SRK

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : HOPE NOT : 1 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 07:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HOPE NOT : 1 100%
แบบอักษร

                            HOPE  NOT : EP1

            ‘ **welcome to thailand’**  ผ่านมองป้ายในสนามบินที่บ่งบอกว่าตอนนี้ ผมได้กลับมาถึงประเทศไทยแล้ว หลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายปี ตั้งแต่ที่ผมไปเรียนต่อ ป.โทที่เมกา ที่จริงผมตั้งใจว่าจะกลับเมืองไทยทันทีหลังเรียนจบ แต่มันดันมีเหตุการณ์ๆ นึง ที่ตอนนี้มันไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตผมอีกแล้ว แต่ว่าในตอนนั้นด้วยความอ่อนแอ ขี้ขลาดของผม ทำให้ผมเลือกที่จะหางานทำที่เมกา แทนที่จะกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงที่เมืองไทย  แต่ว่าไอ้ ธิม  ศิณะ หน้าโง่คนนั้นมันได้ตายไปตั้งแต่หลังเหตุการณ์นั้นแล้วหละ ตอนนี้มีแต่ ธิม ศิณะ วิศวกรหนุ่มควบด้วยตำแหน่ง CEO ของ SNG  ที่พร้อมเผชิญหน้าแล้วก็พร้อมชนกับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ หรือ แม้แต่ผู้หญิงสารเลวคนนั้น ‘เมย์  เมษิตา’


‘ตึ๊ด ตึ๊ด ตึ๊ด’ ผมหยิบโทรศัพท์ที่มันกำลังสั่นอยู่ในกระเป๋าขึ้นมารับสาย  “ฮัลโหลฟ้า พี่ออกมาแล้วนะ ฟ้าถึงยัง” ผมพูดกับปลายสายที่อาสาออกมารับผมที่สนามบิน

 (“ฟ้าก็ถึงแล้วค่ะ นั่นไง!!!  ฟ้าเห็นพี่ทิมแล้ว”)  หลังจากปลายสายพูดจบ ผมก็หันไปตามเสียงตะโกนที่เรียกชื่อผม อย่างตื้นเต้นอยู่ด้านหลัง  

“พี่ธิม!!!”  ฟ้าวิ่งมากระโดดกอดผมอย่างแรง ขนาดที่ว่าชายอก สามศอก กล้ามท้อง หกแพค แบบผมยังมีเซ 

“ยัยฟ้า ใจเย็นๆ โดดเป็นไอ้ปีโป้เลยเนี่ย”ฟ้าหันมาค้อนใส่ผมอย่างแรง 

“นี่พี่ว่าฟ้าเป็นหมาหรอ ” ฮ่าๆๆๆๆ ผมหัวเราะฟ้าที่ทำท่าทางงอนยังกับเด็ก 3ขวบ ใช่ครับไอ้ปีโป้ที่พูดถึงอยู่ก็คือหมาของผมเอง  หมาของผมที่มีผมเป็นพ่อ แล้วแม่ของมันก็คือผู้หญิงสารเลวนั่น เหอะ ช่างเถอะครับ ตอนนี้ไอ้โป้มันมีแค่พ่อก็พอแล้ว ในเมื่อแม่มันเป็นผู้หญิงใจดำแบบนั้น ที่จริงแล้วแต่ก่อนไอ้โป้มันอยู่เมกากับผม  แต่ผมมันบ้าไงเห็นหน้าไอ้โป้ที่ไรก็จะนึกถึงหน้าแม่มันทุกที จนผมต้องส่งมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่กับ คุณลุง คุณป้าของผมที่เมืองไทย ถ้าถามว่าทำไมไม่ส่งไปให้พ่อแม่เลี้ยงก็เพราะว่า พ่อกับแม่ผมเสียตั้งแต่ ผมอายุ 18 แล้วพี่ชายพ่อผมหรือคุณลุง ท่านก็อาสารับผมมาเลี้ยง เพราะท่านมีลูกไม่ได้ ผมกับท่านสนิทกันมาก จนความรู้สึกของผมพวกท่านเปรียบเหมือนพ่อแม่ของผมไปแล้ว  

