IM'I-dea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ACT 45 It's raining out side

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 65

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2562 14:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ACT 45 It's raining out side
แบบอักษร

ครืนนน~

เสียงท้องนภากำลังกู่ร้องคำรามดังกระหึ่มไปทั่ว บรรยากาศเย็นเยียบต่อจากเมื่อตอนบ่ายค่อยๆทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มเมฆเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณจนมองไม่เห็นดวงดาวที่ควรจะส่องสว่างเคียงคู่กับแสงจันทร์อย่างที่เป็นมา

ใช่.... ฝนกำลังจะตก

"ฉันหรอ??"

แอสควอเลิกคิ้ว เมื่อจู่ๆริคก็พรวดพราดเข้ามาพร้อมโวยวายเสียงดัง ในใจเธอคิดไว้แล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ แต่ไม่รู้ทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น อาจเป็นเพราะตลอดทั้งวันเธอมีเรื่องนั่นนี่ต้องทำจนไม่ได้พักผ่อนเลยก็ได้...

"แกเป็น... แกเป็นลูกสาวคนโตของสเปลบี โรมูอัลโด้คนทรยศที่ถูกรุ่นที่เก้าฆ่าใช่ไหม...?"

"!!!"

แอสควอหน้าถอดสี พร้อมกันทุกคนในห้องที่หันไปมองเธอเป็นตาเดียว นี่มันเรื่องอะไร? แล้วเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้ล่ะ? อินน์งงเป็นไก่ตาแตกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป แค่คิดว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องภายในของพวกอาจารย์มากกว่า คนนอกอย่างพวกเธอคงไปยุ่งอะไรมากไม่ได้ แอสควอรีบลุกออกจากโซฟาและสาวเท้าตรงมาดึงแขนริคเพื่อที่จะพาออกไปด้านนอก

"พี่ริค... ไปคุยกันด้านน-"

"ไม่ต้อง! จะคุยก็คุยกันในนี้แหละ"

เสียงของแซนกัสโซ่ดังขึ้นแทรก พร้อมกับประตูห้องที่ถูกปิดลงด้วยฝีมือเบลที่ใช้ลวดปิดประตูจากระยะไกลตามคำสั่ง   ทิ้งให้ทั้งห้องเงียบสนิท โดยที่ไม่มีใครยอมขยับไปไหนหรือปริปากพูดอะไรเลยสักคำ

"โรมูอัลโด้ คือที่ปรึกษาคนสนิทของตาแก่พ่อของฉัน เท่าที่ฉันเคยรู้จักเขาเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังในหน้าที่ และเป็นคนสบายๆนอกเวลาทำงาน แต่กลับเป็นกบฎและถูกพ่อฆ่าไปเมื่อสิบห้าปีก่อน" ริคเอ่ยขยายความ "คดีเมื่อสิบห้าปีก่อนคือแผนลวงให้รุ่นที่เก้าออกไปที่จุดนัดภพบนหน้าผา และจัดการสังหารเผื่อแย่งตำแหน่งบอสขององค์กร แต่โรมูอัลโด้กลับถูกหักหลังโดยลูกน้องของตัวเอง และเป็นฝ่ายถูกสังหารในที่สุด"

"......"

"เหตุผลจากการที่แม่ของเธอ ก็ถูกคนในองค์กรฆ่าไปตอนเธออายุได้แค่ห้าขวบ"

"ไม่ใช่ แม่น่ะป่วยตาย ส่วนพ่อก็หายตัวไป..." เสียงของแอสควอดังออกมาเบาๆจนแทบเป็นแค่เสียงกระซิบ แต่เพราะทั้งห้องนั้นเงียบสนิทจึงทำให้ได้ยินกันได้ชัดเจน

ครืนนนนน~~~!

"...."

ทั้งห้องเงียบสนิทมีเพียงเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระรอกๆจากด้านนอก ดีโน่เบนสายตาออกไปมองบรรยากาศด้านนอกโดยที่ไม่พูดอะไร เรื่องนี้มีไม่กี่คนที่รู้ เพราะโลกเบื้องหลังนั้นเข้มงวดกับเรื่องการเก็บความลับของคนในมาก แซนกัสโซ่ยังคงนั่งหลับตานิ่งไม่พูดอะไรต่อไป

"นี่! ไอ้ริค!" จีอาสาวเท้ามายืนแทรกกลางระหว่างริคและแอสควอที่เอาแต่ก้มหน้า "ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันเรื่องอะไร แต่แกจะทำแบบนี้ไม่ได้"

"......." ฟรานลุกมายืนข้างแอสควอเงียบๆ

"ชิชิชิ คนในหน่วยลอบสังหารไม่มีใครเขาขุดเรื่องในอดีตของกันหรอกนะ~ เพราะไม่มีใครที่ประวัติสวยกันสักคน" เบลหัวเราะพร้อมฉีกยิ้มกว้าง "แล้วจะรื้อเรื่องนี้มาพูดอีกทำไม?"

"....." ริคหันไปทางเบล ข้างๆกันคือแซนกัสโซ่ที่เหมือนจะนอนงีบอยู่ "ไอ้แซน... แกรู้เรื่องนี้รึเปล่า"

"....." เจ้าของชื่อเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆก่อนจะตอบออกมาชัดๆว่า "รู้"

"เข้าใจล่ะ... รู้แล้วว่าทำไมไอ้พรีโม่ถึงเกลียดขี้หน้าแกนัก" ริคถอนหายใจ

"ไอ้พรีโม่...? มันเป็นคนพูด?" แซนกัสโซ่ถามเสียงเย็น

"แกก็ไม่ได้โง่นี่" ริคตอบห้วนๆ

"หึ! โง่ขนาดนั้นยังได้เป็นว่าที่บอสรุ่นต่อไปได้ ฉันคิดถูกจริงๆที่จะเลื่อยขาเก้าอี้ตาแก่มัน" แซนกัสโซ่ผุดลุกขึ้น "พวกแกเตรียมตัวไว้ได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับมันเอง"

"เดี๋ยวก่อน! อีกเจ็ดวันจะมีการประชุมใหญ่อยู่แล้ว ฉันว่ารอให้ถึงวันนั้นแล้วพวกแกไปคิดหาเรื่องที่จะพูดในที่ประชุมกันมาเตรียมไว้เถอะ" ริคเอ่ย

"เขาว่ามาอย่างนั้นล่ะบอส~" เบลยกยิ้ม

"หึ! เอาตามนั้น ล้างคอรอไว้ได้เลยพวกสวะ"

แล้วทั้งแซนกัสโซ่ เบล ฟราน และแอสควอก็ออกจากห้องนั่งเล่นไป ทิ้งให้พวกที่เหลือนั่งมองหน้ากันไปมา อินน์มองหน้าอาจารย์ทั้งสองสลับกันเลิ่กลั่ก จีอาดูไม่พอใจกับการกระทำของริคพอสมควร เพราะการทำแบบนั้นมันเหมือนการหยิบเรื่องที่อีกฝ่ายไม่อยากให้ขุดคุ้ยที่สุดมาพูดต่อหน้าคนอื่นๆ แบบนี้มันแหกหน้ากันชัดๆเลย!

"นี่มันเรื่องอะไรน่ะ? ไหนแกบอกจะไปคุยกับพี่ และไหงกลับมาแบบนี้ได้ล่ะ?! พูด!"

