Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 78 ผมอยากเจอหลงเกอ

ชื่อตอน : บทที่ 78 ผมอยากเจอหลงเกอ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 164

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 12:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 78 ผมอยากเจอหลงเกอ
แบบอักษร

ไป๋อวี่บอกแม่ว่าเขาอยากเจอหลงเกอ ตั้งแต่วันที่เขาทำร้ายหลงเกอเขายังไม่ได้ติดต่อหลงเกอเลย ยิ่งตอนเขาโกรธจนทำอะไรโง่ๆอย่างปล่อยคลิปของเขากับเหมิงเหมิงที่ถ่ายไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนออกไป เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด ทั้งต่อจูอี้หลงและเหมิงเหมิง เขาไม่กล้าแม้แต่จะโทรหาหลินชิงหูหรือจูไฉ่หง 

"คุณหลินคงจะโกรธผมมาก เขาแกล้งส่งรูปเผิงเกอกับหลงเกอมาให้ผมเห็นด้วย... " ไป๋อวี่ทำเสียเง้างอดกับมารดา 

"รูปอะไร" คุณนายไป๋ถาม 

"เผิงเกอไปค้างกับหลงเกอตอนเขามาปักกิ่ง" ไป๋อวี่เล่า นัยน์ตาเผยแววเป็นทุกข์ 

"ตอนลูกไปหาจูเหล่าซือที่ซิดนีย์ ลูกถ่ายรูปไว้มั้ย ลูกส่งรูปไปให้ใครดูมั้ย" คุนนายไป๋ถาม ลูบศีรษะไป๋อวี่ที่วางบนตักเธอเบาๆ 

"ได้ไง ขืนรูปหลุดออกไป หลงเกอก็เสียหายแย่" ไป๋อวี่นึกห่วงแต่จูอี้หลงจนลืมนึกถึงตัวเองไป 

"นั่นน่ะสิ ลองคิดดูสิ เผิงเหล่าซือกล้าถ่ายรูป ขนาดคุณหลินยังมีรูป แล้วรูปก็หลุดมาถึงลูกได้ คนพวกนี้เขาไม่เป็นห่วงว่าจูเหล่าซือจะเสียหายเหรอจ๊ะ" คุณนายไป๋ช่วยจัดระเบียบความคิดให้ไป๋อวี่ ความรักที่เขามีให้จูอี้หลง ทำให้เขาตามืดบอดจนมองอะไรไม่ถ่องแท้แล้ว 

"เพราะไม่มีเรื่องอะไรเสียหาย พวกเขาเลยไม่กลัวว่ารูปจะหลุดออกไปที่ไหน" ไป๋อวี่กล่าวตอบแม่ ดวงตากระจ่างใสขึ้น เขายันกายลุกขึ้นนั่ง 

"เผิงเหล่าซือเป็นเพื่อนสนิทของจูเหล่าซือ เขาคงจะไม่พอใจอาอวี่นั่นแหละ ถึงได้ยั่วอาอวี่ให้โกรธ คงอยากทรมานเล่นให้สะใจ" คุณนายไป๋เอานิ้วชี้ทิ่มที่หน้าอกลูกชายติดๆกันหลายที ไป๋อวี่ผวาเข้ากุมมือแม่ 

"ผมอยากเจอหลงเกอ แม่ช่วยผมนะ ผมอยากคุยกับเขาให้เข้าใจ" 

"แม่ช่วยได้ แต่อาอวี่ต้องสัญญากับแม่ก่อน ว่าเมื่อเจอจูเหล่าซือแล้ว อาอวี่จะไม่เอ่ยเรื่องของเผิงเหล่าซือเป็นอันขาด" คุณนายจูจ้องตาลูกชาย อีกมือหนึ่งก็ลูบลงบนหลังมือของเขาที่กำลังเกาะกุมมืออีกข้างของเธอไว้ 

"ถึงตอนนี้เขาจะไม่มีอะไรกัน แต่ว่า แต่ว่า เผิงเกอ ผม ผมรู้นะ เผิงเกอ..." ไป๋อวี่พูดไม่ออก 

"อาอวี่... เจอกันคราวก่อนลูกก็คาดคั้นเขาเรื่องรับสินบน คราวนี้ลูกจะคาดคั้นเรื่องของเผิงกวนอิงอีกเหรอ" คุณนายไป๋ถาม เธอเอื้อมมือไปลูบหน้าผากของลูกชาย แล้วจัดผมของเขาให้เป็นระเบียบ 

"มันเป็นเรื่องของลูก กับคนที่ลูกรัก จะต้องดึงเรื่องอื่นคนอื่นเข้ามาทำไม แค่คุยเรื่องของลูกกับหลงเกอของลูกก็พอ เข้าใจไหม" เธอโหย่งตัวขึ้นจูบหน้าผากเขา 

"ถ้าแม่เอาแต่ถามพ่อเขาถึงเรื่องผู้หญิงทุกคนที่เขาสนิทสนมด้วย ป่านนี้แม่คงจะไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว" เธอตบตักของเธอเบาๆ ไป๋อวี่เอนตัวลงนอนหนุนตักมารดาต่อ 