ฟ้าที่เห็นผมหัวเราะแบบนั้นก็ยิ่งทำน่างอคอหักเป็นปลาทูแม่กอง 

“โอ๊ะๆๆๆ  หายงอนเถอะนะ ไม่งั้น ชาแนลรุ่นคลาสสิคที่พี่หิ้วมามีหวังเป็นหมันแน่เลยถ้าคนแถวนี้ยังงอนไม่เลิก” ฟ้าทำตาโตทันทีที่ผมพูดจบ 

“กรี๊ด!! จริงนะคะ งั้นเรารีบกลับไปเปิดของฝากกันดีกว่าค่ะ โอ้ยตื่นเต้นๆๆๆ” ผมยิ้มพลางสายหัวให้กับท่าทางดี๊ด้า ของน้องสาวข้างบ้านที่ดีใจจนออกนอกหน้า  ยิ่งไปกว่านั้นฟ้ารีบวิ่งไปที่รถพร้อมเปิดประตูให้ผม  บริการดีแบบนี้สงสัยกลัวไม่ได้ของฝากแน่นอน  ยัยฟ้านี่มันยัยฟ้าจริงๆ


 ณ ห้องเสื้อ ณิชา

“ตายแล้วๆๆๆๆ  หิมะต้องตกในกรุงเทพแน่เลยจ้าแม่ สาวฮอตอย่างเมษิตาให้เกียรติมาหา อี่ณิชาก่อนแบบนี้”ฉันกลอกตามองบนกับความเว่อร์ที่ไม่มีใครเกินของณิชา

“ความเล่นใหญ่ของแกเนี่ย เล่นให้มันน้อยๆเหมือนผู้ชายในสต๊อกหน่อยสิจ๊ะ ” 

“กรี๊ด!! แรงมากกกก!!!” ฮ่าๆๆๆ  เนี่ยแหละจุดอ่อนของนางล่ะ แซวนิดแซวหน่อยหน้าบูดเป็นตูดลิง                                  “หยุดเลยนะนีเมย์”  ยัยณิพูดพลางทำหน้างอนๆ   

 “ไงย่ะ มาหาฉันมีเรื่องอะไรอีกล่ะ” พูดพร้อมกับที่เดินไปนั่งโซฟาคู่ที่ห้องรับรอง 

“มาเพราะคิดถึง ได้ป่ะล่ะ”หลังจากที่ฉันพูดจบ ยัยณิก็เบ้ปากเป็นพี่กิ๊ก สุวัจนีย์ เลยทีเดียว 

“ก็ฉันไม่ได้เจอแกมาเกือบ 2 เดือนแล้วไง คิดถึงจะตายแล้ว ไหนมากอดหน่อยเร๊ววว” ฉันพูดพร้อมกับกระโดดไปกอดยัยณิที่นั่งอยู่ข้างๆทันที 

“ท่าทางแบบนี้เก็บไว้ใช้อ้อนผัวเถอะนังนี” ปากก็พูดไปแต่ก็กอดตอบฉันเหมือนเดิม แพ้ลูกอ้อนฉันตลอดก็ยัยณิเนี่ยแหละ 

“นี่ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่ามีเพื่อนชื่อเมษิตา” นังว่าแบบงอนๆ  

“เมษิตาก็มารายงานตัวแล้วนี่ไงคะคุณณิชาขา มาพร้อมโปร พาไปเลี้ยงโอมากาเสะฟรีไปเล้ยยยยเอ้า” ยัยณิหันมามองพร้อมยิ้มกรุ่มกริ่ม แต่ก็ยังวางท่างอนไม่เลิก 

“นี่แกหาว่าเพื่อนแก เห็นแก่กินหรอ” งอนเกินเบอร์มาก มันน่าฟาดซักที 

“สรุปว่าจะไม่ไป?” ฉันพูดพลางลุกขึ้นทำท่าเหมือนจะกลับ 

“เห้ยๆๆ  ขอเล่นตัวบ้างได้มั้ยล่ะ ก็แกอ่ะเล่นหายไปตั้ง 2 เดือน มันน่างอนมั้ย ฉันน่ะเหงาแทบตาย”ทำน่าเศร้าเล่าความเท็จเก่งไม่มีใครเกินนางหรอก 

