BA-AM

เดินทางมากันถึงภาคสองกันแล้ว ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่มีให้กันจนนิยายสามารถเดินเรื่องมาถึงภาคสองได้นะคะ ถ้าใครอยากอ่านภาคแรกกดเข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของไรท์ได้เลย แล้วตามมาสนุกกันนะคะ ฝากกดไลค์และคอมเม้นติชมให้ไรท์ด้วยน้าา

2 ความเลวที่มีอยู่ NC18++

ชื่อตอน : 2 ความเลวที่มีอยู่ NC18++

คำค้น : เซนส์,น้ำชา

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 773

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2562 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 ความเลวที่มีอยู่ NC18++
แบบอักษร

 

@Arnardden Group 

พอรถจอดลงที่หน้าบริษัทเซนส์ก็เปิดประตูเดินออกไปเลย เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่แด๊ดจะคุยกับเขาและมันสำคัญมากแค่ไหน 

“สวัสดีค่ะ พบใครคะ”ผู้หญิงอายุประมาณ 25-26 ที่อยู่หน้าห้องทำงานของคุณวิลเลี่ยมถามขึ้นหลังจากที่เซนส์ลงจากรถมาเขาก็รอลิฟท์ไม่ไหวจนต้องวิ่งขึ้นบันไดมาถึงชั้น 69 และพอมาถึงเขาก็คิดได้ว่ามันมีลิฟท์สำหรับผู้บริหารอยู่ ถ้าเขาไม่ออกกำลังกายป่านนี้ตายไปแล้ว 

และผู้หญิงคนนี้ก็คงจะเป็นเลขาของพ่อเขา 

เหนื่อยสมองรวนไปหมดแล้ว 

“คุณวิลเลี่ยมอยู่ไหน”เซนส์ถามเสียงหอบ เขาเคยมาที่นี่แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือลูกชายของคุณวิลเลี่ยม เซนส์ค่อนข้างจะไม่ชอบอาศัยบารมีพ่อสักเท่าไหร่ ถ้ามีคนรู้ว่าเขาเป็นลูกชายของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาคนอื่นก็คงจะไปผับไปคาสิโนเขาเพราะพ่อ และเขาไม่อยากทำแบบนั้นเลยไม่ค่อยออกสื่อกับครอบครัวเท่าไหร่ 

“เอ่อ ไม่ทราบว่าได้นัดไว้ล่วงหน้ารึเปล่าคะ”เลขาหน้าห้องยังคงซักถามเขาไม่เลิกจนเขาต้องพูดในสิ่งที่ไม่คิดจะพูดออกมา 

“ฉันเป็นลูกชายคนเล็กของคุณวิลเลี่ยม”เหอะ ใครจะคิดว่าต้องพูดคำนี้เพื่อข่มคนอื่นกันเล่า แด๊ดนะแด๊ด 

“เอ่อ เชิญทางนี้เลยค่ะท่านประธานรออยู่”แล้วเลขาหน้าห้องก็เดินนำเขาไปที่ห้องห้องหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นห้องประชุม ไม่รอให้เลขาคุณวิลเลี่ยมได้เปิดตูให้เซนส์ก็รีบผลักประตูเข้าไปทันที และสิ่งที่เขาเห็นคือหญิงชายวัยกลางคนประมาณ10กว่าคนได้ นั่งทำหน้าเคร่งเครียดกันอยู่แต่สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่คนพวกนั้นแต่เป็นพ่อเขาต่างหาก 

มาเลยคุณวิลเลี่ยมมีอะไรจะคุยกับผมนักหนา 

“แด๊ดมีอะไรจะคุยกับผมครับ”เซนส์เปิดประเด็นขึ้นทันที ถ้าไม่สำคัญนะ หึ้ย 

“ใจเย็นๆไอ้ลูกชายนั่งลงก่อน”เซนส์นั่งลงที่ว่างทางขวามือของวิลเลี่ยมอย่างขัดใจนิดๆ “นี่ลูกชายคนเล็กของผม เซนส์ อาร์ อันนาร์ดเดน”คุณวิลเลี่ยมแนะนำลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้บอร์ดบริหารของบริษัทสิบกว่าชีวิตได้รับรู้ 

