เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

มาทำวันนี้เป็นวันที่ดีกันเถอะเจ้าค่ะ✿◕ ‿ ◕✿

ตอนที่ 65 คราดารารับประทานมื้อเย็นใต้แสงเทียน

ชื่อตอน : ตอนที่ 65 คราดารารับประทานมื้อเย็นใต้แสงเทียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 90

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2562 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 65 คราดารารับประทานมื้อเย็นใต้แสงเทียน
แบบอักษร

ตอนที่ 65 คราดารารับประทานมื้อเย็นใต้แสงเทียน

          ค่ำคืนนี้มีแสงตะเกียงไฟส่องสว่างท่ามกลางหยาดเม็ดแล้วเม็ดเล่า ยามวิกาลเงียบเหงาแลอ้างว้างดุจกำแพงเมืองแห่งความลับ นักฆ่าประจำนครทำงานเรียบร้อยพลางเก็บอาวุธสังหารใส่กระเป๋าเสื้อ ณ ตลาดยามดึกมีเสียงเปียโนบรรเลงเบาๆแข่งขันกับเสียงแห่งสายฝนที่ยังคงตกโปรยปรายมิหยุดหย่อน ในเมืองมีถนนปูอิฐสี่เหลี่ยม และรถจักรมาโฮขับแล่นผ่านร้านเช่าหนังสือ บนริมทางเท้าปรากกฎสองสาวน้อยเดินฝ่าฝูงชน

          เครื่องแต่งกายประจำโรงเรียนอาริน หนึ่งอ้วนท้วม หนึ่งเพรียวบาง

          อุ้งมือสองสาวจับกุมกันประหนึ่งพี่สาวจูงน้องสาวเพราะกลัวน้องสาวหลงทาง

          “เดินดีๆอย่าปล่อยมือ ประเดี๋ยวหลง”

          “ข้าโตแล้วนะ”

          “หา”

          “!!”

          ไดอาเรียสะบัดหน้าทันทีหลังแว่วยินเสียงบ่นนิกุ เพื่อนสาวตัวอ้วนบ่นนิดบ่นหน่อยก็ไม่ได้ นิกุก้มหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ นางหวาดกลัวเสียงไดอาเรียมิต่างกับกลัวเสียงฟ้าร้อง น้ำเสียงคุณหนูน้อยแฝงพลังกดดันปานครูสอนเด็กอนุบาล แถมยังเปล่งเสียงกระแทงเหมือนักเลงด้วย คนฟังแล้วย่อมสั่นกลัวเผลอก้าวถอยหลัง นิกุพยายามปรับความเข้าใจให้ตรงกับไดอาเรียแล้ว แต่คุณหนูน้อยชอบสั่งโน่นสั่งนี้ จู้จี้จุกจิกกว่าที่คิดเสียอีก

          เถียงสู้นางมิไหวด้วย นิกุปิดตาแขนขาสั่นเทิ้มปานหมูป่ากลัวสิงโตขาว นางไม่แปลกใจเลย หากไดอาเรียเกิดหิวแล้วจับนิกุกลืนลงท้อง

          กระนั้นในน้ำเสียงดุดัน และเย็นชาราวหิมะ ยังมีความอ่อนโยนจางๆที่สามารถสัมผัสรับรู้ถ้าใช้หัวใจรับฟังอย่างตั้งใจ

          ขณะนี้ไดอาเรียกำลังจูงนิกุส่งกลับบ้านเพื่อนสาวอวบๆ คราแรกตั้งใจจะนั่งรถ แต่ทว่าไดอาเรียเกิดเปลี่ยนใจอยากเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองกรุงแทน นิกุไม่กล้าต่อรองหรือแสดงความเห็นต่าง นางเชื่อฟังไดอาเรียปานคุณหนูน้อยเป็นเจ้านายมากกว่าเพื่อนเสียอีก แต่ใครจะรู้เหตุผลแท้จริงที่ไดอาเรียอยากเดินเล่นบนถนนก็เพราะอยากช่วยรักษาโรคกลัวผู้ชายของนิกุ วิธีง่ายๆคือให้เพื่อนสาวเผชิญและใกล้ชิดเพศตรงข้ามในตอนที่พวกนางเดินเล่นบนถนนที่แน่นอนต้องมีบุรุษเดินมิน้อย นิกุทำท่าเหมือนไม่ไหว แต่เพราะมีไดอาเรียคอยดูแลอย่างใกล้ชิดทำให้นิกุวางใจเก้าส่วน คุณหนูน้อยส่งมือให้เพื่อนสาวจับ ฝ่ามือเรียวยาวผิวขาวนวลนุ่มจับอุ้งมืออวบเจ้าเนื้อนิ่มๆ น่าแปลกใจมิน้อยที่อุ้งมือนิกุอุ่นผ่าวแม้นตอนนี้ฝนตก

