พึ่งเขียนเรียกแรก​ ถ้ามีคำแนะนำตรงไหนเมนต์​ไว้ได้เลยจ้าา​ อยากเขียนให้ดียิ่งกว่านี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน​ จุ้บๆ

ชื่อตอน : แม่ของลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แม่ของลูก
แบบอักษร

 

แม่ของลูก

__________________

นัยต์ตาสีเทาเข้มมองตามร่างบางตรงหน้าที่เดินผ่านเขาไปจนสุดสายตา ร่างสูงหันหน้ากลับมาคิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อยแต่ก็ก้าวเท้าเดินแล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง

" หลง สืบมา" เปล่งเสียงเรียบนิ่งและนัยด์ตาดุชวนหลงไหลตวัดหางตาปรายมองคนที่ค่อยๆเดินออกมาจากมุมมืด

" ครับ นายท่าน" ชายในชุดในเสื้อโค้ทสีดำสนิททั้งตัวประสานมือไว้ข้างหน้าแล้วค่อมตัวน้อยๆรับคำสั่งแล้วค่อยๆเดินถอยหลังหายไปกลับมุมมืดอีกครั้ง

ร่างสูงนัยต์ตาเทาเข้มหันกลับมามองวิวเบื้องหน้าและตวัดขาไขว่ห้างและหยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อมาจุดสูบ ค่อยๆเป่าควันออกเบาๆ แล้วเหม่อคิดถึงผู้ชายที่อุ้มเด็กผ่านเขาไป ดูเหมือนจะจำไม่ได้

แต่เขาไม่สนอยู่แล้วถ้าไม่ได้อุ้มเด็กมาด้วยตอนแรกว่าจะมองผ่านๆแต่พอได้สบตาเด็กนั้นสีตาสีเทาเข้มคล้ายเขา

อย่างน้อยก็สืบให้ละเอียดไว้ก่อนถ้าไม่ใช่จะได้ไม่มีอะไรที่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกยิ่งผมเป็นคนแรกของเขาด้วยแล้วก็ยิ่งต้องสืบ

__________________________________________________

6 เดือนต่อมา

หลังจากวันนั้นบนรถไฟ เป็นเพราะครุ่นคิดมากเกินไปเรื่องไอ้หัวเกือบขาวนั้นเป็นใคร? แล้วก็ได้คำตอบจากการหลับแล้วฝันถึงความจำของหมื่นทิวาคนเก่าภาพที่เคยมองไม่เห็นก็กลับชัดขี้นมา ไอ้หัวเกือบขาวนั้นคือ พ่อของลูกผม!

พอตื่นมาเท่านั้นผมนี้นั่งระแวงทั้งคืน แค่จะเดินเข้าห้องน้ำยังกลัวจะเจอกันเลย ผมแค่กลัวมันจำได้ว่าไอ้ที่โบ้ะบ้ะกันวันนั้นเป็นผม กลัวว่าปัญหาวุ่นวายจะตามมา

พอรถไฟจอดเท่านั้นผมรีบจ้ำอย่างไวอุ้มลูกแล้วใส่หมวกใส่เมสปิดบังให้มิดชิดแล้วแทบจะวิ่งไปหาเวหา ถ้าไม่ติดว่ามีเจ้าอ้วนอยู่ตรงอก

ผ่านมาหกเดือนแล้งทุกอย่างในบ้านผมเสร็จเรียนร้อยหมดแล้ว บ้าน รถ ห้องใต้ดิน ยา อาวุธ เครื่องปรุงต่างๆสัตว์ที่เลี้ยงเอาไข่และเนื้อก็มีแค่ไก่ ผักและผลไม้ปลูกแล้วพร้อมเก็บกินได้แล้ว ของทุกอย่างที่มีในห้างก็เหมาซื้อมาหมดทุกชนิดให้พอใช้ไปอีก 50 ปี

