Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 6 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 6 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 6 [Rewrite]
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 6 

 

 

​ วันสองวันมานี้เขมินท์คิดหนักเกี่ยวกับเรื่องที่เตชิตเสนอทางเลือกมาไม่หยุดจนเริ่มปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆและทำให้ต้องพึ่งยาแก้ปวดแทบทุกคืน และตั้งแต่วันนั้นมาโมเดลก็มักจะถามหาพ่อของตัวเองเสมอ รอยยิ้มของลูกเวลาพูดถึงคนเป็นพ่อมันเต็มไปด้วยความสุขจนตนเองนั้นไม่กล้าทำลายรอยยิ้มนั้นลงได้ เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้เขมินท์คิดหนักมากๆว่าจะต้องทำอย่างไร ถ้าไม่ยอมทำตามที่เตชิตต้องการและเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาจริงๆ ถึงตัวเขมินท์เป็นแม่และมีสิทธิ์ที่จะชนะถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นแต่ใช่ว่าเตชิตจะแพ้จนหมดท่า เพราะถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นเล่นตุกติกขึ้นมายังไงเขมินท์ก็ต้องแพ้อย่างแน่นอน 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลดื่มนมหมดแก้วเลย” 

 

“เก่งมากครับคนเก่ง” 

 

“โมเดลอยากตัวสูงเหมือนคุณพ่อ” 

 

“ถ้าอยากตัวสูงโมเดลต้องเล่นกีฬาด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าดื่มนมอย่างเดียวถึงจะสูงได้” 

 

“โมเดลไม่ชอบเล่นกีฬา โมเดลเหนื่อย” โมเดลบอกก่อนจะยู่หน้ายู่ตาเมื่อนึกถึงว่าตนเองต้องเล่นกีฬาที่ไม่ชอบ โมเดลไม่ชอบอยู่กลางแจ้ง โมเดลไม่ชอบให้เหงื่อออกเพราะมันเหนอะหนะตัว  

 

“ถ้าไม่เล่นกีฬาโมเดลก็จะไม่สูงแน่นอนครับ” 

 

“ฮื่ออ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว โมเดลไปดูการ์ตูนก่อนนะครับ” โมเดลบอกก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กกลับไปดูการ์ตูนเหมือนเดิม เขมินท์เองที่เห็นลูกชายกลับไปดูการ์ตูนแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ และเพราะในหัวแต่แต่เรื่องเครียดๆ ทำให้ใบหน้าลับหลังลูกชายนั้นก็กลับมาเคร่งเครียดตามเดิม 

 

ส่วนในเรื่องของเตชิตถ้าเขมินท์ปรึกษาคุณหญิงแม่ก็ไม่รู้ว่าคุณแม่นั้นจะช่วยได้มั้ย เพราะถ้าเขมินท์ต่อกรกับเตชิตคนเดียวตนเองนั้นคงไม่อาจจะสู้ได้… 

 

และหลังจากที่คิดว่าจะปรึกษาคุณหญิงแม่ในเรื่องของเตชิต เขมินท์ก็จัดการโทรนัดคุณแม่เพื่อที่จะได้คุยถึงเรื่องนั้น คุณหญิงรวีวรรณก็เลยขอนัดเจอแถวบ้านของเขมินท์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพาหลานนั่งรถออกมาให้เหนื่อยเพราะเธอจะเป็นฝ่ายมาหาเอง 

 

คาเฟ่แถวบ้านที่ขนาดไม่ใหญ่มากแต่ก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้รอบๆ ทำให้เขมินท์ที่นั่งรอคุณหญิงแม่อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยก็เลยหยิบไอแพดขึ้นมาร่างแบบงานไว้คร่าวๆ ส่วนโมเดลก็นั่งกินขนมเค้กและชาเขียวปั่นอยู่ข้างๆ จนเวลาผ่านไปสักพักคุณหญิงรวีวรรณก็เดินทางมาถึงที่ร้านและเข้ามานั่งที่โต๊ะที่เขมินท์นั่งรออยู่ 

 

“รอนานมั้ยคะหนูเขม” 

