เงาลดา
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : อยากเปลี่ยน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 166

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 10:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อยากเปลี่ยน
แบบอักษร

นารูโตะและไกเดินเข้าไปหาเด็กหญิงทั้งหลายด้วยความรีบร้อน พวกเขามีสีหน้ากังวลอยู่เนืองๆ อีกทั้งยังมีความคาดหวัง 

       “ซากุระจัง เป็นยังไงบ้าง” เขาถามอย่างร้อนรนและยังมองท่าทางอ่อนล้าของเธออย่างเป็นห่วง

       “รักษาอาการบาดเจ็บได้แล้วแต่เรื่องอ่านจันทราต้องรอให้ท่านซึนาเดะมารักษาให้ ที่จริงฉันกะว่าจะรักษาอาจารย์คาคาชิด้วยแต่เห็นแบบนี้แล้วฉันคงทำอะไรไม่ได้หรอก” ซากุระมีสีหน้าหนักใจ

        “งั้นเหรอ” นารูโตะมีสีหน้าก้ำกึ่งระหว่างดีใจและผิดหวัง ดีใจที่ช่วยซาสึเกะได้ระดับหนึ่งและผิดหวังที่ยังช่วยคาคาชิไม่ได้ในตอนนี้

        “แค่นี้ก็ดีมากแล้ว เก่งมาก” ไกเป็นคนพูดและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

        “ขอบคุณค่ะ ขอหนูพักสักหน่อยแล้วจะช่วยดูคุณลีให้นะคะ ตอนนี้หนูสำเร็จวิชาแพทย์แล้ว” ซากุระยิ้มให้

        “จริงเหรอ” ไกดีใจอย่างเห็นได้ชัดแม้จะตกใจที่เด็กตัวแค่นี้สำเร็จวิชาแพทย์ได้ และก็เป็นจริงอย่างที่เธอพูด

        ซากุระพักร่างกายและรอจักระกลับมา หนึ่งวันเต็มที่เธอหลับทั้งวันและตื่นมาอีกทีวันรุ่งขึ้นของเช้าวันใหม่

        ทว่าอาการของร็อกลีก็หนักกว่าที่คิดไว้ เธอทำได้เพียงแค่พยุงไม่ให้เขาทรมานกับการขยับตัวนัก คราวนี้หกชั่วโมงในห้องผ่าตัดแม้ไม่นานเท่าของซาสึเกะแต่การใช้จักระแพทย์แบบวายป่วงของเธอก็ทำพิษจนได้

        เพื่อนๆ  ทั้งหลายกรีดร้องอย่างไม่สนใจว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลเมื่อเธอออกมาจากห้องผ้าตัดก็หงายหลังสลบเหมือดทันที

        เพราะซากุระน็อกไปแล้วจึงไม่รู้ว่าเป็นไกที่อุ้มเธอไปห้องพิเศษของโรงพยาบาล และแน่นอนว่าไกแทบยกเธอขึ้นหิ้งและเอ็นดูซากุระมากกว่าใครเพราะช่วยศิษย์รักของเขาไว้

         ร็อกลีไม่ต้องทนเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับตัวอีกแล้ว เขาขยับตัวคล่องขึ้นแม้กระดูกจะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดในตอนนี้ แต่ร็อกลีก็รู้ดีว่าใครเป็นคนรักษาเขา

          แน่นอนว่านินจากระบวนท่าคนเก่งทั้งรักทั้งบูชาซากุระไปแล้ว เธอช่างไม่ต่างจากนางฟ้าผู้งดงามในสายตาของเขา

         ส่วนผู้ที่ถูกมองเป็นนางฟ้ากลับนอนเหลวเป็นน้ำอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเป็นเวลาสองวันแล้ว และยังไม่ยอมลุกขึ้นมาสักที

        ที่จริงก็ไม่ถึงขึ้นสลบสะไหล เพราะหิวหรืออยากเข้าห้องน้ำเธอก็ลุกขึ้นมาแต่เมื่อเสร็จกิจเธอก็กลับไปนอนหลับแอ้งแม้งอยู่เหมือนเดิม

        จะว่าเธอไม่ได้นะ ในเมื่อเธอถูกสูบพลังไปมากมาย จักระก็แทบจะหมดตัว ดังนั้นการนอนกินบ้านกินเมืองในตอนนี้ย่อมเป็นสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด

       ที่จริงเธอจะกลับไปนอนที่บ้านก็ได้ แต่คุณชิบะหรือหัวหน้านินจาแพทย์นั้นต้องการให้เธอนอนอยู่ที่นี่เพราะกลัวอาการแทรกซ้อนหรือบางทีอาจแค่ต้องการให้อัจฉริยะนินจาแพทย์อยู่ใกล้ตัวนานๆ ก็เป็นได้

        “เย็นนี้เธอก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่หรือเปล่า” อิโนะที่นั่งไขว้ขาอยู่โซฟาถามขึ้น หล่อนกอดอกท่าทีมั่นใจและแสนจะสูงศักดิ์เหมือนตอนเป็นสวีหลีเหม่ยเหยาไม่มีผิด

        “ช่าย” ซากุระลากเสียงอย่างเกียจคร้านและอ้าปากรับองุ่นลูกโตที่ฮินาตะป้อนให้

        นารูโตะและจิไรยะออกไปตามซึนาเดะตั้งแต่สองวันก่อน หรือก็คือหลังจากที่เธอรักษาซาสึเกะแค่วันเดียว

        พ่อแม่และเพื่อนสาวแม้แต่ไกมาเยี่ยมเธอบ้างแต่ไม่บ่อยนักเพราะรู้ดีว่าเธอปรารถนาที่จะนอนหลับอุตุมากกว่า

        และตอนนี้เธอก็ได้นอนเต็มอิ่มแล้วจึงมาเยี่ยมบ่อยขึ้น เพื่อนแทบทุกคนนั่งอยู่ในห้อง ขาดแต่เท็นเท็นที่ตอนนี้ไปเยี่ยมร็อกลีอยู่

        แต่ไม่นานหลังจากนั้นเท็นเท็นก็เข้ามาหาเธอพร้อมกับไกและ...เนจิ

        ความเงียบอันน่าอึดอัดแผ่ออกมาปกคลุมรอบห้อง โดยเฉพาะกับฮินาตะที่หน้านิ่งเย็นชาจนแทบจะเป็นน้ำแข็งจับก้อนตั้งแต่เห็นหน้าเนจิ

        “แค่กๆ เอ่อ สวัสดียามเย็นค่ะอาจารย์ไก” ซากุระสำลักน้ำลายเล็กน้อย ไอ้นิสัยแผ่ไอเย็นเวลาโกรธนี่ยัยน้องหนูได้จากใครกันนะ? ไม่ใช่เธอแน่ๆ ล่ะ

        “โอ้ สวัสดีๆ” ไกก็ดูกระอักกระอ่วนนิดหน่อย ฮินาตะต่างจากที่เขาเคยเห็นมาก แม้ไม่ได้สนิทกันนักแต่ก็มั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นท่าทางเย็นชาแบบนี้ของเธอ

        เนจิก็มีท่าทางยึกยักอยู่บ้าง แม้ไม่แสดงออกมากนักแต่เขาอึดอัดและไม่สบายใจอยู่เช่นกัน

        “อะแฮ่ม ไป๋อิงเป็นยังไงบ้าง” เท็นเท็นกระแอมอย่างอึดอัดเช่นกันก่อนเธอจะเลือกปล่อยผ่าน ที่จริงนิสัยอย่างเท็นเท็นไม่ชอบหรือถนัดรับมือกับสงครามเย็นนัก หากเป็นเรื่องอื่นเธอคงพูดอะไรที่แสนจะขวานผ่าซากแต่ทำลายบรรยากาศแบบนี้ได้

        แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัวระหว่างเนจิกับฮินาตะ เธอจะยุ่งไม่ได้แม้เนจิจะเป็นเพื่อนและฮินาตะก็เป็นน้องสาวบุญธรรมในอดีต...ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เพราะเธอต้องนับอยู่แล้ว

        ตอนนี้คงได้แต่ทำตัวเป็นกลางและแนะนำทั้งสองคนให้ได้มากที่สุด...แน่นอนว่าซากุระกับอิโนะต้องช่วยเธอด้วย

        เธอไม่ถนัดเรื่องแบบนี้

        “ดีขึ้นแล้ว” ซากุระเองก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อสถานการณ์นี้ไปก่อน