"อะไรเล่า...?" ริคถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ "เอ่อๆรู้แล้วๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง"

"จารย์มีแววกลัวเมียแฮะ..." โคโรเนลพูดขึ้น

"ฉันสัมผัสได้ถึงออร่าพวกเดียวกัน" ตามด้วยดีโน่ที่แอบเหล่เนวี่นิดหน่อยพลางหัวเราะแห้ง

"ดีที่อาจารย์ไม่หลุดเรื่องนั้นออกมานะคะ" อินน์ยิ้มแหย

"เออว่ะ ลืมไปเลย"

"ทางที่ดีอย่าบอกเลยเถอะนะคะ ขอล่ะ~"

"บอก? ยังมีเรื่องที่ฉันไม่รู้อีกหรอ~ ริค...?" จีอาเอ่ยเสียงเย็น

"จารย์คะ~ พอดีคุณสีขาวเขาขอมาให้รู้กันแค่นี้นี่คะ ไว้ถ้าถึงเวลาทุกคนก็จะรู้เองแหละค่ะ"

"งั้นหรอ.... อืม~ ก็ได้" พอได้ยินดังนั้นจีอาจึงยอมสงบสติอารมณ์ลง

"ฉันติดหนี้เธอ" ริคเอ่ยเสียงเรียบ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นทั่วทั้งห้องนั่งเล่น

.

.

.

.

.

ห้องอาหาร

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังกินข้าวกันอยู่ บรรยากาศก็ค่อนข้างดีขึ้นมาก แย่หน่อยที่แอสควอกับแซนกัสโซ่ไม่ได้มาร่วมโต๊ะด้วย

"แล้วพวกสควอโล่ล่ะ?" ดีโน่หันไปถามเบลเมื่อไม่เห็นเงาเพื่อนเข้ามาในห้อง แถมยังแอบห่วงนิดหน่อยที่ดันหายไปพร้อมกับแซนกัสโซ่อีก

"ชิชิชิ ทำงานน่ะ~ เหมือนบอสจะอารมณ์ไม่ค่อยดีอ่ะนะ แถมดูจะเอาจริงกับเรื่องนี้มากด้วย~" เบลว่าก่อนจะตักบล็อคโคลี่เข้าปาก

"นี่คุณรู้เรื่องที่อาจารย์พูดอยู่แล้วรึเปล่า?" เนวี่ถามดีโน่บ้าง

"อืม... รู้สิก็ฉันสนิทกับสควอโล่มาตั้งแต่อนุบาลแล้วนี่"

"โห~ อย่างงั้นหรอกหรอ?" เนวี่ทำเสียงสูงพร้อมจิ้มเนื้อในจานตัวเอง "ว่าล่ะ~ ถึงได้หวงนักหวงหนา เพื่อนสุดที่รักคนนี้น่ะ"

"โหย~ เนวี่~ แต่ตอนนี้สุดที่รักของฉันคือเธอนะ~"

"หุบปากไปเลยเจ้าสัตว์กินพืช! ถ้ายังไม่อยากสูญพันธุ์" ว่าแล้วมีดหั่นเนื้อก็ปลิว(?)มาปักลงเบาะนั่งของดีโน่เฉียดเป้ากางเกงไปไม่กี่เซน เล่นเอาเจ้าตัวเสียววูบหน้าซีดเหงื่อตกจนยิ้มแทบไม่ออก

"นี่ๆ พวกนายเป็นยังไงกันบ้างล่ะ เรื่องพวกเด็กๆในค่ายน่ะ" อินน์หันไปถามพวกอาร์มี่ที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

"วุ่นวายพอสมควรเลยค่ะ" อิ้งตอบคำถามพร้อมยิ้มบางๆซึ่งแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

"พวกเด็กๆเค้าเอาแต่เล่นกันน่ะ เลยทำให้งานมันช้าไปหน่อย" ลิสาแม่ของอินน์และเนวี่เอ่ยขยายความให้

"ดีที่ได้คุณน้ามาคอยช่วยเลยเลาแรงลงได้มากเลย" หมอกพูดขึ้นบ้าง

"พวกเธอยังเรียนไม่จบกันเลยนี่ เรื่องแบบนี้ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยนะจ๊ะ~ เลี้ยงเด็กไม่ใช่งานที่จะทำง่ายๆนะ" ลิสาว่า

"แผลก็ยังไม่หาย เด็กพวกนั้นก็ซนใช่ย่อยนะ" อาร์มี่บ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อย ก่อนจะโดนสาหยิกแขนเข้าให้หนึ่งที

"อย่ามาบ่นนะ ฉันบอกให้เข้ามานอนพักที่ห้องพยาบาลตั้งแต่แรกแล้ว นายไม่ยอมมาเองต่างหาก!"

"ก็มันน่าเบื่อนี่"

"แล้วก็อย่าบ่นสิยะ" นัทก็เอ็ดด้วยอีกคน

"ฮ่าๆๆ ท่าทางครึกครื้นกันดีนี่หน่า" โคโรเนลหัวเราะร่วน "ผิดกับเรื่องภายในที่มีแต่เรื่องปวดหัวแฮะ"

"เหอะๆๆ จริงอย่างที่ว่านั่นแหละ" จีอาหัวเราะออกมาอย่างไม่จริงใจนัก ก่อนจะหันไปจิกตาใส่เพื่อน "แล้วเมื่อไหร่แกจะเริ่มเอาจริงเอาจังกับเรื่องประชุมอะไรนั่นสักที"

"วันนี้แหละน่า" ริคตอบแบบขอไปที่พลางสวาปามอาหารตรงหน้าต่อเงียบๆ

"แล้วมีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?" โคโรเนลหันไปถามจีอา

"เรื่องนั้-"

"เจ๊ผมยาวบอกว่าให้พวกม้าพยศเตรียมสนับสนุนก็พอค่ะ ส่วนพี่ชายลุงหน้าบากกับอาจารย์คนสวยก็เตรียมไปคุยกันที่ห้องสมุดต่อด้วยค่ะ" ฟรานเอ่ยขัดขึ้นมาพลางวางมีดส้อมในมือลง

"พวกมันเอาจริงสินะ" ริคเอ่ยเสียงเรียบ

"ค่ะ... Meเองก็ด้วย" ฟรานเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะหายออกไปจากห้องไปราวกับวิญญาณ

"โห! มายากลสินะ!" ลิสาตบมือรัวๆอย่างตื่นเต้น

"เอาจริงดิ?!" ผิดกับจีอาที่ทำหน้าเsมือนเห็นผีไม่ต่างกับอินน์และคนอื่นๆ

"ชิชิชิ เจ้าชายอิ่มแล้ว ไว้เจอกันที่ห้องสมุดนะ~" ตามด้วยเบลที่ลุกออกจากเก้าอี้พร้อมควงมีดเดินจากไป

"เหมือนพวกนั้นจะเคืองแกนะ" จีอาว่า "รวมฉันด้วยก็ดี"

"รู้น่า รีบๆกินเถอะ จะได้ออกไปบ้าง" ริคตอบอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปบอกกับคนอื่นๆ "ส่วนเรื่องในค่ายก็ฝากพวกแกด้วยแล้วกัน"

"ครับ~/ค่ะ~"

.

.

.

.

.

