นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

พาชนะหรือเป็นภาระกันแน่ (อัพครบ)

ชื่อตอน : พาชนะหรือเป็นภาระกันแน่ (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2562 10:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
พาชนะหรือเป็นภาระกันแน่ (อัพครบ)
แบบอักษร

​อพาร์ทเมนต์xxx

รียาพาจุ้นมาที่ห้องพักของเธอ ที่มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างดี จุ้นแทบไม่เชื่อว่าภายในห้อง จะมีเครื่องอำนวยความสะดวก​ดีขนาดนี้ ถ้าใครไม่รู้ต้องคิดว่า เธอคงจะมีป๋าคอยซัพพอร์ทเรื่องค่าใช้จ่ายแน่ๆ

"นั่งตรงนี้ก่อนนะ หรือนายจะนอนก่อนก็ได้ฉันจะดูแผลให้ และจะทำแผลให้นาย ฉันว่ามันคงกระทบกระเทือน ก็เลยมีเลือดซึมออกมา บางที เราคิดว่าสถานพยาบาลที่เลือก ดีที่สุดแต่ทุกอย่างมันก็อาจจะพลาดได้ แม่ฉันเคยพูดว่า สี่เท้ายังรู้พลาด หมอมีสองเท้า ก็ต้องพลาดบ้างและ จริงมั้ย?"

"อืมม..เธอพูดถูกนะ รียา.."

"ว่าไง..?"

​"แม่พูดอะไรกับเธอบ้าง เธอบอกฉันมาเถอะ ไม่ต้องปิดบังเพราะฉันรู้ ว่าแม่ไม่ได้ดีกับเธอจริงๆหรอก เธอบอกฉันมาเถอะนะ คำพูดของแม่ทำให้เธอเป็นทุกข์มากเท่าไหร่ ฉันก็ทุกข์กับเธอเหมือนกัน รียาบอกมาเถอะไม่งั้นฉันคงนอนไม่หลับ"

​"ฉันต้องทำแผลให้นายก่อน แล้วค่อยเล่านะ"

"โอเค../แล้วก็ช่วยอยู่นิ่งๆด้วยนะ"

"รับทราบครับผม"

"บางทีนายก็น่ารักนะ และก็อย่าเรื่องมากเพราะฉันเบื่อพวกเรื่องมาก บอกว่าไม่คือไม่อย่าเซ้าซี้ มันจะทำให้ฉันหงุดหงิด เข้าใจ๋"จุ้นยิ้มกริ่ม ขณะที่รียาวางกล่องอุปกรณ์ทำแผล ลงที่พื้นห้อง

"ฟอดดด"

"โห..เดี๋ยวปั้ด.."

"เธอกำลังจะรังแกคนป่วยนะ ใจร้ายอะ"

"ก็นายเอาเปรียบฉันนี่ เรื่องอะไรมาหอมเล่า?"เด็กสาวหน้าง้ำ แต่เธอก็ยังน่ารักสำหรับเขา

"ก็เราเป็นแฟนกันนี่"

"มันไม่ง่ายหรอกจุ้น ตราบใดที่แม่นายไม่ชอบฉัน มันก็ยิ่งทำให้เราสองคน ไม่สามารถที่จะคบกันได้ ฉันว่าเป็นเพื่อนก็ยังลำบากเลย เพราะแม่นายชอบคนรวย ฉันจำได้ตั้งแต่วันที่พวกเราไปกินข้าวที่ร้านนาย"

"แต่คนที่จะอยู่ด้วยกัน คือเราสองคนนะไม่ใช่แม่สักหน่อย แม่ฉันคงกลัวมั้งว่าเธอจะมาเกาะฉัน"

"แล้วนายล่ะ ไม่กลัวว่าฉันจะเกาะนายหรอ เพราะนายรวยนี่"จุ้นช้อนตาขึ้นมองคนข้างกาย

​"ไม่อ่ะฉันอยากให้เธอเกาะฉันไปตลอด เกาะแบบตัวติดกันเลยนะ ทั้งเวลากินกระทั่งถึงตอนนอน ฉันอยากอยู่กับเธอตลอดเวลา"คนตัวเล็กยิ้มหวานให้ เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มหวานๆแบบนี้เลย

​"น่ารัก.."

"ฉันหรอ?"