          วันนี้คงกลับบ้านมิทันแล้วกระมัง… ไดอาเรียปิดตาซ้อนความเศร้าโศกที่มิอาจนั่งกินข้าวกับพี่ชาย ยิ่งคิดว่าตอนนี้มีนางจิ้งจอกเก้าหางนั่งทานข้าวกับพี่ชายสุดหล่อแล้ว คุณหนูน้อยยิ่งแค้นอยากเอาปืนยิงนางจิ้งจอกนั้นทิ้งซะเดี๋ยวนี้ เฮ้อ ทว่าเรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น เรื่องนี้ก็เรื่องนี้ ไดอาเรียต้องดูแลนิกุอีกนานกว่านิกุจะหายป่วย คุณหนูน้อยไม่ได้อยากรับผิดชอบหรืออยากช่วยอะไรหรอกนะ!! นางแค่สงสารต่างหาก

          ไม่ได้ชอบซะหน่อย

          เดินๆฝ่าฝูงชนพลั่งเดินสวนทางกับสาวน้อยนางหนึ่ง เรือนผมลอนยาวสีทองสลวยเคลื่อนขยับส่งกลิ่นหอม ดวงตาสีแดงทับทิมเบิกกว้างแฝงไอร้อนระอุดุจดั่งเปลวเพลิง นางถือตุ๊กตาแมวเหมียวซุกร่องอก ไดอาเรียและนางเดินสวนกัน ไหล่ใกล้กระทบกระแทง ทว่าความจริงคือมันแค่เฉียดผ่าน “..” “..” แม้นไม่รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตา แต่เมื่อนักสู้ผู้เปี่ยมพรสวรรค์และพลังมาโฮสูงมาเจอกันโดยบังเอิญ เป็นต้องมีเหตุให้พลังปะทะกันในชั่ววินาทีหนึ่งซึ่งไดอาเรียรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งปานใด

          กระนั้นเพียงชั่วพริบตาที่ทั้งสองปะทะพลังกันและแยกย้ายทันทีอย่างไม่แววหยุดเดิน

          “..”

          “..”

          สำหรับโซฟีไม่ใช่เรื่องใหญ่ และเรื่องแปลก สำหรับไดอาเรียนั้นนับว่าแปลกมากเรื่องเจอคนอันตรายมีพลังมาโอสูงในอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน คุณหนูน้อยพลั่งเหลือบมองข้างหลัง ทว่าก็ไม่ทันเห็นแผ่นหลังสาวน้อยคนนั้นเสียแล้ว นางหายลับไปในฝูงชน ทิ้งไว้เพียงความสงสัยคืบแคลงในหัวใจคุณหนูน้อยที่ไม่นานก็ต้องสลายในเช้าถัดมา

          ไดอาเรียส่งนิกุถึงบ้านเพื่อนสาว แล้วโดนคุณแม่นิกุชวนทานข้าวเย็น คืนนี้นับเป็นครั้งแรกเลยที่นางกินข้าวบ้านเพื่อนคนอื่นนอกจากเพื่อนสนิท