"อีกเจ็ดวันหรอ สุดยอดไปเลยนะพวกนั้นน่ะ ดูเป็นการเป็นงานกันมากกว่าปกติเยอะเลย" อินน์พูดขึ้นขณะที่กำลังเดินไปตามทางเดินพร้อมกับน้องสาว และคนอื่นๆอีกหลายคน

"ก็อย่างที่เห็นแหละ ฉันเองก็ว่าจะคุยเรื่องนี้กับไอ้ดีโน่เหมือนกัน" โคโรเนลว่า พร้อมกับดีโน่ที่พยักหน้าเออออตามไปด้วย

"ถ้าอย่างนั้นก็ดี คืนนี้ฉันกับพี่จะได้ไปนอนกับคุณแม่ พวกคุณคงไม่มีปัญหาอะไรสินะ" เนวี่เอ่ยเสียงเรียบ

"อะไรนะ?! ไหงงั้นล่ะเนวี่~" ดีโน่ร้องเสียงหลง

"ก็ครอบครัวเขาอยากอยู่ด้วยกันนี่นา แม่จะมานอนห้องฉันตั้งแต่คืนนี้ แถมเตียงมันก็ออกจะกว้าง เนวี่เลยจะมานอนด้วยอีกคน ก็แค่นั้น" อินน์ยกยิ้มพลางไหวไหล่

"เมื่อคืนก็สมใจอยากไปแล้วนี่คุณน่ะ" เนวี่เอ่ยเสียงเรียบทำเอาทั้งพี่สาวและอีกสองหนั่มหน้าขึ้นสี

"น-เนวี่... แล้วฉันล่ะ" ดีโน่ยิ้มแหยมองหน้าอีกฝ่าย

"คุณ? ก็แล้วยังไงล่ะ?"

"เห? เราคบกันแล้วไม่ใช่หรอ?"

"คบ? คบอะไร? คุณเคยขอคบฉันด้วยหรอ? แค่สารภาพรักไม่นับว่าเป็นการขอคบหรอกนะ"

"แหงะ...ซะงั้น" ดีโน่ทำหน้าจ๋อย คนอะไรมันจะจีบยากจีบเย็นขนาดนี้~

"จริงสิๆ ไอ้น้ำส้ม" อินน์ทักเพื่อนขึ้นเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก "จะจีบเนวี่คงต้องผ่านฉันกับแม่ไปก่อนนะ เพราะแม่น่ะหวงเนวี่ยิ่งกว่าฉันอีก"

"คุณเองก็เหมือนกัน พี่พันเอก~"

สองพี่น้องกอดแขนกันยกยิ้มใส่สองหนุ่มที่ได้แต่ทำปากพะงาบๆพูดไม่ออก นอกจากเรื่องประชุมอะไรนั่น ก็ต้องมาคอยเอาอกเอาใจคุณแม่ยายอีก อยากหน้ามืดเป็นลมมันตรงนี้ไปเลยจริงๆ

"ยัยอินน์!" เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกระหว่างที่เธอกำลังหัวเราะเยาะสีหน้าของเพื่อนและแฟนตัวเองอยู่ "ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"นัท...? อ๋อ! ได้สิ" อินน์รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะมาคุยเรื่องอะไร "ไปคุยที่ห้องฉันดีไหม?"

"ก็ได้นะ" นัทพยักหน้าโอเคตามที่อีกฝ่ายพูด "แล้วก็พวกนายน่ะ พรุ่งนี้อย่าอู้งานเลี้ยงเด็กนะยะ พวกฉันลำพังก็ไม่ไหว มีคนคุยรู้เรื่องแค่สองคน ฉันต้องวิ่งหัวปั่นแค่ไหนหัดคิดซะบ้าง"

"ค-คร้าบ...." ดีโน่และโคโรเนลตอบเสียงอ่อย ทั้งถูกดุ ทั้งอดนอนกกสาว ทั้งเรื่องเลี้ยงเด็ก แล้วยังจะเรื่องประชุมอะไรนั่นอีก

"งั้นพวกฉันแวะไปห้องสมุดหน่อยดีกว่า ฝันดีนะ" โคโรเนลโบกมือให้อินน์เมื่อเดินมาส่งอีกฝ่ายถึงหน้าห้องแล้ว

"ฝันดีๆ ฝากบอกแอสควอให้รักษาสุขภาพด้วยล่ะ" อินน์ว่า

"ฝันดีนะ^^" ดีโน่บอกกับสาวๆพร้อมรอยยิ้มปกติ

"บอกเจ้าสัตว์น้ำด้วยว่าแผลหายเมื่อไหร่ไว้ค่อยมาสู้กันใหม่อีก" เนวี่เอ่ยก่อนจะเดินเข้าห้องอินน์ไป

"อ-อา...." ดีโน่ยิ้มแห้ง ก่อนจะเดินออกมากับโคโรเนลสองคน "ขนาดนี้ยังห่วงสู้กันอีกเนอะ"

"ช่วยไม่ได้นี่นะ พวกนั้นมันก็มีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วนี่" โคโรเนลเอ่ยอย่างปลงๆ "ดีโน่ ฉันมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับพวกแซนซัส"

"อืม..." ดีโน่มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที "เรื่องคดีที่หมอนั่นเป็นคนก่อสินะ"

"ใช่ พอได้ยินว่าสควอโล่คือลูกสาวของคนทรยศต่อองค์กรแล้ว ฉันก็เริ่มไม่แน่ใจ.... เป็นไปได้ไหมว่ามันเป็นคนบงการให้ไอ้แซนมัน"

"ไม่มีทาง ฉันรู้จักกับสควอโล่มาตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ว่าต่อให้พ่อของสควอโล่ทำอะไรไว้แต่ยัยนั่นไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ แถมเรื่องการทรยศของโรมูอัลโด้ก็มีจุดแปลกๆอยู่หลายจุด บางทีอาจจะเป็นข่าวปลอมก็ได้"

"ฉันก็คิดแบบนี้ ในเมื่อไอ้แซนมันฉลาดขนาดนั้น เผลอๆมันอาจจะวางแผนชั่วอะไรอีกก็ได้"

"ขนาดเป็นผู้ชายด้วยกัน ฉันยังคิดว่าหมอนั่นน่ากลัวเลย" ดีโน่ลูบแขนตัวเองพลางนึกถึงเวลาที่ได้เจอกับคนที่กำลังพูดถึง "ฉันคิดไปเองรึว่าหมอนั่นมันไม่ชอบฉัน"

"เรียกว่าเกลียดเลยเถอะว่ะ" โคโรเนลตอบ "ส่วนนึงฉันว่าก็เพราะแกเป็นเพื่อนกับไอ้สควอโล่มันนั่นแหละ"

"พวกนายก็เป็นนี่ ทำไมไม่โดนเหมือนฉันบ้างล่ะ?"

"ก็แกสนิทกับมันที่สุดไง! ไอ้ม้าโง่นี่" โคโรเนลตอบปัดก่อนจะเปิดประตูห้องสมุดเข้าไป

แกร๊ก! แอ๊ด~~~

โคโรเนลเดินเข้าไปในห้องสมุดพร้อมกับดีโน่ ในขณะที่คนที่เหลือพากันถกเถียงกันไปมาเรื่องประเด็นที่จีอ๊อตโต้หยิบเอามาพูดให้ริคฟัง ผิดคาดที่คนที่เดือดที่สุดดันเป็นฟรานซึ่งยืนเถียกริคฉอดๆทุกคำที่ริคพูดออกมา โดยมีจีอาและเบลคอยห้ามทัพ ผิดกับแซนกัสโซ่และแอสควอที่ทำหน้าเครียดคุยกันอยู่แค่สองคนอยู่อีกมุม

"Meไม่คิดว่าการเอาประวัติครอบครัวมาตัดสินการกระทำของเจ๊ผมยาวได้ค่ะ เรื่องนี้ควรเก็บเอาไปคิดใหม่!"

"ฉันรู้ ตอนนี้หมอนั้นมันปักใจเชื่อไปแล้ว งานของเราคือต้องแก้ไขเรื่องที่มันเข้าใจผิดไป แต่ถ้าแกยังไม่ใจเย็นลงคงคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกว่ะ!"