"อืมม"

"แล้วนายจะรู้ ว่าฉันไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก ฉันอาจจะเป็น นางฟ้าในคราบปีศาจก็ได้ เหมือนที่นายเคยว่าฉัน"

"นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ฉันไม่ว่าเธอแล้ว ฉันไม่อยากตอกย้ำ เรื่องที่ผ่านมาอีกคิดซะว่า ฉันปากเสียนะรียา เธอเชื่อฉันนะฉันอยู่ข้างเธอ เราจะต่อสู้กับคุณนายแม่ ฉันจะพาเธอไปสู่ชัยชนะ ไม่มีใครจะว่าเธอได้อีก ถ้าแม่เรื่องมากฉันจะพาเธอไปอยู่ญี่ปุ่น"

​"นายชะพาฉันไปอยู่ญี่ปุ่นหรอ อืม..น่าสนแต่ฉันว่าอย่าดีกว่า เพราะถึงยังไงนายแม่ก็ต้องตามรังควานนายอยู่ดี ถ้านายอยู่กับฉัน"

​"ก็ฉันบอกแล้วไง ว่าเราจะร่วมมือกันพากันไปสู่ชัยชนะใจของแม่ฉันให้ได้"จุ้นดูมุ่งมั่นมาก

​"จะพาฉันไปชนะใจแม่นาย หรือนายมาเป็นภาระฉันกันแน่อีเผือกจุ้น.."เธอจิ้มนิ้วที่หน้าผากเขาอย่างหมั่นเขี้ยว

​"ฟอดดด มือนี้นุ่มจัง รียาฉันไม่กลัวหรอกว่าแม่จะคิดยังไง แต่ฉันจะต้องทำให้แม่ยอมรับเธอ ในฐานะสะใภ้ให้ได้ เธอเชื่อใจฉันนะรียา"จุ้นจับมือเธอมาแนบแก้มเขา รียาลูบแก้มขาวเนียนของเขาเบาๆ ผู้ชายบ้าอะไรจะขาวได้ขนาดนั้น แถมปากยังแดงอีกถ้าจะบอกว่าเขาเป็นเกย์ เธอก็เชื่อนะ

"เสร็จแล้ว ฉันติดพลาสเตอร์กันน้ำให้นายด้วย นายจะอาบน้ำได้สบายด้วย แผลดีเกือบ100%แล้ว ฉันไม่ได้เป็นหมอ แต่ฉันก็พอรู้นะ"เธอมีอุปกรณ์ทำแผลเยอะพอสมควร

​"ขอบคุณที่รัก"

​"ห่ะ..นายเรียกฉันว่าที่รักหรอ เฮ้ย..ฉันถือนะ"

"วางลงสิ จะถือทำไมให้เมื่อยล่ะ จริงมั้ย?"

"ถ้านายไม่ป่วยนะ ฉันจะทุบนายให้น่วมเลย"

"ไว้ฉันหายค่อยทุบก็ไม่สายหรอก รียา"

"อะไรอีกล่ะ ฉันจะเอากล่องยาไปเก็บ ว่ามานายเรียกฉันบ่อย จนฉันอยากจะเปลี่ยนชื่อแล้วนะ"

"ก็..ฉันอยากกอดเธอนี่"

"เพราะนายป่วยหรอกนะ กอดสิ"จุ้นอ้าแขนออกรั้งร่างบางเข้ามากอด มันช่างอบอุ่นเหลือเกินแล้วกลิ่นหอมอ่อนจากกายสาว ทำให้เด็กหนุ่มฝังจมูกเข้ากับซอกคอขาวของเธอ

"ฟอดดด เธอหอมจัง ฟอดดด หอมจริงนะ"

"กอดพอหรอยังเล่า นานไปแล้วนะนายเอาเปรียบฉันนี่"เธอค่อยๆขืนตัวออกจากวงแขนเขา จุ้นจำต้องปล่อยเธอไปอย่างเสียดาย

"จะเล่าได้หรือยัง ว่าแม่พูดอะไรกับเธอ"

"นายแน่ใจนะว่าจะรับฟัง"

"ฉันรับแมนๆอยู่แล้ว ว่ามาเลยบางครั้งฉันก็ไม่เห็นด้วย ในสิ่งที่แม่ทำพูดเถอะ อยากฟังจนน้ำลายไหลแล้ว"

"นายฟังได้แน่นะ บังเอิญว่าฉันไม่ใช่นางเองจะอ้ำๆอึ้งๆ กระมิดกระเมี้ยนปล่อยให้เขาโขกสับ นั่นมันยุคดึกดำบรรพ์ คือเมื่อตอนที่แม่นายจะไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ มาดามแอนจะพาฉันไปพบหมอ เรื่องฉีดยาคุม จุ้นฉันไม่รู้ว่านายไปพูดกับแม่นายว่ายังไง เรื่องของฉันบอกมา นายพูดอะไร?"