        “ว่าแต่ทำไมถึงเรียกซากุระว่าไป๋อิงล่ะ” ไกถามอย่างสงสัย

       “ฉายาที่ใช้กันในกลุ่มน่ะค่ะ อย่าสนใจเลย” ซากุระหัวเราะขลุกขลัก ไกพยักหน้าเออออเข้าใจแม้จะสงสัยว่าไปอยู่กลุ่มเดียวกันตอนไหน

        “ฉันต้องขอบคุณเธอเรื่องของลีนะคุณฮารูโนะ ซากุระ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เพิ่งมาเยี่ยม” เนจิก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูดกับซากุระ

        “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณลีก็เคยช่วยฉันไว้ ถือซะว่าเรื่องนี้เป็นการตอบแทนแล้วกัน” อีกอย่างเขาไม่มาก็ดีแล้ว เธออยากนอนมากกว่านะช่วงนั้น

        เนจิพยักหน้าไม่พูดอะไรอีกตามนิสัยสงวนคำ เขาถอยหลังไปยืนใกล้ประตูตามเดิมแต่จับจ้องฮินาตะอยู่

        ส่วนหนูน้อยประจำกลุ่มรักษาสีหน้านิ่งสนิทเสมอต้นเสมอปลาย เธอยังนั่งข้างเตียงซากุระเหมือนเดิมแต่ไม่พูดคุยอะไรอีกแล้ว

        ซากุระตบไหล่ฮินาตะเบาๆ แล้วทำปากให้อ่านว่า ‘น่า ใจเย็นๆ’

        ฮินาตะผ่อนคลายท่าทีลงบ้างแล้วยิ้มให้เธอ ทุกคนอยู่คุยกันสักพักและไม่นานก็ถึงเวลาที่ซากุระออกจากโรงพยาบาลได้

        เช่นเคยที่พ่อแม่มารับเธอ แม้ก่อนกลับเธอจะแวะไปดูซาสึเกะแวบหนึ่งก็เถอะ

        “เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาใหม่” ซากุระพูดเสียงแผ่วกับคนที่ยังไม่ได้สติแล้วหันหลังกลับออกไปหาเพื่อนและพ่อแม่ที่รออยู่ข้างนอก

        “ไปกันเถอะค่ะ” เธอยิ้มก่อนที่แม่จะโอบไหล่เธอออกไปจากโรงพยาบาล แน่นอนว่าพ่อแทบจะอุ้มเธอเดินออกไปเพื่ออวดความสามารถของลูกสาว

        “โธ่ พ่อคะ” ซากุระรั้งพ่อไม่ให้เที่ยวอวดคนนั้นคนนี้ไปทั่ว...เธออายนะ

        “เราไปแล้วนะ” เพื่อนๆ โบกมือให้เธอแล้วเดินแยกไปเมื่อถึงทางแยกกลับบ้านของแต่ละคน

       “ไว้เจอกันจ้ะ” ซากุระโบกมือกลับแล้วควงแขนพ่อแม่กลับบ้านเช่นกัน

        สามวันแล้วยังไม่มีวี่แววว่านารูโตะจะกลับมา ซากุระชักสงสัยแล้วว่าอาจารย์เธอไปเที่ยวถึงที่ไหนกันแน่

        แต่บางทีอาจจะเจอกันแล้วแต่ยังเกลี้ยกล่อมให้มาไม่ได้...ก็ท่านซึนาเดะไม่อยากเป็นโฮคาเงะอยู่แล้วนี่

        ตั้งแต่วันที่ซากุระโชว์ฝีมือและเปิดเผยเรื่องศิษย์ซึนาเดะฮิเมะ น่าแปลกใจที่ทุกอย่างดูสงบกว่าที่คิด แต่นั่นอาจเพราะว่าทุกคนยังวุ่นวายกับตำแหน่งโฮคาเงะที่เว้นว่างก็ได้

        แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้หน่วยแพทย์ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ บางคนก็ชื่นชม บางคนก็เลื่อมใสหรือแม้แต่หมั่นไส้หรืออิจฉาก็ยังมี

        มนุษย์หนอมนุษย์...