 

“ไม่นานครับ คุณแม่ทานอะไรมั้ยครับเดี๋ยวเขมสั่งให้” 

 

“เอาแค่คาปูชิโน่เย็นก็พอค่ะ” 

 

“งั้นเดี๋ยวเขมไปสั่งให้ก่อนนะครับ” เขมินท์บอกก่อนจะลุกขึ้นไปสั่งกาแฟที่เคาท์เตอร์ คุณหญิงรวีวรรณที่นั่งรอเลยเอ่ยทักทายหลายชายที่กำลังกินขนมเค้กอยู่ ซึ่งหลายชายก็รีบกลืนขนมเค้กก่อนจะยกมือไหว้เธอพร้อมเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่แสนไร้เดียงสาสำหรับเธอ 

 

“สวัสดีฮะคุณย่า” 

 

“สวัสดีครับ อร่อยมั้ยครับ” 

 

“อร่อยครับ คุณย่าจะกินมั้ยครับโมเดลป้อน” 

 

“ไม่เป็นไรครับคนเก่ง โมเดลกินเลยครับ” คุณหญิงรวีวรรณบอกหลายชายก่อนจะลูบหัวหลานชายเบาๆด้วยความเอ็นดูและเมื่อหนูเขมเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมแก้วกาแฟของเธอ เธอจึงเริ่มเอ่ยถามถึงเรื่องที่หนูเขมนัดเจอในวันนี้ 

 

“หนูเขมมีอะไรจะปรึกษาคุณแม่คะ” 

 

“ก็เรื่องของเค้านั่นแหละครับ เค้ามายื่นข้อเสนอให้เขมเรื่องลูก เอ่อ ขอเวลาสักครู่นะครับคุณแม่ โมเดลครับดูการ์ตูนมั้ยครับเดี๋ยวคุณแม่เปิดแล้วเสียบหูฟังให้” เขมินท์หยุดการสนทนาไว้ก่อนเมื่อเห็นสายตาที่กำลังมองมาหลังจากที่ได้ยินตนเองพูดขึ้นและโมเดลคงจะเข้าใจว่าเขมินท์กำลังพูดถึงเรื่องอะไร ดังนั้นเลยต้องหาทางเลี่ยงความสนใจของลูกชายก่อน 

 

“ครับ โมเดลอยากดูการ์ตูน” 

 

“งั้นก็ดูนะครับ คุณแม่มีเรื่องที่จะปรึกษาคุณย่า” 

 

“ครับคุณแม่” เขมินท์เอาไอแพดของตนเองเปิดการ์ตูนให้ลูกชายดูพร้อมหูฟังให้ใส่และพอโมเดลจดจ่อกับการ์ตูนแล้วเขมินท์ก็กลับมาพูดถึงเรื่องที่ค้างไว้ต่อทันที 

 

“ก็อย่างที่เขมเล่าให้ฟังครับ คุณเตชิตเข้ามาหาโมเดลแล้วทั้งคู่เจอกันแล้วและคุณเตชิตก็เสนอเรื่องที่จะให้เขมและโมเดลเข้าไปอยู่ที่บ้าน ถ้าเขมไม่ยอมเขาจะฟ้องศาลเรื่องการเลี้ยงดูลูก” 

 

“แล้วหนูเขมคิดหรือยังคะว่าจะเลือกทางไหน ถ้าหนูเขมยืนยันเรื่องฟ้องศาลคุณแม่ก็ไม่ว่าเพราะยังไงนั่นก็คือสิทธิ์ของหนูเขมและคุณแม่ก็คิดว่ายังไงศาลก็คงตัดสินให้หนูเขมดูแลโมเดลต่อ” 

 

“แต่ถ้าเขมเลือกทำแบบนั้น เขมกลัวว่าคุณเตชิตจะเล่นวิธีสกปรกขึ้นมาได้ เขมขอโทษครับที่พูดออกมาแบบนี้” 

 

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่รู้ดีว่าพี่เตเป็นคนแบบนั้นจริงๆ” 

 