​"อะไรนะฉีดยาคุมหรอ?"

​"ก็ใช่นะสิ..แล้วนายไปบอกพ่อแม่นายว่าอะไร บอกฉันมาเลยนะ"จุ้นยิ้มแหยๆรียาชูกำปั้นขึ้น จุ้นยกแขนขึ้นปกป้องหน้าตัวเอง 

​"ฉันแค่บอกว่า..ว่า../อะไร พูดมาไม่งั้นฉันจะไล่นายกลับบ้าน พูดสิเว้ย?"รียาขึ้นเสียง

​"โอเคๆพูดแล้ว..ฉันบอกว่าเธอเป็นเมียฉัน"รียาโมโหสุดขีด

​"อีเผือก..นายพูดอย่างนั้นจริงๆหรอ แล้วฉันเป็นเมียนายตอนไหนไม่ทราบ?"

​"ใช่..ก็ฉันไม่อยากให้แม่กีดกันเรานี่ ฉันก็เลยพูดแบบนั้น ไม่คิดว่าแม่จะพาเธอไปหาหมอนั่นนะ รียาฉันขอโทษนะ"จุ้นเหมือนรู้ว่าตัวเองผิด

​"ไอ้คนสิ้นคิด ทีหลังหัดคิดก่อนพูดเข้าใจมั้ยห่ะ?"รียาเสียงดังใส่ จนจุ้นหงอตัวงอเป็นกุ้ง เห็นแล้วช่าน่าสงสารนัก

​"เข้าใจครับ แล้วทำไมเธอมีข้าวของเครื่องใช้เยอะจัง ถ้าไม่บอกนะฉันต้องคิดว่าเธอมีเสี่ยเลี้ยงแน่ๆ"

"ให้ตาย..นายคิดแบบนั้นจริงหรอ? นายนี่คิดบ้าๆแบบนี้ได้ไงฉันไม่นิยมหรอกแบบนั้น ต่อให้ต้องอดตายฉันก็ไม่ทำ นายพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ทำให้ฉันคิดได้ว่าต่อให้เหลือผู้ชายในโลก เป็นไอ้เสี่ยแก่ๆคนเดียว ฉันว่าฉันอยู่เป็นโสดจะดีกว่า"

"จริงสิ..?"

"จริงแท้แน่นอน"

"แล้วเธอยังโกรธแม่อยู่หรือเปล่า เพราะแม่ว่าเธอสารพัด"

"ช่างเถอะ แต่ฉันก็ต่อว่าแม่นายไปเยอะเหมือนกัน เพราะเขาดูถูกฉันเขารังเกียจ ถ้าลูกในท้องของฉันจะเป็นลูกนาย แล้วรู้หรือยังว่าแม่นายนะร้ายกาจแค่ไหน ถ้านายโกรธแทนแม่หาว่าฉันตำหนิมาดามแม่นายๆ ก็กลีบบ้านไปได้เลย ฉันไม่ว่าหรอกยังไงนายก็แม่ลูกกัน ส่วนฉันเป็นคนอื่น"

"ช่างเถอะฉันไม่โกรธเธอหรอก  แม่ไม่เคยเจอคนจริงแบเธอมาก่อน เขาเคยเห็นคนก้มหัวให้เขา ฉันว่าเธอเจ๋งว่ะ แบบนี้สิถึงจะรบกับแม่ฉันได้ เธอว่าไง?"รียาส่ายหัว

"อะไร?"

"แม่นายคงด่าฉันย่อยยับไปแล้ว แค่ฉันยังไม่พอนะคงจะด่าไปถึง โคตรเหง้าศักราชฉันเลยละ หาว่าไม่อบรมลูก ปล่อยให้เถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ แต่ฉันพูดด้วยเหตุผลนะ มันผิดที่นายเพราะนายคนเดียว ไปพูดแบบนั้น ฉันเป็นเมียนายตอนไหน ไอ้บ้าเอ้ย"

"ฉันคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นั้นไง ฉันไม่คิดว่าแม่จะทำถึงขนาดนั้น รียาแต่พ่อฉันไม่ได้รังเกียจเธอนะ พ่อบอกว่าถ้าลูกรักใครพ่อก็ยินดี แต่แม่ฉันสิ"

"ใช่..เขาเป็นนักธุรกิจ เขาต้องหาสะใภ้ที่มีเงินมีหน้ามีตาในสังคมสิถึงจะถูก นายว่ามั้ย?"