          อีกฝั่งหนึ่ง ณ คฤหาสน์ตระกูลอีธาน ชายหนุ่มในชุดสีขาวขนนกอินทรีนั่งรับประทานมื้อเย็นร่วมโต๊ะกับหญิงสาวผู้เล่อโฉม บนโต๊ะกลมวางตะเกียงไฟไว้ตรงกลาง จัดรูปแบบสวยงามปานโต๊ะอาหารพระราชา มีอาหารมากมายวางไว้ในจานที่วางเรียงรายให้อีธาน และลีโอน่าตักรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย ราตรีแห่งหนุ่มสาวมีเสียงฝนดังเปาะแปะแตะสะกิดบานกระจกแก้วใส แสงเทียนสาดสลัวมีมนตร์สะกดให้ผู้มองรู้สึกอิ่มเอม อบอุ่นจิตใจ อีธานนั่งทานมื้อเย็นด้วยใช้ความเงียบเป็นกำแพงปิดกั้นลีโอน่า ที่เขาทำเช่นนี้มิใช่เพราะอยากกีดกันนาง แต่เพราะนักไวโอลินสาวดื้อปานลูกลิง ทุกครั้งที่พวกนางทานข้าวด้วยกัน นางมักเล่าเรื่องตลกทำเอาชายหนุ่มกระอักกระอ่วน อย่างเรื่องเล่าของคนที่นางเคยพบในอดีต เรื่องสมัยยังเด็กที่นางต้องเข้าไปสู้กับสิงโตเพื่อให้อาหารเสือ เรื่องตอนนางอยากปามีดและพลาดปาพลาดใส่เพื่อนร่วมงาน ทุกๆเรื่องของนางช่างเต็มเปี่ยมเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม มันฟังน่าหัวร่ออย่างยิ่งจนชายหนุ่มเผลอยิ้มทุกครั้ง

          “แน่ะ ยิ้มแล้ว”

          “ไม่”

          อีธาหน้าบูดทันทีเมื่อโดนลีโอน่าแหย่รอบที่พัน นางดูสนอกสนใจสีหน้าเขาเหลือเกิน เฮ้อ…

          ตั้งแต่อีธาน และลีโอน่าเริ่มรู้จักกันก็นับว่าทั้งคู่เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ภาพคนสองคนเหมือนพี่สาวแกล้งน้องชาย เหมือนลูกสาวกวนประสาทคุณพ่อ เหมือนเพื่อนสนิทที่เข้าอกเข้าใจเพื่อนดีมาก เข้าใจว่าต่อให้ลีโอน่าจิ้มแก้มอีธานอย่างไร พ่อหนุ่มจอมโจรก็ทำเพียงกุมมือนางเบาๆและยกออก เขาดุนางเสียงเข้มเหมือนโกรธ แต่นางดันรู้อีกว่าเขาแค่แสร้งทำเป็นโกรธเท่านั้น ไม่ได้โมโหจริงๆเหมือนที่ใบหน้าแสดงออก  

          คนปากไม่ตรงกับใจคืออีธานนั้นเองจ้า จอมโจรหนุ่มละอยากจับนางลงโทษให้สำนึก

          “กุ้งตัวนี้อร่อยดีแฮะ อีธานลองกินสิ”

          “ขอบคุณ”

          นางมักชอบตักอาหารใส่ถ้วยเขาเหมือนภรรยาปรนนิบัติสามี ดีจริงๆ อีธานอยากบอกเช่นนั้น แต่เอาจริงๆคือลีโอน่าทานแล้วนางไม่ชอบอ่ะ ก็เลยเอาให้อีธานกินแทน

          ชายหนุ่มนี้แบบ… กรุณาอย่าเล่นของกิน

          อยากบ่นใส่ แต่เห็นนางทำหน้าปลาตายแล้ว เขาหมดอารมณ์จำต้องกลืนคำดุลงท้อง เอาที่นางสบายใจเถอะ อีธานส่ายศีรษะระอาพลางตักกุ้งตัวเมื่อครู่กินอย่างไม่ปฏิเสธ ลีโอน่าเห็นเช่นนั้นพลันนึกว่าอีธานชอบจริงๆ นางเลยสละกุ้งทุกตัวในถ้วยของนางให้เขาหมดเลย “กินเยอะๆนะ” “..” อีธานหน้าดำทะมึนปานก้นหม้อ นี่นางจงใจใช่ไหม

          กินมื้อเย็นอิ่มหนำ ลีโอน่าทานข้าวมิมาก แต่ทานครบตามแบบฉบับคนอย่างนาง นักไวโอลินสาวแต่งตัวชุดนอนสีขาวขนหงส์ และห้อยผ้าพันแขนผืนบาง นางปล่อยเรือนเกศาสีดำน้ำตาลสยายปิดแผ่นหลังงดงาม ดวงตาสีแดงทับทิมส่องประกายแพรวพราวดั่งดวงดาราสวรรค์ ทั่วตัวอบอวลด้วยกลิ่นหอมปานดอกมะลิผลิบานแย้มกลีบรับแสงตะวัน ลีโอน่ามีเรือนพักส่วนตัวที่นางไปนอนที่นั้นสองสามครั้ง นอนคืนแรกกับคืนที่สอง และคืนหลังจากนั้นก็บุกตะลุยห้องนอนอีธาน ยึดเตียงชายหนุ่มอย่างน่าไม่อาย

