฉันไปเรียนต่อ ป.โทที่เมกา เราเจอกันจากกลุ่มนักเรียนไทย หลังจากนั้นก็คุยกันมาเรื่อยๆจนตัดสินใจคบกันแล้วย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นเดียวกัน แต่พ่อฉันไม่รู้หรอกนะ 555++  เราใช้ชีวิตแบบคู่รักข้าวใหม่ปลามัน เรารักกันจนฉันคิดภาพไม่ออกเลยว่าจะเลิกรักกันได้ยังไง  จนฉันแทบอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเลย แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันต้องเลือกว่าจะเดินต่อ หรือจะหยุด แต่ฉันมันโง่ที่เลือกที่จะหยุดและหันหลังให้เค้าแล้วกลับมาเมืองไทย  เพราะในตอนนั้นพ่อป่วยหนักมาก บริษัทขาดเสาหลัก คุณลุงฉันบอกว่าถ้าฉันไม่รีบกลับมายัยวิชุดาจะได้รักษาการแทน ฉันที่มัวแต่ห่วงว่าสองแม่ลูกนั่นจะเข้ามาชุบมือเปิบ  จึงตัดสินใจบอกลาความสัมพันธ์นั้น เพื่อเข้ามารับตำแหน่ง และฉันคิดว่าอยากทุ่มให้งานเต็มร้อยเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เลยเลือกที่จะให้มันจบแบบนั้น แต่มันจบไม่ดีเท่าไหร่เพราะเค้าไม่ยอม เลยทำให้ฉันต้องสร้างเรื่องขึ้นมา เลยเป็นสาเหตุให้เค้าเกลียดขี้หน้า และมองเมินฉันแบบนี้ไง

‘ผู้ชายที่สร้างแต่รอยยิ้มให้ฉันคนนั้นน่ะ’ จะลืมฉันไปหมดรึยังนะ ฉันได้แต่คิดอย่างปลงๆ

     “อ้าวพี่เมย์  มาทานข้าวหรอคะ ” ฉันที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร ก็พบกับเสียงแสบหูอย่างกับนกการะเวก ของน้องสาวต่างแม่ ที่ถามขั้นพร้อมรอยยิ้มอย่างสดใส  ฉันมองเธอนิ่งๆ เพราะเบื่อกับการเสแสร้งของสองแม่ลูกนี่เต็มทน

    “แล้วน้องปริมคิดว่าพี่เมย์จะเข้ามาทำอะไรในห้องอาหารแบบนี้ล่ะคะ หืม  ชอบถามโง่ๆตลอดเลยนะเรา” ฉันพูดพร้อมยิ้มให้เธอเบาๆ  

 ยัยปริมน่าเจื่อนลงทันทีที่ฉันพูดจบ หึ ทำเป็นตีหน้าเศร้าในใจคงอยากเดินมาตบฉันเต็มทน

“ยัยเมย์” คุณพ่อปรามฉันเสียงเข้ม เพราะเห็นยัยปริมทำหน้าปานจะร้องไห้ 

เบื่อจริงอิพวกน้ำตาสั่งได้เนี่ย  มันน่าตบให้ต่อมน้ำตาแตก

ฉันยักไหล่พร้อมตักอาหารเข้าปากอย่างอารมณ์ดี  ไม่มีอะไรจะมีความสุขไปกว่าการได้หักหน้ายัยสองแม่ลูกนี่อีกแล้ว มื้อนี้ฉันคงเจริญอาหารแน่ๆ 

     “คุณคะ จะเป็นอะไรไหมคะถ้าดาอยากจะให้ ยายปริมเข้าไปช่วยงานคุณเมย์ที่บริษัท ยายปริมเองก็เรียนด้านนี้มาพอดี ดาว่าน่าจะช่วยลดภาระคุณเมย์ได้นะคะ”