“เรียนจบเอกบริหารการจัดการ ตอนนี้กำลังทำธุรกิจไนต์คลับและคาสิโนของตัวเองหลายสาขาทั่วโลก และผมคิดว่าการที่ผมให้ลูกชายคนเล็กมาบริหารบริษัทแทนในตำแหน่งประธานบริษัททุกคนจะไม่มีปัญหาอะไรกันใช่มั้ย”คำพูดของคุณวิลเลี่ยมเหมือนจะเป็นคำพูดธรรมดาทั่วไปแต่หากฟังดีๆจะมีอำนาจมากมายที่อธิบายไม่ได้มาพร้อมกับน้ำเสียงอันทรงพลัง จนบอร์ดบริหารไม่มีใครกล้าเอ่ยค้านออกมา 

“อะไรนะแด๊ด! ไม่เอาผมไม่ทำ”เซนส์ลุกขึ้นโวยวายทันที ธุรกิจของเขาเองมันก็มากพออยู่แล้วนี่ยังจะมีธุรกิจครอบครัวสาขาใหญ่ซ่ะด้วยอีก 

“เซนส์แกรับปากกับแด๊ดไว้แล้ว และแด๊ดก็ให้แกใช้ชีวิตแบบที่แกต้องการมามากพอแล้วด้วย ถึงเวลาที่แกต้องทำเพื่อแด๊ดแล้วนะ แด๊ดแก่และอยากจะพักผ่อนแล้วด้วย”คำพูดของคุณวิลเลี่ยมทำให้เซนส์นึกย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ใช่ เขาเคยรับปากคุณวิลเลี่ยมไว้ว่าถ้าเรียนจบจะกลับมาบริหารธุรกิจเพื่อที่แด๊ดจะได้พักผ่อน และมันก็คงจะถึงเวลาที่เขาต้องทำเพื่อพ่อเขาและเพื่อบริษัทแล้ว แต่เขายังพร้อมมม! ซ่ะที่ไหนได้เล่า L 

“นะเซนส์ แด๊ดอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่กับครอบครัว”น้ำเสียงของคุณวิลเลี่ยมเต็มไปด้วยความขอร้องแล้วจะให้เขาปฏิเสธยังไงเล่า ทำแบบนี้ทุกทีเลยสิน่า ทำให้เขารู้สึกผิดเนี่ย 

“ก็ได้ครับแด๊ด แด๊ดหาเลขาไว้ให้ผมเลย”ยอมจำนงต่อลูกอ้อนของพ่ออย่างเลี่ยงไม่ได้ 

“เลขาแด๊ดไง 

เคธี่ 

”คุณวิลเลี่ยมผายมือไปทางยัยเลขาหน้าห้องคนนั้น หึหึ สวยใช้ได้เลยนี่ ตอนมาเขาไม่ได้สนใจมากนักไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้ แต่ดูท่าอยากจะได้เขาจนตัวสั่นเลยนะนั่น 

“เริ่มงานวันพุธนี้นะไอ้ลูกชาย เลิกประชุมครับ”คุณวิลเลี่ยมบอกเลิกประชุมโดยที่ยังไม่ทันได้มีใครโต้แย้งอะไร บอร์ดบริหารพวกนี้คงจะมาเพื่อเป็นตัวประกอบเอาไว้ข่มเขาสินะ เหอะๆ วันนี้วันจันทร์ให้เขาเตรียมตัวแค่นั้นจริงดิ 

“เซนส์อยู่คุยกับเลขาเคธี่ก่อนสิค่อยกลับ”คุณวิลเลี่ยมอยากจะรู้นักว่าไอ้ลูกชายมันเลิกเจ้าชู้แล้วจริงๆหรือ และแล้ววิลเลี่ยมและทุกคนก็ออกจากห้องไปเหลือแค่เซนส์กับเลขาเคธี่ 

“ท่านประธานคะ..”เคธี่พูดยังไม่ทันจบ เซนส์ก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก โชว์หุ่นที่แสนจะเพอร์เฟคสู่สายตาเลขาสาว 

“เธอได้สิทธิ์นั้นเดี่ยวนี้เลย”รู้อยู่หรอกว่าอยากได้เขา และเขาก็จะสนองเอง 

“ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะคะ” 

เคธี่ มาลอน 

หรือเลขาเคธี่ ผู้หญิงที่แสนจะเพอร์เฟคทั้งหน้าที่การงานแถมยังมีรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบอีกซ่ะด้วย แต่ใครจะรู้ว่าเธอนั่นแหละคือผู้หญิงที่ชอบเซ็กส์มากที่สุดเหมือนกัน 

“หึ ร้อนแรงดีนี่”เซนส์ก้มมองผู้หญิงที่นั่งอยู่หว่างขาเขากำลังปลดตะขอกางเกงยีนส์ออกอย่างช่ำชอง แบบนี้คงได้ทำงานด้วยกันยาวๆเลยล่ะ 