“นั่นแหละครับ เขมเลยเป็นกังวล แล้วโมเดลเองก็ดูจะอยากอยู่กับพ่อเค้ามากๆด้วย เขมไม่เคยเห็นลูกยิ้มแบบนั้นเลยสักครั้งแต่พอได้เจอคุณเตชิตโมเดลยิ้มได้สดใสมาก” 

 

“งั้นเอาแบบนี้มั้ยคะ หนูเขมกับโมเดลไปอยู่ที่บ้านของคุณแม่อย่างที่พี่เตบอก ระหว่างนั้นคุณแม่จะปกป้องหนูเขมเองแล้วเราสองคนค่อยหาทางดัดหลังพี่เตชิต เพราะคุณแม่เดาว่าถ้าหนูเขมไม่ยอมยังไงพี่เตชิตก็ต้องเล่นสกปรกอย่างที่หนูเขมคิดแน่นอนและถึงคุณแม่จะช่วยได้แต่ก็ยังเดาทางไม่ได้ว่าพี่เตชิตจะมาไม้ไหน”  

 

“งั้นเอาแบบนั้นก็ได้ครับ เขมจะเชื่อคุณแม่ เขมจะตกลงไปอยู่กับเค้า” และเขมินท์หวังว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ จะไม่มีอะไรที่จะทำให้ตนเองเสียใจกับความผิดพลาดไปมากกว่านี้ก็พอ….. 

 

และแล้วก็มาถึงวันที่เขมินท์ต้องให้คำตอบกับเตชิต แต่วันนี้กลับเป็นวันที่เขมินท์จะต้องไปทำงานเลยต้องส่งข้อความไปบอกเตชิตว่าตนเองนั้นจะให้คำตอบในช่วงเย็นแทนและในวันนี้เขมินท์ก็วุ่นทั้งวัน วุ่นจนแทบไม่มีเวลาคุยกับลูกชายแต่ก็ยังดีที่โมเดลไม่ซนเท่าไร เพราะเจ้าตัวเล็กนั่งวาดรูปดูการ์ตูนเองคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้วส่วนตัวของเขมินท์นั้นก็นั่งแก้งานให้ลูกค้าและเข้าประชุมจนเกือบลืมอาหารกลางวันของลูกชาย แต่ก็ยังดีที่สามารถขอเวลาพักสักชั่วโมงก่อนเพื่อจะพาลูกชายลงมากินข้าวเที่ยงที่ร้านข้างๆบริษัทเพราะวันนี้เขมินท์ไม่ได้ทำข้าวกล่องมาจากบ้าน 

 

“อร่อยมั้ยครับ” หลังจากที่ได้ข้าวผัดหมูตามที่สั่งไป โมเดลก็ตักเข้าปากจนแก้มอูม เขมินท์เลยถามลูกชายที่ดูมีความสุขกับการกินแบบนี้ 

 

“อร่อยครับ คุณแม่กินเยอะๆนะครับ” เพราะโมเดลเห็นคุณแม่ทำงานทั้งวันไม่ได้พักเลย โมเดลเป็นห่วงกลัวคุณแม่ป่วยแล้วจะโดนฉีดยา 

 

“ครับ โมเดลก็เหมือนกันนะครับ” สองแม่ลูกต่างยิ้มให้กันและรอยยิ้มของโมเดลก็เป็นสิ่งที่เขมินท์มีแรงฮึดและเพิ่มความพยายามในการทำงานมาตลอด แค่ขอให้ลูกเติบโตมาอย่างมีความสุขแม้ต้องเหนื่อยแค่ไหนตนเองก็จะอดทนให้ได้! 

