พึ่งเขียนเรียกแรก​ ถ้ามีคำแนะนำตรงไหนเมนต์​ไว้ได้เลยจ้าา​ อยากเขียนให้ดียิ่งกว่านี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน​ จุ้บๆ

พ่อพี่เหมชื่อ.. เหนือสมุทร

ชื่อตอน : พ่อพี่เหมชื่อ.. เหนือสมุทร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่อพี่เหมชื่อ.. เหนือสมุทร
แบบอักษร

 

​พ่อพี่เหมชื่อ.. เหนือสมุทร

​___________________

" ไง​ แม่ของลูก​ "

ฉิบหายยย!!

ผมอ้าปากค้างมองไอ้บ้านั้นที่ทักผมด้วยคำที่ทำให้ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม​เลื่อนสายตามองหัวจรดเท้า​จากผมสีบลอนด์กลายเป็นสีดำไปแล้ว​แล้วอึ้งนักกว่าเก่า​

มันหาผมเจอได้ไงว่ะ​ แล้วรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่​ ?

หรือวันนั้นบนรถไฟ​ แต่มันผ่านมาหกเดือนแล้วนะ ถ้าสืบได้ถึงที่อยํ่แล้วทำไมถึงพึ่งมาหา​ ผมคิดมากจนคิ้วขมวดมุ่น​กัดริมฝีปากแน่น​

โอ้ยยยย​  ช่างแม่งแล้วกัน

แล้วผมควรทักมันกลับว่ายังไง​

ไฮ~ พ่อของลูก​ ​งี้หรอมันใช่หรอว่ะหรือ​กะชับกอดพี่เหมให้แน่นๆแล้วเผ่นกลับห้อง​ ไม่ได้สิหนีไม่ได้มันดูมีพิรุจเกินไป​

ใจเย็นๆอย่าพึ่งสติแตกอย่างน้อยๆฉีกยิ้มโง่ๆแล้วเล่นบทจำไม่ได้ไปก่อน​

" คะ...คุณพูดเรื่องอะ..อะไรหรอครับ​ ผมไม่เข้าใจเลย"

ผมว่าเสียงซื่อพร้อมทำหน้างุนงง​ไปด้วย ผมอ่านนิยายมาเยอะทฤษฎี​นี้แน่นปึก​ต้องได้ผลแน่นอน​ ผมรู้ผมอ่านมา เชิดหน้าแล้วหัวเราะ​ หึหึ ในใจ

" อ่า... งั้นหรอ​ " หมอนั้นจ้องหน้าผมนิ่งๆแล้วตอบกลับมา​ ทำไมมันตอบมาแค่นี้ว่ะ​ แล้วผมควรพูดอะไรต่อไหม​ ทำไงดี? หน้าไอ้บ้านี้ก็นิ่งเหลือเกินมองตามันก็อ่านความรู้สึกไม่ออกจนต้องหลบสายตา​ สายตามันทำผมประหม่าอ้ะ​ ฮืออออ​  T^T

"  มามา~~ " เสียงลูกช่วยชีวิต​ ผมหันไปมองพี่เหมเค้ามองผมกับคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามสลับไปมาดิ้นจะลงให้ได้ผมปล่อยพี่เหมให้ยืนเกาะโต้ะข้างหน้าเอาไว้​ พอเงยหน้าขึ้นมาไอ้พ่อของลูกนั่นก็มองพี่เหมตาไม่พริบพี่เหมก็จ้องกลับ​ จ้องกันไปมาอยู่นั้นแหละ​ ชิ​ สะบัดหน้าหมั่นใส้

"  หลง​ เอกสาร​ "

หมอนั่นพูดเสียงเรียบนิ่ง​ คนชื่อหลงก็เขยิบเดินเข้ามาแล้วว่างเอกสารไว้ข้างหน้าผมก้มมองแล้วเงยหน้าว่าจะถามก็เจอสายตาบอกให้เปิดมัน​ ผมลังเลสักพักก็หยิบขึ้นมาดู

ใบแรกเป็นรูปผมกับพี่เหมตอนประมาณสองเดือนที่กำลังก้าวลงจากรถไฟ​อีกใบคือใบตรวจ​ DNA แล้วอีกใบคือเกิดของพี่เหมที่มีชื่อเขาเป็นพ่อและผมเป็นแม่​

ฉิบหายซ้ำสอง!

หลักฐานแน่นขนาดนี้ มึงกะไม่ให้กูหาทางแถเลยใช่ไหมเนี่ย​ ไอ้หน้าหมา!!