“อื้มม ใหญ่มากเลยค่ะ”ปากอวบที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเพลิงกำลังครอบครองมังกรยักษ์ของเซนส์ที่แข็งตัวจนคับปาก 

“อย่าลีลาเลย ฉันรีบ”เซนส์หยิบซองถุงยางออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะฉีกซองและสวมใส่เข้าไปที่เจ้าโลกตัวเขื่องเอง ที่เขาไม่ให้เลขาเคธี่ใส่ให้เพราะเขาเคยเจอมาเยอะแล้วผู้หญิงที่หวังจะจับเขาทางอ้อมด้วยการเจาะถุงยางเพื่อหวังท้อง 

“อื้มมม อ่าส์”เคธี่ถกกระโปรงทรงเอของตัวเองขึ้นแล้วแหวกแพนตี้ตัวน้อยสีชมพูไปไว้ข้างกีบแคมแล้วนั่งลงกลืนกินตัวตนของเซนส์เข้าไปจนสุดความยาว 

“หลวมไปนะ”เซนส์ท้วงแล้วแสยะยิ้มให้เอวสอบสวนเข้าใส่อย่างรัวเร็ว ในใจก็นึกถึงเนรินทร์ที่อยู่ที่บ้านไปด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้แต่จะให้เขาเลิกเจ้าชู้เขาทำไม่ได้จริงๆ อ่า มันเป็นสันดานไปแล้ว 

“น้ำชา ซี้ดด”ปากหยักครางชื่อเนรินทร์ออกมาอย่างลืมตัว 

“เคธี่ค่ะท่านประธานขา อ่ะอ้าส์”เอวบางขยับขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่ประทุขึ้นเรื่อยๆ ท่านประธานคนใหม่ของเธอทำไมถึงได้ร้อนแรงขนาดนี้นะ หน้าตาก็หล่อเหลากระชากใจสาวแถมยังรวยอีกต่างหาก ถ้าเธอได้ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของลูกชีวิตเธอก็คงจะสบายไปทั้งชาติ 

“หึ แค่One night stand อย่าหวังสูงล่ะ”เซนส์กระซิบข้างหูเคธี่ที่โน้มตัวลงมาหาหวังจะจูบแต่เซนส์เบือนหน้าหนี เขาลองแล้วลองจูบผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เนรินทร์ดูแล้วและมันไม่เวิร์คเลยกับคนอื่นแล้วได้แค่เซ็กส์แต่จูบเขาทำไม่ได้จริงๆ “ฉันไม่จูบ” 

“อื้ออ รู้แล้วค่ะท่านประทานขา”แล้วบทรักอันยาวนานก็ผ่านพ้นไปจนเวลาล่วงเลยมาจนถึง 

00.34 น. 

“จะไม่ค้างกับเคธี่ก่อนหรอคะ”เคธี่ออดอ้อนออเซาะเซนส์เธอติดใจเซนส์เข้าแล้ว ไม่เคยมีใครให้ความสุขกับเธอได้มากเท่าเขามาก่อน 

“เรื่องมากจังวะ กูบอกว่าไม่ก็ไม่ไง”เซนส์ลุกขึ้นแล้ววางเงินจำนวนหนึ่งไว้ที่โต๊ะประชุม ก่อนจะเดินออกมาทิ้งให้เคธี่นั่งอยู่ที่พื้นคนเดียวโดยไม่หันกลับมามองเลย อะไรกันไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธที่จะไปค้างกับเธอต่อนะ 

“ไม่เป็นไร ยังไงคุณกับฉันก็ต้องทำงานด้วยกัน”รอยยิ้มแห่งความหวังผุดขึ้นมาบนใบหน้า ดูซิว่าผู้ชายโสดแบบเขาจะไม่หลงเสน่ห์เธอก็ให้มันรู้ไป (โสดลูกสามเลยนะ) 

@คฤหาสน์อาร์ อันนาร์ดเดน 

พอมาคัสขับรถมาจอดที่หน้าคฤหาสน์เซนส์ก็เดินลงจากรถหวังจะขึ้นไปนอนกอดเนรินทร์ที่ห้องแต่สิ่งที่เขาเห็นคือความว่างเปล่า เหตุการณ์ในวันนั้นหลั่งไหลเข้ามาในหัวเซนส์ ครั้งนั้นเขาจำได้ว่าเขากลับมาและไม่เจอเนรินทร์อยู่ในห้องเหมือนคราวนี้ 