 “มีหนุ่มนักบินให้กก เนี่ยยังเหงาอยู่อีกหรอจ๊ะ” 

“ต๊ายยย  ข่าวเร็วมากก กะว่าจะเก็บไว้อวดซักหน่อยว่า ได้ผู้ใหม่แล้ว” นังพูดแบบพราวด์สุดๆ ฉันก็ได้แค่สายหน้าให้กับความเยอะของเพื่อน 

“ฉันน่ะทนแห้งเหี่ยวหลายปีแบบคนแถวนี้ไม่ได้หรอกนะ  คิกๆ ” 

“ย๊า!!!!”  จากนั้นยัยณิก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีออกไปก่อนที่จะโดนฉันฟาด  


  “แกจองคอร์สไหนอ่ะเมย์” ยัยณิถามหลักจากจอดรถเสร็จ  ฉันหันไปยิ้มแบบนางงามให้ยัยณิก่อนเอ่ยประโยคที่    คิดว่าน่าหมั่นใส้ที่สุด 

“มากับเมษิตา ก็ต้องคอร์สที่แพงที่สุดสิจ๊ะ” 

 “กรี๊ดดด เลิศมากแม่!!!  ” พูดจบนังก็วิ่งมาหอมแก้มฉันเหมือนเด็กๆ ที่ถูกตามใจแล้วให้รางวัลกับผู้ใหญ่ 

“โอ้ยๆๆ ยัยณิ ฉันสยิวกิ้วมากอ่ะ ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย”พูดพร้อม ทำท่าทางขนลุกใส่นาง  

“ห่างหายไปนานก็งี้แหละ หาผู้ซักคนสิ” ยัยณิพูดพลางหัวเราะคิกคัก อย่างอารมณ์ดี   

“ขยี้เก่ง!! ชิ”  จากนั้นนังก็เดินนำหน้าฉันไปทั้งที่ไม่รู้ว่าร้านอยู่ไหน


  “ไหนเราบอกพี่ว่าจะรีบกลับไปดูของฝากไง  ทำไมมาจบที่นี่ได้เนี่ยยัยฟ้า”ผมถามออกไปอย่างสงสัย เพราะหลังออกจากสนามบิน ผมก็นึกว่า ยัยตัวแสบจะพาผมตรงกลับบ้านทันที   แต่คนเจ้าแผนการกลับเลี้ยวเข้าห้าง พาผมมาเลี้ยงข้าวซะงั้น ร้ายจริงๆ 

“ก็ฟ้ากะว่าจะเซอไพร้พี่ธิม ไงคะ ถ้าบอกก่อนก็ไม่เรียกว่าเซอไพร้สิคะ  เนี่ยพี่ธิมรู้ไหมว่าร้านนี้จองยากมากเลยนะคะ ตอนแรกฟ้ายนึกว่าจะนกแล้วด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็จองได้ ฟ้างี้ดีใจเหมือนได้กินฟรีเลยแหละ ฮ่าๆๆๆ

 ”ผมที่ฟังน้องพูด ก็ได้แต่ส่ายหน้าไปกับความ ช่างพูดของน้อง 

“ไอ้ขี้โม้” ผมพูดพร้อมกับยื่นมือไปขยี้ผมน้องจนยุ่งไปหมด พูดมากดีนัก ฮ่าๆๆ 

“โอ้ย พิธิม ผมฟ้าพังหมด เล่นเหมือนฟ้าเป็นเด็กๆ ไปได้” ฟ้าพูดไปจัดผมไป พร้อมมองค้อนใส่ผมหนึ่งที

 “แต่ยังไงก็ THANK นะจ๊ะ น้องรัก” ผมพูดพร้อมเดินกอดคอยัยฟ้าเข้าไปในร้าน ซึ่งโซนที่ยัยฟ้าพาผมเข้ามาเป็นโซนที่ วีไอพีสุดๆเพราะจะรับแค่รอบละ 4 คนซึ่งแน่นอนว่าราคาต้องแพงแบบกระเป๋าฉีกแน่ๆ ผมเลยหันไปมองแบบคาดโทษใส่ ยัยฟ้าที่ทำตัวเป็นสายเปย์  ฟ้าเลยยิ้มแหยๆส่งมาให้ 