ผมหน้าซีดโกรธก็โกรธ​ ตกใจก็ตกใจมันไปเอา​ DNA​ ลูกผมมาจากไหน​ แล้วชื่อในใบเกิดนี้อีกถ้าให้เดาคงโรงพยาบาลที่ผมไม่ทำคลอดนั้นแหละ​หมอนี้ต้องมีอำนาจมากพอดูถึงทำขนาดนี้ได้เงยหน้าขึ้นไปมองหน้ามันอีกที​

โอ้ยยย​ ตั้งตัวไม่ทันอยากจะขอยาดมพี่จันทร์แม่บ้านมายัดรูจมูกด่วนๆ จะทำยังไงดีว่ะกู

ถ้าเขามาเอาพี่เหมไปจากผมล่ะ​

ผมกัดริมฝีปากแน่นรีบอุ้มพี่เหมมากอดไว้แน่น​ ถามกลับไปด้วยเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว

" ต้องการอะไร​ " เขามองไปที่ลูกทีนึงแล้วเลื่อนสายตามาจ้องผมเขม็ง​ ผมกะชับออมกอดแน่นยิ่งขึ้นแล้วเตรียมจะไล่เขาออกไป​

ให้เขาฆ่าผมให้ก็ไม่มีวันยกพี่เหมให้เขา

" เธอและลูก​ " เขาตอบกลับมาเสียงนิ่งแต่ทำให้ใจผมกะตุกไปจังหวะนึง ผมเชิดหน้าขึ้นไม่สนใจคิดจะอ่อยผมหรอไม่สำเร็จหรอก

"   ถ้าคุณอยากมาหาลูก​ ได้​ แต่ผมไม่มีวันยกลูกให้คุณอย่าหวัง​ มาทำสะ..... "

ก่อนที่ผมจะพูดจบเสียงเรียกชื่อผมอย่างร้อนรนดังขึ้นมา​

"  คุณทิวาค่ะคุณเวหาโทรมาค่ะ​ น้ำเสียงเธอดูไม่ดีเลยค่ะ!! "

ผมหันกลับไปมองพี่จันทร์ที่วิ่งเข้ามายื่นโทรศัพท์บ้านให้ผมด้วยหน้าตาที่ดูกังวล​

ผมขมวดคิ้วฉับกะชับอุ้มพี่เหมที่ดูอยากจะไปหาพ่อตัวเองเหลือเกินผมตัดสินใจเดินไปไกล้เขาวางลูกไว้บนตัก​ของเขา​ หมอนั้นรีบจับพี่เหมเอาไว้ทันที​

ให้เจอกันก่อนที่จะไม่ได้เจอแล้วกัน

ผมหันกลับไปรับโทรศัพท์​จาากพี่จันทร์​

"  ว่าไงเวหา​ อยู่ไหนทำไมเสียงดังจังเลย​ "

ผมถามกลับเพราะที่ที่ปลายสายอยู่มันเสียงดังมากแถมผมยังได้ยินเสียงหวอรถตำรวจด้วย

"  ทิวา​ ทำไมแกไม่รับโทรศัพท์​ เออช่างมันก่อน!! ทิวาแกต้องรีบพาพี่เหมหนีไป!! ในเมืองตอนนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นก็ไม่รู้​ รถติดเต็มถนนแถมยังชนกันเต็มไปหมด​ มีคนลุกขึ้นมาทำร้ายกันเองอีก​ กูเห็นกับตาเลยนะเว้ยว่าคนคนนั้นเดินออกมาจากกองไฟรถที่ระเบิดอ่ะ​ เหมือนในหนังที่เป็นซอมบี้เลยมึง​ ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้​ขนาดยิงแล้วพวกมันยังลุกขึ้นมาใหม่ไปไล่กัดคนต่อ ตึกแถวนี้ไฟไหม้และระเบิดไปหลายที่แล้ว​ มึงต้องรีบหนีไปก่อนนะทิวา​ ในเมืองกลายเป็นจราจลไปแล้ว​ "

เสียงปลายสายพูดยาวออกมาด้วยเสียงตะโกน​ ได้ยินเสียงไซเรนและเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาตามสายบ้าง​พอฟังเวหาพูดจบพบตกใจ​

เวรเอ้ย! ว่าแล้วว่าต้องคลาดเคลื่อนแต่ไม่น่าเร็วขนาดนี้​ ผมตั้งสติแล้วตอบเวหากลับไป

"  เวหามึงอยู่ที่ไหนรีบออกมาจากแถวนั้นเลยนะถ้าออกมาไม่ได้มึงต้องหาที่ซ่อนก่อน​ แล้วพี่ภูมิละอยู่ไหน?​ "