"ริค! พูดดีๆ แกกำลังโมโหนะ ควบคุมตัวเองหน่อยสิ"

"ชิชิชิ ยัยกบอย่าหงุดหงิดมากสิ เดี๋ยวเรื่องนี้บอสกับสควอโล่ก็จัดการกันเองได้อยู่แล้วน่า~"

"ไอ้ฉลามสวะ แกเอาเอกสารนี้รวมเข้าไปด้วย แล้วก็รวบรวมมาสรุปใหม่อีกที"

"เออ แกช่วยตรวจแฟ้มนี้ให้ฉันด้วย"

วุ่นวายมันให้ได้ตลอดเวลาแบบนี้สิ สองผู้เข้ามาใหม่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเอือมเล็กน้อย เสียงถกเถียงกันดังแข่งกับเสียงฝนฟ้าด้านนอก น่าแปลกที่แอสควอกับแซนกัสโซ่ดูใจเย็นต่างกับฟรานที่ดูจะโมโหแทนทั้งคู่ แถมเบลเองก็ดูเคืองๆริคอยู่เหมือนกัน จีอาพยายามห้ามไม่ให้เพื่อนโมโหแล้วลงไม้ลงมือกับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฟราน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นสองหนุ่มที่เข้ามาใหม่พอดี จึงลากเข้ามาช่วยห้ามมวยสองคนนี้อีกที

ผ่านไปหลายชั่วโมง กว่าแต่ละฝ่ายจะยอมลามือจากกัน และยอมนั่งสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม ดีโน่และโคโรเนลปาดเหงื่อ พลางยื่นน้ำดื่มให้คนอื่นๆเพื่อเป็นการพัก ฟรานดูจะเถียงจนหมดแรงแถมเวลาตอนนี้ก็เลยมาจนข้ามวันแล้ว บวกกับบรรยากาศเย็นๆของสายฝนข้างนอกยิ่งชวนให้น่านอนเข้าไปใหญ่

"ถ้าจะไม่ช่วยอะไรก็ไสหัวออกไป ไม่ก็นอนไปซะอย่างไอ้เบล มันหนวกหู" แซนกัสโซ่เอ่ยเสียงเรียบโดยที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสารในมือ

"จีอาเอาพี่ริคไปนอนเถอะ" แอสควอพููดขึ้นบ้าง "พวกแกก็ด้วย แบกไอ้เบลมันกลับไปนอนที่ห้องที"

"เรื่องอะไรล่ะ~ เจ้าชายยังไม่หลับสักหน่อย~" เบลผุดลุกขึ้นพร้อมกับเดินอ้อมไปดูเอกสารที่ทั้งคู่ถืออยู่ "แค่นอนนิ่งๆพักเหนื่อยที่ต้องคอยกอดเอวยัยกบไว้เป็นชั่วโมงต่างหาก"

"งั้นก็ดี แกกับฟรานเอากองนี้ไปแยกข้อมูลที่สำคัญๆมา เสร็จแล้วก็สรุปเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย" แอสควอยื่นกองเอกสารให้เบลถือ "กองนี้เป็นข้อมูลที่บันทึกความเชื่อมโยงกันของคดีเมื่อสิบห้าปีก่อนกับเมื่อแปดปีก่อน"

"ชิชิชิ งานเอกสารน่าเบื่อ~" เบลบ่นก่อนจะยอมถือเอกสารทั้งกองไปนั่งข้างฟรานที่พยายามถ่างตาหันมาอ่านเอกสารพวกนี้ช่วย

"เยอะขนาดนี้เลย" ดีโน่เห็นเอกสารที่สองเกือบถึงเอวที่เบลถือมาแล้วถึงกับถอนหายใจ

"ยังอยากจะช่วยกันอยู่รึเปล่า" แอสควอถามเพื่อน

"มาขนาดนี้แล้ว ใครจะมีอารมณ์กลับไปนอนกันล่ะ" โคโรเนลตอบก่อนจะหามุมนั่งรออีกฝ่ายยกกองเอกสารมาให้

"นี่เป็นบันทึกของพวกผู้ดูแลนอกแก๊งค์ที่ไปสืบเหตุการณ์เมื่อสิบห้าปีก่อนมา ส่วนกองนี้ก็บันทึกจากหน่วยลอบสังหาร แล้วก็กองนั้นจากคนของจีอ๊อตโต้" แอสควอยกกองเอกสารมาวางๆให้ทั้งสอง

"เยอะจัด! สามกอง!!" โคโรเนลตาสว่างทันทีที่เห็นกองเอกสารตรงหน้า

"แหะๆ ต้องไหวแล้วล่ะคราวนี้น่ะ" ดีโน่พับแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อม

"ฉันช่วยด้วยได้ไหม?"

จีอาถามขึ้น พลางยื่นพวกเครื่องเขียนให้พวกดีโน่และเบล จากนั้นทั้งห้องก็เงียบกริบ พวกที่เหลือเงยหน้าขึ้นมาทันที แอสควอหันไปขอความเห็นจากแซนกัสโซ่ เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ก้มกลับไปทำงานต่อเงียบๆ แอสควอที่รู้คำตอบแล้วจึงเดินไปเอาเอกสารกองที่เหลือมาให้จีอาและริค

"คดีเมื่อแปดปีก่อน.... ฝากด้วยนะ" แอสควอยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินกลับไปหาแซนกัสโซ่

"อ-อืม...?" จีอาตอบพลางทำหน้าสงสัย จึงหันไปกระซิบถามเพื่อน "ทำไมทุกคนถึงดูตกใจแปลกๆล่ะ?"

"หือ? ก็แกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกเบื้องหลังไง คนธรรมดาที่รู้ข้อมูลภายในมากเกินไปจะต้องถูกกำจัดเพื่อปิดปากไม่ให้เรื่องภายในหลุดออกไปได้" ริคตอบ

"ล-แล้วให้ฉันช่วยนี่.... ฉันจะตายไหมอ่ะ?"

"ไม่หรอก พวกนั้นมันก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ ตอนนี้แกคือคนใน ในฐานะคนของฉัน"

"ห-หา?!" จีอาแทบร้องเสียงหลงแต่ก็ยังควบคุมตัวเองไม่ให้เสียงดังได้อยู่

"นั่นแหละฉันถึงอยากให้แกคิดนานๆ คนอย่างพวกฉันไม่ได้มีอะไรดีหรอก เทียบกับคนปกติแล้สชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องคอขาดบาดตายมันไม่ได้น่าลองเลยสักนิด ยิ่งคนที่เกิดและโตมาในปราสาทมาเฟียอย่างพวกฉันด้วยแล้ว..." ริคทิ้งช่วงไว้ก่อนจะไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านพลางขมวดคิ้ว "นี่มัน..."

"?"