"จำเอาไว้นะ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน อย่าหาเรื่องดึงคนอื่นเข้าไปอยู่ระหว่างความสัมพันธ์ของลูกกับคนที่ลูกรักเป็นอันขาด" เธอลูบศีรษะลูกชาย นัยน์ตาก็จ้องมองใบหน้าเขาด้วยความรักอย่างที่สุด 

"สำหรับเผิงเหล่าซือ ถ้าลูกยอมรับว่าเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทของคนที่ลูกรัก เขาก็จะไม่มีวันได้เป็นอะไรอื่นมากไปกว่านั้นอีกแล้ว เชื่อแม่นะ อาอวี่" เธอมองเห็นบุตรชายเม้มริมฝีปากแน่น 

"หากเขาอยากจะเป็นอะไรมากกว่านั้น เขาก็เป็นนานแล้ว จูเหล่าซือจะไม่มีวันเหลือรอยยิ้มและสายตาแบบนั้นไว้ให้ลูกแน่ๆ อาอวี่" เธอถอนใจเบาๆ เธอคงจะไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว หากเธอยังกล่อมไป๋อวี่ไม่ได้ เธอก็จนใจแล้วจริงๆ ไป๋อวี่พยักหน้า ครางอืม แล้วซุกหน้าลงกับตักมารดา ที่ยิ้มด้วยความโล่งใจ มือตบหลังเขาเป็นจังหวะ คล้ายกำลังกล่อมเด็กน้อยให้นอนหลับ 

"พ่อเขาก็ไม่ว่าอะไรแล้วเรื่องจูเหล่าซือกับลูก" คุณนายไปกล่าวเสียงอ่อน ไป๋อวี่รีบพลิกตัวนอนหงาย ตาลืมโพลง 

"จริงเหรอครับ" เขาระล่ำระลัก 

"เห็นพ่อเขาอย่างนั้น พ่อเขาก็รักอาอวี่มากนะ" 

"........." ไป๋อวี่เงียบ ริมฝีปากล่างยื่นออกมา แสดงอารมณ์ไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะเชื่อ คุณนายไป๋หัวเราะเบาๆ เพราะนี่เป็นท่าทางเดียวกันกับที่ไป๋เทียนจ้าวมักจะทำเมื่อเขารู้สึกไม่ตกลงปลงใจกับอะไร 

"เมื่อกี้ตอนลูกเดินออกจากห้องทานข้าวมา พ่อเขายังบอกว่า จะต้องไปคุกเข่าให้คนสกุลจูแล้ว" 

"คุกเข่าทำไม" ไป๋อวี่ถามปากยื่น 

"อ้าว จะไปขอลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา ไม่ยอมคุกเข่าให้เขาแล้วเขาจะยอมฟังคำขอของเราเรอะ" คุณนายไป๋ว่า ไป๋อวี่ทำเสียงดังฮึ เหมือนจะบอกว่า จ้างผมก็ไม่เชื่อ แต่กลับรีบตะแคงตัวนอน ซ่อนรอยยิ้มลงบนหน้าท้องอวบอ้วนของคุณนายไป๋ 

"ปะ ลุกไปแปรงฝันแล้วนอนซะ"คุณนายไป๋ตบแผ่นหลังของไป๋อวี่เบาๆ 

"เดี๋ยวแม่จะลองคุยกับพ่อเขาดู จะลองหาทางให้อาอวี่ได้พูดคุยกับจูเหล่าซือนะจ๊ะ" ได้ยินที่แม่พูด ไป๋อวี่ก็กลิ้งตัวออกจากตักแม่แล้วผงกตัวขึ้นนั่งพับเพียบในรวดเดียวเหมือนตุ๊กตาล้มลุก คุณนายไป๋คลี่ยิ้มหมั่นไส้ ยันกายลุกขึ้นยืนพร้อมส่งค้อนให้ลูกชายวงใหญ่ 

"ทีอย่างนี้ รีบว่านอนสอนง่ายเชียวนะ" เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า 

.............................. 

จูอี้หลงแปลกใจ เมื่อจูไฉ่หงมากระซิบบอกว่าไจ๋เทียนหลินโทรมาหา จูอี้หลงรีบยื่นมือไปรับโทรศัพท์จากจูไฉ่หง 

"ผมยังไม่เลิกกองเลยพี่" 

"นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว" 

"วันนี้คงถ่ายถึงดึก อาจถึงตีสองตีสามเลยครับพี่ เดี๋ยวตอนพักกินอะไรผมโทรหาพี่ได้ไหม" 

"ดีดีดี ตอนนี้พี่อยู่บ้าน นายโทรมาตอนไหนก็ได้นะ" แล้วไจ๋เทียนหลินก็วางสาย 

ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญไจ๋เทียนหลินจะไม่โทรมาแน่ๆ เขาคงใช้วีแชทหรือเว่ยปั๋วแทน จูอี้หลงขมวดคิ้วแล้ว เขาขอจูไฉ่หงให้ช่วยเตือนเขาให้โทรกลับหาไจ๋เทียนหลิน 