        แน่นอนซากุระไม่ได้สนใจ และเข้าใจดีถึงความหมั่นไส้หรืออิจฉา เธออายุแค่สิบสองแต่สำเร็จวิชาแพทย์ ช่วยซาสึเกะกับร็อกลีทั้งๆ ที่ไม่มีใครทำได้

        แปลกตรงไหนที่คนพวกนั้นจะอิจฉาเล่า

        “หรือฉันจะเปลี่ยนแปลงมันดีนะ” ตอนนี้ระบบแพทย์ของที่นี่ย่ำแย่อยู่มากจริงๆ

        “ว่าไง? เอาให้ต่างจากเดิมดีไหม...ซาสึเกะ” ซากุระจิ้มแก้มซีดๆ ของคนที่หลับไม่รู้เรื่อง...ใช่ ตอนนี้เธอมาเยี่ยมซาสึเกะ

        จริงๆ ก็ทำอย่างนี้มาสามวันแล้ว ว่างเมื่อไหร่ก็มา เขาไม่ฟื้นแต่เธอก็มานั่งเฝ้านั่งมองหน้าหรือแม้แต่ระบายเรื่องราวต่างๆ ให้คนป่วยฟังนั่นแหละ

        มันเป็นการรบกวนไหม? ก็รบกวนนั่นแหละ เธออยากให้เขาฟื้นนี่ ถึงตอนนี้เธอก็ทำอะไรไม่ได้แล้วก็ได้แต่รอซึนาเดะ

        ถ้าอย่างนั้นระหว่างนี้เธอก็ขอบ่นกรอกหูซาสึเกะให้เขารำคาญเล่นหน่อยเถอะ บ่นมันทุกเรื่องนั่นแหละ

        ซึ่งถ้าซาสึเกะรู้คงสบถอย่างคับข้องใจอยู่บ้าง ตอนเขามีสติรู้สึกตัว ซากุระไม่เคยบอกอะไรที่เขาอยากรู้เลย แต่พอเขาสลบสะไหลไม่ได้สติแบบนี้ซากุระกับพร่ำเพ้อเรื่องที่เขาเคยถามออกมามากมาย

        มันน่าเจ็บใจจริงๆ นะ

**“จะเปลี่ยนอะไรล่ะ”** เสียงห้าวๆ แตกหนุ่มของคนมาใหม่ดังขึ้น เข้าเป็นเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีแดงเพลิงที่ซากุระยอมรับว่าเบ้าหน้าดีอยู่บ้าง ทว่าฝีปากนี่ไม่ค่อยไหว

        ซากุระเองก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมาเพราะประสาทสัมผัสจิ้งจอก แต่ใช่ว่าเธอจะสนใจสักหน่อย วันนี้เธอยังไม่ได้พูดอะไรที่เป็นความลับขนาดนั้น

        “เปลี่ยนอะไรที่อยากเปลี่ยนไง” ซากุระเหยียดยิ้มไม่หันไปมองผู้ชายข้างหลัง อากิระ เซริวคือชื่อของเขา

        เด็กหนุ่มอายุสิบหกที่เป็นนักศึกษาแพทย์เหมือนกับเธอ ศึกษาและเดินทางสายนินจาแพทย์มาก่อนหนึ่งปี ทว่าวันนี้กลับพบเธอที่สำเร็จวิชาก่อน

        เขาเป็นอีกคนที่หมั่นไส้เธอ แต่ก็แค่หมั่นไส้ไม่ได้อิจฉาหรือมีความคิดมุ่งร้ายอะไร แต่อันที่จริงถึงมีใครมุ่งร้ายก็ไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก

        ตำแหน่งศิษย์ซังนินมันคุ้มหัวเธออยู่...มันดีอย่างนี้นี่เอง

       ส่วนเซริว...ซากุระชอบนิสัยใจคอเขาไม่น้อย เป็นคนปากร้ายทว่าก็จิตใจดีอย่างน้อยก็กับผู้ป่วยของเขา โดยเฉพาะลูกเล็กเด็กแดงทั้งหลาย

        เป็นคนมีความมุ่งมั่นและอุดมการณ์แรงกล้า เขามีฝีมือที่โดดเด่นมากทีเดียว แม้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพราะค่อนข้างเก็บตัวฝึกก็ตาม

        มันน่าตลกอยู่บ้างที่ซากุระเองก็หมั่นไส้เขา ทั้งสองคนต่างหมั่นไส้กันและกันทว่าเด็กหนุ่มกลับคอยมายุ่งวุ่นวายกับซากุระอยู่เนืองๆ

        ไม่ใช่เพราะแอบชอบหรือสนใจอะไรหรอกนะ เขาตามมาจิกกัดกระแนะกระแหนด้วยอารมณ์ส่วนตัวล้วนๆ