"  พวกกูอยู่ที่บริษัทในห้องทำงานพี่ภูมิชั้นบนสุด​ กำลังหาทางออกจากที่นี้​ ไม่รู้จะกลับบ้านทันไหม​"

" โอเค​ มึงใจเย็นๆแล้วฟังกูนะ​ กูจะไปรอที่ท่าเรือก่อนมึงจำได้ใช่ไหมที่จอดเรือกู​ กูจะรออยู่ที่นั้นสามวัน​ ถ้ามึงมาไม่ทันกูจะไปรอที่เมือง​ Z ก่อนบ้านบนภูเขามึงต้องไปหากูที่นั้น​ โอเคไหม? รีบออกมาจากบริษัทส่งเสียงให้เงียบที่สุดพวกมันจะตามเสียงไปอย่าให้โดนกัด​ หาอาวุธไว้ด้วยแทงมันหรือยิงมาที่หัว เข้าใจใช่ไหมเวหา! "

" ได้เจอกันที่ท่าเรือ​ ดูแลตัวเองด้วยทิวา​ "

" มึงก็เหมือนกัน​ อย่าตายและดูแลตัวเองด้วย​ "

ปิ๊ป

ผมกดวางสายแล้วกำโทรศัพท์​มือถือแน่น​ ผมประมาทเกินไป​ถึงรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นแต่ก็ยังประมาท​

ไม่มีเวลาแล้วต้องรีบไปก่อนที่พวกซอมบี้จะเยอะกว่านี้​หันกลับไปสั่งพี่จันทร์เสียงนิ่งและเข้มกว่าทุกครั้ง

" พี่จันทร์ช่วยปิดและล้อคประตูหน้าต่างทุกบานในบ้านด้วยพอเสร็จพี่จันทร์และแม่บ้านคนอื่นกลับบ้านได้เลยครับ​ ผมให้เวลา10นาที​ ​"

ผมสั่งเสร็จไม่รอคำตอบรีบหันไปอุ้มพี่เหมไม่สนใจสีหน้าใครทั้งนั้นแล้วก้าวขาให้เร็วจนแทบจะกลายเป็นวิ่งขึ้น​ห้อง​

ผมเปิดประตูห้องรีบวางพี่เหมบนพื้นแล้วก้าวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กระชับเคลื่อนไหวสะดวกและมิดชิด​มากกว่านี้​ สีดำทั้งตัว​ อุ้มพี่เหมมาเปลี่ยนชุดที่คลุมได้ทั้งตัวเนื้อผ้าพิเศษขาดยากใส่หมวกไหมพรมให้แล้ววิ่งไปหยิบกระเป๋าสะพายหลังหยิบขวดนมพี่เหมมา​สองขวดหยิบนมที่อยู่ในตู้แช่ให้พอสำหรับ5วัน​

ไฟฉาย​ขวดน้ำดื่มและช็อคโกแลตเพิ่มพลังงาน​ หันไปหยิบแม็กกระสุน​ใส่กระเป๋าให้มากที่สุด​ มีดทหารติดไว้ข้างเอวรัดสายพกปืนไว้ที่ต้นขาทั้งสองข้าง​

หยิบปืนพกมาใส่ไว้ที่ต้นขา​อย่างละข้าง​ ใส่แจ็คเก็ตทับอีกตัวแล้วหันไปหยิบมอถือมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านหน้าตั้งค่าเป็นโหมดสั่นไว้แล้ว​ หยิบเป้อุ้มเด็กมาติดไว้ด้านหน้าและสะพายกระเป๋าเป้ไว้ด้านหลัง​ก้มลงไปอุ้มพี่เหมมาใส่ไว้ในเป้​

ผมหันไปมองรอบห้องว่าลืมอะไรอีกไหม​แล้วก็เห็นจุกนมแบบพี่ที่คล้องกันหลุดผมรีบวิ่งมาหยิบแล้วคล้องไว้ให้พี่เหมดูดไปก่อน​พอแน่ใจก็วิ่งไปหยิบร้องเท้าผ้าใบที่เอาไว้สำหรับวิ่งมาใส่​

คว้าปืนพกที่ใส่กระบอกเก็บเสียงไว้แล้วขึ้นมาเช็คกระสุนและปลดเซฟตี้ออก​ แล้วรีบเดินลงมาข้างล่าง พอลงมาถึงบ้านเงียบหมดแล้วแปลว่าไม่น่ามีใครอยู่แล้วผมรีบก้าวไปทางหน้าบ้านเพื่อจะไปที่โรงรถ​ พอผ่านห้อบรับแขกเท่านั้นแหละ​