"พวกมันค่อนข้างเชื่อใจแกพอสมควรแฮะ ถึงได้ทิ้งบอมบ์ไว้แบบนี้" ริคพึมพำพลางฉีกยิ้มและยื่นเอกสารในมือให้อีกฝ่าย "อ่ะ! รีบจัดการให้เสร็จกันก่อนเถอะ"

"อ-อือ..." จีอารับเอกสารพวกนั้นมาอย่างงงๆ

"จำคำฉันไว้นะ โลกเบื้องหลังบางทีมันก็เข้าง่าย แต่ถ้าจะออกจากโลกที่น่ากลัวนั่นน่ะมันยาก ยิ่งแกได้รับความเชื่อใจมากเท่าไหร่แกยิ่งต้องระวังตัว"

"แกเริ่มทำฉันงงแล้วนะริค"

"ไว้เสร็จงานประชุมฉันจะอธิบายให้ฟัง"

จากนั้นทั้งห้องก็เริ่มตกอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างก้มทำงานในส่วนของตัวเอง โดยที่มีเสียงพูดคุยปรึกษากันบ้างเป็นระยะๆ บวกกับเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างสม่ำเสมอจากด้านนอก เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่พวกเอกสารทั้งหลายก็ไม่ได้ดูน้อยลงเลย แอสควอก้มลงอ่านเอกสารบันทึกเรื่องต่างๆของพ่อของเธออย่างเหม่อลอย เสียงฝนที่ตกอยู่มันช่างดังดึงความสนใจของเธอจากตัวหนังสือพวกนี้ไปได้ดีจริงๆ

หลายคนมักจะบอกว่าเธอคือฝน... ฝนสีเลือดที่น่าเกรงขาม ที่อยู่คู่กับนภาที่มืดมิดผู้ปกครองทุกสิ่งด้วยความโหดร้าย น่าตลกนะที่ผู้คนมักเปรียบเทียบเธอกับแซนกัสโซ่อย่างนั้น แต่มันก็ช่างเหมาะกับตัวตนของคนทั้งสองจริงๆ

ซ่าาาาา.....

"...." ตกไม่หยุดเลย... แอสควอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

ทำไมพ่อไม่ออกมาแก้ไขเรื่องที่ตัวเองก่อไว้สักทีนะ ฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วกับการต้องมาคอยตามแก้ไขเรื่องพวกนี้เนี่ย เธอคิดกับตัวเองพลางถอนหายใจออกมายาวเหยียดจนคนที่จ้องเอกสารตรงหน้าอยู่ต้องหันมามอง

"เหม่ออะไรของแก" แซนกัสโซ่ถามอีกฝ่ายเบาๆ เพราะตอนนี้พวกเขานั่งห่างออกมาจากกลุ่มอื่นๆกันแค่สองคน

"อ-เออ โทษที... ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย"

"คิดมากทำไม" แซนกัสโซ่ขยับไปซบไหล่คนที่ตัวเล็กกว่าพร้อมทั้งเอ่ยออกมาช้าๆ "ไม่ได้มีแกคนเดียวหรอกที่ประวัติไม่ดี ทั้งฉัน ไอ้ริค ไอ้เบล ไอ้ฟราน หรือแม้แต่ไอ้ม้าสวะมันยังมีเรื่องในอกีตที่ไม่สวยงามอยู่เหมือนกัน"

"....แซนซัส ขอบคุณนะ"

"ไม่ต้องร้องไห้.... ไปชงกาแฟมาให้หน่อยไป"

"เข้าใจแล้ว"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เช้าวันถัดมา

ที่ห้องนั่งเล่น ทุกคนที่เหลือพากันมานั่งเอื่อยเฉื่อยไม่มีอะไรมำกันอยู่ในห้องนี้หลังจากกินข้าวเช้ากันเสร็จ เสียงฝนยังคงดังอยู่เรื่อยๆตั้งแต่เมื่อคืนจนมาตอนนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ดีที่ไม่ได้ตกหนักมากหรืออะไร คงแค่เป็นพายุลมที่ผ่านมาในช่วงนี้ทำให้ฝนตกลงมาเรื่อยๆอย่างที่เห็น

"ฝนไม่หยุดตกเลยค่ะ" อิ้งพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่าน้ำจะท่วมด้านนอกจนเป็นเรื่องลำบาก

"ตกแบบนี้มาทั้งคืนเลยแฮะ" อาร์มี่พูดเสริมก่อนจะหันไปเลือกแผ่นดีวีดีกับหมอกซึ่งนั่งกันอยู่หน้าจอทีวี

"แล้วทำไมพวกนายถึงยังชิงกันอยู่ได้ล่ะยะ?" นัทเอ็ด

"ไม่รู้ว่าข้างนอกจะเป็นยังไงบ้าง" สาถอนหายใจ

"ก็ช่วยไม่ได้นี่ ออกไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี แถมอาจารย์ก็เคยบอกไว้ว่าให้เปิดหนังแอคชั่นกรอกหูกรอกตาให้ไอ้แมนมันจำไปใช้สู้บ่อยๆด้วย" อาร์มี่ว่าพลางสบัดแผ่นดีวีดีในมือไปมา

"ไม่รู้ว่าพวกเด็กๆจะเป็นยังไงกันบ้างนะ" ลิสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเล็กน้อย "คงอดออกมาเล่นกัน แล้วที่ทำไว้เมื่อวานก็ไม่รู้ว่าจะพังลงมารึยัง"

"ให้ผมออกไปดูให้ดีไหมครับ?" หมอกอาสา

"ไม่ต้องหรอก ฝนตกแบบนี้เป็นหวัดขึ้นมาคงไม่มีเวลามาดูแลกันหรอก" สาว่าบ้าง

"นี่พวกคุณเห็นคนอื่นๆกันบ้างรึยัง" เนวี่ถาม

"ไม่เลยค่ะ น่าจะยังอยู่ห้องสมุดกันนะคะ"

"เอ.... จะว่าไปเมื่อคืนนี้นัทไปนอนกับคุณน้าแล้วก็อินน์หรอ? ไม่เห็นกลับมานอนกับพวกฉันเลย" สาถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

"ใช่ เมื่อคืนพวกฉันคุยกันจนดึก คุณน้าเลยชวนให้นอนรวมกันเลย"

นัทตอบโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เรียกความสงสัยจากคนที่นั่งเงียบไม่พูดอะไรกับใครอย่างเติร์ดมาตั้งแต่เมื่อวานได้เป็นอย่างดี สองคนนั้นไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน.... แล้วคุยกันเรื่องอะไรทำไม่นัทไม่เห็นบอกอะไรฉันเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน

"งั้นฉันแวะไปดูหน่อยดีกว่า จะไปด้วยไหม?" อินน์หันไปถามน้องสาวก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหน้า "โอเค เดี๋ยวฉันมา"

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

อินน์เดินออกมาจากห้องนั่งเล่นตรงไปทางห้องสมุดด้วยท่าทางอารมณ์ดี เหมือนได้ตัดเนื้องอกออกจากอก ทำไมถึงรู้สึกโล่งอกสบายใจขนาดนี้นะ~ สงสัยเป็นเพราะเรื่องที่คุยกับนัทเมื่อคืนนี้แน่ๆเลย อินน์คิดก่อนจะนึกย้อนไปเมื่อคืน หลังจากที่พวกโคโรเนลไปส่งพวกเธอถึงที่ห้อง และขอตัวไปหาพวกอาจารย์ที่ห้องสมุด

.

.

.

.

.

แกร๊ก~

"คงเป็นเรื่องที่ฉันคิดไว้สินะ"

หลังจากที่พวกเธอเข้ามาในห้องพร้อมปิดประตูแล้วเรียบร้อย พวกเธอก็เริ่มเปิดประเด็นคุยกันทันที

"ถ้าหล่อนคิดว่าเป็นเรื่องพี่เติร์ดล่ะก็ถูกเผงเลย" นัทว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟาตัวเล็กข้างเตียง "เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า? หล่อนไปพูดอะไรมาล่ะ? คนคนนั้นถึงได้ดูหัวเสียถึงขนาดนั้น"

"ก็นิดหน่อย ฉันไปบอกเลิกพี่เขาแบบจริงๆจังๆมาน่ะ คิดว่าควรจะทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราว"

"อย่างนี้นี่เอง.... ฉันคิดว่าหล่อนควรจะระวังตัวไว้หน่อยนะ"

"เธอหมายความว่ายังไง?"