ไจ๋เทียนหลินถอนหายใจโล่งอก ตอนแรกเขาก็สองจิตสองใจว่าจะโทรหาจูอี้หลงดีหรือไม่ พอเขาตัดสินใจโทร เขาก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งแล้ว เขานอนดูทีวีไปเรื่อยๆเพื่อรอโทรศัพท์จากจูอี้หลง กว่าจูอี้หลงจะโทรมาเขาก็เผลอหลับไปแล้ว ไจ๋เทียนหลินกดรีโมทปิดทีวีที่เขาเปิดค้างไว้ 

"พี่อยากเจอนายหน่อย นายจะเข้าปักกิ่งมางานเทศกาลละครฯของสถานีอันหุยนี่ ใช่ไหม" 

"ใช่ครับ แต่พอเสร็จงานนั้นผมก็ต้องรีบบินกลับเลย" 

"พี่ต้องไปงานนั้นเหมือนกัน มีงานต้องไปทำสำหรับรายการของพี่" 

"เหรอครับ ดีเลย ไม่ได้เจอพี่นานแล้ว" 

"แต่คงไม่มีเวลาคุยกันนานหรอกนะ อีกอย่าง นักข่าวตามนายอย่างนั้น พี่ไม่กล้าโผล่ไปหน้ากล้องหรอก เดี๋ยวจะว่าไจ๋เทียนหลินอยากเป็นข่าว" 

"ในห้องพักก็ดีนะครับ ไม่มีนักข่าว" ถึงอาจจะมีนักแสดงคนอื่นกับทีมงาน แต่ทุกคนล้วนมีมารยาทของคนในวงการ จะไม่มายุ่งเกี่ยวก้าวก่ายกับเรื่องของคนอื่นแน่ๆ 

"ดี พี่อยากคุยเรื่องสำคัญกับนาย ถึงแล้วโทรหาพี่ด้วย" ไจ๋เทียนหลินเห็นด้วย 

"ครับ" จูอี้หลงรับคำ แต่ในใจนึกไปสารพัด ถึงเรื่องที่ไจ๋เทียนหลินอยากคุยกับเขา 

"อ้อ เหล่าเผิงแวะไปกินข้าวที่บ้านนายนี่นา" ไจ๋เทียนหลินเปลี่ยนเรื่องคุย 

"ครับ วันก่อนหน้าก็แวะมาค้างด้วยที่โรงแรม" 

"นายรู้มั้ยว่าเหล่าเผิงคุยอะไรกับที่บ้านนายบ้าง" ไจ๋เทียนหลินลองหยั่งเชิงดู แต่ได้รับความเงียบเป็นคำตอบ... 

"......" 

"แล้วนายรู้มั้ยว่าเหล่าเผิงนัดเจอกับไป๋อวี่" เขาส่งหมัดแย๊บเข้าด้านข้าง 

"อะ อะไร ... นัดเจอทำไม" จูอี้หลงอุทาน ความกังวลที่มีอยู่แต่เดิมเพิ่มมากขึ้นจนเขาเก็บอาการไม่อยู่ 

"แล้วนายรู้ไหมว่าไป๋อวี่เกลียดเหล่าเผิงขนาดไหน" จูอี้หลงเปิดช่องว่างขนาดนั้น ไจ๋เทียนหลินก็ได้แต่ปล่อยหมัดตรงตามสัญชาตญาน 

"เขาจะเกลียดทำไม ... " จูอี้หลงงึมงำ แต่ใช่ว่าเขาจะเดาไม่ออก 

"พี่รู้มาจากจางฟง... " ตอนเผิงกวนอิงบอกว่าเขาทำให้ไป๋อวี่โกรธมาก จนกลัวว่าไป๋อวี่จะไม่รับนัดเขา ไจ๋เทียนหลินก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องโทรไปถามจางฟงว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น 

"ไอ้เด็กแซ่ไป๋นั่น คงเข้าใจผิดว่านายกับเหล่าเผิงมีอะไรกัน..." ไจ๋เทียนหลินปล่อยอับเปอร์คัทเข้าคางจูอี้หลง แต่กลับได้ยินเสียงคนเรียกจูเหล่าซือแว่วเข้ามาในโทรศัพท์ 

"ผมต้องวางหูก่อนแล้ว" จูอี้หลงบอก รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องคุยกับไจ๋เทียนหลินต่อ 

ไจ๋เทียนหลินรีบตะโกน 

"ถือว่านายรับปากแล้วนะ แล้วพี่จะโทรหา" .... 

.... ระฆังหมดยกช่วยนายไว้นะไอ้น้อง .... ถ้านายไม่เปิดใจคุย พี่จะช่วยนายได้ยังไง ไอ้น้องเอ้ย ไจ๋เทียนหลินงึมงำอยู่ในใจก่อนเอนตัวลงนอนตะแคง กดรีโมทปิดไฟในห้องแล้วขดตัวซุกลงใต้ผ้าห่ม 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}