หกเดือนที่ผ่านมาผมวิ่งวุ่นไปทั่วต้องฝากพี่เหมไว้ที่เวหารีบจัดการให้เสร็จทุกอย่างมีปัญหาเข้ามาบ้างแต่ก็ผ่านไปด้วยดี เหนื่อยที่สุดไม่ใช่พวกใต้ดินแต่เป็นพวกตำรวจต่างหาก

ทำผมได้รับของล่าช้าไปเดือนนึงเต็มๆ

ใต้ดินผมมีสองชั้นชั้นแรกคือห้องเก็บอาวุธและห้องส่งสัญญญาณวิทยุและจอทีวีดูกล้องวงจรปิดที่ผมติดรอบบ้านรวมในป่าแถวถนนหน้าบ้านด้วย บ้านผมอยู่บนภูเขาหลังเดียวโดดๆ ถ้าจะมีพวกคนไม่ดีมาด้อมๆมองก็แค่ใช่สไนเปอร์สอยให้ร่วง

ส่วนชั้นสองเป็นห้องเย็นกินพื้นที่ครึ่งต่อครึ่ง ห้องเย็นผมเอาไว้เก็บของสดส่วนอีกครึ่งเอาไว้เก็บของใช้ทั้งของลูกและของผม ส่วนยาแยกไว้ในห้อบลับตามผนังบ้าน อุปกรณ์การแพทย์ก็ด้วย เก็บไว้ในห้อบลับตามผนังมีแค่ผมคนเดียวที่เปิดได้ ถ้าคนอื่นมาเห็นจะเห็นแค่ว่าเป็นผนังโล่งๆ

ของที่มีทั้งหมดผมน่าจะเลี้ยงลูกได้จนโตทั้งเสื้อผ้าของใช้และวัคซีนต่างๆผมซื้อให้พี่เหมทุกช่วงวัยต้องคิดเพื่อยันพี่เหมโตเขาอาจเป็นโรคนั้นโรคนี้ที่เป็นในวัยเด็กยาไม่ใช่ปัณหาแต่ผมกลัวจะไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรมากกว่า

หนังสือในห้องหนังสือผมก็ซื้อเหมามาทั้งหมดมีทุกหมวดหมู่ที่จะหาได้จากบนโลกนี้ภาพยนตร์การ์ตูนและเพลงผมก็โหลดมาเก็บเอาไว้แล้ว ของเล่นต่างๆและของใช้ภายในบ้านก็ซื้อเก็บไว้ทั้งหมด ทุกที่ในบ้านผมจะซ่อนอาวุธไว้ทั้งหมด

ไม่มีใครรู้นอกจากผม

ห้องต่างๆก็เป็นประตูลับทั้งห้องนอนห้องน้ำห้องแต่งตัว

ชานบ้านผมก็ปูเบาะนิ่มๆและเปลผ้าห่มไหมพรมขนาดใหญ่เอาไว้ให้พี่เหมมาคลานเล่นแล้ว

แบตเตอรี่ไฟสำรองผมก็ชาร์จเก็บไว้แล้วน้ำสะอาดก็ผ่านเครื่องกรองแล้วเข้าแท้งเก็บน้ำทั้งหมด

น้ำมันผมก็ซื้อมาเก็บเป็นแกลลอนไว้ในโรงรถ

ส่วนกระจกทุกที่ในบ้านเป็นแบบป้องกันนิวเคลียร์ได้ทุกบาน ถ้าอยากเลื่อนปิดก็กดปุ่มข้างผนังมันจะดันแผ่นเหล็กหนาปิดกระจกมาซ่อนทับภายนอกอีกชั้น

สำหรับรถผมซื้อมาทั้งหมดสี่คันซื้อเยอะเพราะการใช้งานแตกต่างกัน

The Marauder  รถยานเกราะทางทหาร ที่ปกติประเทศแถบแอฟริกาเอาไว้ใช้งาน ถูกดัดแปลงให้นำมาใช้ป้องกันระเบิด, กับระเบิด และกระสุนหลากหลายชนิด ทำความเร็วได้สูงสุด 119 กม. /ชม. พร้อมป้อมปืนกลอีก 2 กระบอกและระบบ Night Vision  ไว้พาคุณและผู้รอดชีวิตอีก 9 คนหลบหนีความอันตรายไปหาแนวร่วม ผ่านทางถนนที่เวิ้งว้างได้อย่างปลอดภัย