อินน์ขมวดคิ้วมองนัทที่ทำหน้าเครียดไม่ต่างกัน แม้แต่เนวี่ทำพยายามแยกชิ้นส่วนอาวุธที่กลไกด้านในพังจากการปะมือกับแอสควอก่อนหน้านี้ยังหยุดมือ และเงยหน้าขึ้นมาฟังทั้งสอง

"ตอนนี้หล่อนก็กำลังไปได้ดีกับนายทหารนั่นใช่ไหมล่ะ แต่ดูจากนิสัยที่ทำอะไรไม่ค่อยชัดเจนของหล่อนแล้ว....ฉันคิดว่าพี่เติร์ดไม่ใช่คนที่จะเลิกลาอะไรง่ายๆ ดังนั้นไอ้นิสัยแบบนี้ของหล่อนถึงได้เป็นจุดอ่อน"

"คุณจะบอกว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่กับพี่พันเอกน่ะหรอ?" เนวี่เอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบมานาน

"ใช่! อีกอย่างคือเรื่องของแมน ฉันไม่เข้าใจว่าจะต้องจัดการยังไงกับหมอนั่น"

"แมนไปก่อเรื่องอะไรรึเปล่า?!" อินน์ทำหน้าตกใจ อย่าบอกนะว่าไปกัดแขนเด็กในค่ายเข้าน่ะ?!

"เปล่าๆ เรื่องนั้นมันยังไม่เกิดย่ะ แต่ระวังไว้ก่อนก็ดี.... ไม่สิ! ประเด็นที่ฉันอยากจะพูดน่ะคือหมอนั่นไม่ยอมฟังที่ใครพูดเลยน่ะสิยะ! เอาแต่เดินทำหน้าหลอนไปมา ใครวานใครสั่งอะไรก็ไม่คิดจะสนใจ ทั้งๆที่เวลาอยู่กับพวกอาจารย์ออกจะว่านอนสอนง่ายแท้ๆ"

พูดซะหมดความน่าเกรงขามไปเลยนะนั่น... อินน์ยิ้มแหย แต่ก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับที่นัทว่ามา

"ฉันคิดว่าแมนฟังแค่คำพูดของอาจารย์ริคแล้วก็แอสควอนะ ดูอย่างตอนที่เนวี่แอบออกมาจากค่าย แมนก็ตามออกมาด้วยเพราะถูกสั่งให้อยู่กับเนวี่ แถมยังมีแค่แอสควอที่พอเรียกชื่อปุ๊บ แมนก็จะรีบวิ่งมาหาทันทีเลยด้วย"

อีกสองสาวพยักหน้ารับฟังที่อีกฝ่ายพูด เนวี่จึงนึกย้อนไปตอนที่แอบออกไปนอกค่ายเมื่อวาน พลังของแมนอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก ผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเป็นแค่พวกศพเดินได้ท่าทางเหลาะแหละธรรมดาๆ

"แล้วก็นะ" นัทเริ่มพูดออกมาอีกครั้ง "ตั้งแต่ที่หมอนั่นติดเชื้อแล้วก็กลายเป็นซอมบี้ ฉันยังไม่เห็นหมอนั่นจะกินอะไรเลย แถมช่วงนี้พวกฉันทุกคนก็เริ่มได้ยินเสียงนั้นแล้วด้วย"

"เสียง? เสียงอะไร...?"

"เสียงท้องร้องน่ะ....."

เสียง.... ท้องร้อง???

"หมอนั่นคงไม่หน้ามืดตามัวจับใครมาเคี้ยวสมองเล่นจริงๆใช่ไหม?"

"ฤทธิ์ยาพิษตอนนั้นยังไม่หายงั้นหรอ?"

เนวี่และนัทเริ่มพากันตื่นตะหนกกันทันที อินน์ถึงกับรีบเรียกสติทั้งสองแล้วกล่อมให้สงบสติอารมณ์กันก่อนจะคิดเตลิดไปจนเป็นเรื่องใหญ่

"ไว้ฉันจะถามอาจารย์กับแอสควอให้แล้วกันนะ แต่ถ้าสองคนนั้นไม่ว่าง ไว้ฉันจะถามคุณสีขาวให้" ถ้าเกิดเขาตอบฉันน่ะนะ...

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะพยายามไม่แตกตื่นไปเองแล้วกัน" นัทหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อตัวเอง

แกร๊ก~

"อ้าว? สาวๆยังไม่นอนกันอีกหรอจ๊ะ นี่แม่อุตส่าห์เข้ามาช้าแล้วนะเนี่ย" ลิสาแม่ของอินน์และเนวี่เดินเข้ามาในห้องพลางเอ่ยทักทาย "คุยอะไรกันอยู่หรอ? นี่แม่เข้ามาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า?"

"ไม่ค่ะคุณแม่ พวกพี่เขาคุยเล่นกันเสร็จพอดี" เนวี่เอ่ยพลางยกยิ้มบางๆ

"งั้นฉันกลับห้องดีกว่า ลาค่ะคุณน้า" นัทผุดลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไป แต่กลับถูกลิสารั้งไว้ซะก่อน

"เดี๋ยวสิ~ ดึกป่านนี้แล้วทั้งอิ้งแล้วก็สาเค้านอนกันหมดแล้วจ่ะ ทางเดินก็ปิดไฟมืดไปหมดแล้วด้วย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อยู่นอนที่ห้องนี้ด้วยกันเลยดีกว่านะ"

"เอ๋?!" อินน์เลิกคิ้ว มองลิสาที่เดินดันหลังให้นัทไปนั่งบนเตียงหลังกว้าง ข้างๆกับเนวี่

"นานๆทีจะได้นอนกันหลายๆคน จัดปาร์ตี้ชุดนอนแบบสาวๆไปเลยเป็นไง~ ช่วงนี้เหนื่อยกับเรื่องนั่นนี่จนแทบไม่ได้พักร่างกายกันเลยนี่นะ"

"แต่...!"

"ไม่เป็นไรจ่ะ ไม่ต้องเกรงใจ~ เอาล่ะไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนกันเถอะนะ ไปไป~"

.

.

.

.

.

และนั่นก็คือเรื่องที่คุยกันเมื่อคืนนี้ ต่อจากนั้นทั้งเธอ เนวี่ และนัทก็โดนลิสาจับแต่งตัวกันกว่าจะได้นอนจริงๆก็ดึกพอสมควร แม่คงเครียดกับหลายๆเรื่องจริงๆนั่นแหละ ถือว่ายอมๆไปก่อนแล้วกัน

ตึก~ ตึก~ ตึก~

อินน์เดินมาจนถึงหน้าห้องสมุด แล้วจึงจัดการเคาะประตูเบาๆก่อนจะค่อยๆเปิดเข้าไป เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนคนในห้อง

"ทุกคน.... เอ่อ..." อินน์เอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะตะลึงกับสภาพแต่ละคนในห้อง

ครึ่งต่อครึ่งคือคนที่มำงานทั้งคืนจะเผลอหลับไปแล้ว ส่วนอีกครึ่งคือคนที่ยังนั่งหลังขดหลังแข็งเขียนบางอย่างสลับกับอ่านเอกสารนั่นนี่ ท่ามกลางกองเอกสาร และแก้วกาแฟหลายใบที่ถูกวางทิ้งไว้ไม่ได้ล้าง ดีที่ในห้องสมุดมีทั้งห้องน้ำ และห้องชงเครื่องดื่มอยู่ด้วย ทำให้ทุกคนสามารถอยู่ในนี้ได้ทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่ต้องออกไปไหน

แต่ก็ช่วยออกไปอาบน้ำกินข้าวกันก่อนเถอะ!!! อินน์อยากตะโกนออกไปดังๆ แต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเพียงแค่นั้น

"โอ้.... อินน์นี่เอง..." ดีโน่เอ่ยทักทายทั้งรอยยิ้มด้วยน้ำเสียงยานคางติดจะอ่อนล้าจากการไม่ได้นอนทั้งคืน

"อืม... อ-อินน์หรอ?! คุณแฟนที่น่ารัก~ แอ๊ฟ!" โคโรเนลสะดุ้งออกจากกองเอกสารก่อนจะพุ่งมาทางอินน์ที่ยืนมองอยู่ และถูกแทนที่อ้อมกอดด้วยฝ่ามือแทน

"นี่ยังไม่ได้นอนกันทั้งคืนเลยหรอ?"