"ไม่อ่ะ..ฉันเห็นแล้ว คนที่แต่งงานกันเพราะเงิน อย่างน้าสาวของฉันที่อยู่ร้านสปานั่น ก็ต้องแยกกันกับสามีเพราะแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว ไม่เห็นมีความสุขเลย"

"จุ้นเมื่อคนเรามันเบื่อ มันก็ต้องหาเหตุผลร้อยแปดพันประการมาพูด ขอบคุณที่นายรู้สึกดีกับฉัน แต่เมื่อเรียนจบแล้ว ฉันก็อยากจะกลับบ้านนะ เพราะฉันอยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว อีกไม่นานฉันคงเรียนจบ รับปริญญาเสร็จฉันอยากกลับบ้าน"

​"ฉันจะไปกับเธอ"

​"ห่ะ!..ไปกับฉัน นายจะไปทำอะไร ดูมือนายสิคุณหนูออกอย่างนั้นนะ นายจะทำอะไรได้ตากแดดทำงานเดี๋ยวก็เป็นลมตายสิ นายก็ต้องอยู่กับพ่อกับแม่นายสิ ฉันจะกลับไปทำปางไม้ แต่ต่อไปนี้ฉันจะไปปลูกป่าทดแทน คนชอบว่าคนบ้านฉันเผาป่า สร้างมลพิษ ค่าpm2.5 200-300 ได้ฟังแล้วไม่สบายใจ"

"ฉันทำได้ ฉันจะไปกับเธอเราจะไปสร้างครอบครัวกัน ฉันไม่กลัวหรอกคนเราทำงานไม่ตายหรอก แต่ไม่มีงานทำสิจะอดตาย"

"เฮ้ย..นี่คำพูดนายหรอ โว้วๆนายไมได้กระทบกระเทือนถึงสมองใช่มั้ย?..ไหนๆดูสิ มีไข้หรือเปล่าจ๊ะ ขอหมอดูหน่อย อืมม..ไม่มีไข้สักนิดเดียว แสดงว่าพูดออกมาจากใจจริงๆ"

"ก็ใช่นะสิ"

"โอเค..นี่มันจะบ่ายแล้ว เดี๋ยวฉันไปทำอะไรให้นายกินก่อนแล้วกัน นายหิวมั้ย?"

"หิวสิ..รียาฉันไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ขอยืมก่อนได้มั้ยอ่ะ?"

"อ้อ..ได้สิ แต่ฉันคิดดอกเบี้ยนะ"

"เอาเลย..เอาให้เต็มที่อยากได้กี่% ว่ามาเลย ฉันไม่เกี่ยง"จุ้นดูจริงจังมาก

"555..ฉันล้อเล่นหรอก รอตรงนี้นะง่วงก็หลับไป เดี๋ยวฉันจะไปทำอะไรอ่อนๆ มาให้นายกิน หมอบอกว่า ต้องกินอาหารเหลวๆเพื่อย่อยง่ายๆโอเคนะ"จุ้นพยักหน้า เขารู้สึกว่าเป็นหนี้เธออีกแล้ว แต่ไม่เข้าใจแม่เหมือนกัน ว่าทำแบบนั้นทำไมแม่เขาต้องการอะไรกันแน่

ภายใน​คฤหาสน์หลังใหญ่ สองสามีภรรยากำลังถกเถียงกันอย่างหนัก คราวนี้โทนี่ไม่ยอมเขาบอกว่าภรรยาทำเกินไปแล้ว หาว่าเป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า แต่ทำอะไรไม่คิดก่อน

​"อย่ามามองผมแบบนั้นนะ ที่พูดคืออยากให้คุณคิด ว่าสิ่งที่คุณทำไม่ได้ถูกไปซะหมด แล้วเป็นไงโดนเด็กถอนหงอกจนได้ หนูรียาพูดถูกมันเสียหายตรงไหน ถ้าเขาสองคนจะมีลูกเดี๋ยวนี้ใครๆเขาก็มีกัน แล้วนั่นก็หลานเรานะ หรือคุณเกลียดเด็ก?"