        “แล้วมันอะไรกันล่ะที่อยากจะเปลี่ยน” เซริวมองจิกตามประสา

       “หลายเรื่อง...เลยล่ะมั้ง” ซากุระยังมองหน้าซาสึเกะ เธอกุมมือที่หนากว่าเล็กน้อยไม่แน่นและไม่เบาเกินไปนัก

        “ชอบเขาล่ะสิ” เซริวเหยียดยิ้ม

        “ยุ่ง” และก็ใช่ว่าเด็กหญิงจะปฏิเสธ แน่ล่ะ หากมีตาใช้สมองหน่อยก็น่าจะรู้ เธอว่าเธอแสดงออกชัดเจนอยู่แล้ว

        “หึ ยัยเด็กแก่แดด” เซริวเบ๊หน้าใส่


    “แล้วนี่เข้ามาทำไม มันกวนเวลาส่วนตัวของผู้ป่วยกับญาติไม่รู้เหรอ” ซากุระยักคิ้วยียวน

        “ญาติ? ญาติฝ่ายไหนล่ะยัยเด็กแก่แดด” เซริวเสียงสูง

        “เพื่อนไง น่ารำคาญจริง” ซากุระกรอกตาเลิกเถียงเมื่อเห็นว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอลุกขึ้นยืนเตรียมออกไป เธออยู่ที่นี่นามมากแล้ว

        “ฉันไปแล้วนะซาสึเกะ เดี๋ยวจะมาหาใหม่” และเช่นเคยที่ก่อนไปเธอจะก้มกระซิบคำพูดข้างหูเขาคล้ายอยากจะให้มันส่งผ่านเข้าโสตประสาทของคนที่ไม่ได้สติ

        และมอบดอกโครคัส ดอกอัลมอนด์และดอกสวีทพีเอาไว้เช่นเคย เธอเปลี่ยนมันทุกครั้งที่มาเยี่ยมเขา แม้ของเก่าจะยังไม่เหี่ยวแห้งก็ตาม

        “ดอกไม้ที่มีความหมายเชิงให้กำลังใจมีตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงเลือกใช้โครคัสเล่า” เซริวพูดลอยหน้าขณะที่ซากุระใกล้จะเดินพ้นประตูออกไป

        “ฉันค่อนข้างกลัวการถูกทำร้ายน่ะ โดยเฉพาะทำร้ายความไว้เนื้อเชื่อใจที่ฉันมี” ซากุระชะงักเท้าหันมาเหยียดยิ้มแล้วเดินจากไปทั้งอย่างนั้น

         “หึ” เซริวส่งเสียงขึ้นจมูกแล้วเดินไปอีกทางเพื่อทำหน้าที่ตัวเองเช่นกัน

        ฝ่ายซากุระ เธอเดินมาหาร็อกลีที่พักอยู่อีกฝั่งหลังจากที่แวบไปดูคาคาชิที่ยังไม่ได้สติมาแล้ว

       “คุณลี” ซากุระปรับสีหน้าให้แจ่มใสแล้วเข้าไปพร้อมๆ กับดอกคาร์เนชั่นในมือ

        “อ้าว คุณซากุระ” เห็นได้ชัดว่าเด็กชายดีใจแค่ไหน นับวันสีหน้าเขายิ่งสดใสมากขึ้นแม้จะยังมีอาการเจ็บกระดูกบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาเท่าแต่ก่อน

        “เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามยิ้มๆ แล้วส่งดอกไม้เยี่ยมไข้ให้ ร็อกลีรับไปแล้วกล่าวขอบคุณอย่างแช่มชื่น

        “ดีขึ้นมากแล้วครับ ผมต้องขอบคุณคุณซากุระจริงๆ” เขากล่าวอีกครั้งและไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว

        “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วค่ะ แล้วก็ไม่ต้องขอบคุณอีกแล้ว ฉันเต็มใจช่วย” บอกตามตรงเธอก็ประทับใจกับคนๆ นี้ไม่น้อยเลย

        ในป่าต้องห้ามวันนั้นใช่ว่าเธอจะไม่เห็น ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันและยังไม่สนิท แต่เขากลับทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยเหลือเธอ เรื่องนี้จะยังไงก็ซาบซึ้ง