"อรุณสวัสดิ์ วานเธอเอามื้อเช้ามาให้ด้วย" ริคาโด้พูดขึ้นทั้งๆที่ยังไม่เงยหน้าออกจากปึกเอกสาร

เบล ฟราน แล้วก็จีอานอนหลับไปแล้ว อินน์กวาดสายตาไปมองรอบๆ โอ๊ะ! แอสควอกับแซนกัวโซ่นั่งกันอยู่ตรงมุมนั้นนั่นเอง เธอหันไปมองเพื่อนที่นั่งเขียนบางอย่างขยุกขยิก โดยมีอีกคนอ่านเนื้อหาให้ฟัง

"ทุกคนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันสักหน่อยก็ดีนะ เผื่อจะได้สดชื่นขึ้นบ้าง แล้วเรื่องมื้อเช้าฉันจะไปบอกพวกอิ้งให้"

"แต๊งกิ้วนะอินน์... ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนล่ะ" ดีโน่ได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมเดินเอื่อยๆออกไปราวกับคนวิญญาณหลุดออกจากร่างก็ไม่ปาน

"ฝากปลุกพวกนี้ด้วย เดี๋ยวสักพักฉันกับไอ้สองคนนั้นจะตามออกไปเองทีหลัง" ริคเอ่ย

"ค่ะ.... นี่! อย่ามากอดเอวฉันแล้วหลับไปทั้งแบบนี้นะ"

"งืมๆ ขี้เกียจลุกอ่ะ พอกอดคุณแฟนแล้วยิ่งอยากนอนเข้าไปใหญ่"

"ลุกไปปลุกพวกเบลได้แล้ว เร็วๆ! ฉันจะได้กลับออกไปบอกพวกอิ้ง"

"คร้าบ~ คร้าบ~"

โคโรเนลค่อยลุกขึ้นก่อนจะเดินเอื้อยๆไปปลุกแต่ละคนให้ไปอาบน้ำพักผ่อนกันก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานเอกสารกันต่อ ทิ้งให้เหลือเพียงริคาโด้ แอสควอ และแซนกัสโซ่ที่ยังอยู่ในห้องสมุด

"ตำแหน่งภายในคือที่ปรึกษาคนสนิทของตาแก่" แซนกัสโซ่นอนหนุนตักอีกคนที่กำลังเขียนสรุปตามที่เขาพูดอยู่ "มีลูกสาวสองคน และลูกชายหนึ่ง ลูกคนแรกเกิดจากภรรยานอกกฎหมายแล้วมาแต่งงานกันทีหลัง และีีกสองคนเกิดจากภรรยาคนแรกที่เป็นลูกสาวของหัวหน้าองค์กรพันธมิตรจากเนเธอร์แลนด์..... แกยังฟังฉันอยู่รึเปล่า"

"อืม... จดอยู่" แอสควอพูดโดยที่มือยังคงขยับต่อไปไม่หยุด

"ง่วงก็ไปนอน" แซนกัสโซ่ขมวดคิ้ว

"ฉันยังไหวอยู่ รอพวกเบลกลับมาแล้วค่อยไปอาบน้ำแล้วกลับมาทำต่อก็ได้" แอสควอตอบอีกฝ่ายเสียงเรียบจนผิดวิสัยของคนขี้โวยวาย

"...."

เมื่อคืนยังบ่นอยู่เลยว่าเจ็บแผล ถึงได้นอนหนุนตักให้มันอุ่นขึ้นจะได้สบายตัว แล้วพอนานๆเข้าก็ทำหน้าเหมือนคนหลับในสั่งอะไรก็ทำตามเฉย ถ้าบอกให้แก้ผ้ามันจะทำไหมวะ.... แซนกัสโซ่จ้องหน้าอีกฝ่ายที่ก้มลงมารอให้เขาอ่านสรุปต่อนิ่ง จนแอสควอขมงดคิ้วตาม

"อะไรของแก จ้องอยู่ได้อ่านต่อสิ"

"....."

"บอส...?"

"......."

"แซนซัส? แกหลับในหรอวะ"

"หนวกหูว่ะ พูดมากแบบนี้แสดงว่าอยากโดนปิดปากถูกไหม" แซนกัสโซ่เอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะกระชากผมของอีกฝ่ายแล้วดันตัวเองขึ้นไป

"ฉันไ- อื้อ! อึก~"

ขโมยจูบแบบให้รู้ล่วงหน้า คงมีแค่แกนี่แหละที่โง่ให้โดนจูบง่ายๆแบบนี้ แซนกัสโซ่ละริมฝีปากออก เพราะไม่อยากให้มันเกินเลยไปมากกว่าแค่จูบ แอสควอเองก็หน้าแดงที่ถูกขโมยจูบมันตั้งแต่เช้า แต่จะให้โวยวายมากก็ไม่ได้อยู่ดี

"ไอ้...! ฮึ่ย~"

"อะไร? ไม่โวยวายหรอ? รึอยากโดนอีกรอบ?" แซนกัสโซ่ยกยิ้ม "ก็ดีเหมือนกันนะ แต่คราวนี้ฉันจะแถมให้มากกว่าจูบเพราะแกตั้งใจทำงาน"

"ไม่เอาโว้ย! ที่ไม่อยากเสียงดังเพราะมันจะไปกวนพี่ริค นี่ห้องสมุดนะโว้ย!"

"หึ!" ร่างสูงชันตัวลุกขึ้นนั่งข้างอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มเอ่ยตัดพ้อแกล้งคนตัวเล็กกว่าเล่น "คำก็พี่ สองคำก็พี่ ฉันก็แก่กว่าแก ทำไมแกไม่เคยเรียกฉันแบบมันบ้างวะ"

"แกเอาอะไรคิดเนี่ย กระดากปากแย่" แอสควอแลบลิ้นทำหน้าแหวะออกมาอย่างไม่เกรงใจคนข้างๆ

"....ตามใจ แต่ถ้าไม่เรียก เตรียมตัวโดนกดตอนอาบน้ำได้เลยไอ้ฉลามสวะ"

ตามใจกับผีสิ! นี่มันเรียกบังคับชัดๆ!!

"แกก็ไม่เคยเรียกฉันดีๆเหมือนกันนั่นแหละ แค่นี้ก็เสมอกันแล้ว ดีล!"

"สควอโล่ เรียกสิ"

ไอ้....!!! มันเล่นไม้นี้เลยหรอ?!

"อ-อ-อ-ไอ้....!"

"นับหนึ่ง... สอง...."

"เห้ย?! ไหงมีจับเวลาล่ะ!"

"สาม...... ไม่เรียก? งั้นถอดเสื้อผ้าตรงนี้เลยก็ได้!"