"ฉันเปล่านะ แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กนั่นจะย้อนฉันได้เจ็บแสบขนาดนี้นี่"

"555 นั่นละเขาเรียกว่าขนมผสมน้ำยา มันสะใจคุณหรือยังคุณเคยกดหัวคนอื่น ให้อยู่ใต้อาณัตคุณ แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้วมาดาม เขาเรียกว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า คุณไปกับผมเดี๋ยวนี้เลย"

"ไปไหน..คุณจะลากฉันไปไหนโทนี่ ไม่เอาฉันไม่ไปหรอก อย่าบังคับฉันนะ"

​"ผมยอมคุณมามาแล้ว คุณนายแม่ต่อไปนี้คุณต้องฟังผม เข้าใจมั้ยแล้วคุณรู้มั้ย ว่าลูกเราไปแต่ตัว เงินค่าแท็กซี่ยังไม่มีเลย ถ้าหนูรียาไล่ตะเพิดลูกเราไป แล้วจุ้นจะไปอยู่ที่ไหน และบาดแผลก็ยังไม่หายดีด้วย ถ้าแผลฉีกเลือดอาบ คราวนี้คุณได้ขึ้นหน้าโซเชียลแน่ หรือว่าคุณชอบแบบนั้นล่ะ?"

​"ไม่นะ..โถลูกจะไปอยู่ที่ไหนนะป่านนี้"

"ผมรู้ว่าลูกอยู่ไหน?"

"งั้นก็ไปสิ อีตาบ้าคุณเอาแต่ว่าฉันๆก็น้อยใจนะ"

"รู้เหมือนกันหรือ ว่าอาการมันเป็นยังไง ไอ้คำว่าน้อยใจเนี่ย? นั่นละจำไว้ทีเขาทีเรา และคุณก็ช่วยเข้าใจด้วย"

"ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้นี่ ฉันก็ปรารถนาดีกับเขา อยากให้สองคนนั้นเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยมีลูกเขายังหนุ่มยังสาว ฉันผิดหรือไงเล่า?"มาดามเสียงอ่อนลง

​"ผมจะไม่บอกหรอกนะ ว่าคุณผิดหรือไม่ผิด แต่ผมถามคุณจริงๆเถอะ คุณไม่ชอบรียาหรือไง? เอาจริงๆจากใจคุณเลย"

​"เมื่อก่อนก็ไม่ เพราะฉันคิดว่าเธอจะดีแต่สวย แต่พอฉันเห็นเธอมาทำงาน แค่อาทิตย์กว่าทุกคนก็ชื่นชม ว่าเธอขยันขันแข็งดี โทนี่ก็เริ่มเอ็นดูเธอบ้าง และยิ่งเห็นลูกเราชอบเธอ ฉันก็เลยคิดว่าอยากให้ทั้งคู่ได้คบหากันก่อน ไม่อยากให้ท้องเร็วเกินไป"

"ลูกเราอายุตั้งเท่าไหร่แล้วคุณ มันจะไม่มีสมองขนาดนั้นเลยหรือไง เราปล่อยให้เขาใช้ชีวิตเองบ้างเถอะนะ อีกหน่อยเราก็ตายแล้วเขาจะอยู่ยังไง และผมก็มั่นใจว่าหนูรียานั่นแหละ จะประคับประคองลูกคุณ แทนที่ลูกเราจะดูแลเขา แต่เขาจะเป็นฝ่ายดูแลนายจุ้นซะเอง คุณไม่เห็นหรอไม่ว่าเธอจะพูดอะไร จุ้นเชื่อฟังเธอทุกเรื่อง"

"ไปสิ..หาอะไรไปให้เขากินด้วย ไม่รู้ว่าอยู่กันยังไง?"

"อยากไปจริงหรอคุณนะ"

​"คุณโทนี่..ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นคุณนะ"

​"ครับมาดาม เชิญขอรับ"โทนี่ผายมือให้ภรรยา ทั้งแม่บ้าน และคนรับใช้ทั้งหมดต่างก็โล่งอก เมื่อสามีภรรยาเข้าใจกันแล้ว

​"แล้วคุณหนูจะกลับบ้านมั้ยพี่แบรี่"

​"แกต้องถามเขาเอง ไม่ใช่ให้ฉันตอบแทนแต่ก็ไม่แน่ฉันไปละ เจอหน้าเดี๋ยวจะถามให้ ว่าแกฝากถามนะยัยนกเอี้ยง"

"ฉันชื่อเบิร์ดย่ะ..แหมเรียกนกเอี้ยงเฉยเลย"

​"สงครามสบแล้วหรอป้า"

​"ค่ะคุณเอวา จะรับของว่างเลยมั้ยคะเดี๋ยวป้าจัดมาให้"

"เอาอาหารเย็นเลยดีกว่านะ ฉันอยากกินราดหน้าทะเลจัดให้ได้มั้ยคะ?"