          อีธานเป็นผู้นำตระกูล และเขามีภาระต้องสะสางมากมาย เวลานอนของเขาย่อมดึกกว่าคนอื่นๆ บางทีอาจนอนที่ทำงานลับด้วยซ้ำ บ้านช่องยากกลับ

          ตอนนี้ไม่เพียงต้องกลุ้มใจเรื่องงานเท่านั้น หลังอาบน้ำแล้วเขาต้องมาแย่งชิงที่นอนกับลีโอน่าด้วย น่าถีบจริงๆ

          นางเป็นเด็กหรือไง เห็นทำตัวเหมือนน้องสาวเขา กลิ้งๆเล่นเตียงเขาจนยับไปหมด

          จะโกรธก็โกรธไม่ลง สำหรับใครก็ตามที่เขาเทใจให้ และรักเอ็นดู อีธานมักปล่อยอีกฝ่ายทำตามใจชอบ

          “คืนนี้เคลียงานดึกอีกแล้วหรือ”

          ลีโอน่าเดินถือถาดกาแฟสองแก้วมาให้อีธานที่นั่งทำงานที่โต๊ะในห้องทำงาน ส่งแก้วกาแฟร้อนให้ชายหนุ่มรับไว้ อีธานมองควันขาวที่ลอยฟุ้งเหนือผิวน้ำ เขาจับจ้องมันครู่หนึ่งและยกจิบ “คราวหลังให้พ่อบ้านชงเถิด” ไม่ใช่กลัวนางลำบาก แต่นางชงห่วยแตกมาก อีธานสื่อสารผ่านสายตาที่ปรากฏแววทรมานทุกครั้งเมื่อลิ้มรสชาติกาแฟที่ลีโอน่าชงด้วยความตั้งใจ นางเทใจทั้งหมดเลยนะ ดูเขาแสดงออกสิ

          “ไม่ใช่ต้องชมว่า “อร่อยหรือ””

          ลีโอน่าจิบกาแฟที่พ่อบ้านชงให้พลางคลี่ยิ้มละมุน อีธานแอบคิ้วกระตุก

          ทีแก้วนางยังให้พ่อบ้านชงให้!!

          “ไม่มีทาง”

          อีธานจิบกาแฟร้อน แม้นปากบอกเช่นนั้น ทว่าเขาเฝ้าหวังวันที่นางจะชงกาแฟกลมกล่อม

          “อีกสิบปีได้แน่”

          “..”

          หยอกมนุษย์น้ำแข็งสนุกสนาม ลีโอน่าลูบบ่ากำยำ นวดไหล่อีธานด้วยฝีมือที่คุณพ่อนางมักชมบ่อยๆว่านวดแล้วสบาย กระทั่งแคทเธอรีนมาขอพบอีธาน ลีโอน่าจึงกล่าวลาชายหนุ่มด้วยวาจาทรงเสน่ห์ “คืนนี้อย่าให้ข้ารอนานนะ ประเดี๋ยวหลับอีก” วางแผนทำกิจกรรมเข้าจังหวะสองต่อสอง กระนั้นอีธานมักงานยุ่งและนอนดึกตลอด ปล่อยให้ลีโอน่ารอนานจนนางเผลอหลับ “อือ ถ้าง่วงก็นอนเถอะ” อีธานเสียดายเช่นกัน แต่ไม่เป็นไรเพราะงานส่วนมากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

          ลีโอน่าอมยิ้มอำลา และเดินออกข้างนอก แคทเธอรีนทักทายลีโอน่าและก้าวเข้าห้อง

“ท่านอีธาน”

          “มีอะไรหรือ”

          พักนี้จอมอาคมน้อยหมกตัวในเรือนพักโดยบอกว่ากำลังตระเตรียมอาคม และฝึกใช้อาคมกำจัดวิญญาณร้าย สาเหตุที่นางต้องฝึกเป็นเพราะนางเพิ่งหัดลองใช้อาคมแบบใหม่เป็นครั้งแรก ต้องมีการซ้อมรบ วางแผน และจำลองเหตุการณ์ เรียกว่าวุ้นมิน้อยกว่าอีธานเลย ทว่ายังดีที่มีเมรัยคอยกำกับดูแลทำแคทเธอรีนเลยแก้ปัญหาได้อย่างราบรื่น แลกกับต้องโดนเมรัยลวนลาม