“มึงหนีกูอีกรึไงวะ!”เซนส์โมโหจนเลือดขึ้นหน้าเดินไปเปิดลิ้นชักบนหัวเตียงหยิบกุญแจของบ้านทั้งหลังมา เริ่มจากห้องเซฟส์ก่อนเลย 

เซนส์ไขกุญแจเข้าไปในห้องของเซฟส์แล้วเปิดไฟมองหาร่างบางของเนรินทร์แต่สิ่งที่เขาเห็นคือเซฟส์นอนอยู่บนเตียงคนเดียว 

“แล้วไปอยู่ไหนวะ”เซนส์พึมพำเสียงเบากลัวลูกชายจะตื่นแต่เขาก็ไม่อยากจะด่วนสรุปไปว่าเนรินทร์หนีเขาอีกแต่มันก็อดคิดไม่ได้ เคยหนีเขาไปตั้งสองครั้งสองคราถ้าจะมีครั้งที่สามก็คงจะไม่ยาก 

“ฮื่อ แดดดี๊”เซฟส์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะแสงไฟ 

“ครับ”เซนส์เดินมาหาเซฟส์ที่เตียงพยายามข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้ลูกจับได้ ลูกคนนี้มันเก่งจับได้ตลอดว่าเขารู้สึกยังไง 

“แดดดี๊มีอะไรรึเปล่าครับ”เด็กน้อยขยี้ตามองผู้เป็นพ่อ ดึกดื่นป่านนี้เข้ามาหาเขามีเรื่องอะไรรึเปล่า 

“เซฟส์เห็นหม่ามี้มั้ยครับ” 

“หม่ามี้? หม่ามี้มากล่อมนอนแล้วก็ออกไปครับ” 

“ออกไปไหน”จะไปไหนได้ที่ห้องก็ไม่เห็น 

“ห้องน้องมั้งครับ ห้าววว”แล้วเซฟส์ก็หลับตาลงปล่อยให้เซนส์คิดตาม น้องคนไหนวะเนี้ย โซลหรือโซดาล่า 

“ฝันดีนะครับ”เซนส์จุ๊บที่หน้าผากเล็กแล้วปิดไฟให้ก่อนจะเดินออกไป ห้องต่อไปคือห้องโซลและสิ่งที่เห็นคือเด็กน้อยโซลนอนอยู่บนเตียงคนเดียวไร้วี่แววของเนรินทร์ 

“อย่าหนีฉันไปนะน้ำชา”ความกลัวคืบคลานเข้ามาจนเซนส์ใจสั่นไปหมด เขากลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกจัง 

แกร๊ก 

ห้องสุดท้ายคือห้องโซดาล่าลูกสาวคนเล็กของเขา ถ้าไม่เจอล่ะเป็นเรื่องแน่ 

“อึก”เสียงสะอื้นน้อยๆของใครซักคนดังขึ้นหลังจากที่เขาเปิดประตูเข้ามาและคนที่เขาหาก็นอนอยู่บนเตียง เซนส์รีบเปิดไฟเพื่อหาต้นเสียงที่สะอื้นอยู่ จะเป็นลูกเขาหรือแม่ของลูก 

“แม่งงอแงเป็นเด็ก”สิ่งที่เซนส์เห็นคือเนรินทร์กำลังกอดโซดาล่าทั้งๆที่คราบน้ำตายังไม่แห้งสนิทแสดงให้เห็นว่าเพิ่งจะร้องไห้เสร็จหรือยังร้องไห้อยู่แต่ตอนนี้เหมือนเนรินทร์จะหลับไปแล้วเหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้กับคราบน้ำตา “คิดถึงจนร้องไห้รึไง”เซนส์แกะมือน้อยๆของลูกสาวออกจากเนรินทร์ ได้เวลาคืนเนรินทร์ให้เขาแล้ว 

“อื้อ อย่ามายุ่ง”เนรินทร์ละเมอออกมาจนเซนส์ต้องหยุดฟัง “อยากทำอะไรก็ทำไปเลย อย่ามายุ่ง”หมายถึงเขาหรอที่บอกว่าอย่ามายุ่ง เซนส์ไม่สนใจแล้วอุ้มเนรินทร์ขึ้นปิดไฟแล้วเดินออกจากห้องมาแต่ประโยคที่ทำให้เขาต้องหยุดเดินคือ “ถ้าคุณเซนส์หยุดไม่ได้ก็ปล่อยน้ำไปเถอะค่ะ” 

คำพูดที่เหมือนรู้ว่าเขาไปทำอะไรมาอย่างงั้นแหละ ความรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบทำให้เซนส์ต้องหยุดพิจารณา 