"ได้ค่ะ..วันนี้สงสัยคุณเอวาต้องทานคนเดียวแล้วมั้งคะ มาดามกับคุณโทนี่คงไม่กลับมาทานมื้อเย็นแน่ๆ"ป้ามาเรียเอ่ยก่อนจะเดินเข้าครัว โดยมีเอวา หญิงสาววัยสามสิบกว่าๆ เดินตามเข้ามาในครัวด้วย

"ป้าเคยเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นมั้ย?"

"คนไหนคะคุณ?"

"ก็คนที่ทำให้มาดาม กับพี่เขยทะเลาะกันไงล่ะ?"ป้ามาเรียส่ายหัว

"ไม่เคยหรอกค่ะ แต่เห็นแบรี่บอกว่าเธอน่ารัก ตาโตผิวขาว แถมคุณหนูเองท่าทางจะรักเธอด้วยนะคะ แล้วคุณเอวาไปเยี่ยมคุณหนู ที่โรงพยาบาลไม่เจอเธอหรอคะ?"

"ไม่เจอเลย เธอไปเรียนหนังสือ กลับมาก็บ่ายแล้ว ฉันก็เลยไม่รอ เธอก็ไม่ได้ไปทำงานที่ร้านหลายวันแล้วนะ เพราะต้องดูแลนายจุ้น"

"ค่ะ..คุณเอวาไปรอข้างนอกเถอะค่ะ ที่นี่เหม็นกลิ่นกระเทียมเจียว ถ้าคุณหนูเธออยู่เธอชอบมากเลยนะคะราดหน้า"

"แล้วถ้าเขาพาแฟนเขามาอยู่ที่นี่ล่ะ ป้าจะว่ายังไงรับได้หรือเปล่า?"ป้ามาเรียยิ้มแป้น คงไม่ต้องเดาว่ารับได้หรือไม่ได้ เพราะใครก็ตามที่คุณหนูของนางรัก นางจะรักหมดแบบไม่เกี่ยงงอน

​ทางด้านรียา เมื่อเธอจัดอาหารมื้อบ่ายให้จุ้นเสร็จ คงต้องเรียกว่าบ่าย เพราะเลยมื้อกลางวันมานานแล้ว เด็กสาวเก็บถ้วยชามมาล้าง จุ้นค่อยๆเดินย่องมาด้านใน เนื่องจากว่าเขาอยากจะช่วยเธอทำโน่นนี่บ้าง กินแรงเธอมานานแล้ว รู้สึกละอายใจเหลือเกิน

"เข้ามาทำไม..?"

​"ก็อย่าช่วยนี่นา"

"งั้นก็ช่วยไปนอนตรงโซฟาโน่น อย่ามาเดินเกะกะขวางทางฉัน ยิ่งนายมาเดินมากแบบนี้ แผลก็ยิ่งจะหายช้า รู้หรือเปล่าฮ่ะ..อีเผือก ตอนนี้นายไม่ต้องอยากช่วยหรอก เอาไว้ให้นายแข็งแรงเมื่อไหร่ ฉันจะนอนให้นายเลี้ยงฉัน หาข้าวให้ฉันกิน ป้อนด้วยโอเคมั้ย?"จุ้นก้อยากลองดูบ้าง หลังจากที่เธอดูแลเขาช่วงที่อยู่โรงพยาบาล ต่อไปนี้เขาคงต้องดูแลเธอบ้าง

​"เธอจะซ้อมเป็นง่อยหรือไงยัยนกฮูก?"