        ความจริงใจและไมตรีที่ร็อกลีมอบให้ ซากุระจะรับไว้และตอบแทนอย่างแน่นอน

        หากมีอะไรที่เธอช่วยอีกฝ่ายได้เธอย่อมไม่ลังเล

       “อีกอย่างฉันก็แค่ช่วยพยุงอาการให้เท่านั้น” ซากุระหน้าเจื่อน เธอยังไม่สามารถรักษากระดูกให้เขาได้ แม้จะสำเร็จวิชาแพทย์แล้วแต่การรักษาที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนขนาดนั้น ฝีมือเธอยังไม่ถึง

       แม้ซาสึเกะเองก็กระดูกหักเหมือนกัน แต่ก็แค่ข้อมือนิดหน่อย เธอรักษาให้เขาได้แต่ไม่ใช่กับร็อกลีที่แขนหักทั้งท่อน

        “อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว แล้วซาสึเกะคุงเป็นยังไงบ้างครับ” นี่ก็อีกเรื่องที่น่าประทับใจ แม้จะบอกว่าเป็นคู่แข่งแต่ร็อกลีก็เป็นห่วงซาสึเกะไม่น้อย

        “อาการภายนอกดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ภายใน...” ซากุระยิ้มเฝื่อน เว้นไว้อย่างที่รู้กัน

        “สู้ๆ นะครับ” เขาพูดเพียงแค่นั้น ไม่ปลอบประโลมเพราะรู้ว่าซากุระไม่ต้องการ ไม่แสดงความสงสารเวทนาเพราะรู้ว่าคนที่ยังไม่ได้สติคงจะไม่ชอบใจ

        ร็อกลีเพียงให้กำลังใจอยากให้ซากุระรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง...มันก็เท่านั้น

        “ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฉันกลับก่อนดีกว่า คุณลีจะได้พักผ่อนด้วย” ซากุระยิ้มให้ ใบหน้าไม่ได้มีความเศร้าอยู่อย่างที่ร็อกลีกลัว

        “ครับ ขอบคุณที่อุตส่าห์มาเยี่ยม”

        วันเวลาผ่าพ้นไม่เท่าไหร่แต่ยาวนานในความรู้สึก และในที่สุดบุคคลที่หลายๆ ฝ่ายรอคอยก็ปรากฏตัว

         ซึนาเดะเดินทางมาพร้อมกับจิไรยะและนารูโตะเรียกประกายความยินดีจากทุกคน ซากุระออกไปต้อนรับอาจารย์ด้วยตัวเอง และนั่นเป็นการยืนยันอย่างดีว่าเธอเป็นศิษย์ใคร แม้มันไม่จำเป็นเพราะทุกอย่างก็ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

        ซึนาเดะเหมือนจะรู้เรื่องทุกอย่างจากจิไรยะหรือนารูโตะ เธอเพียงตบไหล่ซากุระและเอ่ยปากชมว่าทำได้ดี เก่งมาก

        ไม่รู้ว่าใจร้อนหรือร่างกายอึดกว่าชาวบ้านเขา กลับมาซึนาเดะไม่แม้แต่จะพัก เธอก็ตรงดิ่งไปยังโรงพยาบาลแล้วรักษาซาสึเกะทันที

        เวลาเพียงไม่นานซึนาเดะก็ก้าวออกจากห้องและเชิญทุกคนที่รอฟังผลข้างนอกเข้าไป

        ซากุระยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อเห็นคนที่ลุกนั่งบนเตียงผู้ป่วย เขามีสีหน้าอ่อนล้าเล็กๆ แต่ก็ยังทำตัวเรียบเฉย...เขาดู เฉื่อยชากว่าเมื่อก่อนซะอีก

       ดวงตาที่ลึกล้ำนั่นราวกับตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้วในบางสิ่ง ทว่าตอนนี้ซากุระไม่ได้คิดสนใจมัน

        “ซาสึเกะคุง” ซากุระลิ่วเข้าไปก่อนใครเพื่อนแล้วเอ่ยเรียกเขาอย่างที่ไม่ได้เรียกมานานด้วยความลืมตัว

        อ้อมกอดเล็กๆ ทว่าอบอุ่นในความรู้สึกของซาสึเกะ เธอไม่ได้กอดเขาแรงนักเพราะรู้ว่าเขายังมีอาการเจ็บช้ำตามตัวบ้าง

        ซาสึเกะมีสีหน้าอ่อนลงและไม่ได้ว่าอะไรที่เด็กหญิงเข้ามากอด และไม่นานซากุระก็ผละออกท่ามกลางความเสียดายเล็กๆ ของตัวคนถูกกอดเอง