“ไปรู้อะไรมา”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ไม่ใช่ว่ารู้เรื่องที่เขาไปเอากับเลขาเคธี่หรอกนะแล้วใครจบอกกันล่ะพ่อเขาหรอ ไม่มีทางแด๊ดสนับสนุนเรื่องแบบนี้จะตายจะบอกได้ไง 

“อื้ออ”เนรินทร์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นเธอรู้สึกว่ามันนอนไม่สบายเลยรู้สึกตัวและเห็นเซนส์อุ้มเธออยู่แบบนี้ “คุณเซนส์” 

“รู้อะไรมา”เซนส์ถามทั้งๆที่ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินไปไหน 

“คะ?”เขาหมายถึงอะไรอย่างงั้นหรอ เธอยังไม่เข้าใจที่เขาพูด 

“เรื่องที่กูไปเอากับคนอื่น รู้หรอ”เรื่องนี้เซนส์ก็ไม่ได้คิดจะปิดอะไรอยู่แล้วแค่ไม่ได้บอกแค่นั้นเอง 

“ค่ะ”เนรินทร์ตอบแล้วหลบสายตาคมที่มองผ่านความมืดมา 

“รู้ได้ไง”เซนส์ถามก่อนจะเดินมาที่ห้องตัวเองทั้งๆที่ยังอุ้เนรินทร์อยู่ 

เนรินทร์รู้ได้เพราะว่าหลายครั้งที่เธอซักเสื้อผ้าให้เขามันจะมีรอยลิปสติกหลายสีติดอยู่ที่เสื้อ และตั้งแต่ที่เจอเซนส์เธอไม่เคยแต่งหน้าเลยเพราะงั้นมันไม่ใช่ของเธอแน่นอกจากผู้หญิงคนอื่น 

“น้ำเห็นลิปสติกติดที่เสื้อค่ะ”เซนส์วางเนรินทร์ลงบนเตียงพร้อมๆกับคำตอบที่ได้รับ บอกแล้วยัยนี่ไม่ใช่คนโง่แต่มันไม่ใช่ประเด็นเท่าที่ว่าเธอไม่หึงหรือไง 

“ไม่หึงไม่หวงฉันเลยหรอ”ความโมโหที่คิดว่าเนรินทร์หนีไปมันได้หายไปหมด แต่มีความสงสัยเข้ามาแทนที ความสงสัยที่ว่าเธอไม่หึงไม่หวงเขาเลยหรอ 

“หึงหวงแล้วน้ำทำอะไรได้ล่ะคะ”เนรินทร์ตอบแล้วพลิกตัวหันหน้าหนีเซนส์ ตอนนี้น้ำตาเธอกำลังไหลอาบที่แก้ม ไม่ใช่ว่าเธอไม่เจ็บ เธอเจ็บจนชินเจ็บจนไม่รู้ว่ามันจะเจ็บไปมากกว่านี้ยังไงแล้ว 

“แสดงออกมาซักครั้งทีสิวะ”เซนส์พึมพำเบาๆ บางทีการที่เนรินทร์แสดงออกมาบ้างพูดออกมาบ้างเขาอาจจะหยุดก็ได้แต่นี่พูดแค่นี้ 

“พุธนี้ฉันต้องไปทำงานที่บริษัท”เซนส์บอกแล้วเข้าไปอาบน้ำทิ้งให้เนรินทร์นอนฟังเสียงน้ำไหลเงียบๆ นั่นแหละเธอยิ่งกลัวไปใหญ่เลย ทุกครั้งที่มีรอยลิปติดมาคือตอนที่เขามีงานด่วนต้องจัดการและจะกลับมาพร้อมรอยแบบนั้นเสมอ 

“น้ำเป็นอะไรสำหรับคุณ”เนรินทร์พูดออกมาเพียงเท่านั้นก่อนจะข่มตาหลับไปมันดึกมากแล้วเขาคงจะไม่มีอารมณ์มาทำอย่างว่ากับเธอหรอก 

 

 

 

“ฉันขอโทษนะที่รัก” 

….. 

 

 

*****นี่คือความจริง สารเลวมากใช่มั้ยล่ะอิเซนส์ของไรท์เชื่อเถอะว่ามันไม่ได้สำนึกผิดอะไรเลย หึหึ ไรท์ชอบแบบนี้จังเลยค่ะ!! โห๊ะๆ //ถือมีด//  

ฝากติดตามด้วยนะ กว่าจะเป็นตอนได้มันเหนื่อยมากจริงๆ***** 

 

 

เคธี่ มาลอน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น