แต่อารมณ์ดีได้แป๊ปเดียว ยัยแม่เลี้ยงตัวดีก็พูดเรื่องที่ทำให้ฉันหัวร้อนจนอยากลุกขึ้นเอาแกงกะหรี่ที่อยู่ในถ้วยราดลงไปบนหัวนางนัก จะได้หยุดหัวสูง แล้วหัดเจียมกะละหัวซะบ้าง  ทุกวันนี้ทำตัวเป็นผู้ดีตีนแดง ดูดเงินพ่อฉันหยั่งกับพวกปลิงดูดเลือด

“ดาเห็นว่าช่วงนี้ลูกก็ปิดเทอมพอดี ถ้าได้เข้าไปลองทำงานบ้าง ยายปริมจะได้มีประสบการณ์ เผื่ออนาคตจะช่วยคุณย์เมย์ทำงานได้บ้างน่ะค่ะ”

 ยัยวิชุดา พูดกับคุณพ่อ โดยหาเหตุผลร้อยแปดมาสนับสนุน เพื่อให้ลูกนางเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณพ่อ หึ ปากก็บอกว่าจะให้ไปช่วยงานฉัน คิดว่าฉันโง่ดูไม่ออกหรอ ว่าหวังอะไรกันอยู่ทั้งแม่ทั้งลูก

“แล้วดาก็มีอีกเรื่อง อยากจะบอกคุณด้วยคะ คือว่า ตอนนนี้ยายปริมกำลัง ดูๆกันอยู่กับคุณพีท ลูกเจ้าสัวธำรง  ดาว่าถ้าลูกได้เข้าไปมีส่วนร่วมในบริษัทบ้าง  อนาคตถ้าเราได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับทางเจ้าสัว ดาว่ามันจะดีต่อบริษัทเรานะคะ”

ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่ายัยวิชุดา จะมาไม้นี้  ฉันจึงหันไปมองคุณพ่อที่นั่งนิ่งเหมือนกำลังหนักใจ เพราะใครๆก็รู้ว่าเจ้าสัวธำรงน่ะมีอิทธิพลขนาดไหน ถ้าได้เป็นพันธมิตรด้วยก็จะเป็นผลดีต่อธุรกิจมากๆ   แต่พ่อเคยให้สัญญากับฉันว่าจะไม่ให้สองคนนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน แล้วจะโอนหุ้นในบริษัทให้ฉันทั้งหมด!

“เอ่อ ถ้าคุณพ่อไม่สบายใจ  เดี๋ยวปริมไปลองฝึกงานที่อื่นดูก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องพี่พีท ปริมแค่อยากให้คุณพ่อรู้ว่า ตอนนี้ปริมคบอยู่กับใคร จะได้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ ปริมไม่อยากปิดบังน่ะค่ะ ไม่ได้จะเอาเรื่องนี้มากดดันเลยนะคะ ”  ปริมชิยาพูดพร้อมตีน่าเศร้า

“ว่าไงเรายัยเมย์ อยากให้น้องไปทำด้วยมั้ย” คุณพ่อหันมาถามฉัน หลังจากนั่งคิดอยู่พักนึง พร้อมส่งสายตาเป็นนัยๆว่าให้ลองคิดๆดี ซึ่งฉันก็ได้คำตอบแล้วว่า

“ได้อยู่แล้วค่ะ  เมย์ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ดีซะอีกจะได้รู้จักทำงานทำการซะบ้าง” ฉันพูดขึ้นหลังจากได้ข้อสรุปกับตัวเอง พร้อมกับพูดเหน็บแหนมแม่ลูกคุณหนูไปหนึ่งแมท

  ถ้าอยากจะทำนักเมษิตาก็จัดให้ได้อยู่แล้ว!

 “แล้วก็ถ้าวันไหนว่างๆ ปริมก็นัดคุณพีท มาทานข้าวบ้างสิจ๊ะ พี่จะได้ทำความรู้จักไว้” ฉันพูดอย่างมีแผน พร้อมส่งยิ้มอาบยาพิษไปให้น้องสาว  เพื่อเป็นสัญญาณเตือนน้องสาวที่น่ารักว่า ระวังผู้เธอไว้ให้ดีๆล่ะ!!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น