 

หลังจากที่ผ่านพ้นการทำงานที่แสนหนักหน่วงไปได้ในวันนี้ เขมินท์ก็กำลังเผชิญสถาณการณ์ที่น่าตึงเครียด เมื่อได้ขับรถพาโมเดลมาถึงร้านที่เตชิตนัดไว้และพอเข้ามาในร้านก็พบว่าทั้งร้านนั้นเงียบสนิทไม่มีลูกค้าสักคนเดียวจนนึกว่าร้านปิด แต่พนักงานร้านที่เห็นเขมินท์และลูกชายเดินเข้ามาก็รีบเข้ามาต้อนรับด้วยความเป็นมิตรทันทีเลยทำให้เขมินท์รู้สึกแปลกๆยิ่งกว่าเดิม ในสถานการณ์ตอนนี้จนรู้สึกอยากหันหลังกลับ 

 

“คุณแม่ครับ ทำไมร้านเงียบจัง” 

 

“สงสัยยังไม่มีคนมาครับ โมเดลอย่าปล่อยมือคุณแม่นะครับ” เขมินท์กระชับฝ่ามือของลูกชายแน่นก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่พนักงานเดินนำหน้า ที่โต๊ะอาหารสุดหรูมีร่างของเตชิตกำลังนั่งจิบไวน์รออยู่และพอเตชิตเห็นเขมินท์ ทั้งคู่ก็สบตากันก่อนที่เขมินท์จะเป็นฝ่ายจูงมือลูกเดินเข้าไปทั้งๆที่ยังไม่ยอมหลบตาแม้ภายในใจของตนเองจะเต้นแรงด้วยความรู้สึกหวาดกลัวไปหมด แต่เขมินท์จะไม่มีทางให้ผู้ชายตรงหน้าได้รับรู้ถึงความหวาดกลัวนั้นเด็ดขาด 

 

“คุณพ่อ” โมเดลพอเห็นหน้าเตชิตก็ร้องเรียกด้วยความดีใจทันที เตชิตเองก็ส่งยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้ลูกชายในสายเลือดก่อนจะหันกลับมามองคนเป็นแม่ที่มีท่าทางหยิ่งยโสเหมือนเดิม 

 

“นั่งสิเขมินท์” 

 

“โมเดลนั่งครับ นั่งข้างคุณแม่” เขมินท์บอกลูกชายที่นั่งเก้าอี้ข้างตัว ก่อนที่พนักงานจะนำอาหาร ไวน์และน้ำผลไม้มาเสิร์ฟให้เขมินท์และโมเดล  

 

“กินก่อนสิค่อยให้คำตอบ ฉันไม่รีบ” 

 

“โมเดลกินได้เหรอครับ” 

 

“ได้สิ อร่อยนะลองกินดู” เตชิตบอกโมเดลที่ดูตื่นเต้นที่จะได้กินสเต็กที่ดูน่าอร่อยตรงหน้าของตนเอง ส่วนเขมินท์เองที่รู้ว่าลูกชายยังใช้มีดหั่นสเต็กตรงหน้าไม่คล่องจึงเอาจานของลูกชายมาตัดเป็นชิ้นพอดีคำให้ เตชิตเองก็มองเขมินท์ที่กำลังดูแลลูกอยู่สักพักจนเขมินท์เงยหน้าขึ้นมาสบตาและทำสายตาแข็งๆใส่ เตชิตเลยยกยิ้มร้ายๆส่งไปให้ 

 

ก็แค่แมวหวงลูก ทำเป็นขู่ใส่คนแบบเตชิตงั้นเหรอเขมินท์ หึ! 

 

หลังจากที่อาหารมื้อเย็นถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว เตชิตก็สั่งให้พนักงานเอาขนมหวานขึ้นชื่อของร้านมาเสิร์ฟให้โมเดลก่อนที่เตชิตจะถามเขมินท์ถึงเรื่องที่ให้อีกคนได้ใช้เวลาตัดสินใจ 

 

“ฉันขอฟังคำตอบของนายหน่อยสิเขมินท์ หวังว่าคำตอบที่ฉันได้รับจะทำให้ฉันพอใจ” 

 

“ผมตกลงที่จะไปอยู่กับคุณ แต่มีข้อแม้ว่าโมเดลจะต้องอยู่ในความดูแลของผมและคุณจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูกแค่ช่วงเช้า ช่วงเย็นและในวันหยุดเท่านั้น ถ้าหากคุณเจอคนที่คุณต้องการจะแต่งงานด้วยเราจะย้ายออกจากบ้านทันทีพร้อมสิทธิ์การเลี้ยงดูโมเดลจะเป็นของผมเพียงคนเดียว แต่ผมก็ยังจะให้คุณเจอลูกได้แต่เอาไปอยู่ด้วยไม่ได้” 