          นึกภาพตอนซ้อมแล้วเสียวสันหลัง เลิกนึกดีกว่า

          แคทเธอรีนขอพบอีธานเพราะนางต้องการวัตถุดิบประกอบพิธีอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญมาก ขาดมิได้ “มรกตแห่งบรรพบุรุษ” นามแห่งแร่ในตำนานที่เมรัย และแคทเธอรีนศึกษาเกี่ยวกับมัน จุดเชื่อมโยงของแร่นี้โยงไปถึงต้นกำเนิดของวิญญาณร้ายที่กำลังอาละวาดคราชีวิตผู้คน หากให้เล่าก็ต้องเล่าย้อนไปถึงยุคแรกๆหลังสร้างนครแห่งความลับ แคทเธอรีนขอข้ามรายละเอียดช่วงนี้ก่อน นางต้องการแร่นี้จึงมาขอความช่วยเหลืออีธาน คิดว่าชายหนุ่มคงหาทางนำแร่ที่ว่ามาส่งถึงมือนางได้ในเร็ววัน

          มรกตแห่งบรรพบุรุษไม่สิ่งของในโลกคนตาย เป็นสิ่งของในโลกคนเป็น และยังเป็นของหายากที่แน่นอนว่าอีธานรู้จัก และรู้ด้วยว่ามันอยู่ที่ไหน แต่ว่า

          “จำเป็นต้องใช้หรือ”

          “จำเป็นค่ะ หากไม่มีมันก็ยากประกอบพิธีสำเร็จ”

          นอกจากมันจะเป็นหลักประกันแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรมอีกด้วยว่าคราวนี้จะสามารกำจัดวิญญาณร้ายได้หรือไม่

          “ขอข้าคิดหาวิธีก่อน”

          “เข้าใจแล้วค่ะ”

          แคทเธอรีนเชื่อมั่นในตัวอีธาน ส่วนหนึ่งเพราะเขาเป็นบุคคลพิเศษของเมือง และอีกส่วนเพราะเมรัยโม้ไว้เยอะ

          หลังจอมอาคมน้อยทิ้งภารกิจชิ้นใหญ่ให้ชายหนุ่ม อีธานเอนหลังพลั่งถอนหายใจเบาๆ ใช่ว่าเขาไม่มีทางหาแร่ที่ว่า แต่เพราะมรกตแห่งบรรพบุรุษไม่ได้อยู่ในการครอบครองของเขา มันอยู่ในมือของคนอื่น และคนคนนั้นยังเป็นขุมกำลังอีกขั้วของนครแห่งความลับด้วย เรียกว่าอำนาจมืดทักเทียมกับกลุ่มอีธานเลยทีเดียว จะให้ช่วงชิงจากมือของชายคนนั้น

          นับว่าไม่ง่าย

          “..”

          แต่ก็นับว่าไม่ยากเกินมือมหาจอมโจร..

          ดับไฟ เก็บเอกสาร และมุ่งสู่ห้องนอนที่มีโฉมงามนอนกลิ้งบนเตียง “เสร็จแล้วรึ” “เรียบร้อย” ชายหนุ่มยังไม่ถอดชุด เขาทิ้งตัวลงเตียงนอนอย่างเหนื่อยล้าพลางปล่อยให้หญิงสาวปลดอาภรณ์อย่างอ่อนช้อยเอาใจใส่ เป็นอีกคืนที่หนุ่มสาวเกาะเกี่ยวร่างรัดพัน เสียงครางดังเสนาะมีอารมณ์ร้อนเดือดพล่าน หากน้องสาวรู้เข้าว่าพี่ชายกำลังทำอะไร นางสติแตกแน่ ทว่านางคงไม่มีเวลาคิดเรื่องพี่ชายหรอก เพราะยามนี้นางก็กำลังเผชิญหน้าเรื่องอย่างว่าเช่นกัน

          “อ๊ะ ไดอาเรีย”

          “อย่าร้องแบบนั้นสิย่ะ!!”

          --

ความคิดเห็น