"เห้ย?!!! อะไรของแกเนี่ย?! เป็นไบโพล่าร์หรอวะ เดี๋ยว!"

แอสควอถอยกรูดออกห่างจากอีกฝ่ายแต่ไม่ทันไปดันตัวออกแม้แต่คืบ ก็โดนคนแรงความแรงกระทิงคว้าไว้ แล้วจับกดลงกับเบาะโซฟาทันที ด้วยความล้าจากการอดนอน และด้วยบาดแผลที่มีอยู่แล้ว ทำให้แอสควอขัดขืนไม่ไหว แต่จะเกร็งตัวออกมาห่างๆไอ้แผลเจ้ากรรมก็เจ็บแปลบขึ้นมาทันที ไอ้แผลบ้า! นี่แกอยู่บนตัวฉันนะ หัดเข้าข้างกันบ้างสิโว้ย!

"สควอโล่ ฉันให้โอกาสแกใหม่อีกรอบ" ร่างสูงว่าพลางค่อยๆขยับมาคร่อมอีกฝ่ายช้าๆ "พี่แซนซัส.... เรียกสิ ไม่เห็นจะยาก"

"ม-ม-...."

"รึแกอยากโดนฉันกดเลยเล่นตัว หึ! ทำไมไม่บอกกันแต่แรกล่ะวะ เรื่องแค่นี้~"

"!!!!" ไอ้บ้า! แกเอาอะไรคิด!!! "พ-พี่... พี่แซนซัส...คะ"

"คะ?"

เวรล่ะ! แล้วจะเติมคะไปทำพัดลมอะไรวะ?! โอ๊ย!! อายโว้ยยยยยย!!!! คราวนี้แอสควอยกมือขึ้นมาปิดหน้าบังความเขินอายที่พุ่งขึ้นมาจนถึงขีดสุด

ขุดหลุมฝังตัวเองเฉย แต่น่ารักดี แซนกัสโซ่ลอบยิ้มให้กับท่าทีป้ำๆเป้อๆของอีกฝ่าย สงสัยต้องเอามันไปนอนจริงๆแล้ว ก่อนที่มันจะไปทำตัวแบบนี้กับใครที่ไหนที่ไม่ใช่ฉัน

เพราะแกเป็นของฉันคนเดียว...

ไม่ใช่แค่ของเล่นแก้เบื่ออย่างที่ฉันพูด

"แต่เป็นของสำคัญที่สุดในชีวิต ฉันรู้แล้ว...."

"แกพึมพำอะไรนะ? ฉ-ฉันไม่ได้ฟัง..."

"หึ! ไปอาบน้ำกันดีกว่า"

"เอ๊ะ?! อะไรของแกกันแน่เนี่ย?!"

"เรียกพี่อีกสิ"

"ไม่เอาแล้วโว้ย!!!!"

ปึง!

สองร่างที่เดินเถียงกันไปมาเดินออกจากห้องสมุดไป เหลือไว้เพียงความเงียบที่เข้ามาแทนที่ ริควางปากกาและเอกสารทั้งหมดในมือลง ก่อนจะเอนหลังพักสายตาพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เด็กพวกนี้ปัญหาเยอะกันจริงๆ เขาคลึงข้างขมับตัวเองเบาๆ เขาหยิบกระดาษแผ่นนึงขึ้นมาก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ

"ไม่คิดว่าจะมีเรื่องของฉันถูกบันทึกไว้ในคดีของไอ้แซนด้วย... ฮะฮะตลกดี" เขาเอ่ยอย่างไม่จริงใจ

จากเอกสารที่เขาอ่านมาทั้งหมด นอกจากตัวน้องชายแล้ว เขาเองก็ถูกเพ่งเล็งไม่แพ้กัน เพราะเป็นพี่น้องแม่เดียวกันงั้นหรอ? คนที่ถูกกีดกันตั้งแต่แรกน่ะ ไม่ใช่แค่แซนกัสโซ่ แต่รวมถึงเขาด้วยต่างหาก ริควางกระดาษแผ่นนั้นลงมาปิดหน้าตัวเอง พร้อมคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไอ้พรีโม่คงไม่ได้คิดแค่จะกันสควอโล่ออกจากไอ้แซน มันคงมีแผนที่ลึกกว่านั้นแน่ๆ เผลอๆการประชุมครั้งนี้ตัวเขาอาจจะถูกหางเลขไปด้วย เพราะคอยช่วยเหลือสนับสนุนฝั่งแซนกัสโซ่แทนที่จะไปช่วยฝั่งพี่ชายของตน

"แกนซัสโซ่ ริคาโด้ นามสกุลไม่ระบุ อายุปัจจุบันยี่สิบห้า ลักษณะภายนอก ส่วนสูงประมาณหกฟุตสี่นิ้ว น้ำหนักหนึ่งร้อยเก้าสิบแปดปอนด์ กับอีกเกือบหกออนซ์..." เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกระดาษที่วางอยู่บนหน้าของเขาได้ถูกหยิบออก

"...." ริคไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง กลิ่นสบู่อ่อนๆลอยเข้ามาเตะจมูก

"ถามจริง แกกินอะไรเป็นอาหารเนี่ย" จีอาเอ่ยเสียงสดใสหลังจากได้งีบพักสายตาไปก่อนที่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ และกลับเข้ามาที่ห้องสมุดอีกครั้ง

"ก็ปกติ ไอ้แซนมันก็ตัวเท่าๆฉันเหมือนกัน" ริคเอ่ยเสียงเรียบ "อาบน้ำเร็วจัง?"

"ก็รีบกลับมาจัดการกองเอกสารพวกนี้ต่อนี่แหละ! แต่ไหนๆตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว แกจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังได้รึยัง?"

"เรื่องที่ฉันไปคุยกับไอ้พรีโม่มาน่ะหรอ?"

"ไม่ล่ะ พออ่านเอกสารพวกนี้ทั้งหมด ฉันก็เปลี่ยนใจแล้ว" จีอาส่ายหน้า "ฉันอยากรู้เรื่องของแกมากกว่า ริค..."

"ทั้งๆที่รู้ว่ายิ่งรู้มากเท่าไหร่ เส้นด้ายชีวิตยิ่งขาดง่ายเนี่ยนะ" ริคเลิกคิ้ว

"แกพูดเองนี่ว่าฉันเป็นคนของแก ไหนๆก็ได้รู้แล้ว ขอรับรู้มันให้หมดทุกเรื่องไปเลย จะเป็นจะตายยังไงฉันก็คงต้องฝากชีวิตไว้กับแกแล้วล่ะ"

"พูดแบบนี้...แสดงว่าไปคิดมาแล้วสินะ" ริคฉีกยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ผิดกับจีอาที่หน้าขึ้นสี

"อืม ก็ตามนั้นแหละ" เธอตอบพลางกระแอมออกมาน้อยๆแก้อาการเขิน "ฉันยอมเป็นคนของแกแล้ว.... ช่วยเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังได้ไหมริค"

"แน่นอน" ริคไหวไล่ "เริ่มเรื่องเลย... ก็คือตอนที่ฉันเกิดมา....."

Tobecontinued...

//ซับซ้อนกันเหลือเกินบ้านนี้... ตอนต่อไปริคจะเล่าที่มาทุกอย่างให้จีอาฟัง จีอาจะทำหน้ายังไงเมื่อได้รู้อดีตของพวกริค

อินน์และพวกที่เหลือจะไปสำรวจป่ารอบๆค่าย เพราะเจออะไรบางอย่างที่น่าสงสัย รึว่า...พวกศัตรูมันจะตามมาจากที่มหาลัย?

รอติดตามกันด้วยนะครับ~

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น