“ก็พี่ธิม กลับไทยในรอบหลายปีนิคะ ฟ้าก็อยากเล่นใหญ่บ้าง ไม่ได้พามาเลี้ยงบ่อยๆซะหน่อย  แล้วฟ้าก็คิดว่าอยู่ที่นู้นพีธิมคงไม่ค่อยได้กินอาหารญี่ปุ่นแน่ๆ  ฟ้าเลยจัดให้พี่ธิมแบบเอ็กคลูซีฟไปเลย ” ฟ้าพูดจบพร้อมกับส่งยิ้มสยามมาให้ผม นี่แหละไม้ตายของยัยฟ้า ใครจะไปโกรธลง  ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้น้องมันเลี้ยงนะ แต่ราคาแบบนี้มันแพงเกินไป ถึงยัยฟ้าจะมีเงินแค่ไหน แต่การกินอาหารราคานี้ก็คงต้องได้เตือนกันบ้าง 

“งั้นคราวหน้า พี่ธิมก็เลี้ยงน้องกลับ จะได้เจ๊ากันดีไหมคะ” ฟ้าพูดพร้อมยื่นข้อเสนอมาให้ผม 

“นี่ยังคิดจะมากินอีกหรอ แค่มื้อนี้พี่ว่าฟ้าคงโดนคุณน้าบ่นหูชาแล้วมั้ง” ด้วยความที่บ้านพวกเราไม่ใช่เศรษฐี ร้อยล้าน พันล้าน ทำให้เวลาใช้เงินต้องคิดอยู่ตลอด  แค่เงินที่คุณลุงส่งให้ผมไปเรียนต่อที่เมืองนอก นั้นก็มากจนผมไม่อยากรบกวนท่านอีกแล้ว 

“เอาน่าพี่ธิม นานๆกินที  แล้วพี่ธิมก็ไม่ค่อยได้กินด้วย ครั้งนี้ก็หยวนๆกันเถอะเนอะ” ฟ้าพูดด้วยท่าทางออดอ้อน  ก็จริงอย่างที่ฟ้าว่า เพราะตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจอยู่ทำงานที่เมกา ผมก็ไม่ค่อยได้กินอาหารญี่ปุ่นเลย ใช้คำว่าไม่กินเลยน่าจะถูกที่สุด ไม่ใช่เพราะหากินยากหรอก แต่เพราะมันเป็นอาหารสุดโปรด ของยัยผู้หญิงสารเลวนั่น!!  

“น่าซื่อ ใจคด!!” ผมเผลอพูดออกมาอย่างลืมตัว   

“อะไรขดๆ คดๆนะคะ ”  ฟ้าที่ได้ยินหันมาถามผมอย่างสงสัยหลังจากที่พวกเราเข้ามานั่งได้ไม่นาน 

“เปล่าหรอก พี่แค่คิดว่า หิวจนใส้อาจจะขดไปรวมกับกระเพาะแล้ว น่ะสิ” ผมพูดแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ  จนยัยฟ้าหัวเราะร่วนออกมา 

“เว่อไปแล้วนะคนเรา”   จากนั้นพวกผมที่มาถึงเร็ว ก็นั่งรอให้ถึงเวลาเสิร์ฟ  ผมจึงมองไปรอบๆห้องก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ไหนยัยฟ้าบอกกรุ๊ปละ 4 คนไง ไม่เห็นจะมีใครเลย  นี่ก็ใกล้เวลาแล้วด้วย ช่างเถอะไม่ใช่เรื่องของผมซะหน่อย ระหว่างที่ผมนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น ก็มีเสียงๆนึงที่ลอยเข้ามากระแทกหูผมอย่างจัง เป็นเสียงที่ต่อให้เกิดอีกชาติหน้าผมก็ไม่มีทางลืมแน่ๆ 