​"เปล่านี่ ก็ตอนนี้ฉันดูแลนาย เมื่อถึงเวลานั้นนายก็ต้องดูแลฉันสิ ไม่ต้องห่วงฉันเอาคืนนายแน่"

"เอาไว้ตอนเธอท้องลูกของเราสิ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเลย ลองมั้ย..โอ้..โอ๋ที่รัก ค่อยๆเดินนะเดี๋ยวไปนั่งที่โซฟาเลย เค้าจะนวดให้นะ"รียาแกล้งเอาหมอนพิงยัดเข้าไปในเสื้อ ทำให้ดูท้องป่องขึ้นมา เลยตอนนี้ไม่รู้ใครจะดูแลใคร อีกคนก็ท้อง อีกคนก็ผ่าตัดแผลยังไม่สนิทเลย

"ขอบคุณค่ะ..ตัวเองว่าลูกเราจะเป็นหญิงชายหรอ?"

"หญิงก็ได้ชายก็ดี เค้ารักหมดและน่า ลูกดิ้นแรงมั้ยจ๊ะ..ตรงนี้หรอถ้าลูกจะตัวโตขนาดนี้ ลูกเราก็คือยักษ์ดีๆนี่แหละนะ ตัวเองว่าป่ะ?"

รียายิ้มให้คนตัวโตที่เอาหูแนบมาที่ท้องเธอ ทำท่าทางเหมือนเธอท้องจริงๆ แต่ถ้าท้องต้องใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องเป็นง่อยอย่างที่เขาบอก เพราะเธอคงเดินไม่ได้แน่ๆ

​ปังๆๆๆ

​"รียา..เปิดประตูหน่อย!"รียารีบดึงหมอนออกมาจากเสื้อ เพราะเสียงที่เธอได้ยิน นั่นเสียงแม่ของจุ้นนี่ มาได้ยังไงกันนะ อย่าบอกนะว่ามาตามลูกชายกลับบ้าน?

​"ค่ะ..มะ-มาดาม มาได้ยังไงคะ คุณอาด้วยแล้วนี่มันอะไรกันคะ?"รียาเปิดประตูให้ แต่ก็ต้องมองตาค้าง เพราะคนที่เข้ามาใหม่ มีข้าวของเต็มไม้เต็มมือ วางอยู่หน้าห้องเธอก็มีอีก

​"ให้พ่อเข้าไปก่อนเถอะ สงสารแบรี่หิ้วของไม่มีมือว่างเลย"

"ค่ะๆ..เชิญค่ะพี่แบรี่"แบรี่ถือของเต็มสองมือสองไม้ แถมที่ปากยังคาบอะไรไว้อีก

​"พ่อ..แม่..มาได้ยังไงครับ?"

​"ก็ขึ้นรถมาสิครับ แล้วนี่ของทั้งหมดนี่ เป็นของเราสองคน และพรุ่งนี้พ่อจะให้คนเอารถลูกมาให้"จุ้นสบตาทั้งพ่อทั้งแม่สลับกัน เหมือนว่าเขากำลังถูกเนรเทศออกจากบ้าน ยังไงยังงั้นเลยหรือว่านี่คือเรื่องจริง

​"อะไรนะฮะ..นี่พ่อกับแม่ไล่ผมออกจากบ้านหรอฮะ?"

​"เปล่านะจ๊ะ แม่เห็นว่าลูกคงอยากจะอยู่กับรียา แล้วแม่ก็จะไม่บังคับลูกอีกต่อไป พ่อกับแม่ก็เลยซื้อของใช้จำเป็นมาฝากลูก ถ้าไม่พอพรุ่งนี้ให้แบรี่เอาให้อีกก็ได้นะจ๊ะ แล้วนี่ลูกทานอะไรหรือยัง"

"ครับ..รียาทำซุปให้กินแล้วฮะแม่ แต่ไม่ต้องขนมาขนาดนี้ก็ได้มั้งครับ แม่เห็นมั้ยฮะว่ารียาดูแลผมอย่างดี จนตอนนี้ผมละอายใจเหลือเกิน"มาดามรู้สึกสะเทือนใจเหลือเกิน

"แล้วเสื้อลูกทำไมมีเลือดติดอยู่ หรือว่าแผลมันปริ"

"ช่างเถอะครับ รียาจัดการแล้วฮะขอบคุณนะครับแม่ พ่อ ที่ห่วงผม แต่ผมขออยู่ที่นี่สักพักเถอะฮะ ผมเป็นห่วงรียาไว้อาการหายดีแล้ว ผมจะพารียากลับบ้านนะฮะพ่อ"มาดามกลืนก้อนสะอื้นที่แน่นจุกอยู่ที่คอหอย เพราะคำพูดของเธองั้นหรือ ทำให้ลูกชายเฉยชาขนาดนี้