Action Mobil Desert Challenger ในยุคที่โกลาหล การพักอยู่กับบ้านเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการเลือกใช้ Action Mobil Desert Challenger จึงเหมาะที่จะใช้เป็นที่พักอาศัยได้ปลอดภัยกว่า ด้วยความกว้าง 3 เมตร ยาว 12 เมตร และสูง 4 เมตร จึงสามารถเป็นที่หลบภัยของครอบครัวใหญ่ๆได้อย่างสบาย เสริมช่วงล่างด้วยระบบ 4 เพลา 8 ล้อ มีการเสริมเกราะเพื่อป้องกันกระสุนและระเบิด รวมทั้งยังป้องกันสารกัมมันตรังสี ที่หลงเหลือจากสงคารมนิวเคลียร์ได้อีกด้วย และด้วยความจุของถังน้ำมันขนาด 2,500 ลิตร จึงทำให้คุณไปได้ไกลกว่าปกติ หรือถ้าใจบุญอยากให้มนุษย์ปลอดภัย ก็สามารถดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลเคลื่นที่ได้ทันที

Land Rover Defender ในยุคแห่งความโกลาหล ย่อมมีพื้นที่ที่เราไม่สามารถเข้าไปได้มากมาย แต่ไม่มีปัญหากับ Land Rover Defender ที่สามารถพาคุณลุยเข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ถูกติดตั้งล้อตีนตะขาบ พ่วงกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงเหล็กรอบคัน กับปืนกลไว้ป้องกันตัว แถมยังมียางอะไหล่เอาไว้ด้านท้าย เผื่อเปลี่ยนใช้ลงแข่งกรังปรีซ์ ช่วงโลกใกล้แตกได้อีก

Toyota Hilux กระบะอมตะจากญี่ปุ่นอย่าง Toyota Hilux ถูกดัดแปลงมาเพื่อใช้ต่อสู้เอาชีวิตรอด ที่ต้องใช้รุ่นนี้เพราะ Toyota Hilux มีความอืดและทนต่อทุกสภาพท้องถนน ยิ่งในยุคที่ถนนไม่มีแบบเรียบๆอีกแล้ว ยิ่งเหมาะที่จะใช้งานไปทุกที่ เสริมความแข็งแกร่งด้วยเพลาคู่ด้านหลัง และปืนกลหนักที่ท้ายกระบะอีก 1 กระบอก

ช่วงวันสิ้นจากที่ผมศึกษาไว้หลายๆที่ ส่วนมากสภาพถนนจะเป็นปัญหาไม่มีใครมาลากรถในวิ้นสิ้นโลกให้แน่ๆผมเลยเลือกซื้อคันที่สามารถขับขึ้นไปบนหลังคารถได้

รั้วรอบบ้านผมก็แข็งแรงมากก่อด้วยเหล็กเส้นและปูนแล้วประกบภายนอกด้วยหินก้อนใหญ่ๆเต็มทั้งแทบ แถบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นกำแพงปูน

ผมไม่ได้กลัวคนบุกรุกถึงขนาดนั้น กระสุนที่ผมซื้อมีเหลือเฟือใช้ทั้งชาติจะหมดหรือป่าวก็ไม่รู้ แถมทางขึ้นบ้านผมถนนมีเส้นเดียวใครขึ้นมาผมก็มองเห็นหมด ประตูรั้วหน้าบ้านก็เป็นเหล็กทั้งหมดมีช่องแค่เอาไว้ใส่ปากระบอกปืนเท่านั้น

ถ้าคิดจะเดินขึ้นมาผมก็เห็นในกล้องอยู่ดี

พอจัดการทุกอย่างเสร็จก็ตัดสินใจซื้อม้ามาขี่ ตัวเมียหนึ่งตัวผู้หนึ่ง มันเงียบกว่ารถและวิ่งเร็ว จะซื้อจักรยานแทนก็ไม่คุ้มพังง่ายแถมเปลืองแรง