        “อืม ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะนะ ฉันคงต้องขอไปดูอีกคนก่อน” ซึนาเดะเอ่ยขึ้นก่อนจะผละออกไปจากห้อง

        “ไง ซาสึเกะ” นารูโตะวิ่งโล่เข้ามาร้องทักอย่างไม่เกรงใจว่านี่คือโรงพยาบาล

        ซาสึเกะปรายตามองนิ่งๆ ไม่พูดอะไร แต่นารูโตะก็ยังพูดจ้อเป็นต่อยหอยไม่หยุดปาก ซากุระเพียงนั่งฟังเงียบๆ สักพักก่อนตัดสินใจลากคอเขากลับเพราะอยากให้ซาสึเกะพักผ่อน

        “หายไวๆ นะซาสึเกะ” ซากุระยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนลากตัวคนที่พูดไม่หยุดกลับบ้าน

        “...” ซาสึเกะเพียงมองส่งร่างทั้งสองคนเงียบๆ บรรยากาศรอบตัวเขายามนี้เงียบสงัดและมืดสนิทเพราะไฟที่ไม่ได้เปิด

        ทุกอย่างดูสงบเงียบพอๆ กับตัวเขาในตอนนี้...สงบก่อนพายุถล่ม

        ไม่ว่าเขาจะเลือกเส้นทางไหน เธอจะไม่หันหลังให้เขาอย่างแน่นอน...ใช่ไหม? ซากุระ

        ฝั่งฮินาตะยังเฉยชาต่อทุกคนในบ้าน กับพ่อไม่ถึงขั้นกระด้างกระเดื่องแต่ก็ทะนงถามคำตอบคำ

        ที่จริงในอดีตเธอก็ถามคำตอบคำแต่นั่นเพราะขี้อาย ไม่ใช่ตอนนี้ที่จำกัดชัดเจนว่าห่างเหิน

        “ท่านฮินาตะจะไปไหนหรือครับ” โอดะเป็นเพียงคนเดียวที่ฮินาตะไม่เย็นชาใส่ เขาถามเธอที่กำลังจะเดินออกไปจากเขตบ้าน

        “จะไปเดินเล่นสักหน่อยน่ะค่ะ ไม่ต้องตามมาก็ได้” ฮินาตะยิ้มบางๆ ให้ โอดะมีท่าทีลังเลแต่คำสั่งก็คือคำสั่ง เขาได้แต่ค้อมหัวให้แล้วหลบทางแต่โดยดี

        ถนนเส้นที่ฮินาตะเลือกเดินไม่มีผู้คนนัก หรืออาจเพราะอยู่ใกล้เขตตระกูลฮิวงะเลยไม่มีใครมาเดินเพ่นพ่านก็เป็นได้

        แต่พอพ้นเขตไม่เท่าไหร่เสียงทักทายร่าเริงเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้น

        “โย่! ฮินาตะ ไม่ได้เจอกันนานเลย” นารูโตะประสานมือที่ท้ายทอยแล้วฉีกยิ้มยิงฟันมาแต่ไกล

        “นารูโตะคุง” ฮินาตะส่งยิ้มทักทายให้

         “กำลังจะไปไหนเหรอ” นารูโตะหยุดเท้าเมื่อมาอยู่ตรงหน้าฮินาตะแล้ว

       “ก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยน่ะ นารูโตะคุงล่ะ มาทำอะไรแถวนี้?” เด็กหญิงถามเมื่อมันไม่ใช่เส้นทางปกติที่เขาจะใช้ไปไหนมาไหน

        นารูโตะยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำถาม “มาหาฮินาตะนั่นแหละ”

        “ฉันเหรอ?” ฮินาตะชี้ตัวเองงงๆ หาเธอเหรอ...ทำไมล่ะ

        “ฉันมีอะไรจะอวดไงเล่า เห็นแล้วอย่าตกใจนะ” ดวงตาสีฟ้าทอประกายวาววับก่อนจะแยกขาตั้งท่า

        “ถอยห่างฉันนิดหนึ่งล่ะ เอาล่ะนะ!” ฝ่ามือข้างหนึ่งของร่างสถิตยื่นมาข้างหน้าส่วนอีกข้างก็ยื่นตามแล้วทำอะไรสักอย่างสักพัก