ผมแทบกรีดร้องไอ้บ้านั้นทำไมยังไม่กลับไปอีกแทบชุดยังพร้อมกว่าผมอีกคนที่มากับหมอนี้ก็ไม่อยู่​

"  ทำไมคุณยังไม่กลับ​ ที่นี้ไม่ปลอดภัยแล้วนะ​ รีบกลับไปซะ​ "  ผมพูดเสียงเครียดคนยิ่งรีบๆอยู่

" ฉันจะไปกับเธอและลูก​ "

หมอนั้นตอบกลับมาแล้วเริ่มก้าวขาเดินมาหาผม​

"  จิ๊ รู้หรอว่าผมจะไปไหน?"

" รู้​  เมือง​ Z "

เขาตอบกลับมาและก้มหน้าลงมามองผมที่ตัวเตี้ยกว่าด้วยสายตานิ่งๆ

" แสนรู้จริง​ จะไปก็รีบตาม​มา​ ผมจะไปท่าเรือรอเพื่อนที่นั่น​ คนของคุณไปไหน​ ทำไมไม่อยู่กับคุณ​"

ผมจิกเขากลับแล้วเริ่มเดินออกไปทางโรงจอดรด​

" เรียกเหนือ​ ฉันชื่อเหนือสมุทร​ เขาไปจัดการธุระให้ฉันจะไปเจอกันที่เมือง​ Z "

เค้าเดินตามหลังมาแล้วพูดตอบ​ ผมหันไปล้อคประตูบ้านซ่อนกุญแจไว้ในกล่องข้างประตูถ้าเวหากลับมาที่บ้านก่อนเขาจะรู้​

" อายุเท่าไหร่​ ผมหมื่นทิวา​ อายุยี่สิบเจ็ด​" ผมเดินไปด้วยถามเขาไปด้วย​ ไม่ได้หันไปมองคนที่เดินตามผมมาแต่ก้มไปลงไปมองพี่เหมพี่เหมยังดูดจุกนมไว้และหันซ้ายขวามองข้างนอกอย่างสนใจ​

" สามสิบ​ " พอเขาตอบกลับผมพยักหน้าและหันไปหากุญแจ​รถที่แขวนติดเพดานเอาไว้​ ผมเลือกหยิบมาดอกนึงกดรีโมทหารถแล้วรีบเดินไปเปิดประตูรถ

" คุณรู้จักทางลัดไปท่าเรือใหม? ผมรู้แค่ทางหลักเท่านั้นเราไปทางนั้นไม่ได้รถน่าจะติดไปแล้ว​"

ผมหันกลับมาถาม​เขา​ เหนือสมุทรพยักหน้าผมเลยโยนกุญแจรถให้เขาแล้วเปลี่ยนมานั่งฝั่งคนขับแทน​

พอรถขับออกมาถนนหลักผมถึงเห็นว่าภายนอกเป็นแบบไหน​

รถบางคันก็ชนข้างทางหรือไม่ก็ชนกันเอง​ มีศพที่นอนตายบ้างและพวกที่กำลังจะลุกขึ้นมา​ คนเป็นได้แต่วิ่งหนีและกรีดร้อง​ ตึกรามบ้่านช่องท่าไม่ไฟไหม้​ ก็ร้างไปหมดประตูบ้านพวกเขายังเปิดทิ้งไว้อยู่เลย​

เลือดเปอะเปื้อนเต็มถนนและกำแพงไปหมด​ พวกซอมบี้พากันเดินไปทางเดียวกัน​ นั้นคือทางที่เสียงดังที่สุดคือในเมืองและสะพานขาออกของเมือง​

ผมมองไปบนสะพานขาออกจากบนรถถ้ารถติดขนาดนั้นแปลว่าขยับไม่ได้​พวกตำรวจต้องกั้นทางออกแล้วแน่ๆ

​อีกไม่นานคงเกิดจราจลพวกซอมบี้ก็เดินไปทางนั้นเรื่อยๆไม่นานคงถึงแน่​ผมกัดริมฝีปากแน่น​คิดหนัก​อีกฝั่งของเมืองคือท่าเรือ​คนต้องคิดได้แต่กว่าจะมาถึงคงต้องลงจากสะพานให้ได้ไม่ถูกซอมบี้กัดไปซะก่อน​ ที่เหลือคือเวหา​ บริษัทมันอยู่ในเมืองคนเยอะที่สุด​  ผมหยิบมือถือขึ้นมาพิมข้อความถึงเวหา​