ม้าแหละดีสุด

เหลือเวลาแค่เดือนกว่าก่อนวันสิ้นโลก ผมต้องรีบไปที่บ้านบนเขาก่อนเวลา ผมไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการ์ณที่ตรงเป๊ะขนาดนั้น ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมีคนเชื่อตั้งแต่ต้นปีที่แล้วมันจะเกิดการคลาดเคลื่อนแน่ๆ บลัตเตอร์ฟลายแอฟเฟ็ค ใช้ได้เสมอ น่าจะเกิดขึ้นทฤษฎีนั้นตั้งแต่ที่มีคนโพสต์เตือนในกลุ่มลับแล้ว ผมเชื่อในโพสต์แจ้งเตือนร้อยเปอร์เซ็นไม่ได้อย่างน้อยต้องไปให้ถึงบ้านบนเขาก่อนอย่างมากก็หนึ่งเดือนอย่างต่ำก็ 2 อาทิตย์ หวังว่ามันจะไม่คลาดเคลื่อนไปมากกว่านี้

ไม่งั้นผมซวยแน่

3 อาทิตย์ผ่านไป

"  หม่ำๆ  พี่เหม  หม่ำๆ"

ตอนที่พี่เหมอายุ 9 เดือนนิดๆแล้วลุกนั่งเองได้แล้ว เริ่มคลานแล้วด้วย แถมเรียกว่าแม่ได้อีก ถึงจะได้ยินแค่ 'มามา' ก็เถอะ พอเริ่มจะคลานเท่านั้นผมต้องรีบกั้นคอกไม่งั้นได้คลานวุ่นทั่วบ้าน ตอนนี้ผมยังอยู่ที่บ้านของเวหาแต่ของที่ขนมาที่นี้สั่งคนขนกลับไปที่บ้านบนภูเขาแล้วผมต่ออินเตอร์เน็ตที่ต่อตรงจากเครือข่ายรัฐบาลแล้วมันไม่มีวันล่มแน่ๆ เพราะสมัยนี้ข้อมูลอะไรก็อยู่ในอินเตอร์เน็ตพวกนี้ไม่มีทางปล่อยให้มันล่ม

อีกสามวันผมถึงจะไปเมือง z ผมไม่ได้บอกอะไรเวหามากมายหนักเพราะเขาคงไม่เชื่อ เลยบอกแค่ว่าถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นให้ไปหาผมที่เมือง z บ้านบนภูเขาผมจะรออยู่ที่นั้น

" มำมำ~~" พี่เหมส่งเสียงตามผม

" หม่ำๆ อ้าปากเร็วลูก มาหม่ำๆกล้วยดีกว่า อร่อยน้าา~~ " ผมโฆษณากล้วยสุกบดเต็มที่ พี่เหมก็อ้าปากเป็นลูกตบเก้าอี้ทานอาหารที่ตัวเองนั่งหลายๆที

ผมป้อนข้าวเสร็จก็พาพี่เหมไปถอดผ้ากันเปื้อนกันเลอะออกแล้วเช็ดปากที่เลอะให้แล้วอุ้มเดินไปวางในคอก

ผมก้าวเข้าคอกเด็กแล้วนั่งลงคอยมองพี่เหมคลานไปรอบๆแล้วปาของหรือกัดของเล่นทำเหมือนตัวเองมีฟันกัดไม่ได้ก็เลียพอพอใจแล้วก็ขว้างทิ้งพอถึงช่วงคลานก็อยู่เฉยไม่ได้อยากจะสำรวจมันไปทุกอย่าง ผมก็ทำได้แค่วิ่งตามไม่อยากห้าม

พออยากได้อะไรขึ้นมาก็ชอบทำตาแป๋วแล้วฉีกยิ้มหวานจากนั้นก็ชี้ของที่อยากได้ พอได้ของก็หัวเราะเสียงดังใส่ ผมทำอะไรไม่ได้ทำได้แต่ตามใจอย่างเดียวช่วงนี้ผมชอบร้องเพลงให้ลูกฟังดูเหมือนพี่เหมก็ชอบฟังตอนผมร้องชอบมองตาไม่กะพริบแลเวยิ้มหวานให้