        “ย๊า!” ฮินาตะมองท่าทางนั้นอย่างสงสัยก่อนเบิกตากว้างเมื่อจักระสีฟ้าลักษณะคล้ายพายุขนาดย่อมหมุนเร็วแรงอยู่กลางฝ่ามือเขา

        “นี่มัน...” จักระมากมายที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเป็นสีฟ้าสดใสเหมือนกับดวงตาของเขาที่ทอประกายเจิดจ้าในตอนนี้

        “เจ๋งป้ะล่ะ! ฉันเอามาให้ฮินาตะดูก่อนใครเลยนะ มันเรียกว่ากระสุนวงจักรล่ะ” กระสุนวงจักรที่ยังไม่สมบูรณ์ดีนักหายไปเมื่อนารูโตะกำมือ แต่แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์เขาก็พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว

        “จ้ะ เก่งมาก” ฮินาตะที่สบสายตาลูกหมาขอความรักที่ระริกระรี้อยากได้คำชมของนารูโตะก็ให้ผลิยิ้มหวานกล่าวชมเขา

         นารูโตะยิ้มกว้างกว่าที่เคย ใจปลื้มปริ่มจนล้นปรี่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ต้องการ บอกตามตรงตั้งแต่จบการต่อสู้ครั้งนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรเจ๋งๆ เพื่อมารับคำชมจากฮินาตะอยู่ตลอด

         แต่มันไม่ค่อยมีโมเมนต์เอาซะเลย เขาเพิ่งทำสำเร็จตอนนี้นี่แหละ...รู้สึกดีมากจริงๆ เสียด้วย

        นารูโตะไม่รู้หรอกว่าที่เขาทำหรือรู้สึกอยู่มันคืออะไร แต่ช่างมันสิ เขาอยากทำก็ทำ...แค่นั้น

        “ไปเดินเล่นด้วยกันไหม ฮินาตะ”

        สองวันแล้วที่เขาฟื้น แต่ซากุระไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมซาสึเกะเลย ทุกอย่างมันยุ่งวุ่นวายตั้งแต่เรื่องเธอเป็นศิษย์ซึนาดะยันเรื่องแต่งตั้งโฮงาเงะรุ่นห้า

         ซึนาเดะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางความยินดีและขวัญกำลังใจที่กลับคืนของเหล่านินจาไฟโคโนฮะ

        ชิซึเนะเป็นมือขวาอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ใครจะคาดคิดถึงว่าซากุระเป็นมือซ้ายแม้จะลับๆ ก็เถอะ

        ซากุระตั้งใจแล้วว่าจะยกระดับวงการแพทย์ของโคโนฮะ เรื่องนี้เธอปรึกษาซึนาเดะแล้วและอาจารย์ก็เห็นว่าดี

        แต่มันก็ติดปัญหาตรงที่วิชาด้านจักระแพทย์เธอยังอยู่ในขั้นกลางเท่านั้น หากจะเปลี่ยนแปลงวงการผู้รักษาจริงเธอต้องเก่งกว่านี้

        จิ้งจอกกลับชาติตัดสินใจแล้วว่านอกจากวิชาดั้งเดิมตั้งแต่ชาติเก่า ก็มีจักระแพทย์นี่แหละที่เธอต้องฝึกเพื่อยกระดับของมันขึ้น

        ที่จริงอุดมการณ์ครั้งนี้มีเพื่อนอีกสองคนร่วมด้วยคืออิโนะกับฮินาตะ ส่วนเท็นเท็นนั้นโบกมือลาเนื่องจากไม่ใช่แนวเท่าไหร่

        ตำแหน่งมือซ้ายของซากุระไม่ได้มาเล่นๆ หน้าที่หลักเธอคือยกระดับวงการแพทย์ มันเป็นความตั้งใจของทั้งศิษย์อาจารย์ที่เห็นพ้องต้องกันแล้วว่าจะทำให้ยุคโฮคาเงะรุ่นห้าเป็นยุคทองของวงการแพทย์

        ซึนาเดะเองก็เป็นนินจาแพทย์ อยากเห็นโคโนฮะเจริญในด้านนี้เช่นกัน แล้วทำไมเธอจะไม่ผลักดันศิษย์เล่า


อากิระ เซริว

นักศึกษาวิชานินจาแพทย์ ปากร้ายใจดี(แต่กับคนป่วยและเด็ก)

หมั่นไส้ซากุระแต่ไม่ได้เกลียด

"เฮอะ ยัยเบ๊อะ!"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น