พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พ่อ เเม่ ลูก (100%)...หยอกเมีย >///<

ชื่อตอน : พ่อ เเม่ ลูก (100%)...หยอกเมีย >///<

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2562 09:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่อ เเม่ ลูก (100%)...หยอกเมีย >///<
แบบอักษร

                           ประกาศด่วน!!!       

        E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^    



“แล้วที่คุณพิมพ์ชนกบอกกับคุณท่านล่ะคะ มันหมายความว่ายังไง” หลังจากตั้งสติได้บังอรก็เอ่ยถามด้วยท่าทางสับสนกระวนกระวายด้วยมิอาจปักใจเชื่อได้ง่ายๆ  

“ก็หมายความว่าเมียฉันโดนพิมพ์ชนกสร้างเรื่องมาโกหกน่ะสิ ถ้าไม่เชื่อจะดูหลักฐานนี่ก็ได้ ฉันไม่เคยคิดนอกใจกรองแก้ว และไม่เคยคิดจะเอาใครมาแทนที่เมียฉัน”  

นายบัญชาเอ่ยอย่างหนักแน่น แล้วยื่นหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้อีกฝ่ายดู มันเป็นภาพเหตุการณ์ที่พิมพ์ชนกบุกไปจู่โจมเขาถึงห้องทำงาน ซึ่งเขาเก็บไว้มานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งเช็กอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนได้รู้ว่าวันนั้นกรองแก้วไปหาเขาที่บริษัท และเธอก็ได้เห็นภาพนั้นเข้าเต็มๆ            

“รู้อย่างนี้แล้วพวกคุณคืนเมียผมให้ผมได้ไหม ได้โปรดคืนกรองแก้วให้ผมกับลูกเถอะ ส่วนบังอรก็กลับไปอยู่ด้วยกันนะ กรองแก้วเขาคงอยากให้เธอไปอยู่ด้วยกัน”        

นายบัญชาเอ่ยขอร้องสองสามีภรรยา รวมทั้งคิริมา ก่อนจะหันไปทางบังอร ครั้นเห็นทั้งหมดพยักหน้าสองพ่อลูกที่เฝ้ารอคำตอบก็ละล่ำละลักขอบคุณ แล้วโผเข้ากอดกันด้วยความยินดีอย่างหามีใดเสมอเหมือน ใบหน้าของทั้งคู่ต่างเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มชนิดบรรยายไม่ถูก ที่ทุกคนตัดสินใจคืนนางกรองแก้วให้แก่ครอบครัวก็เพราะรู้ดีว่าลึกๆ แล้วกรองแก้วยังคงโหยหาทั้งสามีและลูก ถึงแม้ว่าจะจำใครไม่ได้ก็ตาม             

จากนั้นนายบัญชากับลูกชายพร้อมด้วยบังอรก็ขอตัวไปหานางกรองแก้ว ส่วนพ่อกับแม่ของเธอก็จะไปทำธุระที่โรงแรมแห่งหนึ่งต่อ ทว่าในจังหวะที่พ่อของเขากับพ่อและแม่ของเธอกำลังล่ำลากันอยู่หน้าห้อง พงษ์สวัสดิ์ก็ฉวยโอกาสขยับเข้าใกล้ เอื้อมมากุมมือเธอเอาไว้ แล้วกระซิบบอกด้วยถ้อยคำน่าฟัง ท่าทางของเขามันออกจะซาบซึ้งจริงๆ นั่นแหละ แต่ท้ายประโยคยังไม่วายกวนประสาทตามประสาคนมึน          

“ผมขอโทษนะเจ้านายที่เข้าใจคุณผิดเรื่องแม่ของผม แล้วก็ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ ที่คุณช่วยแม่ผมไว้ ถ้าไม่ได้คุณแม่ผมคงแย่ และผมคงไม่ได้แม่คืน คุณอยากให้ผมทำอะไรเป็นการตอบแทนก็บอกมาได้เลย หรืออยากได้ ‘กางเกงใน’ คืนก็บอกนะ เดี๋ยวผมจะเอามาคืนให้ถึงมือเลย”    

คนบ้า! กำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียว!   

หลังจากทำให้เธออ้าปากค้างเติ่ง พ่อเจ้าประคุณก็ขยิบตาให้ ครั้นเหลือบเห็นว่าพ่อแม่ของเธอและพ่อของเขาพร้อมด้วยนางบังอรเดินเข้าไปในลิฟต์แล้ว ประจวบเหมาะกับชั้นบริหารไม่มีใคร เลขาของพ่อเธอก็ไม่อยู่ ทางสะดวก เขาจึงก้มลงหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ ก่อนจะจุ๊บปากอิ่มส่งท้าย แล้วเดินล้วงกระเป๋าผิวปากจากไป กว่าคิริมาจะได้สติ ตั้งท่าจะด่าทอก็เห็นอีกฝ่ายโบกมือให้ และเดินเข้าไปในลิฟต์เสียแล้ว