 “ยัยณิเร็วๆ หน่อย จะถึงเวลาเสริ์ฟแล้วเนี่ย เดินอ้อยอิ่งเป็นนางนพมาศอยู่ได้” 

 ไม่ใช่หรอก โลกแมร่งคงไม่ใจร้ายกับผมจนเหวี่ยงผมกลับมาเจอ  ยัยผู้หญิงสารเลวนั้น ตั้งแต่วันแรกที่กลับไทยแบบนี้หรอก ผมพยายามปลอบใจตัวเอง ว่าก็แค่คนเสียงคล้าย

แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ผมหันกลับไปมองตามเสียงนั้น  จังหวะที่เจ้าของเสียงนั้นเดินเข้ามาผมก็เหมือนถูกสาบให้เป็นรูปปั้น แต่ไม่ใช่แค่ผมหรอก เพราะเธอแมร่งยิ่งกว่าผมอีก  ช็อคจนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพแบบนั้น  หึ เธอคงคิดไม่ถึงสินะว่าจะได้มาเจอผมแบบนี้   แล้วสายตาที่มองผมแบบนั้นคืออะไร!  ทำไมต้องมองผมเหมือนคนรู้สึกผิด เสียใจแบบนั้น  เหอะ มารยาสิ้นดี!!   แต่ถึงจะคิดแบบนั้นภายในอกผมก็อดสั่นไหวไปกับเธอไม่ได้อยู่ดี  

 ผมจึงพยามยามควบคุมตัวเอง ทำเป็นมองเลยผ่านเธอไปแบบคนรู้ไม่รู้จจักกัน     แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันกลับมา  เพื่อนของเธอคนนั้นก็เดินเข้ามาทันเห็นผมพอดี พร้อมกับเผลออุทานออกมาเสียงดัง

 “เชี่ย!!!.” เธอยืนมองผมแบบช็อคๆ  และเหมือนเธอพึ่งจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป เธอจึงรีบพูดแก้เก้อออกมา 

“โอ๊ะ ซอรี่ค่ะทุกคน พอดีว่าณิเวลาตื่นเต้นแล้วจะควบคุมปากตัวเองไม่ได้น่ะค่ะ ”เธอพูดพลางก้มหัวให้ทุกคนที่อยู่ในห้อง  จากนั้นเธอก็หันไปดึงเพื่อนเธอที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงทางเข้า ให้เดินเข้ามาในร้าน

   “เมย์ๆ  ยัยเมย์!!”ฉันหันไปเรียกพร้อมเขย่าตัวยัยเมย์อย่างแรง 

“ หะ..ห๊ะ กะ กะ..แกกว่าไงนะ” เอ้า ช็อคจนติดอ่างไปอีกเพื่อนฉัน  

“เอาไงนังนี กลับมั้ย??” ฉันถามเพื่อนที่ยังยืนนิ่งอยู่   แต่ยัยเมย์ก็ส่ายหัวมาให้แทนคำตอบ 

“ฉันโอเคแก  ฉันคิดว่าเค้าคงจำฉันไม่ได้หรอกมั้ง คงลืมฉันไปแล้วแหละ อย่าไปสนใจเลย”ฉันพูดอย่างตัดพ้อ  ก็สายตาที่ธิมมองผ่านเลยฉันไปเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันแบบนั้นน่ะ มันทรมานสิ้นดี เหอะ!  ก็ดีแล้วนิ แบบนี้ไม่ใช่หรอที่เธอต้องการน่ะ เมษิตา!  ฉันพูดเย้ยหยันตัวเองในใจ 

 “เอาน้า ของกินจะมาแล้วเลิกคิดค่ะ!.”ยัยณิพูดพร้อมตบบ่าให้กำลังใจ ฉันจึงหันมาสนใจอาหารที่กำลังมาเสิร์ฟตรงหน้า 

  โอ้ยไม่ไหวแล้วโว้ย ฉันอยากจะมูฟตัวเองออกไปมาก มันอึดอัด และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มันตีกันไปหมด อธิบายไม่ได้เลยว่ากำลังรู้สึกแบบไหน  ฉันอยากจะเดินออกไป แต่ฉันก็ไม่อยากดูขี้แพ้ในสายตายของเค้า  แต่การที่ทนเห็นเค้าทำท่าทางเหมือนเราไม่รู้จักกันมาก่อน หรือท่าทางของคนที่หมดเยื่อใยต่อกันแบบนั้น  แล้วฉันทนไม่ได้!!  