 

“แค่นี้เหรอที่นายต้องการ” 

 

“ใช่ครับ และนี่คือสัญญาที่คุณต้องเซ็นไม่งั้นผมกับโมเดลจะไม่ไปอยู่ที่บ้านของคุณและเราจะเจอกันในศาล” 

 

“หึ! ได้สิ แต่ถ้าฉันไม่แต่งงาน นายก็ต้องอยู่ที่บ้านจนกว่าลูกจะโตจนบรรลุนิติภาวะ” 

 

“เรื่องนั้นผมยังให้คำตอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องของอนาคต” 

 

“ฉลาดตอบดีนะ โอเคเรื่องนั้นไว้เป็นเรื่องของอนาคตส่วนพรุ่งนี้เก็บของเข้าไปที่บ้านฉันได้เลย” 

 

“พรุ่งนี้ผมต้องทำงาน” เขมินท์บอกและพยายามยืดเวลาให้ได้ช้าที่สุดที่จะต้องเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเตชิต 

 

“พรุ่งนี้เช้าฉันจะต้องเห็นหน้านายและโมเดล” 

 

“คุณเตชิต!” 

 

“คุณแม่ไม่เสียงดังสิครับ” โมเดลที่นั่งกินขนมหวานอยู่พอได้ยินเสียงของแม่ตะโกนออกมาก็บอกคุณแม่เหมือนที่คุณแม่เคยสอนว่าห้ามเสียงดังในร้านอาหาร 

 

“คุณแม่ขอโทษครับโมเดล” 

 

“โมเดล พรุ่งนี้ต้องย้ายไปอยู่บ้านพ่อแล้วดีใจมั้ย” ในเมื่อคนเป็นแม่พูดยากเกินที่เตชิตจะทนใจเย็นได้ เตชิตเลยหันไปถามลูกชายแทน 

 

“จริงเหรอครับ โมเดลจะได้ไปอยู่กับคุณพ่อใช่มั้ยครับคุณแม่” 

 

“ครับ โมเดลกำลังจะได้ไปอยู่กับคุณพ่อของโมเดล” 

 

“เย้ๆ โมเดลดีใจจังครับ โมเดลจะมีทั้งพ่อและแม่แล้ว” 

 

“ถ้าดีใจก็บอกให้คุณแม่ของโมเดลพามาที่บ้านพ่อแต่เช้าสิ” 

 

“คุณเตชิต” 

 

“คุณแม่พาโมเดลไปหาคุณพ่อตอนเช้านะครับ” 

 

“ครับ ตอนนี้โมเดลนั่งกินขนมหวานดีๆนะครับ เดี๋ยวสำลัก” 

 

“ครับคุณแม่” และสุดท้ายเขมินท์ก็พ่ายแพ้ต่อสายตาอ้อนๆของลูกชายที่ส่งสายตาเว้าวอนมาให้และเผลอตอบรับไปทั้งๆที่พรุ่งนี้ตนเองต้องทำงานและถ้าต้องไปบ้านเตชิตแต่เช้ายังไงก็ต้องลางาน เฮ้อ…… 

 

“หึ! เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะเขมินท์ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนายจะอยู่ในกำมือของฉัน” ก่อนจะแยกจากกันเตชิตก็ไม่ลืมกระซิบบอกเขมินท์หลังจากที่ส่งลูกชายให้นั่งบนคาร์ซีทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพอเขมินท์ได้ฟังก็หันมาสบตากับเตชิตด้วยแววตาขวางๆก่อนจะผลักอกออกเตชิตออกเต็มแรงและเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที 

 

ในกำมืองั้นเหรอ เขมินท์ไม่มีทางยอมอยู่ในกำมือของคนอย่างเตชิตง่ายๆหรอก! 

 

 

................................................................................................................ 

อิพี่เต แกมันตัวร้ายยยยยยยยยยยยย 

ความคิดเห็น