(อย่าไปที่สะพานขาออกเมืองรีบมาที่ท่าเรือ​พวกซอมบี้ตามเสียงไปแล้ว​ พวกที่อยู่บนสะพานตายหมดแน่​ แกต้องรีบก่อนที่คนจะไหวตัวทัน​)​ ปิ๊ป

ผมไม่ห่วงพวกคนเลวนักพวกนี้จิตใจแข็งแกร่งมากส่วนพวกที่ห่วงจริงๆคือพวกโลกสวยถ้าไม่กลายเป็นบ้าหรือฆ่าตัวตายเพราะรับความจริงไม่ไหวก็จะกลายเป็นพวกโรคจิตตรรกะป่วยไปเลย​ พวกนี้น่ากลัวเผลอๆหน้ากลัวกว่าพวกที่เลวอยู่ก่อนแล้วซะอีก​ แต่ยังอีกสักพักจนกว่าจะถึงขั้นนั้นสักเดือนหรือสองเดือน

ผมเลิกคิดหันมามองทางข้่างหน้ารถยังขับผ่านได้อยู่ซอมบี้ยังไม่เท่าไหร่ตอนนี้ยังถือว่าสบายๆได้อยู่​

ผมผ่อนคลายตัวเองลงพยายามไม่รีบร้อนจนเกินไป​ต้องใจเย็นไม่งั้นผมได้สติแตกแน่​ พอควบคุมตัวเองได้ก็ก้มลงๆดูพี่เหมที่หลับไปแล้วผมก้มไปจูมกะหม่​อมเบาๆแล้วถอนหายใจออกมา

วางปืนไว้หน้าคอนโซลรถแล้วคลายมือข้างที่ถือปืนเอาไว้บีบมือตัวเองเบาๆแล้วหันไปมองคนที่ขับรถอยู่​

มันรวดเร็วไปหมดจนผมตั้งตัวไม่ทันทั้งเรื่องเขาเรื่องลูกและเรื่องซอมบี้​

ผมไม่กลัวลูกรู้ว่าเขาเป็นพ่อกลัวแค่อย่างเดียวคือเขาจะเอาลูกผมไป ยิ่งโลกเป็นแบบนี้ไปแล้วมันก็ยิ่งง่ายขึ้น​ ในโลกนี้ผมมีแค่พี่เหมคนเดียว​ ผมย่อมต้องอยากรักษาค่อยไว้ให้ดีที่สุดผมเลี้ยงเขามารักจนยอมตายได้​ ถ้าเหนือสมุทรมาเอาพี่เหมไป​

ผมคงแตกสลายไปจริงๆ

พอคิดได้น้ำตาก็คลอหน่วย​ เอ่ยถามเขาเสียงแผ่วเบา

​" คุณ...พี่เหนือ จะไม่เอาลูกไปจากผมใช่ไหม​"

ผมจ้องเขาเขม็งรอคำตอบเขาปรายตามองผมและเบนสายตากลับไปมองถนนต่อ

" ฉันจะเอาเขาไป​ " เค้าตอบกลับมาเสียงเรียบไม่หันมามองสักนิดพ่อผมได้ยิน​ น้ำตาเจ้ากรรมก็ร่วงเผลาะ​ กัดริมฝีปากตัวเองแน่นขึ้นจนห้อเลือด​ บีบมือตัวเองแน่นขึ้น

" เอาทั้งทิวาและลูกไป​ " เขาพูดอีกครั้งแล้วหันมายิ้มมุมปากสายตาก็อ่อนลงแถมใช้มือขวาที่ไม่ได้จับพวงมาลัยมาเช็ดน้ำตาให้ผมแรงๆปาดจนขนตาแทบหลุด​ จะซึ้งอยู่แล้วเชียว! เมื่อกี้เผลอใจเต้นไปแปปนึงด้วย​

​ผมหันกลับไปจะด่าเขาที่มาแกล้งก็ต้องตาเบิกกว้างรถกะบะที่โผล่มาจากไหนไม่รู้กำลังจะชนเข้าที่ฝั่งคนขับผมรีบกอดพี่เหมไว้แน่นตะโกนบอกเขาในเสี้ยววิ

" เหนือ​ ระวัง!! "

เอี๊ยดดด โคร่มมม!

ผมไม่ได้สลบตาลืมตาขึ้นมาก็มองอะไรไม่เห็นเสียงในหูก็มีแต่เสียงวิ้งง​ สติค่อยๆหายไป

และเปลือกตาก็ปิดสนิททั้งสองข้าง

____________________________

ความคิดเห็น