“ไอ้บ้าธิม เมินฉันขนาดนี้ได้ยังไง”

ฉันพูดพึมพำกับตัวเองเบาหลังจากเผลอหันไปสบตากับเค้า แล้วเค้ามองเมินฉันเหมือนฉันเป็น ไรฝุ่น pm2.5   

แต่บรรยากาศที่อึดอัดอยู่แล้วกับยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อมีเสียงๆหนึ่งเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ  

“เอ่อ ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณใช่คุณเมษิตารึเปล่าคะ”ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆธิมเอ่ยขึ้นมา ฉันจึงพยักหน้าตอบ 

“ใช่ ค่ะ” พร้อมส่งยิ้มไปให้เธอ 

“เห็นในทีวีว่าสวยแล้ว แต่ตัวจริงคุณเมย์ยิ่งสวยมากๆเลยนะคะ แถมยังเก่งอีก ครบมากๆเลยค่ะ ฟ้าแอบเป็น fc คุณเมย์อยู่นะคะ ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มมาให้ฉัน 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ  แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะคะที่ชื่นชอบในตัวเมย์” หลังจากที่ฉันพูดจบเธอจึงยื่นมือออกมาเป็นการทำความรู้จักอย่างเป็นทางการ 

“ยินดีที่ได้รู้จัก นะคะ คุณเมย์ ” 

“เช่นกันค่ะ” พูดพลางยื่นมือออกไปจับกับเธอ แล้วยิ้มให้เป็นการปิดบทสนทนาที่คิดว่าจะจบแค่นั้น แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น 

“พี่ธิมคะ มาทำความรู้จักกับคุณเมย์ไว้สิคะ ฟ้าว่ารู้จักกันไว้ไม่เสียหายนะคะ คนแวดวงเดียงกัน”

 ฉันหันไปมองหน้าเธออย่างอึ้งๆ พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้ชายคนนั้น ที่ยังคงเรียบเฉย  ไม่เหมือนฉันที่รนจนข้างในสั่นไปหมด โดยเฉพาะ อิหัวใจบ้าๆนี่ ยัยณิที่เห็นท่าทางเลิกลั่กของฉันจึงยื่นมือมาจับมือฉันเหมือนเป็นการเรียกสติ พร้อมกระซิบที่หูฉันให้ได้ยินกันสองคน

“นี่นังนีเมย์ แกเลิกรนรานเหมือนชะนีเจอผู้ชายที่แอบชอบได้แล้ว” ฉันหันไปมองหน้ายัยณิแบบคาดโทษทันที พร้อมกับพยายามควบคุมตัวเอง  แต่ความพยายามก็เกือบดับสูญเพียงแค่ได้ยินเสียงของเค้า  เสียงที่ฉันไม่ได้ยินมานาน นับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันตัดสินใจเดินออกมาจากชีวิตของเค้า      

“ผม ธิม  ศิณะ จาก SNG ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เข้ายื่นมือมาด้วยท่าทางนิ่งๆ เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจริงๆ

โอเคร ได้! เข้านิ่งได้ ฉันก็ต้องทำได้สิ ดึงหน้าเข้าไว้เมษิตา อย่าให้เค้ารู้เด็ดขาดว่าแกกำลังหวั่นไหว 

“ดิฉัน เมย์ เมษิตา ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”  พร้อมยื่นมือออกไป  และในจังหวะที่มือสัมผัสกัน ปราการความรู้สึกของฉันก็พังครื้นลงมาแบบไม่มีชิ้นดี   ฉันจึงรู้ได้ทันทีว่า  ฉันไม่เคยลืมผู้ชายที่ชื่อ ‘ธิม ศิณะ ’ ได้เลย 




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น