ทันทีที่เปิดประตูห้องผู้ป่วยออก สายตาคมกล้าก็ทอดมองไปยังคนที่กำลังนั่งพึมพำอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโหยหา คิดถึง สงสาร และเศร้าใจที่แม่จำอะไรไม่ได้ 

“ดูสิ ว่าใครมา” นายบัญชาที่นั่งตระกองกอดภรรยาอยู่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สภาพน่าเวทนาของผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจทำให้คนแก่แทบน้ำตาไหล   

“ละ…ลูก” นางกรองแก้วพึมพำออกมาทั้งที่จำแม้กระทั่งชื่อของอีกฝ่ายไม่ได้ หากแต่ความคุ้นเคยก็ทำให้นางเปล่งถ้อยคำที่ทำให้คนฟังถึงกับแทบโห่ร้องให้ก้องด้วยความปลาบปลื้มยินดี ก่อนที่พงษ์สวัสดิ์จะโผเข้าไปกอดอีกฝ่าย แล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาอย่างสุดกลั้น บัดนี้อ้อมกอดของแม่ที่เขาโหยหาเขาได้มันคืนมาแล้ว  กอดใครก็ไม่อุ่นเหมือนกอดแม่ เขาจะดูแลแม่ให้ดี และจะไม่ให้ท่านจากไปไหนได้อีก    

“ไม่เอา ไม่ร้อง” คนที่จำใครไม่ได้ มีเพียงความรู้สึกที่คุ้นเคยและจิตใต้สำนึกลึกๆ เพราะสายใยผูกพัน ดันตัวลูกชายออกมองหน้า ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน แต่นั่นกลับทำให้เขาร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะจำได้ขึ้นใจว่าถ้อยคำที่แม่เอ่ยออกมานั้นท่านชอบใช้ปลอบประโลมเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเด็ก    

แล้วนางกรองแก้วก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ ตาโตด้วยความตกใจ เมื่อถูกพงษ์สวัสดิ์หอมแก้มฟอดใหญ่ จากนั้นนางก็หอมแก้มลูกชายคืน ท่ามกลางรอยยิ้มของสามี        

จากนั้นพงษ์สวัสดิ์ก็ป้อนข้าวให้คนป่วยที่บาดแผลจากการถูกทำร้ายยังไม่หายดี นางกรองแก้วอ้าปากรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างว่าง่าย จนบังอรถึงกับยิ้มทั้งน้ำตา แสนจะปลื้มใจที่คุณท่านของนางไม่ต้องทนอยู่อย่างอ้างว้างอีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าถึงแม้กรองแก้วจะจำอะไรไม่ได้ แต่จิตใต้สำนึกก็ยังโหยหาสามีและลูกชาย เพราะไม่งั้นคนที่ทำท่าหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นคนแปลกหน้าคงไม่โผเข้าหาสามีโดยอัตโนมัติในครั้งแรกที่เจอหน้า     

หลังจากทานข้าวเสร็จนางกรองแก้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชวนคุยไปเรื่อยแบบรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่สองพ่อลูกก็เต็มใจที่จะตอบโต้ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม กระทั่งพงษ์สวัสดิ์เอ่ยชวนกลับบ้านนางถึงตอบรับอย่างกระตือรือร้น จากนั้นก็มองหน้าสามีกับลูกชาย แล้วเอียงคอทำท่าครุ่นคิด   

“พวกคุณสองคนเป็นใคร”

อยู่ๆ คนป่วยก็โพล่งขึ้น ทำเอาสองพ่อลูกต่างพากันทำหน้าเหวอ ส่วนบังอรก็ได้แต่ยิ้มขัน แล้วอธิบายให้ทั้งคู่ฟังว่าความทรงจำของนางกรองแก้วจะมาแบบขาดๆ หายๆ หรือบางทีก็อาจจะจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่ที่คุยด้วยเหมือนรู้จักนั้นก็เป็นเพราะว่าลึกๆ แล้วอาจจะรู้สึกคุ้นเคยจนไว้วางใจ        

“ผมพงษ์ลูกชายแม่ไงครับ”

“ส่วนผมก็นายบัญชาสามีคุณไงที่รัก”


อิอิ ที่สุดอิป๋าก็ได้แม่คืน แถมก่อนจะไปยังไม่วายหยอกเมียอีก ได้หยอดนิดๆ หน่อยๆ ก็เอาเนอะ อิอิ เอ้า…ใครรออยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า ^^

###ตอนแรกว่าจะไม่มาช่วงสายๆ แต่วันนี้เพลียดสุดๆ และขาบวมกลัวจะมาลงเย็นนี้ไม่ไหวเลยมาอัพให้ก่อนจ้า ใครอยากอ่านตอนเย็นอีกตอนขอกำลังใจหน่อยจ้า ลงให้อ่านถึงหนังสืออกจากโรงพิมพ์นะคะ อ่านนิยายแล้วเป็นยังไงเม้นท์มาบอกกันบ้างเด้อจ้า ^^

         E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^    




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น