ตุบ!  ผมหันไปเมื่อเจอเสียงเหมือนอะไรตกลงบนเบาะก็เจอพี่เหมที่นอนหงายอยู่ ผมหัวเราะแล้วส่งเสียงให้คว่ำตังและลุกขึ้นเอง ผมไม่ได้เข้าไปช่วยอยากให้เขาฝึกอีกอย่างที่เขาล้มนอนหงายมันก็เป็นเบาะหนาแถมนุ้มพี่เหมค่อยๆพลิกตัวนอนคว่ำแล้วดันตัวเองขึ้นไปนั่ง ผมมองอย่างลุ้นๆ พอนั่งได้เท่านั้นเจ้าตัวก็หันมายิ้มให้ผมพร้อมหัวเราะให้ทันที ผมที่มองอยู่อดยื่นหน้าไปหอมแก้มจุ้บปากไม่ได้ โถ่ ลูกใครทำไมน่ารัก

ติ้งหน่อง ติ้งหน่อง!

มีคนมากดกริ่งหน้าบ้านผมไม่รู้ว่าใครแต่แม่บ้านวิ่งไปดูแล้วบ้านที่ผมอยู่มีแค่เวหาและพี่ภูมิเท่านั้นทั้งคู่เป็นแฟนกันแล้วมีแม่บ้านอีก2-3คน

" ใครมาหรอพี่จันทร์ " ผมถามเมื่อเห็นแม่บ้าเดินเข้ามา

" เขาบอกว่ามาพบคุณทิวาค่ะ"  หา!! พบผม? มีใครรู้ด้วยหรือไงว่าผมอยู่บ้านเวหา ผมขมวดคิ้วมุ่นแล้วกัดริมฝีปาก ช่างมันแค่ต้องเดินไปดู

" เขารออยู่ในห้องรับแขกใช่ไหมครับ" ผมถามขณะก้าวออกจากคอกพี่เหม พี่เหมรีบคลานมาหาแล้วเกาะรอกมองผมคงอยากไปด้วย

" ผมฝากดูพี่เหมหน่อยนะครับ"

ผมหันไปบอกแม่บ้านเธอรับคำแล้วค้อมตัวน้อยๆให้ ผมก้าวเดินไปได้แค่สามก้าวพี่เหมก็แหกปากร้องทันที ผมรีบหันไปมองเห็นเกาะคอกมองผมแล้วเตรียมเบะปากจะร้องอีกรอบ

เฮ้อ คงต้องเองไปด้วยทำหน้าซะขนาดนั้นถ้าไม่เอาไปแหกปากลั่นบ้านแน่ ผมถอนหายใจแล้วหันกลับไปอุ้มพี่เหมเอาไว้แล้วพาเดินไปห้องรับแขก

ช่วงนี้พี่เหมติดผมมากแค่เดินห่างไปนิดหน่อยก็ร้องตามแล้ว

พอเดินถึงห้องรับแขกก็ต้องแปลกใจ ผู้ชายที่นั่งบนโซฟาใส่แว่นดำรูปร่างเขาคุ้นๆแต่ผมเป็นสีดำสนิท ส่วนคนที่ค่อมตัวอยู่ด้านหลังดูเหมือนจะเป็นผู้ติดตาม

ผมเดินช้าก้าวเข้าไปนั่งโซฟาอีกฝั่งแล้วเริ่มเอ่ยถาม

"  มีธุระอะไรกับผมหรือครับ"

ผมถามเข้าประเด็นทันทีไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้

พี่เหมก็จ้องผู้ชายที่อยู่ตรงข้ามผมไม่วางตาผู้ชายคนนั้นค่อยๆถอดแว่นดำเผยสีนัยต์ตาช้าๆ แล้วทักประโยคกับมาทำเอาผมอ้าปากค้าง

" ไง แม่ของลูก"

ชิบหายยย!!

___________________________________________________

ความคิดเห็น