​"แต่อาการจุ้นตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วนะคะ ถ้านายจะกลับก็ได้ ฉันไม่เป็นไรหรอกฉันอยู่ได้ นายต้องกลับบ้านนะจุ้น พ่อกับแม่เป็นห่วงนายนะ ต่อให้ใครดูแลก็คงไม่เหมือนพ่อแม่หรอก"จุ้นมองรียาอย่างไม่เชื่อหู หรือว่าเธอเบื่อที่จะต้องดูแลเขาแล้ว

​"ได้สิถ้าเธออยากให้ฉันไปฉันก็จะไป"โทนี่ได้ฟังแล้ว ใจคอไม่ค่อยดีเพราะน้ำเสียงจุ้น ดูสั่นเครือเหมือนน้อยใจมากๆ

​"เอาอย่างนี้จุ้นอยู่ที่นี่แหละ พ่อกับแม่ตกลงกันแล้วไม่ได้บังคับลูกเลย เอาที่ลูกสบายใจแต่ถ้าอยากให้พ่อช่วยอะไรก็บอก แล้วนี่เงินมันเรื่องจำเป็น ลูกต้องกินต้องใช้แล้วเรื่องนัดหมอล่ะ จะทำไงให้พ่อมารับมั้ย?"

​"ไม่ฮะเดี๋ยวผมไปเอง"

"แล้วหนูต้องไปทำงานอีกมั้ยคะคุณอา?"

​"ไม่ต้องแล้วรียา นี่ละคืองานของเธองานใหญ่เลยละ ที่ต้องดูแลจุ้นมันหนักกว่างานที่ร้านอาหารอีกนะ ฉันขอบใจนะคำพูดของเธอ มันทำให้ฉันตาสว่างซ้ำยังคิดอะไรๆ ได้หลายอย่างเหลือเกิน จุ้นมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ถ้าตรงนี้มันคับแคบไป ก็ย้ายไปอยู่อพาร์ทเมนต์เราดีกว่ามั้ย จะได้กว้างขวางหน่อย"มาดามยื่นข้อเสนอ

​"อย่าเลยค่ะ ตรงนี้ใกล้ที่เรียนไม่ต้องรีบร้อน แล้วตอนนี้จุ้นก็เรียนไม่ทันเพื่อน หนูจะคอยทบทวนให้เขาเอง และก็ขอบคุณคุณอาและมาดามนะคะ ที่ให้เกียรติหนู เพียงเท่านี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ อย่างอื่นหนูคงไม่ต้องการ"

"ขอบใจนะรียา ฉันขอบใจเธอมาก ขอบใจจริงๆจ่ะ"

"ค่ะมาดาม หนูก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าบางครั้งหนูอาจจะพูดแรงไป เป็นการล่วงเกินมาดามค่ะ"

"จ่ะ..ฉันลืมไปหมดแล้วหละ อย่าเก็บเอามากังวลใจเลยนะ คิดว่าเราลืมกันไปได้มั้ยรียา"มาดามแอนพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูนุ่มนวล แต่เธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ที่ผ่านมาอาจจะมองรียาผิดไป คนเป็นแม่ก็ต้องคิดแล้วก็วิตกกังวล ตามประสาแม่ที่หวงลูกชายเป็นธรรมดา

"ค่ะมาดาม"

"มากอดที..ฉันขอบใจนะ ขอบใจเธอจริงๆฉันไม่สงสัยเลย ว่าทำไมลูกชายฉันถึงได้ชื่นชมเธอนัก เพราะจิตใจของเธอเข้มแข็ง แล้วก็ไม่ลังเลแบบนี้นี่เอง ขอบใจนะ"

มาดามสวมกอดรียาไว้แนบแน่น  เป็นครั้งแรก ที่เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็นที่สุด ตั้งแต่รู้จักครอบครัวนี้มา หวังว่ามาดามคงจะลดทิฐิลงไปได้แล้ว มองถึงจิตใจคนอื่นให้มากขึ้น ลดอคติให้น้อยลง สังคมแคบๆในครอบครัว คงจะอบอุ่นไม่น้อยเลยทีเดียว...



​มีความสุขกับการอ่านมั้ยคะ คนเขียนคิดว่าไม่มากก็น้อยเนอะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ จะมีภาคสองมั้ยนะ อยู่ที่พวกเราแล้วล่ะค่ะ เจอกันตอนหน้านะบายๆ📌📌📌

ความคิดเห็น